ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ใยรักเพลิงเสน่หา

ใยรักเพลิงเสน่หา

ราชาวดีพยายามหนีห่างจากชายหนุ่มผู้เย็นชาที่เธอตราหน้าว่าเป็นคนเฮงซวย แต่เขากลับทวงถามความรับผิดชอบอย่างหน้าไม่อายจนเธอต้องรีบปิดปากเขาด้วยความอับอาย ท่ามกลางความขัดแย้งนี้ กำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นกลับพังทลายลงอย่างไม่น่าเชื่อเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ เขารู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กที่ไร้เดียงสาอีกครั้ง จนลืมเลือนตัวตนเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยการเข่นฆ่าและคราบเลือดภายใต้รอยยิ้มอันอบอุ่นของพี่ชายที่คอยบงการชีวิตเขาอยู่เสมอ
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2

“ขอโทษค่ะพี่สีดา ช่อรีบไปหน่อย” เหมือนเสียงนุ่มอ่อนโยนจะดึงสติราชาวดีกลับมาได้ แต่ก็ทำให้เธอนึกถึงหน้าที่ของตนเองที่จะต้องกระทำ

“ไม่เป็นไรค่ะพี่สีดา ช่อไปเองดีกว่า แค่นี้ก็รบกวนพี่สีดามากแล้ว อีกอย่าง พี่สีดาก็ต้องไปทำผมและทำเล็บให้กับคุณหญิงอรุณวดีด้วยนี่นา” หญิงสาวโต้กลับด้วยไม่อยากรบกวน ผู้เป็นนายจ้างที่รักและเห็นเธอเป็นเสมือนคนในครอบครัวมากไปกว่านี้แล้ว

ตั้งแต่พี่สาวหายตัวไป ก็ได้สีดานี่แหละที่เป็นคนคอยดูแลมาตลอด จนไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะชดใช้หนี้บุญคุณหมดหรือเปล่า เลยได้แต่ทำตัวให้ดี ไม่เป็นปัญหาให้อีกฝ่ายต้องเหนื่อยทั้งกายและใจ

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ยังไงก็ทัน” ราชาวดียกมือชูสองนิ้วพร้อมรอยยิ้ม รีบคว้าด้ามที่ตักผงและไม้กวาดมาจัดการกับข้าวของ พยายามข่มใจที่มันตื่นต้นยินดีให้มันเย็นลง แต่ถึงจะอย่างนั้นก็ยังก็ยังมีเสียงงำเพลงในลำคอให้อีกฝ่ายได้ยินอยู่ดี

สีดาอดที่จะอมยิ้มไม่ได้ ราชาวดีอยู่กับเธอมาตั้งแต่เป็นเด็กอายุได้ห้าหกขวบ หลังจากเลิกเรียนก็ตามติดพี่สาวคือยุพาพรมานั่งเล่นจนดึกจนดื่น บางครั้งเมื่อมีงาน ก็กินนอนที่บ้านนี้จนแทบจะกลายเป็นบ้านของตัวเอง เรียนรู้ที่จะช่วยเหลืองาน ปากสีชมพูสดขยับเอื้อนเอ่ยซักถามอยู่ตลอดเวลา จดจำทุกอย่างราวกับมีแมมโมรี่ช่วยบันทึกข้อมูลเอาไว้

แต่เมื่อผู้เป็นพี่สาวหายตัวไป แม่หนูน้อยราชาวดีที่น่ารักน่าเอ็นดู มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีก็เปลี่ยนไป จากเด็กหญิงช่างพูดเป็นเก็บตัว เหงาเศร้า ดวงตากลมโตแดงแดงก่ำฉ่ำน้ำและไหลอาบแก้มไม่ขาดสายอยู่บ่อยครั้ง แม้จะพยายามสักเท่าไหร่ก็ยังทำให้เด็กหญิงที่แสนจะน่ารักกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้ จนเธอแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับเมื่อราชาวดียังจมอยู่ในกองทุกข์

เพราะความเป็นคนไขว่เรียน มีพื้นความรู้ภาษาญี่ปุ่นเลยทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ยุพาพรมีเพื่อนชวนไปทำงานพิเศษเป็นพนักงานต้อนรับนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น ด้วยหน้าตาที่สวยหวาน ดวงตาหวานอมโศกนิด ๆ บวกกับเสียงหวานนุ่มยามจำนรรจา ทำให้เป็นที่ถูกใจของทุกคน ทำให้ทางร้านอาหารเรียกใช้บริการบ่อยครั้ง

