ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พายุรักทรายสีเลือด

พายุรักทรายสีเลือด

ท่ามกลางผืนทรายที่นองไปด้วยเลือดและการล้างแค้น เมื่อหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจถูกพรากไป ความเจ็บปวดจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการไล่ล่าครั้งใหญ่ พบกับการเผชิญหน้าของสองชายหนุ่มต่างเชื้อชาติ ระหว่างชีคหนุ่มผู้สูงศักดิ์แห่งราสอัลไคมาห์และชายหนุ่มสายเลือดไทยผู้เด็ดเดี่ยว ทั้งคู่ต้องบุกตะลุยทะเลทรายที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อตามหาคนรักและพิฆาตเหล่าคนชั่ว บทสรุปของความรักบนรอยแค้นท่ามกลางสมรภูมิเม็ดทรายที่มีทั้งหยดเลือดและน้ำตาจะลงเอยอย่างไร
ตอน
แชร์

ตอน 3

คอนโดหรูริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

แม่น้ำสายใหญ่ซึ่งไหลกระเพื่อมขึ้นลง คลื่นลูกใหญ่ซัดเข้าหาสองชายฝั่งซึ่งเต็มไปด้วยตึกสูงของบรรดาโรงแรมและคอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยมหลายอาคาร ของผู้มีอันจะกินและมีฐานะร่ำรวย และคอนโดหรูหราดังกล่าวหนึ่งในนั้น เป็นที่พักของนางแบบสาวชื่อดังของเมืองไทย พักอยู่ท่ามกลางคอนโดหรูเหล่านั้น

แสงตะวันแรงกล้าบ่งบอกว่าเวลาในยามเช้า แต่มันไม่ใช่เสียแล้ว ตะวันโด่งชี้ฟ้าปาเข้าไปแบบนี้มันเป็นเวลาใกล้เที่ยงนั่นเอง

“กริ๊งๆ”เสียงโทรศัพท์มือถือ ดังหงีดๆ อยู่ข้างเตียง พร้อมปฏิริยาของหญิงสาวร่างระหงซึ่งกำลังนอนหลับสนิทให้ตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์

หญิงสาวค่อยๆ รู้สึกตัวสองมือเปะปะเพื่อควานหาโทรศัพท์มือถือซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ พร้อมกดรับกรอกเสียงไปตามสายด้วยความงัวเงีย

“ฮาลโหล”หญิงสาวพูดเสียงยานคาง

“ริสาจ๋า กลับมาจากมัลดีฟตั้งแต่เมื่อไร ไม่เห็นโทรบอกผมเลย”เสียงทุ้มนุ่มนวลของชายหนุ่มดังขึ้นทันทีเมื่อเธอกดรับสาย แต่เสียงนั้นทำให้เธอหายอาการงัวเงียทันที

“กรินทร์!”หญิงสาวหายงัวเงียเป็นปลิดทิ้ง พร้อมรีบลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันทีก่อนจะปรับเสียงให้เป็นปกติ

“เออ...ริสาเพิ่งมาถึงน่ะค่ะกรินทร์”หญิงสาวเอ่ยตอบกลับไป

“เหรอจ๊ะ!ไม่เห็นริสาตั้ง 2 อาทิตย์คิดถึงจังเลย เดี๋ยวผมไปหาน่ะ จะได้ไปทานข้าวและจะได้เลยไปลองชุดแต่งงานของเราสองคน ไปถึงจะกระโดดหอมให้ชื่นใจเลย”ชายหนุ่มคล้ายชายคนรักส่งเสียงตอบกลับมา ซึ่งทำให้หญิงสาวที่ได้ยินประโยคหลังของเขา เกิดอาการเขินทันที

“คนบ้า!”หญิงสาวเอ่ยตอบกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“แค่นี้ก่อนน่ะริสา อีก 2 ชั่วโมงเจอกันเดี๋ยวผมเสร็จจากคุยกับลูกค้าแล้วผมจะไปรับ”

