ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย บ่วงเสน่าหานายหัวชาวี

บ่วงเสน่าหานายหัวชาวี

ชาวี นายหัวหนุ่มผู้ใช้ชีวิตท่ามกลางความสัมพันธ์ชั่วคราวที่ไม่เคยสร้างความพึงพอใจให้เขาได้อย่างแท้จริง จนกระทั่งโชคชะตาพาให้เขาได้พบกับชมจันทร์ หญิงสาวที่ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายลวงมาขายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน โดยใช้ความจริงเกี่ยวกับมารดาที่ถูกปิดบังไว้เป็นเครื่องมือต่อรอง ชมจันทร์ต้องเผชิญกับวิกฤตชีวิตในบ่วงเสน่หาที่ไม่ได้ตั้งใจ ท่ามกลางความขัดแย้งและการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่หลังคำลวงของครอบครัวที่เธอเคยไว้ใจ
ตอน
แชร์

ตอน 1

การสอบวิชาสุดท้ายของนักเรียนสาขาวิชาการบัญชีจบลงในเวลาเที่ยง นักเรียนต่างพากันทยอยออกจากห้อง บางคนยิ้มแย้มเพราะตัวเองทำข้อสอบได้ดี บางคนก็หน้าตาห่อเหี่ยวเพราะทำข้อสอบได้ไม่ดีพอ

นักเรียนที่ออกมาจากห้องแล้วก็พากันจับกลุ่มคุยถึงเรื่องข้อสอบรวมถึงการเรียนต่อในระดับปวส.หรือบางคนก็อยากจะไปต่อปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยและก็มีบางคนที่หยุดเรียนเพียงแค่นี้

ตอนนี้ในห้องสอบเหลือนักเรียนอีกไม่กี่คนและหนึ่งในนั้นก็คือหญิงสาวที่ชื่อชมจันทร์ซึ่งกำลังทำข้อสอบข้อสุดท้ายอย่างตั้งใจ ก่อนจะเก็บดินสอและยางลบบนโต๊ะลงถุงซิปสีใสแล้วลุกขึ้นเพื่อเดินไปส่งกระดาษคำตอบที่อาจารย์คุมสอบหน้าห้อง ชมจันทร์มักจะออกห้องสอบเป็นคนสุดท้ายแบบนี้เสมอ เธออยากทำคะแนนดีๆ เพราะมันจะมีผลกับการขอทุนการศึกษา

“ขอโทษนะบิว ปัท” ชมจันทร์บอกเพื่อนทั้งสองคนที่ยืนรออยู่หน้าห้องสอบทั้งที่ออกมาก่อนหน้าแล้วเกือบ 20 นาที

“ไม่เป็นไรเราสองคนชินแล้ว จันทร์ก็ออกห้องสอบคนสุดท้ายตลอดอยู่แล้ว” บิวหรือบุหลันตอบพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง

“เราจะไม่ไปฉลองด้วยกันหน่อยเหรอจันทร์อีกนานเลยกว่าจะได้เจอกันอีก” ปัทมาพรหรือปัทถามด้วยความเสียดายเพราะชมจันทร์บอกตั้งแต่เช้าแล้วว่าสอบเสร็จก็จะรีบกลับบ้านทันที

“ขอโทษจริงๆ จันทร์ต้องรีบกลับ น้าพิกุลบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับเรา บางทีอาจเป็นเรื่องแม่”

“นี่ยังไม่เลิกคิดตามหาแม่อีกเหรอ”

ชมจันทร์ส่ายหน้า เธอตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะตามหาแม่ให้เจอเพราะตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่รู้ว่าแม่ตัวเองเป็นใครและอยู่ที่ไหน หญิงสาวเคยถามบิดาแล้วแต่ท่านก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบจนกระทั่งท่านเสียชีวิตไปเมื่อหนึ่งปีก่อน

“พวกเราจะได้เจอกันอีกทีตอนไหนล่ะ”

“วันประกาศผลสอบดีไหม อาจารย์บอกให้พวกเรามาเตรียมตัวซ้อมรับประกาศนียบัตรด้วย”

