
พายุรักทรายสีเลือด
ตอน 2
ตอนที่ 1
ราสอัลไคมาห์
ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์
ภายใต้แผ่นดินสีทองเหลืองอร่าม กินเนื้อที่อาณาบริเวณกว้างขวางเห็นแต่แผ่นดินสีทองไกลสุดฟากฟ้า สุดเอื้อมสายตา แผ่นดินที่แห้งแล้ง ร้อนระอุด้วยความร้อนที่แผดเผากลางทะเลทราย ภายใต้ความแห้งแล้งของแผ่นดินสีทอง ลึกลงไปใต้ผืนแผ่นดิน กลับเต็มไปด้วยแร่ธาตุซึ่งเป็นพลังงานอันมีมูลค่ามหาศาล “น้ำมันดิบ” ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพลังงานอันมีค่าในปัจจุบัน
ราสอัลไคมาห์ 1ใน7 รัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เป็นแหล่งผลิตน้ำมันดิบ ซึ่งเต็มไปด้วยแร่ธาตุที่ฝังตัวอยู่ใต้แผ่นดินสีทองอันกว้างใหญ่มหาศาลแร่ธาตุซึ่งมีมูลค่ามหาศาล ถูกนำขึ้นมาผลิตเข้าสู่โรงกลั่นน้ำมันดิบได้ในแต่ละวันหลายพันล้านบาร์เรล นอกจากจะมีน้ำมันดิบมากมายแล้ว ยังมีแหล่งกักเก็บก๊าซธรรมชาติล้วนๆ ซึ่งเมื่อสำรวจแหล่งก๊าชธรรมชาติอันมหึมานี้ สามารถนำมาใช้อีกนับ100 ปีก็ยังไม่หมด นับเป็นประเทศที่โชคดีอย่างมหาศาลที่เพียบพร้อมไปด้วยแหล่งน้ำมันดิบและแหล่งก๊าชธรรมชาติ ซึ่งประเทศอื่นยากนักที่จะมี
ร่างสูงสง่าในชุดกันดูร่า สีขาวสะอาดตานั่งตรวจเอกสารในห้องทำงานอันหรูหรา สมกับเป็นเจ้าของประเทศแห่งบ่อน้ำมันดิบ สายตาคมดั่งพญาเหยี่ยวกวาดสายตาไปที่แฟ้มเอกสารเล่มเขื่อง รายงานเกี่ยวกับสินค้านำเข้าและส่งออกในทวีปเอเซียตะวันตกเฉียงใต้ ตลอดจนรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าถือหุ้นในแถบเอเซีย ร่างสูงอ่านข้อความในเอกสารอย่างละเอียดด้วยความตั้งใจ ก่อนคิ้วเข้มจะค่อยๆ ขมวดเข้าหากันอย่างช้าๆ พร้อมเอกสารแต่ละหน้าถูกเปิดทีละแผ่นด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะจับแฟ้มเอกสารเล่มเขื่องฟาดลงไปที่พื้นพรมทันที
“โครม!”
