ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ชาดสีเลือด 红血

ชาดสีเลือด 红血

หลินเหมยหญิงสาวผู้แบกความแค้นเต็มหัวใจได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้งเพื่อชำระความแค้นกับสามีที่เคยร่วมพิธีกราบไหว้ฟ้าดินผูกสัมพันธ์กันไว้ การกลับมาในครั้งนี้เป็นการเดิมพันด้วยเหตุผลและบทเรียนจากอดีตที่เคยผิดพลาด ท่ามกลางเส้นทางแห่งการล้างแค้นที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและแรงอารมณ์ เธอจะต้องเลือกว่าจะก้าวไปสู่ความสุขที่แท้จริงหรือจะต้องจมปลักอยู่กับความทุกข์ระทมไปตลอดกาล ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปของความรักและความแค้นในครั้งนี้ได้เลย
ตอน
แชร์

ตอน 2

นางคิดว่าตัวเองคงตายไปแล้ว คิดว่าตอนนี้คงอยู่ในนรกไม่อาจได้ฟื้นคืนชีพอีก หากแต่เสียงคุ้นหูนั้นร้องเรียกชื่อนาง “พี่สะใภ้”

เหอหลินเหมยลืมตาขึ้นพบกับแสงกระทบจนทุกอย่างเป็นสีขาวสว่างตา นางตายไปแล้วเหตุใดถึงได้ยินเสียงของเฉินเว่ยเป้ยเล่อ ผู้เป็นอนุชาของพระสวามีนางเล่า หรือว่าอีกฝ่ายก็ตามนางไปยังยมโลกด้วยเช่นกัน

คำถามนั้นไม่อาจถามออกมาได้เมื่อคอนางแห้งผาก มือและร่างกายไร้เรี่ยวแรง

“พี่สะใภ้หิวน้ำใช่ไหม”

ไม่ทันที่นางจะลืมตาให้ดีก็ได้ยินเสียงนกร้องดังออกมา “เหมยเหมยตื่นได้แล้ว เหมยเหมยตื่นได้แล้ว”

เสียงนี้เป็นเสียงนกของนางเอง เป็นนกแก้วตัวเล็กพูดมาก และแสนรู้ คำเรียกนี้มักจะเรียกนางตอนตื่นยามเช้า หรือแม้แต่ในฝัน เจ้ามู่มู่ก็ยังตามหานาง แล้วพระสวามีนางเล่า ท่านจวิ้นอ๋อง ท่านอยู่ที่ใด

เฉินเว่ยเป้ยเล่อมองสภาพพี่สะใภ้ก็นึกสะท้อนใจ หันมองไปทางนอกประตูก็ไม่เห็นเงาพี่ชายตน สามวันแล้วที่พี่สะใภ้ต้องนอนหมดสติเช่นนี้

“ท่านพี่โปรดรอหน่อย ตอนนี้พี่มู่หยางกำลังเข้าเฝ้าเสด็จพ่ออยู่”

เข้าเฝ้าอันใดเล่า นางไม่เข้าใจ หรือแม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังตามนางมาอยู่ในยมโลกด้วยกัน

คนที่ยังคิดว่าตัวเองตายทำได้เพียงแค่ลืมตาให้กว้างขึ้น ก่อนจะพบว่านางนอนอยู่ในห้องนอนของตัวเอง

นางรอด? เป็นคำถามที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ มือนางก็ไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้ตามใจ สายตานั้นมองเฉินเว่ยเป้ยเล่อ

“ท่านอ๋อง” นางยังไม่ตายจริงๆ ด้วยเพราะถ้าตาย คนที่อยู่ในห้องนางตอนนี้ก็คงตายกันหมด สาวใช้ของนางรีบหยิบน้ำมา ประคองให้นางดื่ม

“พระชายาฟื้นแล้ว หม่อมฉันดีใจมากเพคะ”

นางกลับมาแคว้นโจวได้ยังไง ก่อนหน้านี้เกิดอันใดขึ้น สีหน้านางเหมือนอยากได้ยินคำตอบ แต่กลับไม่สามารถถามออกไปได้ หากมีคนหนึ่งเอ่ยออกมาราวกับรู้ใจ

เฉินเว่ยเป้ยเล่อ “พี่สะใภ้กำลังมองหาพี่มู่ใช่หรือไม่ พี่ข้ารึก็ช่างกระไร กลับมาจากชายแดนไม่ทันก้าวเท้าเข้าตำหนักก็รีบไปรายงานฮ่องเต้แล้ว แต่เรื่องไม่เสร็จสิ้นในวันเดียว ก็เลยมาพบท่านมิได้”