“ค่ะ อีก 2 ชั่วโมงพบกันค่ะ”หญิงสาวเอ่ยตอบกลับไป พร้อมกดตัดสัญญาโทรศัพท์

ริสา ทินวัฒน์ นางแบบสาวชื่อดังของเมืองไทย เพิ่งบินกลับมาจากประเทศมัลดีฟ หลังจากเป็นนางแบบ ให้กับนิตยสารชื่อดังในเมืองไทย ถ่ายแบบชุดว่ายน้ำ ลงในนิตยสารในฤดูร้อนที่ใกล้จะถึงนี้ เธอเป็นนางแบบสาวที่ได้ชื่อว่ากำลังขายดีและฮอตสุดๆ ของเมืองไทยในขณะนี้ ช่วงเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 1 ปี สำหรับนางแบบน้องใหม่อย่างเธอ หล่อนกลายเป็นนางแบบที่มีงานชุกมากที่สุด ทั้งถ่ายแบบ เดินแบบ ถ่ายโฆษณา ด้วยนิสัยขี้เล่น ฉลาดและนอบน้อมคาระวะผู้หลักผู้ใหญ่ มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ทำให้เธอเป็นที่ชื่นชอบของคนในวงการและจะติดต่อทาบทามเธอเป็นคนแรกเสมอ

หญิงสาวพบรักกับนักธุรกิจหนุ่มชื่อดัง ซึ่งเป็นบุคคลนอกวงการบังเทิง กรินทร์ ภีระศักดิ์ไพบูลย์ นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ซึ่งก้าวขึ้นมามีสีสันในวงการธุรกิจของเมืองไทยระดับต้นของประเทศ มั่งคั่งและร่ำรวยจนน่าจับตามองเพราะเขามีธุรกิจซึ่งเขาลงทุนในแถบตะวันออกกลางเป็นหลัก

ริสา นั่งเหม่อมัวคิดถึงคู่หมั้นหนุ่มของเธอจนเพลิน ใบหน้าสวยแหงนมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่หัวเตียงบอกเวลาผ่านไป 15 นาทีเข้าไปแล้ว ร่างระหงกระเด้งลุกจากที่นอนทันที

“ว๊าย!นี่ฉันมัวนั่งใจลอยไปถึงไหนแล้วเนี่ย ตายแล้ว!ตายแล้ว!ไหนจะอาบน้ำ ไหนจะแต่งตัว”หญิงสาวรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนส่วนตัวด้วยความรวดเร็ว

เวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง ริสา ในชุดทันสมัยแต่งหน้าเพียงบางๆ เดินออกจากห้องพักเพื่อลงไปที่ร้านทำผมด้านล่างของตัวตึก หญิงสาวยืนกดลิฟต์พร้อมแหงนหน้าขึ้นมองเลขชั้นที่กำลังไต่ลงมา พร้อมขมวดคิ้วเข้าหากันทันที เมื่อลิฟต์จอดอยู่ชั้นบนสุดของอาคาร ซึ่งเป็นชั้นที่มีราคาแพงสูงลิบลิ่ว พรั่งพร้อมไปด้วยความทันสมัยมากมายในชั้นนั้น

“ชั้นที่ 29 มีคนเข้ามาอยู่แล้วเหรอ ชั้นนั้นเป็นระดับผู้มีอันจะกินเท่านั้น ถึงจะอยู่ได้ ขนาดห้องเราอยู่ชั้นที่ 20 แท้ๆ ที่กรินทร์ซื้อให้ก็ปาเข้าไปสิบล้านแล้ว แล้วใครมาอยู่ชั้นระดับมหาเศรษฐีแบบนั้นได้น่ะ”หญิงสาวรำพึงไปเรื่อยเปื่อย