“ระยำ!ทำไมถึงมีแต่บริษัทดราโก้ กรุ๊ป ชิงร่วมทุนกับบริษัทแถบเอเซียไปหมด ทำยังกับรู้ว่าราสอัลไคมาห์ หมายตาร่วมทุนประเทศเหล่านี้เอาไว้ ไอ้บริษัทดราโก้มันยิ่งใหญ่มาจากไหน ถึงมาตัดหน้าเราได้!”ชายหนุ่มร่างสูงเอ่ยด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะคว้ากระดิ่งซึ่งตั้งอยู่ที่โต๊ะ พร้อมสั่นไปมาอย่างแรงเพื่อเรียกบ่าวรับใช้
เสียงกระดิ่งสั่นไหวด้วยความรุนแรงไปมาได้ไม่นาน ร่างสันทัดของชายหนุ่มวัยเกือบ 30 ปี ก้าวเข้ามาในห้องทำงานอันหรูหรารวดเร็วทันใจ พร้อมก้มคำนับพลางเอ่ยถาม
“พระองค์ประสงค์สิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“เราอยากรู้ว่า ดราโก้ กรุ๊ป ที่ตัดหน้าราสอัลไคมาห์ ซึ่งเข้าซื้อหุ้นในบริษัทแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ไปก่อนหน้าเราทั้งหมด มาจากประเทศอะไร ไม่ว่าเราจะตัดสินใจจะซื้ออะไร ทำอะไร เหมือนมันจะรู้ว่าเราอยากได้ และอยากทำเหลือเพียงอย่างเดียว ที่มันยังไม่ทำคือซื้อสโมสรฟุตบอลในยุโรป ไปหาข่าวมาให้เรา เราอยากรู้ว่าบริษัทนี้ใครเป็นเจ้าของและอยู่ประเทศอะไร”รับสั่งเต็มไปด้วยพระสุรเสียงหงุดหงิด ก่อนจะทรงทอดพระเนตรใบหน้าของมหาดเล็กที่ยังคงยืนนิ่งไม่ยอมไปไหน
“เจ้าไม่ได้ยินเราเหรอฟารีส!เราสั่งให้ไปทำอะไร!”พระองค์รับสั่งตวาดกลับไปทันที
“กระหม่อมได้ยินฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ สิ่งที่ฝ่าบาทอยากทรงทราบกระหม่อมได้ข้อมูลมาหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”มหาดเล็กทูลตอบเสียงเบา
“แล้วยืนอมพะนำอยู่ทำไม!รู้แล้วก็บอกมาสิ!ต้องรอให้ถามก่อนหรือไง!”รับสั่งถามดุกลับไป ก่อนจะรับสั่งขึ้นอีก
“เอ๋า!ยังยืนเฉยอยู่อีก!รู้อะไรก็รีบรายงานเข้ามาสิ!จะต้องให้รอไปถึงไหน”
“พ่ะย่ะค่ะ....เออ”มหาดเล็กเอ่ยรับคำ แต่พอจะเล่าจริงๆกลับกล้าๆกลัว เพราะกลัวเกรงพระอารมณ์อันฉุนเฉียวของเจ้าชายหนุ่ม ก่อนจะต้องสะดุ้งตกใจเมื่อสุรเสียงตวาดดังก้องขึ้นอีกครั้ง
“ฟารีส!”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งตวาดพร้อมทอดพระเนตรใบหน้ามหาดเล็กด้วยสายพระเนตรที่บ่งบอกว่าพระองค์เริ่มจะทรงมีพระอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมาแล้ว
“เออ..รายงานเดี๋ยวนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ ดราโก้ กรุ๊ป มีสาขาใหญ่ที่มลรัฐแคลิเฟอร์เนีย ในสหรัฐอเมริกา เจ้าของบริษัทเป็นชาวไทยพ่ะย่ะค่ะ”
“ชาวไทย!”รับสั่งด้วยความแปลกพระทัยดังขึ้นทันที
“พ่ะย่ะค่ะ!และชาวไทยผู้นี้ซึ่งเป็นเจ้าของดราโก้ กรุ๊ป มีสาขามากมายก็คือ คุณกรินทร์ ภีระศักดิ์ไพบูลย์ พระสหายของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
“อะไรน่ะ!ดราโก้ กรุ๊ป เป็นของกรินทร์อย่างนั้นเหรอ!”สุรเสียงรับสั่งดังก้อง พร้อมเสด็จลุกประทับขึ้นจากพระเก้าอี้ทันที พระองค์ทอดพระเนตรมหาดเล็กด้วยสายพระเนตรที่ดุดัน จนมหาดเล็กต้องก้มหน้าลงมองพื้นทันที
