
ในบ่วงพิศวาส
ตอน 2
“เออ...ต่อให้กูเป็นแค่แม่เลี้ยงมึงก็ต้องให้เงินกูใช้ ไม่อย่างนั้นกูจะหนีไป คราวนี้พ่อมึงได้ลงแดงตายเพราะกูไม่อยู่อีกแน่” ธิดาเอาเรื่องเก่าๆ มาขู่ เพราะเธอเคยเรียกร้องความสนใจจากสามีรุ่นราวคราวพ่อด้วยการหอบเสื้อผ้าหนีไปแล้ว สุดท้ายโกมลก็ไปตามเธอกลับมา
“เชิญค่ะ เพราะน้าก็ใช่ว่าจะรักพ่อทรายมากขนาดนั้น วันก่อนยังเห็น...”
“หยุด...มึงจะพูดอะไร หุบปากไปเลยนะ” คนตรงหน้ารีบห้าม เพราะรู้อยู่ว่าทรายแก้วนั้นเห็นและจะพูดอะไรออกมา
“ทรายจะไม่พูด แต่น้าก็อย่ามาระรานกัน พ่อทรายยังไงทรายก็จะเลี้ยง แต่คนอื่นยังไงก็คือคนอื่น”
“งั้นก็เอาเงินมา กูจะเอาไปให้พี่โกมลเอง”
“ยังไม่ถึงวันที่ทรายจะให้เงินพ่อค่ะ” ทรายแก้วเอ่ยบอกเพราะเธอให้เงินพ่อใช้เป็นรายเดือน ถ้าหมดก่อนก็ถือว่าหมดเธอไม่มีให้อีกแล้ว ถึงใครจะมองว่าเธอใจร้ายใจดำกับผู้ให้กำเนิด แต่ใครเหล่านั้นไม่ได้เป็นเธอที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้
“อีนี่”
“น้าธิดามีอะไรจะพูดแค่นี้ใช่ไหม ถ้าใช่ทรายขอตัว
ไปทำงานก่อน”
“อีนังทราย ฝากไว้ก่อนเถอะ” ธิดากระทืบเท้าเต้นเร้าๆ อยู่ด้านหลัง ส่วนทรายแก้วก็ถอนหายใจออกมาหนักๆ กับชะตาชีวิตของตัวเองที่มันลุ่มๆ ดอนๆ ไม่เหมือนคนอื่น เธออยากย้ายออกไปอยู่ที่อื่นรวมถึงยิ่งทำให้คิดถึงแม่ขึ้นมาจับหัวใจ
“รออีกหน่อยนะคะแม่ ทรายกำลังเก็บเงินค่ะ” ทรายแก้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอันกว้างไกล ความฝันของเธอคือการบินไปหาแม่ผู้ให้กำเนิดที่สวีเดนสักครั้ง เพราะท่านไปทำงานที่นั่นได้หลายปีแล้วและเธอจะไปแบบไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว รับรองว่าแม่ต้องเซอร์ไพรส์มากแน่ๆ ที่เห็นเธอ
“เป็นอะไรครับ ทำไมถึงนอนถอนหายใจเฮือกๆ แบบนั้น” ปราณเอ่ยถามภรรยา เพราะตั้งแต่เขากลับมาก็เห็นสีหน้าของฤทัยเต็มไปด้วยความครุ่นคิด ขนาดจะเข้านอนแล้วคิ้วก็ยังขมวดผูกกันเป็นโบ
“คิดเรื่องทรายอยู่นะคะ เพราะตอนนี้ดูเหมือนจะยังหางานใหม่ไม่ได้เลย” นั่นคือสิ่งที่ฤทัยกังวล
“อืม...พี่ว่าเราพอจะช่วยได้นะครับ”
“ยังไงคะ” ฤทัยเอ่ยถามขึ้น
“พอดีญาติห่างๆ ของพี่เขากำลังต้องการพี่เลี้ยงเด็ก”
“จริงหรือคะ งั้นเราแนะนำทรายไปได้ไหม”
“พี่ว่าได้นะ เพราะทรายก็ทำงานดีแล้วลูกของญาติพี่คนนี้ก็อายุไล่เลี่ยกับน้องอาย ค่าตอบแทนดีด้วย” ปราณยิ้มออกมา เพราะทันทีที่ได้ฟังเขาก็คิดถึงทรายแก้วเป็นคนแรก
“งั้นพรุ่งนี้ฤทัยจะบอกทรายค่ะ”
“ครับ...ยิ้มออกเสียทีเมียพี่”
“ก็ฤทัยเครียดนี่คะ อีกอย่างก็อยากช่วยทรายเท่าที่ช่วยได้เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับมาเจอกันอีก”
“พี่รู้ เอาเป็นว่าพี่ฝากเรื่องนี้ด้วยนะ ถ้าทรายตกลงทางนั้นก็ให้เริ่มงานได้เลย”
“ค่ะ” ฤทัยยิ้มรับก่อนจะเข้าไปนอนซุกอยู่ในอ้อมกอดของสามี เธอกับปราณแต่งงานใช้ชีวิตด้วยกันมาได้สองปีแล้ว ตั้งแต่คบกันเป็นแฟนจนถึงแต่งงานสร้างครอบครัว ชายหนุ่มไม่เคยทำอะไรให้เธอต้องผิดหวัง เขาเป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งแฟน สามีและพ่อของลูก
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากส่งสามีไปทำงานแล้ว ฤทัยก็เข้าไปคุยกับทรายแก้วที่วันนี้ยังคงมาทำงานก่อนเวลาเช่นเคย ทั้งๆ ที่ในบ้านมีห้องว่างที่ทรายแก้วสามารถนอนค้างได้แต่เธอกลับขอไปเช้าเย็นกลับแทน บางวันที่ลูกสาวเธองอแงก็กลับค่ำแถมยังไม่รับโอทีอีก
“เขาให้เงินเดือนสูงขนาดนั้นเชียวเหรอ” ทรายแก้วเอ่ยถามเพราะเงินเดือนที่ทางนั้นเสนอให้คือเกือบสามหมื่น ซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขคือหากเธอตกลงก็ต้องย้ายไปพักที่บ้านนายจ้างด้วย เพราะทางนั้นอยากให้พี่เลี้ยงอยู่ดูแลใกล้ชิดกับลูกตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
“ใช่...ที่อยู่ที่กินก็มีให้พร้อม ถ้าไปต่างประเทศทรายก็จะได้ไปด้วยในฐานะพี่เลี้ยงนะ ทำงานครบปีมีโบนัสพิเศษให้ เราว่าโอเคมากนะ” ฤทัยเอ่ยบอกเพราะคิดว่าทรายแก้วเหมาะกับงานนี้มากจริงๆ อีกอย่างเงินเดือนสูงไม่ต้องเสียค่าเดินทางค่ากิน ทรายแก้วสามารถเก็บเงินได้มาก ฝันที่อยากซื้อคอนโดมิเนียมหรือบินไปหาแม่ที่ต่างประเทศก็จะง่ายขึ้น
“เราก็สนใจ แต่ที่กังวลคือนิสัยของเจ้านาย” ทรายแก้วเอ่ยบอกไปตรงๆ
“ทางนั้นเป็นญาติห่างๆ ของพี่เมฆ ฉะนั้นเราว่าไว้ใจได้หรือทรายจะเก็บไปคิดดูก่อน”
“ไม่เป็นไร เราตัดสินใจแล้วว่าจะรับงานนี้ ขอบใจมากนะฤทัย”
“ขอบใจเราอีกแล้ว ไม่เบื่อบ้างหรือไง” ฤทัยเอ่ยถามขึ้น เพราะตั้งแต่คบกันมาดูเหมือนปีนี้ทรายแก้วขอบใจเธอมากเป็นพิเศษ
“ไม่จ้ะ”
“งั้นวันนี้เราออกไปกินข้าวนอกบ้านกัน ถือว่าเลี้ยงส่งเราทั้งคู่”
“เราขอเป็นเจ้ามือนะ” ทรายแก้วรีบบอกทำเอาฤทัยที่กำลังจะพูดเช่นเดียวกันส่ายหน้าไปมา
“ไม่ตกลงไม่ได้ใช่ไหม”
“ไม่ได้”
“งั้นจะกินให้พุงกาง ใช่ไหมคะน้องอาย วันนี้เราจะออกไปกินข้าวนอกบ้านกัน หนูต้องเป็นเด็กดีไม่งอแงนะคะ” ฤทัยหันไปคุยกับลูกสาวตัวน้อยที่เวลานี้นอนเล่นอยู่บนใกล้ๆ
คุณอาจจะชอบ





