ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ผัวมาเฟียเมียกำมะลอ  (วิลเซนต์-ไอด้า)

ผัวมาเฟียเมียกำมะลอ (วิลเซนต์-ไอด้า)

วิลเซนต์ มาเฟียหนุ่มเพลย์บอยสุดเจ้าชู้แห่งตระกูลทริปเปิลวิลล์ ต้องหาทางรอดจากการถูกมารดาบังคับคลุมถุงชน เขาจึงตัดสินใจดึง ไอด้า ลูกสาวเพื่อนสนิทของพ่อแม่ที่เติบโตมาด้วยกัน ให้มารับบทเมียกำมะลอเพื่อตบตาครอบครัว แม้ในอดีตไอด้าจะเคยแอบปลื้มพี่ชายคนนี้จนอยากเป็นเจ้าสาวของเขาจริงๆ แต่การต้องมาแต่งงานหลอกๆ ในครั้งนี้กลับทำให้หัวใจของเธอหวั่นไหวอีกครั้ง ท่ามกลางความใกล้ชิดที่เริ่มลบเลือนเส้นกั้นระหว่างเรื่องสมมติกับความรู้สึกที่แท้จริงในใจของทั้งคู่
ตอน
แชร์

ตอน 2

@ คอนโดวิลเซนต์

ผมนั่งหน้าจ๋อยอยู่ที่โซฟาเบดในห้องนั่งเล่น เมื่อโดนมัมดึงหูลากออกมาจากห้องนอนแล้วตะเพิดน้องเนเน่คู่ขาคืนเดียวที่ผมยังกินไม่อิ่มออกไปจากห้อง

"เมื่อไหร่จะเลิกสำส่อน" มัมยืนกอดอกมองผม ใบหน้านิ่ง ๆ แบบนี้แหละที่ผมกลัวที่สุด

"โถ่ สำส่อนอะไรกันครับมัม ผมแค่ใช้ชีวิตโสดให้คุ้มแค่นั้นเอง" ผมบอกกับมัมไป แต่ไม่วายถูกมัมหยิกหมับเข้าที่แขนอีก แสบชะมัดเลย

"แกน่ะใช้ชีวิตโสด ส่วนฉันน่ะชีวิตบัดซบ แกรู้ไหมว่ามีผู้หญิงมาตามหาแกที่บ้านไม่เว้นแต่ละวัน แล้วก็ไม่เคยซ้ำคนเลย ทำไมฉันต้องมาเหนื่อยตามล้างตามเช็ดในสิ่งที่ไม่ได้ก่อด้วย" ผมเห็นมัมตีหน้ายักษ์แถมใช้สรรพนามห่างเหินกับผมแบบนั้นแล้วก็ใจหาย

สงสัยมัมคงจะเครียดจริง ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่มาแหกอกผมถึงคอนโดแบบนี้หรอก ผมค่อย ๆ เดินไปกอดมัมแล้วซุกใบหน้าไปที่อกของมัมอย่างออดอ้อน เพราะมันคือไม้ตายของผม และผมก็รู้ดีว่ามัมแพ้ลูกอ้อนแบบนี้มาตลอด

"ไม่ต้องมาอ้อนเลย ฉันไม่ใช่พวกผู้หญิงของแกถึงได้หลงลูกไม้ตื้น ๆ ของแกง่าย ๆ " วิธีอ้อนไม้ตายก็ยังไม่ได้ผล งานนี้สงสัยจะโกรธมากจริง ๆ

"ผมขอโทษครับมัม แต่ผมก็ทำตามข้อตกลงของมัมทุกอย่าง แล้วก็ไม่เคยพาใครไปวุ่นวายที่คฤหาสน์เลยนะครับ" มัมหันขวับมามองผมตาเขียวกว่าเดิม อะไรวะ? .. นี่ผมพูดอะไรผิดไปงั้นเหรอ

"แกไม่ได้พามาก็จริง แต่เพราะความสำส่อนของแกเนี่ยแหละ ผู้หญิงพวกนี้ถึงได้เข้ามาวุ่นวายกับฉัน แกรู้ไหม ในบรรดาพี่น้องแฝดสาม มีแกเนี่ยแหละที่ทำให้ฉันปวดหัวที่สุด" ผมยังคงกอดมัมอยู่อย่างนั้น แล้ก็ทำตาปริบๆ เหมือนหมาที่เจ้าของจับได้ว่ากัดรองเท้าขาด ผมไม่กล้าพูดอะไรออกไปอีกแล้ว กลัวจะเข้าตัว แล้วมัมจะโกรธผมหนักกว่าเดิม