ลิฟต์โดยสารค่อยๆ ไต่ลงมาทีละชั้น หยุดบ้างเป็นบางชั้นเพื่อหยุดรับคน ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงชั้นที่ 20 ซึ่งเป็นชั้นที่ ริสา กำลังยืนคอยอยู่ ทันทีที่ลิฟต์เปิดออกมีผู้โดยสารในลิฟต์อยู่ประมาณ 3 คน หญิงสาวรีบก้าวเข้าไปในลิฟต์ทันที โดยไม่สังเกตสิ่งรอบตัวทั้งสิ้น ว่ากำลังมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องเธออยู่อย่างไม่วางตา

ลิฟต์โดยสารค่อยๆ เคลื่อนไปเรื่อยๆ พร้อมกับผู้โดยสารที่อยู่ภายในลิฟต์ออกไปตามแต่ละชั้น เมื่อถึงจุดหมายจนเหลือเพียง หญิงสาวกับชายหนุ่มซึ่งเธอไม่รู้จักเพียงสองคนเท่านั้น ท่ามกลางความเงียบภายในลิฟต์ เสียงเอ่ยทักทายของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ในชุดสูทสากลราคาแพงลิบเอ่ยขึ้นกับเธอ

“สวัสดี ฮา บิบ ที่ ” ชายหนุ่มเอ่ยทักทายภาษาไทยปนภาษาอารบิคเหมือนตั้งใจเรียกเธอแบบนั้น สายตายังคงจ้องไปที่ใบหน้าหวานที่เห็นเพียงด้านข้าง

ริสา ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่เพราะไม่รู้ว่า เสียงนั้นกำลังพูดอยู่กับใคร เพราะคำหลังเธอแปลไม่ออกหากเธอรู้ว่า ฮา บิบ ที่ "Habibti" (อ่านว่า ฮา-บิบ-ที่ แปลว่าที่รัก) ซึ่งเป็นคำที่ชายชาวอาหรับเรียกหญิงที่เขาร็สึกพึงพอใจหรือเป็นคนรัก ริสา คงยืนอึ้งด้วยความตกใจแน่นอน ก่อนจะได้ยินเสียงนุ่มเอ่ยทักเธอขึ้นมาอีก

“สวัสดี ฮา บิบ ที่ คุณจะรังเกียจที่จะคุยกับชาวต่างชาติอย่างผมไหม ผมต้องการความช่วยเหลือบางประการ”ชายหนุ่มเจ้าของเสียงทักทาย เอ่ยภาษาไทยพูดคุยกับริสาโดยแฝงความหมายบางคำ ที่หญิงสาวฟังไม่เข้าใจ

ริสา หันกลับไปตามเสียงที่เอ่ยทักทายเธอนั้นทันที เมื่อได้ยินภาษาไทยซึ่งฟังดูก็รู้ว่า แปร่งๆ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นชาวต่างชาติที่สามารถพูดภาษาไทยได้น่าฟังและค่อนข้างชัด

“คุณเรียกฉันเหรอค่ะ”หญิงสาวหันกลับไปถามชายชาวต่างชาติที่เอ่ยทักทายเธอก่อน ใบหน้าสวย แหงนมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังของเธอ ดวงตาหวานจ้องมองด้วยความแปลกใจ

ชายหนุ่มชาวต่างชาติที่แท้คือเจ้าชายหนุ่มรูปงามจาก ราสอัลไคมาห์ ซึ่งได้เข้ามาพักอยู่ชั้นบนสุดของคอนโดมิเนี่ยมหรูราคาแพงลิบลิ่ว จะด้วยความบังเอิญก็ว่าได้เพราะที่พักในเมืองไทยของพระองค์กลับอยู่ที่เดียวกัน กับริสา นางแบบสาวชื่อดังของเมืองไทย ซึ่งพระองค์มิทรงรู้จักว่าหญิงสาวเป็นใครมาจากไหน ทรงทราบแต่เพียงว่า หญิงสาวชาวไทยตรงหน้าพระพักตร์ ซึ่งพระองค์พบที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วยความบังเอิญ ต้องพระทัยของพระองค์ยิ่งนัก นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ทรงพบ ยิ่งมอง ยิ่งสวย ยิ่งพิศ ยิ่งน่าหลงใหล ใคร่อยากได้เชยชม

