ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย บ่วงเสน่าหานายหัวชาวี

บ่วงเสน่าหานายหัวชาวี

ชาวี นายหัวหนุ่มผู้ใช้ชีวิตท่ามกลางความสัมพันธ์ชั่วคราวที่ไม่เคยสร้างความพึงพอใจให้เขาได้อย่างแท้จริง จนกระทั่งโชคชะตาพาให้เขาได้พบกับชมจันทร์ หญิงสาวที่ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายลวงมาขายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน โดยใช้ความจริงเกี่ยวกับมารดาที่ถูกปิดบังไว้เป็นเครื่องมือต่อรอง ชมจันทร์ต้องเผชิญกับวิกฤตชีวิตในบ่วงเสน่หาที่ไม่ได้ตั้งใจ ท่ามกลางความขัดแย้งและการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่หลังคำลวงของครอบครัวที่เธอเคยไว้ใจ
ตอน
แชร์

ตอน 3

ระหว่างที่น้าพิกุลไปเตรียมแกงไตปลาให้นายหัวชาวี ชมจันทร์ก็เดินไปหลังบ้านเพื่อเอารถจักรยานยนต์ของตนเองออกมาเตรียมไว้ แม้ว่าบ้านของนายหัวชาวีจะอยู่ติดกับบ้านของเธอแต่ระยะทางก็ไกลพอสมควรเพราะบ้านของเขาอยู่ลึกเข้าไปจากถนนอีกฝั่งซึ่งถ้าเดินไปก็คงจะเหนื่อยกว่าจะถึง

“อย่าลืมนะจันทร์ว่าเรามีภารกิจสำคัญคือจะต้องทำให้นายหัวสนใจ” พิกุลบอกกับลูกเลี้ยงที่สีหน้าไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่

ชมจันทร์พยักหน้าให้กับน้าพิกุลก่อนจะรับปิ่นโตและขี่จักรยานยนต์คู่ใจออกไปยังบ้านของนายหัวชาวี

หญิงสาวเคยเจอนายหัวชาวีครั้งสุดท้ายก็หลายปีแล้วเธอไม่รู้ว่าเขาจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน แต่ก่อนก็เคยแอบชอบเขาอยู่หรอกแต่พอได้ยินว่าเขาเจ้าชู้และเปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้าเธอก็เลยไม่ได้ติดตามเรื่องราวของเขาอีกเลย

บ้านของนายหัวชาวีเป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้นสูงมีบริเวณรอบๆ บ้านค่อนข้างกว้าง หญิงสาวจอดรถจักรยานยนต์บริเวณด้านหน้าก่อนจะตะโกนเรียกเจ้าของบ้าน

“นายหัวชาวีอยู่ไหมคะ นายหัวคะน้าพิกุลให้จันทร์เอาแกงไตปลามาให้ค่ะ” หญิงสาวตะโกนอยู่ด้านล่างสักพักก็มีหญิงสูงวัยคนหนึ่งเดินออกมา

“ใครละนั่น”

“สวัสดีค่ะป้าสมรจันทร์เอง”

“อ้าวหนูจันทร์หรอกเหรอ มาทำไมล่ะ”

“น้าพิกุลให้เอาแกงไตปลามาให้นายหัวค่ะ”

“ขึ้นมาก่อนสินายหัวกำลังทำงานอยู่ในห้อง”

“ไม่เป็นไรค่ะจันทร์ฝากป้าสมรเอาให้นายหัวก็ได้ค่ะ”

“หนูรอป้าเอาแกงใส่ถ้วยก่อนนะจะได้เอาปิ่นโตกลับไปเลย”

“ได้ค่ะ”

“ขึ้นมารอข้างบนดีกว่านะ รอตรงระเบียงก็ได้”

ป้าสมรชวนชมจันทร์ขึ้นมานั่งรออยู่บริเวณระเบียงบ้าน ระหว่างรอป้าสมรเธอก็นั่งเธอก็แชทไลน์คุยกับเพื่อนเพื่อฆ่าเวลา

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินมาชมจันทร์ก็เงยหน้าขึ้นเพราะคิดว่าเป็นป้าสมรแต่กลับเป็นเจ้าของบ้านที่กำลังยืนจ้องเธออยู่

“สวัสดีค่ะนายหัว” ชมจันทร์รีบยกมือไหว้ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าของเขาหล่อกว่าที่เธอเคยเจอเมื่อหลายปีก่อน