แล้ววันหนึ่งยุพาพรก็บอกมาบอกว่าได้งานที่ญี่ปุ่น จะขอฝากฝังราชาวดีไว้กับเธอ แล้วจะส่งเงินมาให้ เก็บเงินได้สักก้อนจะมารับไปอยู่ด้วย ในตอนแรกก็มีข่าวคราวและเงินทองส่งมาอยู่ตลอดไม่ขาดสาย แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ข่าวคราวที่เคยมีขาดหาย เงินทองก็เช่นกัน

จวบจนเวลาผ่านไป พอเริ่มวัยแรกรุ่นราชาวดีก็กลับมาร่าเริงแจ่มใส แต่ก็ยังมีแอบเหงาเศร้าอยู่บ่อยครั้ง มีความรับผิดชอบและขยันการงานเพื่อสะสมเก็บเงินที่ได้ไว้เป็นทุน พอจบมัธยมหกก็เลือกที่จะไม่เรียนต่อแต่เลือกที่จะทำงานเก็บเงินแทน ตลอดเวลาเกือบขวบปีที่ผ่านมา แม้จะมุมานะขยันทำทั้งงานนอกงานในเท่าไหร่ แต่เงินที่เก็บไว้ก็ยังไม่เพียงพอให้เธอเดินทางไปตามหาพี่สาวที่ต่างแดนอยู่ดีนั่นแหละ

“แต่มันจะไปไม่ทันเอานะซิ” สีดาเอ่ยด้วยความเป็นห่วง หนทางมันก็ไกลอยู่ แถมการจราจรยังจะติดขัดอีก

“ช่อสามารถค่ะ ยังไงก็ทัน” ราชาวดีตอบกลับด้วยน้ำเสียงรื่นเริง เพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวลใจ สาละวนเก็บข้าวของทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางพร้อมคว้ากระเป๋าที่เมื่อครู่วางไว้บนเก้าอี้สำหรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ และคว้าถุงใส่ขยะติดมือมาด้วย

“ช่อไปก่อนนะคะพี่สีดา ถึงโรงแรมแล้วจะโทรมาบอก”

“จ๊ะ...แล้วอย่าลืมละ”

ต้องเน้นยำอีกครั้งด้วยรู้ว่าราชาวดีนอกจากจะเป็นคนขี้เกรงใจและพักหลังนี่ค่อนข้างเปลี่ยนเป็นคนขี้ลืมไปเสียสนิทใจ แล้วยังจะพกพาซุ่มซ่ามและสะเพร่าเต็มพิกัดไปด้วย แถมท้ายด้วยอาการป้ำ ๆ เป๋อ ๆ เป็นประจำ เลยทำให้เธอเป็นห่วงและกังวลได้เสมอ

ยามที่ราชาวดีจะต้องไปทำงานพิเศษที่โรงแรมของเพื่อน เธอหวั่นใจยิ่งนัก กลัวหญิงสาวจะไปทำให้คนอื่นเดือดร้อนและทำให้ตัวเองนั่นแหละเป็นอันตรายที่สุด แต่เธอก็ห้ามไม่ได้ เพราะราชาวดีเห็นด้านนอกดูใสซื่อไม่มีพิษสง แต่เธอดื้อเงียบ หูฟังแต่จะทำตามหรือไม่ทำตามมันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

“ค่ะ...” หญิงสาวตอบรับพร้อมโบกมือลา ก่อนจะเดินจากไปอย่างสดใสร่าเริง รอยยิ้มไม่ห่างหายจากวงหน้า

“เดี๋ยวไปถึงจะรีบโทรมารายงานตัวเลยค่ะ ไปแล้วนะคะ”

ราชาวดีก้าวลงจากรถแท็กซี่อย่างรวดเร็ว จนถลาไปด้านหน้า ใบหน้าเกือบจะชนกับกระถางต้นไม้ใหญ่ แต่ดีว่าเอามือยันไวได้ทันเลยไม่เจ็บตัวอย่างเช่นเคย หญิงสาวรีบลุกยืนตัวตรงก้าวเดินอย่างเร็วรี่ไปตามทางเดินที่มีเส้นทางสายเล็กตรงเข้าไปยังห้องแต่งตัว แต่ก่อนจะถึงก็อดไม่ได้ที่จะหยุดยืนและหันหน้ามองดูโรงแรมใหญ่ขนาด 80 ห้อง

หญิงสาวแหงนหน้าขึ้น ไล่ไปตามความสูงของอาคาร พลางสูดลมหายใจอัดเข้าไปจนเต็มปอด ปกติการมาเยือนโรงแรมแห่งนี้ เธอจะมีทั้งความตื่นเต้นระคนเป็นสุขเสมอ แต่คราวนี้ความรู้สึกกลับผิดแปลกไป มีทั้งตื่นตระหนกและเป็นกังวลแปลก ๆ ผุดขึ้นมา

หรือจะเป็นเพราะว่าคำพูดพี่สีดากับความอาวรณ์ที่มี เมื่อรับงานครั้งนี้แล้วเธอก็จะเงินเพียงพอที่จะทำอย่างใจต้องการ แม้จะมาทำงานที่นี่ได้เพียงไม่กี่ครั้ง แต่ก็รู้สึกดีกับเพื่อนร่วมงาน ที่ก็มีดีบ้างไม่ดีบ้าง ที่ทำให้เธอรู้สึกผูกพันจนไม่อยากจะจากไปเลย หรือจะเป็นเพราะจะต้องจากพี่สีดาที่รักและหวังดีไม่เคยเปลี่ยน และไปจากยังที่ซึ่งเธอไม่มีใครกับความหวังเพียงแค่อย่างเดียว

...หาพี่สาวให้เจอ...

‘ไม่เอาน่าช่อม่วง อย่าคิดมากซิ’ คนตัวเล็กปลุกพลังปลอบใจตัวเอง ขณะมองไปรอบ ๆ บริเวณที่ตนเองยืนอยู่ ความโออ่าหรูหราของสถานที่ข่มให้เธอตัวเล็กจิ๋วเหมือนมด จนต้องอัดลมหายใจเข้าปอดเต็มแรง เพื่อผ่อนคลายความรู้สึกในหัวใจ แต่ทำอย่างไรก็สลัดความกังวลที่มันเกาะกุมใจออกไปไม่ได้

‘คิดมากอีกแล้วช่อม่วง ไม่มีอะไรหรอกน่า...’

ราชาวดีรีบสลัดความคิดเรื่อยเปื่อยที่แวะเวียนเข้ามาวนเวียนในหัวทิ้งไป ทุ่มความสนใจในเรื่องที่จะต้องทำ แต่เมื่อก้าวเท้าไปด้านหลัง ก็เหมือนกับว่าเธอได้เหยียบไปบนอะไรสักอย่าง ที่มาพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ มันเป็น...อาฟเตอร์เชฟที่ผู้ชายใช้ อะไรบางอย่างบอกเธอแบบนั้น กลิ่นหอมแตะนาสิกจนต้องสูดรับเอาความหอมเข้าปอด

กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากผิวกายสาวผสมกับกลิ่นแป้งทำเอาชายหนุ่มที่เจ็บจากการถูกเหยียบถึงกับผ่อนคลายลงโดยไม่รู้ตัว แต่เพราะมิชอบอยู่ใกล้ชิดกับสตรีที่มักเป็นตัววุ่นวาย เขาเลยเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นไร้อารมณ์

“จะยืนเอ้อระเหยอยู่อีกนานไหม หนัก...”

เสียงแหบห้าว ดุแข็งและกระด้าง เย็นยะเยือกเป็นภาษาอังกฤษที่ดังลอยมาเข้าหูยังไม่สู้ความเย็นยะเยือกที่แผ่กระจายรุมล้อมรอบกาย ราชาวดีรีบถลาร่างไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว

‘โอ๊ย...อีกแล้วเรอะ เป๋อเหลอ ซุ่มซ่ามจริง ๆ ให้ตายเถอะ แล้วจะทำยังไงดีล่ะทีนี้’

คนที่ถูกเธอเหยียบจะต้องโกรธเป็นอย่างมากแน่นอนเลย ราชาวดีหน้าเสีย เมื่อความซุ่มซ่ามของตัวเองทำให้คนอื่นเดือดร้อน

ราชาวดีก่นว่าตัวเองด้วยความหงุดหงิด ทำไมวันนี้เธอถึงควบคุมอะไรไม่ได้สักอย่าง เพียงได้กลิ่นกายของผู้ชายที่ลอยมาแตะจมูกที่ทำให้หัวใจเต้นแรงและเร็ว จนแทบจะหลุดออกมาจากอกแล้ว แปลกมาก...

ไม่ใช่ว่าไม่เคยเข้าใกล้ผู้ชายมาก่อน แต่กลิ่นกายของคนที่อยู่ด้านหลังมันก่อเกิดอารมณ์แปลกๆ ในทรวงที่ทำให้แก้มร้อนผ่าว แต่เธอก็รีบสลัดมันทิ้งไป รีบหันกลับมามองด้านหลังด้วยความรู้สึกผิด

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เด็กในโอวาท
9.5
คิง พชร หนุ่มจอมพยศผู้มั่นใจว่าไม่มีใครสยบเขาได้ กลับต้องเผชิญหน้ากับความบ้าบิ่นและอำนาจมืดของ ภาค พิเภก ชายผู้แสนเย็นชาและโหดเหี้ยมเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด แม้คิงจะเคยลั่นวาจาว่าเกลียดชังคนอย่างภาคเข้าไส้และขอไม่พบเจอกันอีกตลอดชีวิต แต่โชคชะตากลับเล่นตลกอย่างร้ายกาจ เมื่อเขากลับต้องวนเวียนมาติดกับและตกเป็นคนในโอวาทของภาคอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งและอันตรายที่บีบคั้นให้คิงต้องหาคำตอบว่าทำไมชีวิตเขาถึงต้องมาสยบอยู่ใต้เงื้อมมือของชายคนนี้
หน้าปกนวนิยาย หลงรักผู้ชายร้ายๆ
9.4
รอยร้าวระหว่างสองตระกูลนำมาซึ่งเกมล้างแค้นที่ไม่มีใครยอมใคร แต่อลินกลับต้องตกที่นั่งลำบากเมื่อกลายเป็นคนกลางระหว่างพ่อบังเกิดเกล้ากับชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี สถานการณ์บีบคั้นถึงขีดสุดเมื่อบิดาของเธอวางแผนกำจัดเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองเพื่อทำลายล้างศัตรูให้สิ้นซาก ท่ามกลางศึกสายเลือดและแรงพยาบาทที่โหมกระหน่ำ อลินจะเลือกนิ่งเฉยยอมจำนนต่อโชคตระกูล หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องลูกน้อยจากน้ำมือของพ่อตนเอง
หน้าปกนวนิยาย น้องคนนั้นมันเด็กผม (That boy is my boyfriend)
9.8
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดและบรรยากาศอันแสนอันตราย ชายหนุ่มผู้ตกเป็นเป้าหมายได้ตัดสินใจลุกขึ้นเผชิญหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้ร่างกายจะไร้ซึ่งสิ่งปกปิดและดูบอบบาง แต่เขากลับประกาศกร้าวด้วยคำขู่ที่เฉียบขาดว่า หากอีกฝ่ายยังคิดจะรุกล้ำเข้ามาในร่างกายของเขา สิ่งเดียวที่จะได้รับตอบแทนกลับไปคือกระสุนปืนที่จะพุ่งเจาะเข้าที่ศีรษะทันที การปะทะกันระหว่างความปรารถนาอันรุนแรงและจิตวิญญาณที่พร้อมสู้ตายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายแนวโรแมนติกแอคชั่นเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย BABY BURN ชะนีเกินเบอร์
8.6
เมื่อเสือสองตัวต้องมาเผชิญหน้าในถิ่นเดียวกัน ความขัดแย้งจึงปะทุขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอผู้เกลียดชังความเจ้าชู้กลับถูกโชคชะตาเล่นตลกให้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายหนุ่มที่เธอแสนรังเกียจ ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นให้เธอต้องร้ายและแกร่งเพื่อความอยู่รอด คำสบประมาทจากปากเขาที่ไล่เธอให้กลับไปนอนดูดนมยิ่งสุมไฟแค้นให้เธออยากปะทะ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความหมั่นไส้และการแย่งชิงอาณาเขตจะลงเอยอย่างไร เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมก้มหัวให้กันในสงครามประสาทครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย เหยื่อในกับดักบงการใจ
9.7
เพื่อทลายแก๊งนรก ตำรวจสาวอย่างฉันยอมเป็นเหยื่อให้คนร้ายลวนลามบนรถเมล์เพื่อเก็บหลักฐานสำคัญ แต่แผนการจับกุมกลับพลิกผัน เมื่อฉันถูกสวมถุงดำคลุมหัวและตื่นขึ้นในโกดังค้ามนุษย์ ความจริงสุดสยองปรากฏว่าอาชญากรที่ฉันจับเป็นเพียงตัวล่อ โดยมี ‘พชร’ บอสใหญ่ผู้อยู่หลังม่านคอยเฝ้าดูความทรมานของฉันด้วยความบันเทิง เขาจงใจปั่นหัวฉันทั้งที่รู้ตัวตนจริง แม้ถูกมีดจ่อคอเขากลับกระซิบอย่างบ้าคลั่งว่า การได้เห็นตำรวจหญิงเดินลงนรกที่เขาสร้างขึ้นนั้นเร้าใจกว่าสิ่งใด