เจ้าชายหนุ่มเผลอทอดพระเนตรใบหน้าหวานของริสา จนลืมตัว ก่อนจะรู้สึกขึ้นอีกครั้งเมื่อเสียงของหญิงสาวเอ่ยถามย้ำขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง

“คุณเรียกฉันเหรอเปล่าค่ะ พูดไทยได้ไหม”ริสา เอ่ยถามกลับไปพร้อมสังเกตลักษณะผู้ชายชาวต่างชาติที่ยืนสูงท่วมตัวเธออย่างละเอียด

“ผู้ชายคนนี้ตัวโตจังเลย หน้าออกแขก สงสัยจะเป็นแขกมั้งเนี่ย แต่หน้าตาสะอาดหล่อเชียว ถ้าเดินหลงเข้าไปในกองถ่าย มีหวังโดนจับปล้ำจนอาน”ริสา รำพึงทะลึ่งอยู่ในใจ ดวงตากลมโตจ้องมองไปที่ชายชาวต่างชาติ พร้อมส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร จนคนมองที่ยืนจ้องมองอยู่แล้ว ยิ่งมองจนเพลินเข้าไปอีก

“เออ...ผม..พูดภาษาไทยได้บ้าง ผมอยากขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับสถานที่ในประเทศไทย เพราะผมยังไปไหนไม่ถูกครับ”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งเป็นภาษาไทย

“อ๋อ!แล้วคุณจะไปไหนเหรอค่ะ แล้วจะไปรถแท๊กซี่ หรือคุณมีรถส่วนตัวที่จะไป”ริสา เอ่ยถามพร้อมแหงนคอมองเจ้าชายหนุ่มตาแป๋ว พลางก้าวเดินออกจากลิฟต์เพราะลิฟต์โดยสารเคลื่อนที่ลงมาถึงชั้นล่างของตัวตึกพอดี พร้อมด้วยร่างสูงของพระองค์ก้าวติดตาม

เจ้าชายหนุ่มนิ่งคิดอยู่ชั่วคราว ว่าจะบอกสถานที่แห่งไหนดี ก่อนจะไอเดียบรรเจิด ทรงนึกออกแล้วว่าจะบอกสถานที่แห่งไหน เพื่อเปิดช่องทางเพื่อพระองค์จะได้รู้จักกับหญิงสาวที่ทรงพอพระทัย

“วัดพระแก้ว!ผมจะไปวัดพระแก้วครับ คุณช่วยแนะนำเส้นทางให้กับผมได้ไหม”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งตอบ

“วัดพระแก้วเหรอค่ะ!ตายล่ะ วัดโพธิ์ดิฉันยังไปไม่เป็นเลย แล้ววัดพระแก้วจะไปถูกได้อย่างไง จะบอกทางให้คุณไปเส้นทางไหน ก็คงไม่มีประโยชน์แล้วค่ะ เอาเป็นว่าคุณเรียกแท๊กซี่ดีกว่าน่ะค่ะ แค่บอกว่าไปวัดพระแก้ว แท๊กซี่ทุกคนไปเป็นหมดเลยค่ะ ขอโทษน่ะค่ะที่ช่วยอะไรคุณไม่ได้เลย”ริสา พูดพร้อมส่งยิ้มหวานให้ จนเจ้าชายหนุ่มทอดพระเนตรค้างไปเลย

“ริสา!”เสียงตะโกนร้องเรียกชื่อของหญิงสาว ดังออกมาจากทางด้านหน้าของล๊อบบี้ตัวตึก

“กรินทร์!”หญิงสาวเอ่ยชื่อคนเรียกออกมาทันที แต่ชื่อนั้นทำให้เจ้าชายแห่งราสอัลไคมาห์ หันกลับไปมองคนที่เธอเรียกทันที