“สวัสดี ชมจันทร์ใช่ไหม” นายหัวชาวีเคยเห็นเธอจากรูปที่น้าพิกุลส่งให้ดูแต่ไม่คิดเลยว่าตัวจริงเธอจะหน้าตาสวยและยังดูเด็กมากขนาดนี้

“ใช่ค่ะนายหัวจำจันทร์ได้ด้วยเหรอคะ”

“จำได้สิก็เด็กกะโปโลที่วิ่งตามนายโชคมาที่สวนยางบ่อยๆ”

“แต่ตอนนี้จันทร์ไม่ใช่เด็กกะโปโลแล้วนะคะ จันทร์เรียนจบแล้ว”

“ได้ยินหน้าพิกุลบอกเหมือนกัน เธอเรียนจบอะไรมานะ”

“จบบัญชีมาค่ะ น้าพิกุลบอกว่าช่วงปิดเทอมจะให้จันทร์มาช่วยงานนายหัว”

“เขาบังคับเธอมาหรือเปล่า”

“ไม่ค่ะจันทร์เต็มใจมาทำงาน” ชมจันทร์ตอบเขาไปโดยไม่คิดอะไรมากแต่คนฟังกลับรู้สึกแปลกๆ เพราะไม่คิดว่าเด็กสาววัยนี้จะอยากมาเป็นนางบำเรอของเขาแต่จะว่าไปชมจันทร์คนนี้ก็มีแค่หน้าตาเท่านั้นที่ยังเด็กเพราะจากมุมที่เขายืนอยู่นี้ก็พอจะเห็นแล้วว่าสัดส่วนของหญิงสาวนั้นไม่เด็กอย่างหน้าตาเลย

“น้าพิกุลบอกว่าเธอต้องทำอะไรบ้างล่ะชมจันทร์”

“นายหัวเรียกจันทร์เฉยๆ ก็ได้ค่ะ เรียกชมจันทร์มันดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้”

“อือ ตกลงน้าเธอบอกว่าเธอต้องมาทำอะไรให้ฉันบ้างล่ะ”

“น้าพิกุลบอกว่าให้จันทร์มาช่วยงานเอกสารแล้วก็ดูพวกบัญชีให้นายหัวค่ะและก็ทำงานอย่างอื่นตามที่นายหัวจะใช้”

“แค่นั้นใช่มั้ย”

“ใช่ค่ะ นายหัวมีอะไรหรือเปล่าคะ”

“เปล่า แล้วเธอจะเริ่มงานได้เมื่อไหร่”

“แล้วแต่นายหัวเลยค่ะ”

“เพิ่งกลับมาบ้านวันนี้ใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ”

“ฉันให้เธอพักสักสองวัน แล้ววันจันทร์มาที่บ้านก่อน 9 โมงเช้าเพราะฉันมีนัดคุยกับหัวหน้าคนงานพอดีจะได้แนะนำให้รู้จัก”

“ได้ค่ะนายหัว”

“วันนี้มาถึงที่นี่มีอะไรหรือเปล่า”

“น้าพิกุลให้เอาแกงไตปลามาให้นายหัวค่ะ”

“แล้วไหนล่ะแกงไตปลา”

“ป้าสมรเอาไปแล้วค่ะ จันทร์แค่รอเอาปิ่นโตกลับบ้าน”

“มาแล้วจ้า มาแล้ว อ้าวนายหัวทำงานเสร็จแล้วเหรอคะ” ป้าสมรถามเจ้านายที่ปกติจะไม่ออกมาจากห้องถ้าหากยังทำงานไม่เสร็จ”

“ยังหรอก พอดีออกมาเดินแก้เมื่อย”

“จันทร์ขอตัวกลับก่อนนะคะ นายหัว”

“อือ ฝากขอบใจน้าพิกุลด้วยที่อุตส่าห์เอาแกงไตปลามาให้แล้ววันจันทร์เธอก็อย่าลืมมาทำงานล่ะ”

“ค่ะนายหัว”

ชมจันทร์รับปิ่นโตจากป้าสมรและเดินลงบันไดก่อนจะขี่จักรยานยนต์ออกไปจากบริเวณบ้าน

“นายหัวอยากกินแกงไตปลาก็ไม่บอกป้า ไม่เห็นจะต้องรบกวนพิกุลเลย”

“ฉันได้ยินเขาพูดถึงแกงไตปลาก็เลยบอกว่าชอบกินเหมือนกัน ไม่คิดว่าน้าพิกุลเขาจะทำมาให้ แต่ก็ดีเหมือนกันนะป้าสมรจะได้ไม่ต้องเหนื่อยไงล่ะ”

“เหนื่อยอะไรกันคะวันๆ ป้าแทบไม่ได้ทำอะไรเลย ทำงานไม่คุ้มค่าจ้างเลยค่ะ”

“ฉันจ้างป้าสมรให้อยู่กับฉันไม่ได้จ้างให้ทำงานจนคุ้มค่าจ้างสักหน่อย”

“ป้าได้ยินว่านายหัวจะให้หนูจันทร์มาช่วยงานเอกสารจริงหรือเปล่าคะ”

“ก็ตามนั้นแหละช่วงนี้เอกสารฉันเยอะเหลือเกินดูคนเดียวไม่ไหนจะบัญชีทั้งสวนยางสวนปาล์มแล้วก็ที่โรงงานอีก”

“แต่หนูจันทร์เพิ่งเรียนจบเองนะคะไม่รู้จะช่วยงานนายหัวได้หรือเปล่า ทำไมนายหัวไม่จ้างคนที่เขาทำงานเก่งๆ มาช่วยล่ะคะ”

“ฉันว่าจะลองจ้างจันทร์ดูก่อนยังไงก็คนกันเองถ้าไม่ไหวจริงๆก็คงจะจ้างคนอื่นมาช่วยนั่นแหละ”

“ทำไมนายหัวไม่ให้รุ้งช่วยล่ะคะ” สายรุ้งสาวใช้วัย 28 ปีได้ยินบทสนทนาระหว่างป้าสมรกับเจ้านายของตนพอดีก็รีบเสนอตัว

“งานของเธอก็เยอะอยู่แล้วฉันไม่อยากให้เหนื่อยมาก”

“รุ้งเต็มใจช่วยงานนายหัวนะคะ”

“ไม่ต้องไปยุ่งกับงานเอกสารของนายหัวหรอกยายรุ้งเธอจบแค่ม.3จะเอาความรู้อะไรไปช่วยงานเขา ป้าว่าจะทำให้นายหัวปวดหัวล่ะสิไม่ว่า”

“ป้าสมรก็พูดเกินไปถึงหนูจะจบแค่ม.3หนูก็พออ่านออกเขียนได้นะ”

“ขอบใจนะรุ้งที่อยากจะช่วยงานฉัน แต่งานนี้มันค่อนข้างยากเพราะบางครั้งต้องใช้คอมพิวเตอร์ด้วยฉันว่าเธออาจจะไม่ค่อยถนัด”

“ว้ารุ้งเลยไม่ได้ช่วยงานนายหัวเลย”

“แค่ทำงานบ้านก็พอแล้ว เอาล่ะเดี๋ยวป้าสมรจัดโต๊ะเลยนะฉันหิวแล้ว”

“ได้ค่ะนายหัว”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FLW” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FLW
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไอ้เสือ-ของผม
6.8
ชีวิตเด็กกำพร้าพลิกผันเมื่อมาเฟียรับไปดูแล ความใกล้ชิดแปรเปลี่ยนเป็นความรักจนสร้างครอบครัวและมีลูกด้วยกัน ทว่าโลกที่วาดฝันกลับพังทลาย เมื่อชายที่เขารักมอบความเจ็บปวดด้วยความรุนแรงและการทรยศที่เกินรับไหว เพื่อปกป้องลูกน้อย เขาจึงเลือกละทิ้งทุกสิ่งและหนีออกจากกรงขัง การแสวงหาความสงบสุขนำพาเขาให้พบกับนายแบบภาพเปลือยชื่อดัง ผู้ก้าวเข้ามาพลิกหน้ากระดาษชีวิตของเขา บาดแผลจากอดีตจะได้รับการเยียวยาผ่านความสัมพันธ์ครั้งใหม่หรือไม่ เขาต้องเผชิญมันด้วยตนเอง
หน้าปกนวนิยาย รัก(ลับ)นายวิศวะ
8.8
ขอแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักและร่วมทำความรู้จักกับเจมส์ หนุ่มรุ่นน้องจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้มีเสน่ห์ที่พร้อมจะมาคว้าหัวใจของพี่ๆ ทุกคนในนิยายรักแนวโรแมนติกร่วมสมัยเรื่องนี้ มาร่วมติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความน่ารักและความประทับใจของเขาไปพร้อมกัน ฝากผลงานเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของผู้อ่านทุกท่าน และช่วยเป็นกำลังใจรวมถึงเอ็นดูในความมุ่งมั่นของเจมส์ หนุ่มวิศวะคนนี้ด้วยนะคะ รับรองว่าเรื่องราวของเขาจะทำให้คุณยิ้มได้อย่างแน่นอน
หน้าปกนวนิยาย ใช้ความรักเพื่อแสวงหา: ฉันได้กลับคืนมรดกด้วยแฟนเก่า
9.6
หลังสูญเสียครอบครัว ฉันตัดสินใจแต่งงานกับพี่ชายของรักแรก แม้แฟนเก่าจะอ้อนวอนเพียงใดฉันก็ไม่เคยใยดี จนกระทั่งสี่ปีผ่านไป สามีจากไปด้วยโรคร้าย ทิ้งให้ฉันและลูกถูกแม่เลี้ยงใจยักษ์ขับไล่จนไร้ที่ซุกหัวนอน ในสถานการณ์บีบคั้น ฉันจึงต้องกลับไปหาเขาอีกครั้ง เขาทักทายด้วยคำเยาะเย้ยเรียกฉันว่าพี่สะใภ้ แต่คราวนี้ฉันจะไม่ถอยหนี ฉันยอมก้าวเข้าสู่กรงขังแห่งความสัมพันธ์เดิมเพื่อทวงคืนมรดกที่ถูกพรากไป และจะทำให้ลูกของฉันได้รับทุกอย่างที่เป็นของพวกเรากลับคืนมาให้ได้
หน้าปกนวนิยาย รักนี้...ไม่จำกัดนิยาม
9.3
นิยามของความรักนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าจะถูกตีกรอบด้วยเงื่อนไขทางเพศสภาพ เพราะแม้ว่าต้นทุนชีวิตและการกำเนิดจะเป็นสิ่งที่ใครก็ไม่สามารถกำหนดเองได้ แต่ทุกคนย่อมมีสิทธิที่จะเลือกเส้นทางชีวิตและหัวใจในแบบที่ตนเองต้องการ เช่นเดียวกับเรื่องราวของชายหนุ่มสองคนที่ต่างเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า ความรักคือสิ่งที่งดงามและมีค่าเหนือสิ่งอื่นใดในโลกใบนี้ พวกเขาจึงพร้อมที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่แสนพิเศษนี้ไว้ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย รอรักกลับมา
8.9
ตลอดสามปีในฐานะภรรยา ซูป้านเซี่ยทุ่มเทดูแลมู่หนานจืออย่างสุดความสามารถ แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความหมางเมิน เมื่อคนรักเก่าของเขากลับมา ความสัมพันธ์ก็ยิ่งพังทลายจนเธอตัดสินใจขอหย่า แม้เขาจะปรามาสว่าเธอต้องซมซานกลับมาอ้อนวอน แต่เธอกลับเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สดใสในบาร์พร้อมเปิดตัวคนรักใหม่ ทิ้งให้มู่หนานจือที่เคยลำพองใจต้องเริ่มกระวนกระวาย เมื่อพบว่าผู้หญิงที่เคยรักเขาจนหมดใจ บัดนี้ไม่มีที่ว่างให้เขาอีกต่อไปแล้ว
หน้าปกนวนิยาย ปรารถนามายาลวง
8.8
เมื่อความรักถูกอาบด้วยคำลวงจนกลายเป็นการทรยศ ความเจ็บปวดจากการดิ้นรนไขว่คว้าจึงกลายเป็นบทเรียนที่แสนเหนื่อยล้า แม้หัวใจจะบอบช้ำจนอยากหยุดพัก แต่ลึกๆ กลับยังมีคำถามว่าเหตุใดมนุษย์ยังโหยหาความรักอยู่เสมอ แท้จริงแล้วรักอาจสมบูรณ์ในตัวเองเพียงแค่ได้รู้สึก แม้ไม่ได้ครอบครองหรือได้รับรักตอบกลับมา แต่นิยามของการแอบรักฝ่ายเดียวก็ยังคงทิ้งความทรงจำที่งดงามไว้ในใจว่าครั้งหนึ่งเราเคยได้รักใครสักคนอย่างสุดหัวใจ