
จ้างรัก
ตอน 2
“อะ…อะไรหรือ แกถามอะไรฉันนะยัยอร โทษที ไม่ทันฟัง” บอกพลางยิ้มแหยๆ ก่อนก้มลงไปเก็บส้อมขึ้นมาวางบนโต๊ะ ขนมที่ชอบกินแทบจะไม่อยากกลืนลงท้อง มันตื้อไปหมด อรณีเห็นอาการของเพื่อนรักแล้วต้องถอนหายใจก่อนจะขยับเก้าอี้มานั่งข้างๆ
“แกมีอะไรหรือเปล่า ทำไมใจลอยได้ขนาดนี้”
“ปะ…เปล่านี่ ฉันสบายดี” อนามิกาปฏิเสธเสียงสูง แต่ก็ไม่กล้าสบตาที่หรี่มองอย่างรู้ทันของอรณี
“ฉันไม่เชื่อ ถึงฉันกับแกจะไม่ได้อยู่ด้วยกันมานานหลายปี แต่แกอย่าลืมสิว่า แกกับฉันโตมาด้วยกัน แกเป็นอย่างไรทำไมฉันจะไม่รู้ อาการเหม่อลอย และปากแข็งว่าไม่มีอะไรของแกนี่แหละ มันเหมือนมีกระดาษที่เขียนคำว่าฉันกำลังมีปัญหาแปะอยู่ที่หน้าผาก บอกมา แกมีปัญหาอะไร”
อนามิกากลืนน้ำลายลงคอมองหน้าเพื่อนที่กำลังเลิกคิ้วรอคอยคำตอบอย่างใจจดจ่อ ก่อนจะหันไปมองคุณหมอแจ๊คที่นั่งส่งยิ้มอบอุ่นมาให้พร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการบอกว่าให้เธอเล่าปัญหาของตัวเองออกมาเถอะ ในเมื่อคนทั้งสองอยากรู้ เพราะเป็นห่วง เธอก็จะเล่า อย่างน้อยก็อาจจะมีไอเดียดีๆ ในการแก้ปัญหาบ้างก็ได้
“ป้าฉันโทรมาสารภาพว่า ท่านแอบเอาโฉนดที่ดินทั้งหมดไปจำนองกับเสี่ยเกษมเพื่อเอาเงินไปเล่นพนันบอลจนหมด และตอนนี้เขามาทวงหนี้ เพราะป้าฉันไม่ส่งต้นส่งดอกเขามาสองเดือนแล้ว ถ้าไม่ส่งเดือนนี้อีกมีหวังที่ดินหลุดลอยไม่มีแม้ที่ซุกหัวนอนแน่ๆ”
อรณีที่รู้จักครอบครัวของอนามิกาดี ฟังแล้วถึงกับอ้าปากค้างกะพริบตาปริบๆ อย่างตกใจ และไม่อยากจะเชื่อว่าป้าผู้แสนดีของเพื่อนรักจะเล่นพนันบอล
“ฉะ…ฉันช็อคนะแก เล่นเอาพูดไม่ออก ไม่อยากจะเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อ แล้วป้าแกเอาเงินเขามาเท่าไรล่ะ”
อรณีถามพร้อมกับภาวนาว่าอย่าให้เป็นอย่างที่เธอคิดเลย แม้ครอบครัวของอนามิกาจะไม่ได้ร่ำรวยมาก แต่ก็พอมีที่ดินอยู่บ้างสองสามที่ ถ้าเอาโฉนดที่ดินทั้งหมดไปจำนองหมดนั่นมันก็คงได้เงินค่อนข้างเยอะอยู่ แต่ดูเหมือนคำภาวนาของเธอจะไม่ได้ผล เมื่อเห็นอนามิกาเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่นพร้อมก้มหน้าบอกยอดเงินเสียงแผ่ว
“สองล้าน”
บรรยากาศในห้องครัวเงียบสงัดชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจของกันและกัน สองสามีภรรยาหันมามองหน้ากันก่อนจะหันไปมองอนามิกาอย่างเห็นใจ และสุดท้ายก็เป็นอรณีเอ่ยทำลายความเงียบ