“กรินทร์!”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งชื่อสหายเก่าออกมาเช่นกัน

พระวรกายสูงสง่าของเจ้าชายหนุ่มแห่งราสอัลไคมาห์ รีบหลบเข้าไปยังห้องน้ำหญิงที่อยู่ติดกับลิฟต์โดยสารอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้หญิงสาวที่พระองค์อยากทำความรู้จักด้วยยืนอยู่เพียงลำพัง จนทำให้เจ้าหล่อนยืนงงด้วยความแปลกใจ

“อ้าว!หายไปไหนแล้ว เมื่อกี้ยังยืนอยู่เลย”ริสารำพึงเบาๆ

“ริสาจ๋า!”เสียงของชายคนรักเอ่ยเสียงหวาน ทันทีที่เห็นหน้าเธอ

“กรินทร์ มาเร็วจังเลยค่ะ ริสายังไม่ได้เป่าผมเลย”หญิงสาวเอ่ยถามกลับไปด้วยความแปลกใจ

“ผมคิดถึงริสาจะแย่ ก็เลยเลื่อนนัดลูกค้าออกไปเป็นวันอื่น แล้วก็รีบมาหาคุณ ริสาของผมสวยอยู่แล้วไม่ต้องทำอะไรหรอกจ๊ะ แค่นี้ก็สวยบาดจิตบาดใจกวินทร์จะตายอยู่แล้ว โอ๊ย!หัวใจจะวายตาย เพราะใจทรมานความสวยของคู่หมั้นตัวเอง”ชายหนุ่มเอ่ยหยอกล้อคู่หมั้นสาว ก่อนจะโดนของดีกลับมา

“เผียะ!”ฝ่ามือน้อยๆ บรรจงตบเข้าที่ต้นแขนพอเป็นพิธีแก้อาการเขินอาย เมื่อชายคนรักกระเซ้าเธอแบบนั้น

“พอแล้วค่ะกรินทร์ อายคนอื่นเขาบ้างสิค่ะ”หญิงสาวเอ่ยห้ามปราม

“ไม่อาย!รักริสา ผมจะพูด ผมจะอวด ผมจะบอกทุกคนให้กับคนทั้งโลกให้รู้ว่า กวินทร์คนนี้รักริสามากแค่ไหน”ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า ทำท่าจะตะโกนบอกชาวประชาชีที่อยู่ในบริเวณนั้นออกมาดังๆ

“ผมรัก...อุ๊บ!”มือบางกระโดดป้องปากของคู่หมั้นหนุ่มด้วยความเขินอาย

“พอแล้วค่ะ ริสาเชื่อว่ากรินทร์รักริสา ไม่ต้องประกาศบอกคนอื่นหรอกค่ะ อายจะตายอยู่แล้ว น่ะ!น่ะ!คนดี”หญิงสาวเอ่ยบอก พร้อมส่งเสียงเว้าวอนดั่งลูกแมวร้องให้กับคนรัก มีหรือคนฟังจะไม่หยุด

“ไม่ต้องอ้อนแล้วจ๊ะ เดี๋ยวทนไม่ไหว ตบะแตกก่อนแต่งงาน อย่าไปอ้อนผู้ชายคนไหนแบบนี้น่ะ ริสา”กวินทร์เอ่ยบอกหญิงคนรัก

“ทำไมล่ะค่ะ ริสาไมได้ทำอะไรเลย”หญิงสาวเอ่ยถามกลับไปด้วยความสงสัย

“โธ่แม่คุณ!ช่างไม่รู้อะไรเลย ก็ริสาอ้อนเสียงหวานแบบนี้ เป็นใครก็หลงจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว ขนาดผมเองยังใจจะขาด จะตบะแตกก่อนแต่งงานไม่รู้กี่รอบแล้วคุณรู้ไหม”ชายหนุ่มเอ่ยบอก พร้อมเชยคางคู่หมั้นสาวขึ้นมองหน้าเขา