"ตอนนี้มีผู้หญิงดี ๆ ที่คิดจะจริงจังบ้างรึยัง" มัมดึงผมออกจากอ้อมกอดแล้วนั่งลงที่โซฟาแทน

"ยังครับ"

"เออ ดี หลังจากวันนี้ฉันจะหาผู้หญิงดี ๆ ให้แกเอง ถ้าฉันปล่อยให้แกสำส่อนอยู่แบบนี้ สักวันคงมีผู้หญิงแบกท้องโต ๆ มาถอนหงอกฉันแน่ ๆ " ผมเงยหน้าขึ้นมองมัมทันที

"มัมจะจับผมคลุมถุงชนเหรอ"

"เออ .. ใช่" ดูสิ .. ดูมัมตอบผม

"แต่ผมไม่ยอมหรอก ผมยังไม่อยากมีเมีย" ผมขึ้นเสียงใส่ทันที ไม่ว่ามัมจะบ่น ดุ ด่าอะไรผมก็ทนได้ แต่ถ้าจะมาบังคับให้ผมแต่งงานกับคนนั้นคนนี้ผมยอมไม่ได้จริง ๆ

"ไม่อยากมีเมีย แต่เที่ยวแรดไปนอนกับคนโน้นคนนี้ไปทั่วเนี่ยเขาเรียกว่าอะไร?" ผมนิ่งอึ้งที่มัมชมเชยผมถึงขนาดนี้ สงสัยงานนี้ผมคงจะรอดยาก แต่ผมไม่ยอมง่าย ๆ หรอก

"ผมจะลดเสน่ห์ตัวเองลงก็แล้วกันครับมัม แต่เรื่องคลุมถุงชนหัวเด็ดตีนขาดยังไงผมก็ไม่ยอม" มัมลุกขึ้นยืนแล้วหันมามองผมด้วยสายตาพิฆาตที่ผมเองก็ยังหวั่นๆ อยู่

"ถ้ากล้าขัดใจฉันก็ลองดู ฉันจะตามสอยผู้หญิงของแกทุกคน ให้แกอายจนต้องมุดดินหนีเลย ถ้าฉันไม่แน่จริงคงมาเป็นแม่ของแกไม่ได้หรอก เตรียมตัวไว้แล้วกัน อาทิตย์หน้าฉันจะพาแกไปดูตัว" มัมลุกขึ้นยืนแล้วพรวดพราดออกไปจากห้องทันที

@ทริปเปิลผับ

"วันนี้นายเป็นอะไรครับ สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะ" ไอ้นาวินมือขวาของผมเอ่ยทักขึ้น ในขณะที่ผมนั่งดื่มวิสกี้อยู่บนห้องทำงานที่ผับ ตอนนี้ผมจำเป็นต้องมีลูกน้องช่วยงานแล้ว เพราะไอ้วิลเซอร์ก็วุ่นวายตามหาเมียที่ท้องโตแล้วหนีมันไปภาคใต้โน่น ส่วนไอ้วิลสันก็ขึ้นเหนือไปกว้านซื้อใบชาเพื่อส่งออก แถมตอนนี้ยังสนใจจะซื้อไร่ชาเป็นของตัวเอง ร้อนถึงผมที่ต้องทำงานควบสามตำแหน่ง เหนื่อยชิบหาย

"มัมสั่งให้กูเลิกเจ้าชู้ แถมยังจะจับกูคลุมถุงชน อาทิตย์หน้าก็จะให้กูไปดูตัวผู้หญิง ปวดหัวชิบ! " ผมสบถอย่างหงุดหงิด เอาจริง ๆ ผมค่อนข้างซีเรียสเรื่องนี้มากนะ เพราะผมยังไม่พร้อมที่จะหยุดที่ใคร ไม่พร้อมที่จะดูแลและสร้างครอบครัวกับใครหรือต้องแบกรับความรู้สึกของใครทั้งนั้น

"แล้วนายจะทำยังไง นายกล้าขัดคำสั่งคุณนายเหรอครับ" ไอ้นาวินเอ่ยถามผม เพราะมันรู้กิตติศัพท์ความโหดของแม่ผมดี