“แล้วแกคิดจะทำอย่างไรล่ะ เงินไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ นี่ป้ารักแกเล่นหนักขนาดนี้เลยหรือเนี่ย”
“คงเล่นหวังจะเอาคืนแหละ แต่ยิ่งเล่นก็ยิ่งเสียยิ่งจม สุดท้ายเงินจำนวนมหาศาลก็สูญ ฉันคิดว่าก่อนอื่นคงต้องโอนเงินในบัญชีไปให้แกไปใช้ในส่วนที่ค้างเอาไว้เสียก่อน จากนั้นฉันคงต้องทำงานทยอยส่งกลับไปใช้หนี้ ฉันอยากจะอยู่ทำงานที่นี่ต่อ ถ้ากลับเมืองไทยตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะหางานได้หรือเปล่า และไม่รู้ว่าได้เงินเดือนมากพอที่จะแบ่งมาใช้หนี้ไหม”
อนามิกาบอกอย่างกลุ้มใจ ไม่รู้จะจัดการอย่างไรดีกับชีวิตที่ต้องเปลี่ยนแปลงชั่วพริบตา จากที่แค่จะมาเที่ยว และลองทำงานเล่นๆ ฆ่าเวลากลับกลายเป็นต้องจริงจังกับมันขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“แกก็ทำไปสิ เจ้าของร้านเขาก็ไม่ได้ว่า เขายังไม่รู้นี่ว่าแกจะอยู่ที่นี่แค่สามเดือน” อรณีพูดเองก็อึ้งเอง ก่อนจะหันขวับไปมองเพื่อนรักที่มองมาแล้วพยักหน้าอย่างต้องการบอกว่านั่นแหละคือปัญหา
“ฉันลืมนึกไปว่าแกถือวีซ่าท่องเที่ยว กำหนดอยู่ที่นี่ได้แค่สามเดือน เอาอย่างไรดีคุณหมอช่วยคิดหน่อยสิ จะบินกลับเมืองไทยแล้วขอเข้าอเมริกาอีกที ฉันว่ายุ่งยาก เปลืองค่าเครื่องด้วย” อรณีบ่นพึมพำพลางใช้มือลูบคางอย่างใช้ความคิดอยู่นาน จนคุณหมอแจ๊คที่นั่งเงียบมาตลอดแสดงความคิดเห็นบ้าง
“ถ้าคุณน้องอยากอยู่ที่นี่นานๆ และถูกกฎหมายนะ มีทางเดียวคือจดทะเบียนสมรสกับคนที่นี่ แน่นอนต้องเป็นคนอเมริกัน พอได้กรีนการ์ดก็สบายแล้ว คุณมีทางออกที่ดีกว่านี้ไหม” คุณหมอแจ๊คหันไปถามภรรยาสาวที่อ้าปากค้าง
‘ใช่! มันยังมีวิธีนี้อีกวิธีหนึ่งนี่นา แม้มันจะไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องนักก็ตาม แต่ตอนนี้ไม่มีทางเลือกแล้ว’
“อย่างที่คุณหมอบอกนะแก รู้สึกว่า วิธีนี้เขาจะนิยมทำกัน มีทั้งที่จดทะเบียนสมรสจริงๆ และจ้างจด แล้วแกมาอยู่ที่นี่ถูกใจหนุ่มอเมริกันบ้างเปล่า ถ้าเกิดมีและคิดจริงจังก็จับเขาจดทะเบียนสมรสไปเลย”
“พูดง่ายนะ แกอยู่กับฉันเกือบจะตลอดเวลาแล้วเห็นฝรั่งหน้าไหนมาสนใจฉันไหมล่ะ”
คุณอาจจะชอบ