“ริสาเป็นคู่หมั้นของผม เพราะฉะนั้นผู้ชายหน้าไหนอย่าหวังเลยว่าจะเข้าใกล้คุณได้ เพราะผมรักผมหวงริสา ถ้าใครคิดจะมาจีบคุณ ต้องเจอดีกับผมแน่”กวินทร์เอ่ยบอกคู่หมั้นสาว

“คนขึ้หึง!ไม่มีใครกล้ามาจีบริสาหรอกค่ะ คุณเล่นจ้างบอดี้การด์คอยติดตามริสาตลอดเวลาทุกฝีก้าวแบบนี้ เวลาบินไปต่างประเทศ ใครจะไปกล้าล่ะค่ะ แค่เขาเห็นบอดี้การด์ของกวินทร์ ก็พากันกลัวหมดแล้ว” หญิงสาวเอ่ยบอกพร้อมเขย่งปลายเท้าจุมพิตปลายคางคู่หมั้นหนุ่มรูปหล่อของเธอเบาๆ

“ริสารักคุณคนเดียวค่ะ ผู้ชายคนอื่นได้แค่มองเท่านั้นเพราะหัวใจของริสา มอบให้กวินทร์เท่านั้น”หญิงสาวเอ่ยบอกกับคู่หมั้นหนุ่ม จนทำให้คนฟังยิ้มกว้างด้วยความปลี้มใจ

“ผมก็รักริสา ชื่นใจจังเลยที่ได้ยินแบบนี้ ริสาคงหิวแล้ว ผมจะพาไปทานข้าวแล้วค่อยไปลองชุดแต่งงานที่สั่งตัดเอาไว้”ชายหนุ่มเอ่ยบอกคู่หมั้นสาวพร้อมจูงมือบางเดินออกจากตัวตึก ตรงไปที่รถสปอรต์คันหรูราคาแพงของเขา โดยมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองตาม ตาไม่กระพริบ

เจ้าชายอัลมิลฮาจญ์ เสด็จออกจากห้องน้ำหญิง ซึ่งอยู่ใกล้ลิฟต์มายืนมองรถสปอรต์คันหรูของพระสหายเก่าค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปจากคอนโดมิเนียมราคาแพง โดยมีสายตาของหญิงสาวชาวไทยหลายคู่จับจ้องพระพักตร์หล่อเหลาคมคายของพระองค์ ด้วยเพราะหลงเสน่ห์ในสิริโฉมที่น่าพิสมัย

“ว๊าย!เธอผู้ชายคนนี้หล่อจังเลย สงสัยจะเป็นคนอาหรับมั้งเนี่ย”

“ตายแล้ว!หล่อน่ากินมากเลยเคอะ ทำอย่างไงถึงจะได้มานอนกอด อยากได้หล่อๆ แบบนี้จังเลย”

เสียงสาวๆ หวีดว๊ายกันยกใหญ่ แต่เจ้าชายหนุ่มหล่อไม่สนพระทัย สิ่งที่พระองค์กำลังสนพระทัยอยู่ตอนนี้ก็คือ หญิงสาวที่พระองค์ทรงพึงพอพระทัย เจ้าหล่อนกลายเป็นคู่หมั้นของอดีตพระสหาย ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นศัตรูด้วยเหตุการณ์ในอดีตเมื่อ 5 ปีก่อน ความแค้นยังฝังใจไม่มีวันลืม

“ผู้หญิงคนไทยคนนั้นชื่อริสา คู่หมั้นของกรินทร์!”พระองค์รับสั่งสุรเสียงเบาหวิว

นับเป็นครั้งแรกที่เจ้าชายหนุ่ม ทรงพึงพอพระทัยอิสตรี ริสาต้องตาต้องใจพระองค์มาก สวยไปหมดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตากลมโตไร้เดียงสาเวลาจ้องมองพระองค์ ทำให้เจ้าชายหนุ่มทอดพระเนตรจนลืมพระองค์ ยิ่งรอยยิ้มหวานด้วยแล้ว ตรึงอยู่ภายในพระทัยจนติดตา