"กูก็ไม่ต้องทำไง เขาให้กูไปดูตัวกูก็จะไป แต่ระดับกูไม่ดูตัวอย่างเดียวหรอกโว้ย มันต้องได้ดูอย่างอื่นด้วย" ผมตอบพร้อมกับยิ้มมุมปากแล้วกระดกวิสกี้รวดเดียวหมดแก้ว มัมคงคิดว่าตัวเองแน่แล้วใช่ไหม เดี๋ยวเจอผมแล้วจะหนาว

สัปดาห์ต่อมา ณ.ห้องวีไอพี โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง

"น้องม่านไหมคะ นี่พี่วิลเซนต์ลูกชายของคุณป้าค่ะ รู้จักกันไว้สิลูก" มัมเคธี่บอกกับผู้หญิงสาวสวยตรงหน้าผมที่ตอนนี้เธอทำท่าเหนียมอายและเขินจนตัวบิด แต่ระดับผมมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเธอไม่ธรรมดา แบบนี้พิเศษใส่ไข่แน่นอน

"สวัสดีค่ะพี่วิลเซนต์" เธอยิ้มอ่อนหวานแถมยังไม่กล้าสบตาผมด้วยซ้ำ

"น้องม่านไหมนี่น่ารักจังเลยนะลูก เรียบร้อย แสนดี ขี้อาย น่าเอ็นดูจริงๆ " มัมผมเอ่ยชมในขณะที่ผมได้แต่กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ

"เดี๋ยวน้องม่านไหมทานดินเนอร์กับพี่เขานะลูก พอดีป้ามีธุระด่วนต้องไปจัดการก่อน"

"เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแล้วไปส่งน้องด้วยนะตาวิลล์" มัมหันมาสั่งผมก่อนที่ท่านจะรีบเดินออกจากห้องไป

"คุณม่านไหมรีบกลับไหมครับ ผมอยากเชิญไปเที่ยวที่ผับของผมสักหน่อย" ผมเอ่ยถามเมื่อพาเธอขึ้นมายังรถสปอตคันหรู

"จะดีหรือคะ" เธอพูดไปตัวบิดไป

"ต้องดีสิครับ" ผมพูดพร้อมกับขยับร่างแกร่งไปยังร่างเล็กที่กำลังนั่งอยู่ที่เบาะรถหรู ใบหน้าของผมเฉียดไปที่ใบหน้าเรียวของเธอจนปลายจมูกของเราชนกัน ในขณะที่เธอมองผมแล้วกัดริมฝีปากแน่น ผมจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอ แต่แล้วก็หลุบใบหน้าลงเพื่อคาดเบลท์ให้กับเธอ

หึหึ .. ผมแอบหัวเราะอยู่ในใจ ไม่นานนักรถหรูของผมก็เลี้ยวเข้าไปจอดยังที่จอดรถส่วนตัว

"เชิญคุณม่านไหมครับ" ผมเปิดประตูรถให้พร้อมกับจูงมือเธอเดินเข้ามาด้านในผับ ตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่มกว่า ๆ นักท่องราตรียังมีไม่มากนัก ผมพาม่านไหมขึ้นไปยังห้องทำงานส่วนตัวของผมทันที

"คุณม่านไหมดื่มอะไรดีครับ"

"อะไรก็ได้ค่ะ ขอเบา ๆ หน่อยแล้วกันนะคะ พอดีไหมดื่มไม่ค่อยเก่ง" เธอพูดพร้อมกับยิ้มให้อย่างเหนียมอาย ผมจึงสั่งคอกเทลเบา ๆ ให้กับเธอ ส่วนผมดื่มออนเดอะร็อคเน้น ๆ หลังจากที่ดื่มกันไปครู่หนึ่งผมจึงเรียกไอ้นาวินเข้ามาหา

"นายมีอะไรให้ผมรับใช้ครับ"

"เอาไวน์ที่แพงที่สุดของร้านเรามาให้คุณม่านไหมดื่มหน่อย" ผมบอกกับไอ้นาวิน มันโค้งคำนับพร้อมกับออกไปจัดการตามคำสั่ง หลังจากนั้นไม่นานมันก็กลับมาพร้อมกับไวน์ที่แพงที่สุดของที่นี่

"ลองดื่มหน่อยนะครับคุณม่านไหม" ผมรินไวน์แล้วส่งให้ เธอทำท่ากระมิดกระเมี้ยนก่อนที่จะรับไปจิบทีละน้อย