ตำแหน่งการงานของจวิ้นอ๋องย่อมสำคัญกว่าตัวนางอยู่แล้ว นางอยากถามว่าใครเป็นคนช่วยนาง เฉินเว่ยเป้ยเล่อก็เหมือนรู้ใจอีกแล้ว

“ฮ่องเต้แคว้นเจี่ยเกิดประชวรเสียก่อน องค์รัชทายาทฟงหวินจึงรีบยกทัพกลับแคว้นไป ตอนที่พวกเราไปถึงก็พบว่าท่านถูกทิ้งเอาไว้ในกระโจมเพียงลำพัง ลมหายใจรวยริน ข้าพาท่านกลับมาก่อน ส่วนพี่มู่ยังนำทัพไล่ตามหลังองค์รัชทายาทฟงหวิน ก่อนจะที่อีกฝ่ายจะบาดเจ็บจนกระทั่งยอมแพ้ศึกครั้งนี้”

ตั้งแต่นางแต่งเข้ามาในตำหนัก จวิ้นอ๋องล้วนมีความมุ่งมั่นในตำแหน่งหน้าที่ของตน ความปรารถนาของเขานั้นอยากเป็นใหญ่ แต่ตำแหน่งของเขานั้นเป็นเพียงรององค์รัชทายาทหยวนไห่

เช่นเดียวกับศึกครั้งนี้ ที่นางถูกนำไปเป็นของบรรณาการก็เพื่อเป็นกลลวงให้อีกฝ่ายหลงกล แต่แผนผิดพลาดจนนางถูกจับตัวไปทรมานเจียนตาย

สภาพจิตใจนางตอนนี้ดำดิ่งลงไปเหมือนอยากตายไปเสียพ้นๆ แต่เหมือนนางจะก่อกรรมเอาไว้มากถึงได้ยังมีชีวิตอยู่เช่นนี้ เหตุใดพระโพธิสัตว์ถึงไม่ยอมทำตามที่นางขอร้อง

“พี่สะใภ้ ท่านมีสิ่งใดจะพูดหรือไม่”

นางอ้าปากจะพูดขอบคุณ แต่เสียงกลับไม่ได้ออกมาอย่างที่คิด นางพยายามขยับมือยกขึ้นแตะคอ ก็พบว่ามีแต่เสียงลม ดวงตาเบิกกว้างเมื่อรู้ว่าตอนนี้

“พี่สะใภ้ เหตุใดเสียงท่านถึงไม่มี”

เหตุใดไม่มี ทำให้นางนึกถึงภาพสุดท้ายที่เลือนหายไป ดูเหมือนองค์รัชทายาทฟงหวินจะกรอกบางอย่างใส่ปากนางจนทำให้นาง

“หรือว่าท่านพูดไม่ได้” เฉินเว่ยเป้ยเล่อยังคงพูดออกมาด้วยความตกใจ จากนั้นก็รีบเรียกหมอเข้ามาตรวจอาการ

สำหรับเหอหลินเหมยแล้ว จะมีสิ่งใดเจ็บปวดไปมากกว่านี้อีก นางถูกทรมาน ถูกย่ำยีจนไร้ความเป็นมนุษย์ ถูกทหารทั้งกองทัพตักตวงความสุขไม่ลืมวันลืมคืน ร่างทั้งร่างของนางไร้ความรู้สึก แค่ไม่ตายก็ถือว่าหนักแล้ว ยังมาพบว่าตัวเองพูดไม่ได้อีก

ชาติที่แล้วนางก่อกรรมอันใดไว้ ถึงได้ถูกทรมานเช่นนี้ ในใจได้แต่โทษสวรรค์ที่มอบชีวิตอันแสนเจ็บปวดเช่นนี้ให้นาง

“พี่สะใภ้ ยังไงท่านก็ต้องหาย ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนท่านไม่ยอมให้ท่านเป็นอะไรแน่นอน”

ท่านอ๋อง ท่านจะรู้อะไรไหม ข้าในตอนนี้หากมีมีดในมือก็จะปักใส่กลางหัวใจโดยไม่ลังเลเลยสักนิด

‘นางอยากตาย’

แต่ดูเหมือนสวรรค์ไม่เข้าข้าง ยังคงให้นางมีชีวิตต่อ หมอหลวงรักษานางจนดีขึ้นสามารถลุกนั่งได้ แขนขยับยกขึ้นได้ แต่ขาสองข้างและเสียงกลับไม่ดีขึ้นเลย

หนึ่งเดือนแล้วที่นางต้องรักษาตัว และรักษาจิตใจ ปากจะร้องเจ็บปวดทรมานก็ทำไม่ได้ ได้แต่แอบร้องไห้ยามค่ำคืน มีเพียงแค่เจ้ามู่มู่ที่ร้องปลอบนางไม่หยุด

“อย่าร้อง อย่าร้อง” เสียงนกแสนรู้ขับขานในมุมมืด แต่นางกลับรู้สึกอยากร้องให้ดังกว่าเดิม พระสวามีนางหายไปตั้งแต่นางลืมตา เขาหายไปไหน หรือว่ารังเกียจตัวข้าจนไม่กล้าแม้แต่จะมาพบเจอ

“พระชายา ท่านยังไม่นอนหรือเจ้าคะ” หลานอิง สาวใช้ของนางที่อยู่ด้านนอกคงได้ยินเสียงร้องนางจึงรีบเข้ามา ก่อนจะรินน้ำชามาให้นางดื่ม แล้วจุดเทียนสว่างขึ้นอีกด้วย หยิบผ้าห่มที่ยับย่นอยู่กลางตัวขึ้นมาอีก ก่อนจะก้มดูใต้เตียงว่าความร้อนยังอุ่นหรือไม่

“ให้หม่อมฉันเพิ่มไฟอีกหน่อยไหมเพคะ”

หลินเหมยส่ายหน้า หัวใจนางเย็นชาจนไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นอีกแล้ว

‘ท่านอ๋องมาหาข้าหรือไม่’ นางอยากเอ่ยคำนั้น แต่สาวใช้นางกลับไม่เข้าใจความคิด

“พระชายานอนเถอะเพคะ วันพรุ่งนี้พวกเราต้องออกนอกเมืองแล้ว”

คำว่าออกนอกเมืองทำให้นางขมวดคิ้ว หลานอิงก็ยิ่งลนลานมากกว่าเดิม ผู้เป็นนายจึงดึงแขนเอาไว้ แล้วกดนิ้วลงแรงๆ พร้อมขมวดคิ้วเค้นความจริง

“คะ คือ วันพรุ่งนี้ท่านอ๋องจะแต่งพระชายารองเข้าตำหนักเพคะ”

อะไรนะ ตะ แต่ง เข้าตำหนัก สมองนางดับไปชั่วคราว ได้แต่ถามย้ำว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม นางถูกส่งไปเป็นของบรรณาการมีชีวิตรอดกลับมาไม่ถึงเดือนเขาก็แต่งพระชายารองเข้ามา

เหตุใดไม่รอให้นางตายก่อนเล่า จะได้แต่งเข้ามาในตำแหน่งนางเลย สีหน้านางเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าภาพฝันอันเลวร้ายพวกนั้น เจ็บที่ว่าพระสวามีนางไม่เคยมาดูดำดูดีกับนางเลยตั้งแต่ลืมตาขึ้นมา

‘มู่หยาง ท่านใจร้ายกับข้ามาก’ เสียงนางร่ำร้องเรียกชื่อสามี แต่ปากก็ออกได้เพียงลม เสียงหวีดร้องนั้นมาพร้อมกับน้ำตาแห่งความเจ็บปวดเจียนตาย สาวใช้ทำอะไรไม่ได้นอกจากกอดปลอบผู้เป็นนาย

“หม่อมฉันจะอยู่ข้างพระองค์เพคะ จะไม่ยอมให้ใครรังแกพระชายาได้” สีหน้าหลานอิงนั้นบอกว่าสงสารผู้เป็นนายหญิงที่สุด

ถูกกระทำเจียนตาย จวิ้นอ๋องผู้นั้นยังมีหน้าแต่งชายารองเข้าตำหนักอีก!!!

รุ่งเช้าถัดมา นางที่ไม่ได้หลับได้ยินเสียงหัวเราะ และเสียงประทัดดังทั่วเรือน นางเฝ้ารอแล้วรอเล่าอยากให้พระสวามีมาอธิบายเรื่องทั้งหมด บอกว่ายังคงรักนางไม่เปลี่ยน หากสุดท้ายแล้วก็มีแต่ความว่างเปล่า

เสียงฝีเท้าดังขึ้นทำให้นางรีบหันมอง ในความคิดนั้นคิดว่าจะเป็นท่านจวิ้นอ๋อง แต่เปล่าเลย ภาพที่นางเห็นเป็นสตรีงดงามใส่ชุดสีแดง ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มจางๆ อยู่ เมื่อมาถึงก็คารวะทักทายนาง

“พี่หญิง ที่จริงแล้วข้าคิดว่าควรมาพบท่านก่อนหน้านี้ แต่เพราะเห็นว่าท่านไม่สบายตั้งแต่กลับมาจากชายแดน” สีหน้าพระชายารองทำเหมือนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะพูดสิ่งใดอีก

“สภาพท่านตอนนี้ดูน่าสงสารนัก ถึงว่าท่านจวิ้นอ๋องไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าพบ แต่ข้าคิดว่าอย่างไรก็ต้องพบท่านเพื่อฝากเนื้อฝากตัวเสียก่อน ไม่เช่นนั้นแล้วจะเสียมารยาทเอาได้

ไป๋ชิงทำสีหน้าเหมือนปวดใจที่เห็นสภาพนาง หากแต่แววตานั้นกลับสมเพชอย่างเห็นได้ชัด หลินเหมยในตอนนี้กำลังกำมือแน่นด้วยความรู้สึกสังเวชใจที่ตัวเองอยู่ในสภาพเช่นนี้

น้ำตาเอ่อล้นใกล้จะร่วงหล่น หากแต่คนมองกลับรู้สึกยังไม่พอใจ

“หลายวันมานี้พวกเราเร่งรีบจัดงาน ตัวข้าเองก็ตั้งตัวไม่ติดเช่นกัน ใครจะคิดว่าท่านอ๋องเพียงพบหน้าน้องเพียงหนึ่งครั้งก็เข้าพบฮ่องเต้เพื่อขอข้าแต่งงานแล้ว พี่หญิงคิดว่าแปลกไหมเจ้าคะ”

แปลกอันใดเล่า แปลกที่เขาลืมความรักนางอย่างง่ายดาย เมื่อได้ประโยชน์จากนางจนสาสมใจก็ทิ้งขว้างไม่ไยดี

น้ำตาตกในก็วันนี้ นางได้แต่มองไป๋ชิงกล่าวต่อ ทำสีหน้าเหมือนทุกข์ใจที่เห็นสภาพนาง แต่เมื่อก้าวเข้ามายังเก้าอี้ที่นางนั่งอยู่ ใบหน้านั้นก็โน้มเข้าหานาง

สาวใช้หลานอิงคิดจะเข้ามาขวาง แต่สาวใช้ของไป๋ชิงสองคนก็มาขวางเอาไว้ไม่ให้ขยับ ใบหน้างามนั้นขยับมาถึงใบหูแล้วกล่าวต่อ

“หากข้าเป็นพี่หญิง คงไม่กล้าเสนอเป็นพระชายาเอกท่านจวิ้นอ๋องให้เขาขายขี้หน้าแน่นอน ข้าคงชิงผูกคอตาย ไม่อยู่ให้ผู้คนรังเกียจเช่นนี้หรอก”

น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบร้ายกาจจนทำให้ตัวนางสะท้าน มองหญิงสาวโน้มตัวกลับแล้วหันหลังจากไปทันที

“คนนิสัยไม่ดี” นกแสนรู้ของนางตะโกนตามหลัง ก่อนจะบินมาเกาะแขนของนาง หลินเหมยยกมือขึ้นลูบหัวมู่มู่

น้ำตานางหยดลงบนแก้ม สายตานางมองดอกเหมยฮวาที่ร่วงหล่นบนพื้นดินครั้งแล้วครั้งเล่า กลีบดอกตกสู่พื้นจนมองไม่เห็นความงามของมันอีก เช่นเดียวกับตัวนาง หญิงมีราคีเช่นนางจะมีไว้ประดับเรือนทำไมกัน เมื่อคิดว่าอยู่ไปก็รังแต่จะทำให้เขาเดือดร้อน เหอหลินเหมยจึงยอมจากไปแต่โดยดี

เสียงรถม้าขับเคลื่อนไปทางประตูหลัง เสียงโห่ร้องดีใจก็ดังมาจากในเรือน เป็นวันที่นางเจ็บปวดแสนสาหัสอยากตายให้พ้นเสียวันนี้ แต่ตายในเรือนของจวิ้นอ๋องก็รังแต่จะทำให้เขาเดือดร้อน

ดูสิ นางจะตายก็ยังกลัวเขาเดือดร้อนอีก

หลินเหมยแค่นหัวเราะให้ตัวเอง จะตายเป็นผีก็ยังรักเขาไม่เปลี่ยน ตัวข้าโง่เขลานัก เหตุใดจึงได้โง่เพียงนี้ เสียงม้าเร่งออกจากเมืองหลวงเพื่อมุ่งหน้าไปยังสกุลเหอที่ชายแดน บิดานางเป็นเพียงแค่นายกองธงกองธงแดงเท่านั้น หรือจะสู้สกุลจางของชายารองที่เป็นถึงอำมาตย์ปิตุลาผู้ทรงอำนาจเล่า

ตอนที่นางคิดว่าหากออกนอกเมืองไปแล้วจะหาโอกาสกระโดดหน้าผานั้น ก็มีเสียงม้าวิ่งมาใกล้ ก่อนจะมีเสียงของเป้ยเล่อดังขึ้น

“ข้าขอพบพี่สะใภ้ก่อน”

หลินเหมยเปิดผ้าม่านก็พบชายหนุ่ม สีหน้าอีกฝ่ายเหมือนเสียใจที่เรื่องทุกอย่างลงเอยเช่นนี้

“ข้าจะขอติดตามส่งพี่สะใภ้ถึงชายแดนอย่างปลอดภัย”

นางควรดีใจไหม หรือว่าไม่ เพราะโอกาสที่จะกระโดดหน้าผานั้นริบหรี่เหลือเกิน แต่เพราะความหวังดีของเฉินเว่ยเป้ยเล่อจึงทำให้นางไม่กล้าคิดสั้นอีก

พวกเขาเดินทางได้เพียงครึ่งทางก็ต้องแวะพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ตอนที่นางถูกอุ้มลงจากรถม้านั้นก็พบว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นโรงเตี๊ยมเดียวกับที่ครั้งก่อนนางเดินทางไปเป็นตัวประกัน

คำพูดหนึ่งของพระสวามีนางก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ

‘ไม่ว่าจะทุกข์จะสุข ข้าจะจับมือเจ้ามิปล่อย’

ไม่ยอมปล่อยเช่นนั้นรึ แค่เพียงลมพัดผ่านหัวใจก็ผันเปลี่ยนไปแล้ว จะเปลี่ยนอันใดได้กับความรู้สึกคนเล่า นางก็แค่สตรีไร้อำนาจ แถมไร้ประโยชน์

“พี่สะใภ้อย่าได้โกรธพี่มู่หยางเลย ถึงอย่างไรเส้นทางนี้ก็ต้องคำนึงถึงอำนาจก่อน” เฉินเว่ยปลอบใจพี่สะใภ้ ส่วนนางนั้นได้แต่เหม่อลอย คิดแต่เพียงว่าเหตุใดคนที่ควรอยู่ข้างนางถึงไม่เป็นเขา แต่กลับเป็นคนอื่น

“คืนนี้พวกเราต้องพักที่นี่ก่อน” เสียงเฉินเว่ยทำให้นางได้สติ ชายหนุ่มเข็นนางเข้าไปในเรือนพักชั้นเดียวด้านหลังของโรงเตี๊ยม นางมองห้องที่อยู่ห้องแรก ก่อนที่เฉินเว่ยจะชี้ไปยังห้องใกล้กัน

“ข้าอยู่ตรงนี้ พี่สะใภ้มีอันใดก็เรียกข้าได้” เฉินเว่ยมีสีหน้าตกใจเมื่อนึกได้ว่านางยังพูดไม่ได้ กำลังจะกล่าวขอโทษ หลินเหมยก็ส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร

คงเป็นมู่มู่ที่เกาะแขนนางพูดขึ้นมา “คนโกหก คนโกหก” คำนั้นของมันทำให้นางประหลาดใจ หรือว่ามู่มู่กำลังพูดถึงจวิ้นอ๋องผู้เป็นพระสวามีของนาง

เฉินเว่ยมีสีหน้าไม่พอใจ เจ้ามู่มู่ก็หาได้กลัวไม่ ก็ยังตะโกนอีก “ระวังภัย ระวังภัย อันตราย อันตราย อยู่ไม่ได้”

หลินเหมยรู้สึกว่าเจ้ามู่มู่จะพูดไม่รู้เรื่อง หรือเพราะว่าพวกนางเดินทางมานาน จึงทำให้มันพูดเลอะเทอะไปกันใหญ่ จึงสั่งให้หลานอิงพานางเข้าไปพักในห้อง

เมื่อประตูปิดลงนางก็หันไปมองเจ้านกที่ดูกระวนกระวาย หรือว่าจะมีอันตรายจริงๆ แต่สภาพนางเช่นนี้ ยังจะมีใครต้องการอันใดจากนางอีก เหอหลินเหมยจมอยู่ในความคิดอยู่นาน ก่อนที่หลานอิงจะประคองนางขึ้นจากรถเข็นแล้วนอนบนเตียง

“ดึกแล้ว พระชายารีบนอนเถอะเพคะ หม่อมฉันจะนอนเฝ้าหน้าห้องเอง” หลินเหมยพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะมองแสงเทียนดวงเดียวดับลง

ยามกลางคืนนั้นเหมือนมีมีดมาทิ่มแทงใจ ภาพของทหารพวกนั้นที่เข้ามาทำร้ายนางยังคงเป็นฝันร้าย หลินเหมยกัดผ้ากันเสียงที่เบาบางเพื่อกดความรู้สึกเจ็บปวด จนกระทั่งมีเสียงประตูเปิดออก หลินหยางลุกขึ้นมองไปยังประตูที่มีเงาสะท้อนอยู่เบื้องหน้า

‘ท่านอ๋อง’ หรือว่าจวิ้นอ๋องมาหานางแล้ว นางพยายามขยับตัวลุกขึ้น แต่ก็ทำไม่ได้ ทำได้เพียงแค่มองเงาที่สะท้อนกับดวงจันทร์นั้นกระทบใบหน้าเพียงครึ่ง

“เป่ยหวางมาช่วยปลดปล่อยเจ้า หวางเฟยยอดรัก เจ้าจงหลับให้สบายเถอะ” น้ำเสียงนั้นเป็นเสียงเขา ก่อนที่นางจะเห็นเต็มสองตาว่าในมือเขานั้นมีดาบคู่กาย

ไม่ทันที่นางจะมองเห็นชัดก็เห็นเขาถอดดาบออกจากฝัก จากนั้นก็กล่าวต่อ “เพื่ออนาคตของข้า เป่ยหวางจำเป็นต้องทำ ถือว่านี่เป็นคำขอร้องของเป่ยหวาง หวางเฟยจงตายเสียเถอะ”

ดวงตาหลินเหมยเบิกกว้างมองดาบที่ปักลงมาตรงหัวใจนาง เลือดทะลักออกมาจากปาก สายตานางเต็มไปด้วยความสงสัย หรือเพราะอำนาจนั้นสำคัญกว่าสามีภรรยา

แม้ผูกผมร่วมสาบาน ก็ไม่อาจเทียบได้

ท่านพี่ เหตุใดท่านได้ถึงเลือดเย็นเช่นนี้...

หิมะร่วงโรยสู่ดินแล้วเลือนหาย

เช่นหยดเลือดสีแดงลงพื้นมลายไป

จบสิ้นแล้วความรักข้าและท่านในชาตินี้

หากชาติหน้ามี ข้าขอไม่รักท่านทุกชาติไป

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KWP” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KWP
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บุตรเช่นข้า หาได้ต้องการบิดาเช่นท่าน
9.4
หลินตงหยาง โปรแกรมเมอร์ผู้จบชีวิตลงเพราะตรากตรำทำงานหนัก กลับตื่นขึ้นมาในร่างเด็กชายวัย 10 ขวบที่มีชื่อเดียวกันในโลกย้อนยุค เขาพบว่าเจ้าของร่างเดิมเสียชีวิตจากการถูกย่าแท้ๆ ทำร้ายเพื่อแย่งชิงอาหาร ทั้งที่ครอบครัวฝ่ายพ่อเคยทอดทิ้งพวกเขาไปอย่างไม่ใยดีเพื่อแสวงหาความร่ำรวยในเมืองหลวง ทิ้งให้แม่และลูกๆ ต้องเผชิญความลำบากเพียงลำพัง เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่พร้อมความทรงจำเดิม เขาจึงกำหมัดแน่นด้วยความแค้นและสาบานว่าจะปกป้องแม่กับน้องสาวจากคนสารเลวเหล่านั้นให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง
8.2
หวังฉีหลิน ผู้เชี่ยวชาญการเกษตรวัย 25 ปี จบชีวิตลงพร้อมความฝันที่ยังไม่เป็นจริง แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างหญิงชาวนาชื่อเดียวกันที่มีภาระหนักอึ้ง ทั้งสามีป่วยติดเตียงและลูกแฝดวัยซน ครอบครัวของเธอถูกบ้านหลักกดขี่และขับไสส่งหลังสามีบาดเจ็บ อีกทั้งร่างเดิมยังตายเพราะถูกทำร้ายขณะแย่งชิงโสมล้ำค่า ด้วยความรู้ด้านสมุนไพรและหินสีรุ้งลึกลับ เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องครอบครัวใหม่และสร้างชีวิตที่เคยฝันไว้ในโลกใบนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย สยบรักดวงใจท่านอ๋อง
9.8
ลู่ซิงเหยียนแฝงตัวเป็นสาวใช้ในจวนเจ้าเมืองเพื่อสืบหาความจริงเบื้องหลังโศกนาฏกรรมล้างตระกูลของนาง ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อนางต้องเสี่ยงชีวิตช่วยโจรชุดดำลึกลับหลบหนีเพื่อรักษาชีวิตตนเอง โดยบังคับให้เขาซ่อนตัวในถังสิ่งปฏิกูลที่แสนโสโครก การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้เขาโกรธจัดจนขู่ฆ่านาง แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โชคชะตาของทั้งคู่ผูกพันกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อชายหนุ่มผู้ลึกลับเริ่มวนเวียนอยู่รอบกายเพื่อตอบแทนบุญคุณท่ามกลางไฟแค้นและการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง
หน้าปกนวนิยาย โอเมก้าผู้ถูกทอดทิ้ง  หายนะของจอมราชันอัลฟ่า
9.2
ตลอดสิบห้าปี ฉันคือคู่แท้และที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของอัลฟ่าดัสติน แต่ความภักดีนั้นพังทลายลงเมื่อฉันพบหลักฐานการคบชู้กับผู้ช่วยสาว ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังรุนแรงจนร่างกายปฏิเสธสายใยวิญญาณ เมื่อชู้รักส่งภาพการตั้งครรภ์มาเยาะเย้ย ฉันจึงตัดสินใจตัดขาดทุกอย่างโดยไม่เรียกร้องทรัพย์สินใดๆ การจากไปครั้งนี้ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของแผนการทำลายล้างโลกของเขาด้วยมือของฉันเอง
หน้าปกนวนิยาย หักเหลี่ยมเทวา
8.6
โชคชะตาที่พลิกผันจากความตายในช่วงวัยเยาว์ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อเขาถูกเลือกให้ฟื้นคืนชีพเพื่อแบกรับภารกิจปริศนาบางอย่างที่เต็มไปด้วยอันตราย เขาต้องออกผจญภัยไปในดินแดนลี้ลับเพื่อตามหาความจริงที่ซ่อนอยู่หลังม่านแห่งโชคชะตา ท่ามกลางการหักหลังและการต่อสู้ที่ต้องใช้ไหวพริบเข้าแลก เขาจะสามารถไขปริศนาของหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ได้สำเร็จหรือไม่ หรือต้องจมดิ่งสู่ความตายอีกครั้งในโลกที่เต็มไปด้วยความลับ
หน้าปกนวนิยาย รักร้าย...ท่านอ๋องสายโหด
9.3
โชคชะตาเล่นตลกกับอู๋หงถิง นางขอทานใบ้ที่ตื่นขึ้นมาในชุดมงคลสีแดงแทนที่พี่สาวฝาแฝดผู้หายตัวไป หลังก่อเหตุลอบสังหารหวาเซียงอ๋องในคืนวิวาห์จนเกือบสิ้นชีพ เมื่อความแค้นของท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมปะทุขึ้น นางจึงต้องตกอยู่ในฐานะชายาทาสผู้รองรับอารมณ์แทนพี่สาวที่พลัดพราก ท่ามกลางความขัดแย้งและการเอาชีวิตรอดในวังวนแห่งอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตราย อดีตหญิงไร้ค่าจะรับมือกับโทสะของอ๋องสายโหดได้อย่างไรในวันที่ชีวิตพลิกผันไปตลอดกาล