“ฝ่าบาท!ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงของฟารีสดังขึ้น

เจ้าชายอัลมิจฮาจญ์ หันกลับไปตามเสียงเรียกของมหาดเล็ก พร้อมส่งสายพระเนตรดุเป็นการตำหนิมหาดเล็กคนสนิทให้รู้สึกตัวทันที

“บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าอยากเรียกแบบนี้ สอนไม่รู้จักจำ!”รับสั่งดุกลับไป

“เออ..ขอรับ ผิดไปแล้วขอรับนายท่าน ต่อไปจะจำให้ขึ้นใจเลยขอรับ นายท่านจะเดินทางไปเลยไหม เพราะกระผมว่าจ้างคนขับรถที่รู้จักเส้นทางในเมืองไทยเป็นอย่างดีมาแล้ว จะคอยทำหน้าที่ขับรถไปทุกที่ ตามที่นายท่านสั่งให้ไป แล้ววันนี้นายท่านจะไหนบ้างขอรับ”มหาดเล็กกราบทูลถามกลับไป แต่คำถามของมหาดเล็กทำให้พระองค์ส่ายพระเศียรไปมาทันที

“ไปวัดพระแก้วมั้ง!รู้ทั้งรู้ว่าวันนี้จะไปไหน เป็นคนบอกกำหนดการให้เรา ยังจะมาย้อนถาม”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งดุเสียงดังเป็นภาษาอารบิค พร้อมส่ายพระเศียรไปมาด้วยความอ่อนพระทัยกับอาการ หลงๆ ลืมๆ ของมหาดเล็กผู้ใกล้ชิด พระองค์เสด็จตรงไปยังทางออกของตัวตึกทันที โดยมีฟารีสวิ่งติดตาม