“จันทร์ไม่รู้ว่าจะมาได้หรือเปล่า”

“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ถ้าไม่มารับผลสอบบิวไม่ว่าอะไรหรอกแต่จันทร์ต้องมารับประกาศนียบัตรและก็ต้องมาถ่ายรูปด้วยกันนะ”

“นั่นสิวันสำคัญแบบนั้นใครๆ ก็ต้องมา มาให้ได้นะจันทร์”

“อือ”

“แล้วเรื่องเรียนต่อล่ะเอายังไงกันดีเราจะเรียนต่อที่เดิมไหม”

“จันทร์ว่าก็น่าจะเรียนต่อที่เดิมแหละแต่ต้องไปถามน้าพิกุลก่อนไม่รู้ว่าน้าพิกุลจะมีเงินส่งให้เรียนหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็ต้องทำงานพิเศษและขอทุนจากโรงเรียน”

“เงินที่ได้จากพ่อล่ะจันทร์หมดแล้วเหรอ” ปัทมาพรหมายถึงเงินที่ได้จากอุบัติเหตุซึ่งมันก็น่าจะมากพอสำหรับเป็นค่าเทอมของเพื่อน

“น้าพิกุลบอกว่าก่อนตายพ่อสร้างนี่ไว้เยอะก็เลยไม่เหลือเงินเลย”

“ตอนพ่ออยู่จันทร์ไม่เคยรู้เรื่องเป็นหนี้เลยเหรอ”

“ไม่เลยเพราะพ่อไม่เคยบอกอะไรเราเลย แต่ก็อย่างว่าแหละพ่อป่วยตั้งสองสามเดือนค่าใช้จ่ายมันก็มาก”

“แต่ตอนนั้นพ่อนอนโรงพยาบาลรัฐไม่ใช่เหรอจันทร์”

“นอนโรงพยาบาลรัฐก็จริงแต่ค่ากินค่าอยู่เวลามาเฝ้าพ่อก็เยอะอยู่”

“นั่นสินะ” บุหลันพยักหน้าแม้จะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตาม

“จันทร์รีบไปก่อนนะเดี๋ยวจะไม่ทันรถเที่ยวบ่ายสาม”

“แล้วของที่อยู่ที่หอล่ะป้าเจ้าของหอบอกว่าจันทร์ขนออกหมดแล้ว”

“อือ จันทร์ขนออกหมดแต่ฝากไว้ที่ห้องเก็บของก่อน”

“เอาของไปฝากไว้ที่บ้านปัทดีไหม เพราะเดี๋ยวพ่อปัทก็เอารถมาขนของกลับอยู่ดี พอเปิดเทอมก็ค่อยขนมาพร้อมกัน”

“แต่จันทร์เกรงใจ”

“ไม่ต้องเกรงใจเลย ของเราสองคนใส่หลังรถกระบะไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ”

“เดี๋ยวบิวจะช่วยปัทเอาขึ้นรถเอง จันทร์ไม่ต้องห่วงนะ”

“ขอบใจทั้งสองคนมากนะ”

“เดินทางปลอดภัยนะจันทร์ถึงแล้วอย่าลืมไลน์มาบอกแล้วก็ห้ามขาดการติดต่อเด็ดขาด”

“อือ แล้วเราจะติดต่อมาบ่อยๆ บ๊ายบายนะ ปัท บิว”

ชมจันทร์โบกมือให้เพื่อนก่อนจะเดินกลับมาที่หอพักหลังโรงเรียน เธอขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็นอีกส่วนหนึ่งลงกระเป๋าเป้ก่อนจะกระโดดขึ้นรถสองแถวและตรงไปยังท่ารถซึ่งเธอมาได้ทันเวลารถออกพอดี

บ้านของชมจันทร์อยู่อีกอำเภอหนึ่งใช้ระยะเวลาเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมงก็ถึงบ้านหลังเล็กที่เธอเคยอาศัยอยู่กับบิดาตั้งแต่จำความ แต่ตอนนี้เหลือแค่เธอกับน้าพิกุลแม่เลี้ยงเท่านั้น

“อ้าว มาแล้วเหรอจันทร์”

“สวัสดีค่ะน้าพิกุล วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอคะ”

“น้าไปทำกับข้าวให้คนงานมาแล้วพอเสร็จก็รีบกลับมาทำกับข้าวรอจันทร์นี่แหละ กินอะไรมาหรือยัง”

“จันทร์กินขนมปังมาบ้างแล้วค่ะ น้าพิกุลทำอะไรกินคะ”

“น้าทำแกงไตปลากับขนมจีน”

“ขอบคุณนะคะ ของชอบของจันทร์เลยค่ะ”

“ไปล้างหน้าล้างตัวให้เรียบร้อยแล้วค่อยมานั่งกินด้วยกันนะ”

“ค่ะน้า” ชมจันทร์รีบเอากระเป๋าเก็บก่อนจะอาบน้ำล้างหน้าและออกมาทานขนมจีนแกงไตปลาของโปรดที่น้าพิกุลทำไว้รอ

“ขอบคุณค่ะ แกงไตปลาของน้าพิกุลอร่อยที่สุดเลยค่ะ จันทร์กินฝีมือใครก็ไม่อร่อยเท่าน้าพิกุลทำเลยค่ะ” ชมจันทร์ทานไปยิ้มไปด้วยความเอร็ดอร่อย

แม้ว่าน้าพิกุลจะไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่เขาก็ดีกับเธอในระดับหนึ่งไม่เหมือนกับแม่เลี้ยงใจร้ายที่เคยเห็นในทีวีและเวลาที่บิดาเธอป่วยน้าพิกุลก็ดูแลท่านอย่างดีจนถึงวาระสุดท้าย ทำให้ชมจันทร์รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ในวาระสุดท้ายของบิดาท่านไม่ได้เสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว

“อร่อยก็ต้องกินเยอะๆ น้าว่าเราผอมไปนิด”

“ก็กับข้าวในเมืองไม่ค่อยอร่อยนี่คะแล้วก็แพงมากด้วยสู้ฝีมือน้าพิกุลไม่ได้สักนิด”

“กลับมาอยู่บ้านครั้งนี้น้าจะทำของโปรดกินบ่อยๆ เลยดีไหม”

“ดีค่ะ ขอบคุณนะคะ น้าพิกุลใจดีที่สุดเลยค่ะ” ชมจันทร์ยิ้มจนตาหยี ตั้งแต่บิดาจากไปเธอก็มีน้าพิกุลคอยดูแลมาตลอดหนึ่งปี