“ไอ้เพื่อนทรยศ!มันยังตามจองล้างจองผลาญไม่เลิก!”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งอย่างหัวเสีย พร้อมรับสั่งถามมหาดเล็กกลับไปทันที
“เหลือบริษัทยักษ์ใหญ่แถบเอเซียอีกกี่ประเทศ ที่มีหนังสือขายหุ้นให้กับราสอัลไคมาล์”
มหาดเล็กก้มลงเน๊ตบุ๊คซึ่งถือติดมืออยู่ตลอดเวลา พร้อมเปิดหน้าที่มีการบันทึกรายฃื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ในแถบเอเซีย พร้อมเอ่ยทูลถวายรายงาน
“ที่เหลืออยู่จะมีที่ประเทศฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงค์โปร์และประเทศไทย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ขนาดยักษ์ใหญ่ รวมแล้วประมาณ 21 บริษัทชั้นนำของประเทศนั้นๆ สำหรับทางประเทศไทยมีอยู่ 5 บริษัทที่รอฝ่าบาทเข้าไปซื้อหุ้นแต่มีอยู่ 1 บริษัทที่แรกเริ่มมีหนังสือขายหุ้นมายังราสอัลไคมาห์ แต่ได้ข่าวว่าทางบริษัทดราโก้ ของคุณกรินทร์ ได้เข้าไปช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษจึงไม่มีความจำเป็นที่จะเสนอขายหุ้นอีกต่อไป”
มหาดเล็กฟารีส รายงานสถานการณ์ในแถบเอเซียให้แก่เจ้าชายหนุ่มอย่างละเอียด คิ้วเข้มสวยของเจ้าชายหนุ่มหล่อแห่งราสอัลไคมาห์ ขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อมหาดเล็กรายงานข่าวว่าอดีตพระสหายเข้าไปช่วยเหลือบริษัทดังกล่าวเป็นกรณีพิเศษ
“คนอย่างกรินทร์ รู้จักมีใจช่วยเหลือคนเป็นด้วยเหรอ ไม่อยากจะเชื่อ!”
เจ้าชายหนุ่มรับสั่งรำพึงอยู่ในพระทัย พระองค์ประทับนิ่งฟังมหาดเล็กรายงานข้อมูลด้วยความตั้งใจ พลางไพล่พระหัตถ์ไปทางด้านหลังพร้อมเสด็จดำเนินไปทางหน้าต่างของห้องทรงงานอันหรูหรา อลังการ เหมือนทรงมีบางอย่างภายในพระทัย พระวรกายสูงสง่าทรงยืนทอดพระเนตร ทิวทัศน์โดยรอบของราสอัลไคมาห์ ประเทศที่มีแต่ทะเลทรายล้อมรอบแต่กลับมั่งคั่งไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันทรงคุณค่า สุรเสียงรับสั่งกับมหาดเล็กดังขึ้นอีกครั้ง
“ฟารีส จงไปเตรียมการเดินทางให้เรา เราจะบินไปประเทศเอเซียทุกประเทศที่เจ้ากล่าวมาทั้งหมด จัดให้ประเทศไทยเป็นประเทศสุดท้ายเราจะอยู่ที่นั่น เพื่อจะรอดูว่าหากสหายเก่าของเรารู้ว่าราสอัลไคมาห์จะกว้านซื้อหุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่ในไทยที่เหลือ มันจะตัดหน้ากว้านซื้ออีกหรือไม่”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท หม่อมฉันจะรีบไปเตรียมการติดต่อที่พักและแจ้งทางบริษัทเหล่านั้นให้รับทราบ”มหาดเล็กน้อมรับคำสั่งพลางล่าถอยออกจากห้องทรงาน
“เดี๋ยวก่อน!เราจะไปฐานะนักธุรกิจธรรมดาเท่านั้น เราไม่ต้องการไปในฐานะ เจ้าชายแห่งราสอัลไคมาห์”เจ้าชายหนุ่มเอ่ยบอก
“เพราะเหตุใดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่เข้าใจ”มหาดเล็กกราบทูลถาม
“เราไม่อยากให้กรินทร์ มันรู้ว่าเราบินไปด้วยตัวเองเราต้องการไปให้เงียบที่สุด ให้กรินทร์มันรู้แค่ว่ามีนักธุรกิจระดับธรรมดาจากชาติอาหรับ มาซื้อหุ้นแถบเอเซียโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเรา เราอยากจะรู้ว่ามันจะทุ่มเงินมากว้านซื้อหุ้นตัดหน้าเราอีกไหมและที่สำคัญเราอยากรู้ว่า มันมีเงินมากมายมหาศาลมาจากไหน เงินระดับแสนๆ ล้านแบบนี้ลำพังกรินทร์ มันไม่มีปัญญาหามาเป็นแน่”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งอย่างครุ่นคิด
“พระองค์สงสัยว่ามีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังคุณกรินทร์ใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ”มหาดเล็กเอ่ยทูลถาม
“ถูกต้อง ตั้งแต่เสด็จพ่อมอบหมายงานของกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการพาณิชย์ให้เราดูแล งานที่เรารับผิดชอบจะต้องมีกรินทร์มาตัดหน้างานของเราทุกครั้ง และจะต้องมีชื่อของ ดราโก้ กรุ๊ป เกี่ยวข้องทุกเรื่องซึ่งเป็นการทำงานของเรา เหมือนมันมีอีกตาคอยเฝ้ามองดูเราตลอดเวลา ว่าเราจะทำอะไร กับใครที่ไหน เมื่อไร มันต้องล่วงรู้ความเคลื่อนไหวตลอด จะไม่ให้เราสงสัยได้อย่างไร”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งพร้อมถอนพระหทัยออกมา
“ไปจัดการตามที่เราสั่ง อย่าให้ใครรู้ว่าเราเดินทางไปด้วยตัวเองในครั้งนี้”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งกำชับ
“พ่ะย่ะค่ะ!”มหาดเล็กเอ่ยรับพระบัญชาหนักแน่น พร้อมค่อยๆ ก้าวถอยหลังออกไปจากห้องทรงงาน
เจ้าชายหนุ่มแห่งราสอัลไคมาห์ ทรงยืนทอดพระเนตรทิวทัศน์ของรัฐอันเป็นบ้านเกิดของพระองค์ เชค อัลมิลฮาจญ์ บิน ซาเยด อาล นะฮะยาน เจ้าชายหนุ่มซึ่งประสูติจากรานีองค์ที่ 3 ของกษัตริย์แห่งราสอัลไคมาห์ พระมารดาทรงเป็นรานีที่พระบิดาทรงรักใคร่มากที่สุด พระองค์ถูกส่งให้ไปศึกษายังต่างประเทศตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และที่นั่นทำให้พระองค์ทรงได้รู้จักพระสหายชาวไทย ซึ่งพระองค์รักและสนิทมากกว่าเพื่อนสนิทคนอื่นๆ แต่จู่ๆ ความรักของเพื่อนสนิทกลับหักสะบั้นลง เมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น ภายในพระทัยทรงย้อนคิดถึงคำกล่าวของอดีตพระสหายอย่างไม่มีวันลืม
“อัลมิลฮาจญ์! ฉันกับแกขาดกันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป!แกไม่ใช่เพื่อนของฉัน!ไม่ใช่เพื่อนของฉันอีกต่อไป!”
เสียงตะโกนตัดขาดของอดีตพระสหาย ยังคงก้องอยู่ในความทรงจำไม่มีวันลืมจนถึงวันนี้ แม้เวลาจะผ่านไปถึง 5 ปีแล้วก็ตาม แต่มันเหมือนเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้ แต่เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้จากเพื่อนที่เคยรักกลับกลายเป็นศัตรูนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
“ในเมื่อแกตัดขาดฉัน ฉันก็ไม่มีเพื่อนอย่างแกเหมือนกันกรินทร์ ฉันอยากจะรู้นักว่า แกจะมีปัญญาตามจองล้างจองผลาญได้ไปถึงไหน!”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งด้วยสายพระเนตรลุกวาวับ พร้อมแสยะยิ้มอย่างน่าสะพรึงกลัว
ประเทศไทย
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ภายในสนามบินแห่งใหม่ของประเทศไทย ซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นสนามบินดีเด่นอันดับ 3 ของโลก อันเป็นสนามบินที่มีความทันสมัยและเป็นความภูมิใจของประเทศไทยในปัจจุบัน ผู้คนมากมายจากหลายเชื้อชาติ หลายภาษากำลังเดินกันอย่างขวักไขว่ มีทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติซึ่งมาจากทั่วทุกมุมโลก และคนไทยซึ่งเตรียมตัวจะบินไปต่างประเทศ พรั่งพร้อมไปด้วยผู้โดยสารซึ่งมีทั้งขาออกและขาเข้าต่างรอขึ้นเครื่องกันอย่างมากมาย
สตรีสาวรูปร่างสูงโปร่ง ในชุดแบรนด์แนมชื่อดัง รองเท้าส้นสูงที่หล่อนสวมใส่ ทำให้ร่างบางระหงนั่นดุจดั่งนางพญา ใบหน้าหวานละมุนรับกับจมูกโด่งสวยเข้ากับใบหน้า ดวงตากลมโตสีดำสนิทแวววาวระยิบระยับ ชวนให้น่ามอง ดวงหน้างามปรากฏลักยิ้มจนเห็นเป็นรอยบุ๋มลงไปทั้งสองข้างเมื่อใบหน้านั้นแย้มยิ้มให้แก่ผู้คนที่ส่งยิ้มให้กับเธอ เผยให้เห็นเขี้ยวเสน่ห์ ชวนหลงใหล
ร่างระหงเข็ญกระเป๋าเดินทางจากช่องผู้โดยสารขาออก เดินผ่านฝูงชนไปเรื่อยๆ โดยมีสายตาของผู้คนรอบข้างต่างพากันเหลียวหลังมองหญิงสาวไปตามๆ กัน บ้างก็ยืนยิ้มส่งให้ทั้งชายและหญิง บ้างก็ยืนมองด้วยความชื่นชมในลักษณะความโดดเด่นของเธอที่มีอยู่ในตัว ผู้หญิงไทยช่างสวยและมีเสน่ห์จริงๆ
“ว๊ายย!”เสียงร้องด้วยความตกใจของหญิงสาว ดังขึ้นทันทีเมื่อร่างของเด็กหญิงตัวน้อยชาวจีน ผิวขาวหยวกวิ่งตัดหน้ารถเข็ญของเธออย่างกระทันหัน
รถเข็ญใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยกระเป๋าและสัมภาระมากมาย ต้องหยุดอย่างเร่งด่วนเกือบจะชนแม่หนูน้อยแต่แม้เธอจะสามารถหยุดรถเข็ญได้ทันแต่กระเป๋าใบใหญ่ของเธอ กลับไปกระแทกร่างของเด็กหญิงคนนั้น จนกระเด็นไปอีกทางทำให้ร่างของหนูน้อยชนกับร่างสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสากลที่ยืนหันหลังอยู่ในบริเวณนั้น พร้อมเสียงร้องไห้โฮของเด็กหญิงตัวน้อย ดังลั่นขึ้นมาทันที
“ฮือๆๆๆ”
“หนู!หนูจ๋า!เจ็บตรงไหนหรือเปล่าจ๊ะ!”หญิงสาวหยุดรถเข็ญพร้อมรีบวิ่งเข้าไปหาร่างของแม่หนูน้อยทันที
จังหวะเดียวกับร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสูทสากลราคาแพงลิบลิ่ว หันกลับไปหาเด็กหญิงตัวน้อย พร้อมก้มลงนั่งเพื่อจะอุ้มเด็กน้อยเช่นเดียวกัน ทั้งสองจึงฝ่ายจึงประสานมือไปที่ร่างของแม่หนูน้อยคนดังกล่าวโดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่ตั้งใจ ท่ามกลางเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กหญิงชาวจีนยังคงดังลั่นอยู่ตลอดเวลา
“เออ....”
“อุ๊ย!”
ทั้งเขาและเธอต่างหยุดลงด้วยกันทั้งคู่ เมื่อมือของทั้งสองสัมผัสถูกกันด้วยความบังเอิญ หญิงสาวรีบชักมือกลับพร้อมส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร โดยไม่ได้สังเกตใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้น พลางหันไปอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยขึ้นมาปลอบโยน แต่ชายที่บังเอิญสัมผัสมือกับเธอยังคงนั่งนิ่งอยู่เช่นนั้น จนหญิงสาวปลอบโยนเด็กหญิงตัวน้อยจนหยุดร้องและยื่นส่งให้กับแม่ของเด็ก ที่รีบวิ่งมาทันทีที่ได้ยินเสียงของลูกน้อย
“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ขอโทษน่ะค่ะพยายามเบรครถแล้วแต่เอาไม่อยู่จริงๆ ขอโทษค่ะ”หญิงสาวกล่าวขอโทษขอโพยแม่ของเด็กเป็นการใหญ่
หญิงสาวร่างระหง กลมกลึง หน้าตาสวยหวาน ภายใต้เครื่องหน้าที่ลงตัวและรับไปหมดทุกส่วน สะกดสายตาชายหนุ่มร่างสูงผึ่งผายให้หยุดนิ่งที่เธอได้อย่างชะงักงัน เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจากพื้นอย่างช้าๆ แต่สายตายังจ้องมองสาวสวยตรงหน้าเขาตาไม่กระพริบ
“ผู้หญิงไทย!”เสียงรำพึงหลุดออกมาอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะเห็นหญิงสาวคนดังกล่าวหันกลับมาเคลื่อนรถเข็ญของเธอพร้อมค่อยๆ เข็ญจากไปโดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวอีก แม้แต่สายตาของชายหนุ่มร่างสูงผึ่งผาย ซึ่งยืนมองเธอจนลับสายตา
“ฝ่าบาท!ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงของมหาดเล็กผู้ติดตามเอ่ยเรียก
เสียงของมหาดเล็กฟารีส ทำให้ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทราคาแพงหรือแท้จริงแล้วคือเจ้าชายอัลมิลฮาจญ์แห่งราสอัลไคมาห์นั่นเอง เจ้าชายหนุ่มกลับมารู้สึกพระองค์อีกครั้ง
“เออ...”สุรเสียงบ่งบอกถึงความเก้อเขิน
“พระองค์ทรงประชวรหรือเปล่าพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเรียกพระองค์อยู่นานแต่ไม่ทรงรับสั่งตอบรับ”
“ปะ..เปล่าไม่มีอะไร แค่คิดอะไรเพลินๆ อยู่เท่านั้น”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งปฏิเสธ แต่สายพระเนตรกลับทอดพระเนตรไปทิศทางซึ่งเป็นประตูทางออกของท่าอากาศยาน
“ฝ่าบาททรงทอดพระเนตรสิ่งใดอยู่พ่ะย่ะค่ะ มีอะไรน่าสนใจจนถึงขนาดทำให้พระองค์ ทอดพระเนตรตามขนาดนี้”ฟารีสเอ่ยทูลถาม พร้อมทอดสายตามองไปยังประตูทางเข้า แต่ไม่เห็นมีอะไรเป็นที่น่าสะดุดตาแม้แต่น้อย
ก่อนจะได้ยินรับสั่งของเจ้าชายหนุ่มดังขึ้น
“เราก็มองอะไรไปเรื่อยเปื่อย เพิ่งจะรู้ว่าเจ้าเป็นคนอยากรู้อยากเห็น อีกอย่างอยู่นอกประเทศแบบนี้ พูดกับเราธรรมดาไม่ต้องเอ่ยสถานะของเราอีก เข้าใจไหม”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งดุมหาดเล็ก
“พ่ะย่ะค่ะ เอ๊ย!ขอรับ”ฟารีสเอ่ยรับคำพลางทำหน้าแหยๆ
“แล้วจะให้เรายืนอยู่ตรงนี้อีกนานแค่ไหน ฟารีส!ทำไมถึงได้ทำอะไรชักช้า เราบอกแล้วมิใช่เหรอ ว่าเราจะพักอยู่ที่ประเทศไทยนานกว่าที่อื่น เพราะฉะนั้นจัดหารถที่จะใช้ไปไหนมาไหนและที่พักซึ่งไม่ใช่โรงแรม เราไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเราเดินทางมา”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งถาม สุรเสียงบ่งบอกว่าเริ่มทรงหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว
“กระ...กระผมจัดเตรียมทุกอย่างตามที่นายท่านต้องการเรียบร้อยแล้วขอรับ ทั้งที่พักและยานพาหนะ ซื้อมาสดๆ ร้อนเลยขอรับ เรียบร้อยก่อนนายท่านจะบินมาเป็นอาทิตย์”ฟารีสกราบทูลกลับไป พร้อมรีบเดินนำหน้าเจ้าชายของตนออกไปทันที
คุณอาจจะชอบ