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บุตรเช่นข้า หาได้ต้องการบิดาเช่นท่าน
9.4
หลินตงหยาง โปรแกรมเมอร์ผู้จบชีวิตลงเพราะตรากตรำทำงานหนัก กลับตื่นขึ้นมาในร่างเด็กชายวัย 10 ขวบที่มีชื่อเดียวกันในโลกย้อนยุค เขาพบว่าเจ้าของร่างเดิมเสียชีวิตจากการถูกย่าแท้ๆ ทำร้ายเพื่อแย่งชิงอาหาร ทั้งที่ครอบครัวฝ่ายพ่อเคยทอดทิ้งพวกเขาไปอย่างไม่ใยดีเพื่อแสวงหาความร่ำรวยในเมืองหลวง ทิ้งให้แม่และลูกๆ ต้องเผชิญความลำบากเพียงลำพัง เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่พร้อมความทรงจำเดิม เขาจึงกำหมัดแน่นด้วยความแค้นและสาบานว่าจะปกป้องแม่กับน้องสาวจากคนสารเลวเหล่านั้นให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย ถูกทิ้งโดยอัลฟ่า หันไปแต่งกับศัตรู
9.3
เมื่อถูกศัตรูจับตัวไป อัลฟ่าผู้เป็นคนรักกลับเลือกทิ้งฉันไว้เบื้องหลังเพื่ออยู่กับคู่แท้ของเขาอย่างไม่ใยดี คำพูดที่ไร้หัวใจส่งผ่านสายโทรศัพท์กลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตท่ามกลางความตายที่คืบคลานเข้ามา ฉันจำต้องอ้อนวอนร้องขอชีวิตจากอัลฟ่าฝ่ายศัตรูพร้อมยอมศิโรราบทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด ทว่าในวันที่อดีตคนรักคิดจะกลับมาทวงฉันคืน ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว เพราะตอนนี้ฉันได้กลายเป็นสมบัติของศัตรูผู้โหดเหี้ยมที่ไม่มีวันปล่อยให้ฉันกลับไปหาเขาอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย GUN : ความรัก หัวใจ ไกปืน
9.5
อธิเมศร์พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องผู้หญิงที่เป็นดั่งดวงใจอย่างณชาณัธฐ์ แม้เขาจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายหรือต้องตัดสินใจเหนี่ยวไกสังหารศัตรูหน้าไหนก็ตามที่คิดจะย่างกรายเข้ามาทำร้ายเธอ ความรักครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิตและความตาย โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือการดูแลและคุ้มครองเธอให้ปลอดภัยไปตลอดกาล ท่ามกลางสมรภูมิแห่งความขัดแย้งที่บีบคั้นให้เขาต้องเลือกระหว่างความเมตตาหรือการปลิดชีพเพื่อรักษาชีวิตของหญิงสาวผู้เป็นที่รักที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ชายาอสรพิษ
9.1
หลี่หลิงเฟิ่ง ยอดอัจฉริยะจากองค์กรฝึกสายลับลับของจีนต้องจบชีวิตลงอย่างปริศนาขณะทำภารกิจสุดท้าย ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามมิติมาสวมร่างคุณหนูห้าบุตรสาวอนุภรรยาผู้ต่ำต้อยในจวนเจ้าเมือง ท่ามกลางสายตาดูแคลนจากผู้คนที่ตราหน้าว่าเธอเป็นเพียง 'ตัวไร้ค่า' แห่งยุคสมัย เมื่อได้รับโอกาสให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย อดีตสายลับมือหนึ่งจึงตัดสินใจทิ้งความอ่อนแอไว้เบื้องหลัง เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าคนอย่างเธอจะไม่ยอมถูกกดขี่หรือเป็นขยะให้ใครรังแกได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ฮัวฟู่หรง ฮูหยินร้ายแม่ทัพทมิฬ
9.2
ฮัวฟู่หรงดาราสาวดาวรุ่งเสียชีวิตกะทันหันขณะรับบทฮูหยินของอินลี่ซาน แม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งต้าฉิน แต่โชคชะตากลับพาเธอย้อนอดีตสู่ยุคโบราณในร่างของฮูหยินฮัวที่หายตัวไป ท่ามกลางการตามล่าอย่างพลิกแผ่นดินของสามีทมิฬ การกลับมาครั้งนี้เธอไม่ใช่สตรีผู้อ่อนแอคนเดิมที่ใครจะมารังแกได้อีกต่อไป ฟู่หรงตัดสินใจสวมบทฮูหยินตัวร้ายที่พร้อมฟาดฟันทุกคนที่เคยทำร้ายคนที่เธอรัก แม้จะร้ายกาจเพียงใดเธอกลับครองใจแม่ทัพผู้แข็งแกร่งได้อย่างเบ็ดเสร็จในสมรภูมิแห่งความรักและแค้นนี้
หน้าปกนวนิยาย กำเนิดใหม่คุณหนูใหญ่ขยันเชือด
8.9
ในโลกที่ไร้ความยุติธรรมและเต็มไปด้วยความเน่าเฟะ วิถีแห่งมารจึงกลายเป็นทางออกเดียว เมื่ออดีตนางมารผู้โหดเหี้ยมได้กลับมาเกิดใหม่ในร่างของคุณหนูผู้ปัญญาอ่อน ท่ามกลางสังคมที่ยึดถือเพียงพละกำลังเป็นเครื่องตัดสินทุกสิ่ง นางจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนอำนาจและพร้อมที่จะบดขยี้ศัตรูทุกคนที่ขวางหน้าให้สิ้นซาก การเดินทางครั้งใหม่เพื่อทำลายล้างระเบียบเดิมและสถาปนาความแข็งแกร่งของตนเองในมหาพิภพที่บิดเบี้ยวนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว