
ในบ่วงพิศวาส
ตอน 3
ก่อนที่ครอบครัวฤทัยจะเดินทาง ทรายแก้วอยู่ช่วยจัดกระเป๋าจนดึกดื่น เพราะอีกคนก็กลัวตกหล่นจึงมีอีกคนคอยตรวจสอบให้ วันเดินทางทรายแก้วก็ยังไปส่งที่สนามบิน เธออุ้มและบอกลาน้องอายด้วยรอยยิ้ม แม้ข้างในนั้นจะเศร้ากับการจากลาในครั้งนี้จนอยากร้องไห้ก็ตาม
ทรายแก้วโบกมือลาทั้งสามคน โดยเฉพาะเด็กหญิงตัวน้อยที่ตอนนี้อยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อแต่ทว่ากลับเอี้ยวตัวมองตรงมายังเธอ ทรายแก้วยืนส่งพวกเขาจนลับตาก่อนจะปาดน้ำตาที่กำลังไหลทันที เธอสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ แล้วเดินทางไปยังบ้านเจ้านายคนใหม่
เมื่อมาถึงทรายแก้วก็ได้รับการต้อนรับจากเจ้าบ้านเป็นอย่างดีและเธอก็ยังได้พบกับเด็กหญิงตัวน้อยที่ชื่อว่าไลลา ทรายแก้วรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้อย่างบอกไม่ถูก รวมไปถึงเด็กหญิงวัยเก้าเดือนก็เหมือนจะชอบพี่เลี้ยงคนใหม่ไม่น้อย เพราะเอามือจับนิ้วของทรายแก้วไม่ยอมปล่อย
“ท่าทางน้องไลลาจะชอบเธอเสียแล้วละ” เพียงนภาเอ่ยบอกเพราะเธอไม่เคยเห็นปฏิกิริยาแบบนี้ของลูกสาวมาก่อน แม้กระทั่งกับพี่เลี้ยงคนก่อนก็ตาม
“ค่ะ”
“ฉันไม่มีสัญญาจ้างงานให้เธอเซ็นจะมีก็แค่สัญญาใจเท่านั้น ถ้าเธออยากจะลาออกก็ขอแค่บอกให้ฉันรู้ล่วงหน้าสักหนึ่งเดือนเพื่อให้ฉันมีเวลาหาคนใหม่มาแทน อย่าไปโดยที่ไม่บอกกัน ฉันสงสารน้องไลลา”
“ค่ะคุณนภา”
“ตั้งแต่คลอดลูกฉันก็ไม่ค่อยแข็งแรง อารมณ์จึงสวิงขึ้นๆ ลงๆ ฉันไม่อยากให้มันกระทบกับลูกก็เลยอยากมีคนที่ไว้ใจได้คอยช่วยดูแลอีกแรง ฉันไว้ใจเธอนะทราย ไว้ใจเหมือนที่น้องฤทัยไว้ใจ” เพียงนภาสบตาทรายแก้ว เพราะคนตรงหน้าคือพี่เลี้ยงคนแรกของลูกสาวของเธอ
การรับพี่เลี้ยงไม่เคยอยู่ในความคิดของเพียงนภามาก่อน แต่เพราะสุขภาพไม่เอื้อจนส่งกระทบต่อสภาวะทางอารมณ์ บวกกับไม่อยากส่งลูกให้ไปอยู่กับปู่ย่าตายายเพราะคงอดคิดถึงไม่ไหว เธอจึงตัดสินใจที่จะลองรับพี่เลี้ยงและคนแรกที่เธอปรึกษาคือเมฆ เพราะเห็นว่ารับพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลลูกเช่นกัน
“ขอบคุณค่ะคุณนภา” ทรายแก้วยกมือไหว้เพียงนภา แม้อีกฝ่ายจะอายุมากกว่าสามปีแต่เธอก็ต้องเว้นระยะห่าง เนื่องจากเพียงนภาคือเจ้านายส่วนเธอก็คือลูกน้อง ต่อให้จะมาทำงานเป็นพี่เลี้ยงที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กหญิงไลลา แต่ก็ต้องมีเส้นแบ่งไม่ตีสนิทมากจนเกินควร
หลังจากเด็กหญิงตัวน้อยนอนกลางวันแล้ว เพียงนภาก็พาทรายแก้วไปยังห้องพักรวมถึงพาเดินสำรวจรอบๆ บ้าน ทรายแก้วกวาดสายตามองอย่างสนใจ เพราะนี่คือบ้านหลังใหญ่และมีพื้นที่โดยรอบเยอะที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา แถมยังอยู่ใจกลางเมืองอีกด้วย ซึ่งบ่งบอกฐานะของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี
นอกจากบ้านหลังที่เพียงนภาอาศัยกับครอบครัวแล้ว ถัดไปไม่ไกลคือบ้านอีกหลังที่มีขนาดเล็กกว่า ที่เธอชอบคือซุ้มประตูดอกพวงแสดที่ออกแบบให้เชื่อมระหว่างบ้านทั้งสองหลัง ที่รู้เพราะตอนนี้ดอกของมันกำลังชูช่อสวยงาม
“ที่นี่มีบ้านสองหลัง หลังที่เรายืนอยู่นี้ฉันอยู่กับสามีแล้วก็น้องไลลา ส่วนอีกหลังเป็นของพี่ชาย ที่นานๆ จะกลับมา เพราะส่วนใหญ่จะอยู่ที่คอนโดมิเนียม”
“ค่ะ”
“แม่บ้าน คนขับรถอยู่เรือนเล็กด้านหลัง ส่วนเธอก็นอนที่นั่นเหมือนกัน ฉันให้แม่บ้านจัดห้องไว้รอแล้ว”
“ได้ค่ะ”
“เราสองคนมาช่วยดูแลน้องไลลากันนะ” เพียงนภาคว้ามือของทรายแก้วมากุมไว้แล้วเอ่ยบอกจากใจ ทั้งคู่รู้สึกเหมือนคนที่คุ้นเคยกันมานานทั้งๆ ที่พึ่งรู้จักเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนด้วยซ้ำ
“ค่ะ”
“หลังจากนี้ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็บอกฉันได้ ไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบคุณมากค่ะคุณนภา” ทรายแก้วยกมือไหว้ เพราะลึกๆ ก็กลัวว่าเธอจะเข้ากับเจ้านายคนใหม่ไม่ได้ รวมถึงกังวลว่าอุปนิสัยของเพียงนภานั้นจะเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ได้สัมผัสทรายแก้วก็โล่งอกและบอกตัวเองให้รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังเพื่อดูแลต้นกล้าเล็กๆ ต้นหนึ่งให้เติบโตมาอย่างแข็งแรงและสมบูรณ์แบบ
เย็นวันนั้นทรายแก้วได้พบกับภีมสามีของเพียงนภา ทันทีที่ได้พบภีมก็ถูกตาต้องใจพี่เลี้ยงสาวคนนี้ของลูกขึ้นมาทันที แต่ก็ต้องสงวนท่าทีเอาไว้เพราะไม่อยากให้ไก่ตื่นตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน
“แล้วนี่นภาให้ทรายพักที่ห้องไหนจ๊ะ”
“ด้านหลังค่ะ”
คุณอาจจะชอบ