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไอ้เสือ-ของผม
6.8
ชีวิตเด็กกำพร้าพลิกผันเมื่อมาเฟียรับไปดูแล ความใกล้ชิดแปรเปลี่ยนเป็นความรักจนสร้างครอบครัวและมีลูกด้วยกัน ทว่าโลกที่วาดฝันกลับพังทลาย เมื่อชายที่เขารักมอบความเจ็บปวดด้วยความรุนแรงและการทรยศที่เกินรับไหว เพื่อปกป้องลูกน้อย เขาจึงเลือกละทิ้งทุกสิ่งและหนีออกจากกรงขัง การแสวงหาความสงบสุขนำพาเขาให้พบกับนายแบบภาพเปลือยชื่อดัง ผู้ก้าวเข้ามาพลิกหน้ากระดาษชีวิตของเขา บาดแผลจากอดีตจะได้รับการเยียวยาผ่านความสัมพันธ์ครั้งใหม่หรือไม่ เขาต้องเผชิญมันด้วยตนเอง
หน้าปกนวนิยาย รัก(ลับ)นายวิศวะ
8.8
ขอแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักและร่วมทำความรู้จักกับเจมส์ หนุ่มรุ่นน้องจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้มีเสน่ห์ที่พร้อมจะมาคว้าหัวใจของพี่ๆ ทุกคนในนิยายรักแนวโรแมนติกร่วมสมัยเรื่องนี้ มาร่วมติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความน่ารักและความประทับใจของเขาไปพร้อมกัน ฝากผลงานเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของผู้อ่านทุกท่าน และช่วยเป็นกำลังใจรวมถึงเอ็นดูในความมุ่งมั่นของเจมส์ หนุ่มวิศวะคนนี้ด้วยนะคะ รับรองว่าเรื่องราวของเขาจะทำให้คุณยิ้มได้อย่างแน่นอน
หน้าปกนวนิยาย ใช้ความรักเพื่อแสวงหา: ฉันได้กลับคืนมรดกด้วยแฟนเก่า
9.6
หลังสูญเสียครอบครัว ฉันตัดสินใจแต่งงานกับพี่ชายของรักแรก แม้แฟนเก่าจะอ้อนวอนเพียงใดฉันก็ไม่เคยใยดี จนกระทั่งสี่ปีผ่านไป สามีจากไปด้วยโรคร้าย ทิ้งให้ฉันและลูกถูกแม่เลี้ยงใจยักษ์ขับไล่จนไร้ที่ซุกหัวนอน ในสถานการณ์บีบคั้น ฉันจึงต้องกลับไปหาเขาอีกครั้ง เขาทักทายด้วยคำเยาะเย้ยเรียกฉันว่าพี่สะใภ้ แต่คราวนี้ฉันจะไม่ถอยหนี ฉันยอมก้าวเข้าสู่กรงขังแห่งความสัมพันธ์เดิมเพื่อทวงคืนมรดกที่ถูกพรากไป และจะทำให้ลูกของฉันได้รับทุกอย่างที่เป็นของพวกเรากลับคืนมาให้ได้
หน้าปกนวนิยาย รักนี้...ไม่จำกัดนิยาม
9.3
นิยามของความรักนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าจะถูกตีกรอบด้วยเงื่อนไขทางเพศสภาพ เพราะแม้ว่าต้นทุนชีวิตและการกำเนิดจะเป็นสิ่งที่ใครก็ไม่สามารถกำหนดเองได้ แต่ทุกคนย่อมมีสิทธิที่จะเลือกเส้นทางชีวิตและหัวใจในแบบที่ตนเองต้องการ เช่นเดียวกับเรื่องราวของชายหนุ่มสองคนที่ต่างเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า ความรักคือสิ่งที่งดงามและมีค่าเหนือสิ่งอื่นใดในโลกใบนี้ พวกเขาจึงพร้อมที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่แสนพิเศษนี้ไว้ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย รอรักกลับมา
8.9
ตลอดสามปีในฐานะภรรยา ซูป้านเซี่ยทุ่มเทดูแลมู่หนานจืออย่างสุดความสามารถ แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความหมางเมิน เมื่อคนรักเก่าของเขากลับมา ความสัมพันธ์ก็ยิ่งพังทลายจนเธอตัดสินใจขอหย่า แม้เขาจะปรามาสว่าเธอต้องซมซานกลับมาอ้อนวอน แต่เธอกลับเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สดใสในบาร์พร้อมเปิดตัวคนรักใหม่ ทิ้งให้มู่หนานจือที่เคยลำพองใจต้องเริ่มกระวนกระวาย เมื่อพบว่าผู้หญิงที่เคยรักเขาจนหมดใจ บัดนี้ไม่มีที่ว่างให้เขาอีกต่อไปแล้ว
หน้าปกนวนิยาย ปรารถนามายาลวง
8.8
เมื่อความรักถูกอาบด้วยคำลวงจนกลายเป็นการทรยศ ความเจ็บปวดจากการดิ้นรนไขว่คว้าจึงกลายเป็นบทเรียนที่แสนเหนื่อยล้า แม้หัวใจจะบอบช้ำจนอยากหยุดพัก แต่ลึกๆ กลับยังมีคำถามว่าเหตุใดมนุษย์ยังโหยหาความรักอยู่เสมอ แท้จริงแล้วรักอาจสมบูรณ์ในตัวเองเพียงแค่ได้รู้สึก แม้ไม่ได้ครอบครองหรือได้รับรักตอบกลับมา แต่นิยามของการแอบรักฝ่ายเดียวก็ยังคงทิ้งความทรงจำที่งดงามไว้ในใจว่าครั้งหนึ่งเราเคยได้รักใครสักคนอย่างสุดหัวใจ