"ไวน์นุ่มคอมากเลยค่ะคุณวิลล์" เธอเอ่ยชมเมื่อดื่มหมดแก้วแรก

"นุ่มคอก็ดื่มอีกสิครับ" ผมรินไวน์ให้เธอเพิ่ม ส่วนเธอก็รับมันมากระดกทีเดียวหมดแก้ว ผมยิ้มอย่างพอใจ เพราะเธอเริ่มเผยความเป็นตัวของตัวเองมาทีละนิดแล้ว เมื่อแก้วที่สองหมดไปม่านไหมก็รินแก้วต่อ ๆ ไปด้วยตัวเอง แล้วกระดกรวดเดียวหมดทุกครั้ง

"ลูกน้องคุณไปไหนแล้วล่ะคะ" ม่านไหมเอ่ยถามผม

"ไอ้นาวินเหรอครับ"

"ใช่ค่ะ ไหมอยากชวนเขามาดื่มด้วยกัน คุณวิลเซนต์จะว่าหรือเปล่าคะ คุยกันหลาย ๆ คนสนุกดี ไหมชอบ" เธอพูดพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ผมอย่างเปิดเผย

"ได้สิครับ ไม่มีปัญหา" ผมบอกกับเธอพร้อมกับเรียกไอ้นาวินเข้ามา มันทำหน้างงอย่างมาก แต่ก็ยอมนั่งดื่มด้วยแบบงง ๆ ข้าง ๆ ผมนี่แหละ

"อื้ออออ.. พี่วิลเซนต์ขา ขอไหมนั่งตักหน่อยได้ไหมคะ? ม่านไหมลุกขึ้นมาหาผมแล้วก็นั่งลงที่ตักแกร่ง เธอไม่ได้เมาหรอก เพราะผมดูก็รู้ เธอคอแข็งมาก แต่ไอ้อาการที่เป็นอยู่มันเป็นเพราะเธอมีความต้องการอะไรบางอย่างมากกว่า ใบหน้าเรียวของเธอซุกไซร้อยู่ที่ซอกคอผม จนผมเผลอยิ้มออกมา นี่เหรอวะ..ผู้หญิงที่มัมบอกผมว่าเรียบร้อย แสนดี และขี้อาย ผมล่ะอยากให้มัมมาเห็นเธอตอนนี้จริง ๆ ก็บอกแล้วเรื่องเลือกผู้หญิงมัมจะมาเก่งไปกว่าผมได้ยังไง ตอนนี้เธอยังซุกไซร้ผมอยู่อย่างนั้น ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่แปลกที่ทำไมผมไม่มีอารมณ์พิสวาทเธอเลยสักนิด

"นะ...นาย" เสียงไอ้นาวินเรียก ผมเลยเอี้ยวตัวไปมองที่มัน ตอนนี้ไอ้นาวินหน้าซีด มันชี้มือให้ผมดูบางอย่างที่เป้ากางเกงของมัน เพราะตอนนี้มือเล็กของม่านไหมกำลังลูบไล้ไปที่เป้ากางเกงของไอ้นาวิน แถมยังทำท่าจะรูดซิปกางเกงมันอีกด้วย ผมขยิบตาให้ไอ้นาวินปล่อยไปก่อน เพราะผมอยากแน่ใจอะไรบางอย่าง

หลังจากที่เธอซุกไซร้ผมจนพอใจเธอก็ขยับตัวลงมานั่งที่ด้านล่างของโซฟา ซึ่งด้านซ้ายเป็นผม ด้านขวาเป็นไอ้นาวิน แล้วตอนนี้มือของเธอก็กำลังลูบไล้แท่งรักของผมกับไอ้นาวินคนละข้าง ดวงตาของเธอหวานเยิ้ม และเริ่มกัดริมฝีปากตัวเอง

"พี่วิลล์ขา พี่นาวินขา เรามาเล่นอะไรสนุก ๆ กันดีมั้ยคะ" เธอเริ่มใช้มือปลดเข็มขัดของผมกับไอ้นาวินพร้อม ๆ กันโดยใช้มือเดียวเสียด้วย ท่าทางของเธอชำนิชำนาญเหมือนกับเคยทำอยู่บ่อย ๆ

พรึ่บบบบบ

จู่ ๆ ไอ้นาวินก็จับมือของม่านไหมให้หยุดแล้วทะลึ่งตัวลุกพรวดขึ้นมาเสียอย่างนั้น

"ผมขอบายนะครับคุณม่านไหม พอดีหมาที่บ้านผมป่วย ต้องรีบพาหมาไปหาหมอครับ" ไอ้นาวินพูดจบมันก็รีบเดินออกจากห้องไปทันที ส่วนผมตอนนี้แทบอยากจะหัวเราะให้กับเหตุผลที่โคตรทุเรศของไอ้นาวินมัน

"พี่วิลล์ขา พี่วิลล์หาใครมารุมไหมได้หรือเปล่าคะ เอาหลาย ๆ คนเลยก็ได้ค่ะ ไหมชอบ?"

นี่ไง.. ผมบอกแล้วว่าเธอไม่ธรรมดา เธอพิเศษใส่ไข่ แล้วไม่ได้ใส่ใบเดียวด้วยนะใส่ได้ทีละหลาย ๆ ใบอีกต่างหาก

Write Talk: หึยยย แกจะรู้ดีเกินไปล่ะพี่วิลเซนต์

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักบำเรอแค้น
8.9
รชนิชลจำใจเข้าพิธีวิวาห์กับคาร์ลอส มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของธุรกิจน้ำมันยักษ์ใหญ่แทนลูกพี่ลูกน้องที่หนีหายไปในวันแต่งงาน แม้เธอจะเคยแอบรักเขามาก่อน แต่คาร์ลอสในวันนี้กลับเปลี่ยนจากเทพบุตรเป็นซาตานร้ายที่ไร้หัวใจ เขามองว่าเธอเป็นเพียงตัวแทนของผู้หญิงที่เขารักและจองจำเธอไว้ในบ่วงแค้นเพื่อระบายความโกรธแค้นของตนเอง รชนิชลต้องชดใช้หนี้แค้นด้วยร่างกายและหยาดน้ำตา โดยไม่มีวันได้รับความรักหรือความเมตตาตอบแทนจากมหาเศรษฐีหนุ่มผู้เย็นชาคนนี้เลย
หน้าปกนวนิยาย ไฟรักเพลิงเสน่หา
9.0
เมื่อนักธุรกิจหนุ่มหล่อลูกครึ่งไทยโมร็อกโกเกิดตกหลุมรักกีรยา นักเขียนสาวชาวไทยผู้เลอโฉมเพียงแค่เห็นรูปถ่ายในใบสมัครงาน เขาจึงตัดสินใจเลือกเธอมาสัมภาษณ์เพื่อหาทางใกล้ชิด ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อหญิงสาวเข้าใจผิดและต่อว่าเขาอย่างรุนแรง ด้วยความโกรธเคืองและปรารถนาจะครอบครอง เขาจึงวางแผนปลอมตัวเป็นโจรบุกเข้าจี้ชิงตัวเธอไปเพื่อลงทัณฑ์ด้วยไฟรักและสนองความเสน่หาที่เขามีต่อเธอเพียงผู้เดียวในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน
หน้าปกนวนิยาย ติดอำนาจครอบงำ: ประธานาธิบดี จงอ่อนโยน
7.8
เมื่อจ้าวฉีหมิงมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลทำสัญญาจ้างชินซือหยู่ที่ปรึกษากฎหมายสาวมาทำงาน ความสัมพันธ์ลึกซึ้งชั่วคราวกลับกลายเป็นพันธนาการที่เขาไม่ยอมสลัดทิ้ง แม้เขาจะทำลายชื่อเสียงและหน้าที่การงานของเธอเพื่อบีบคั้นให้ยอมสยบ แต่เธอกลับโต้กลับอย่างเย็นชาว่าเขาเป็นเพียงสินค้าราคาแพงเกินเอื้อม ท่ามกลางความขัดแย้งและแรงปรารถนา เขาประกาศกร้าวต่อหน้าเธอว่าผู้หญิงที่เป็นของเขาจะไม่มีชายหน้าไหนกล้าแตะต้องเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย ตรารักลิขิตบาป
8.2
โชคชะตาหรือความบังเอิญที่นำพาให้ 'คนึงนิจ' พลาดพลั้งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ 'เขตแดน' มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทจนตั้งครรภ์ ทว่าเด็กในท้องกลับมีความลับเหนือธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับอดีตชาติอันลึกลับ ท่ามกลางความกังวลในสถานะ เขตแดนกลับดูแลเธออย่างดีพร้อมยืนยันว่าจะมีเพียงเธอและลูกเท่านั้นที่สำคัญที่สุด ความใกล้ชิดเปลี่ยนจากความรับผิดชอบกลายเป็นความรักที่ผูกพันสองหัวใจไว้ด้วยกันในชาตินี้ แม้จะมีเรื่องราวลี้ลับจากภพก่อนตามมาพิสูจน์รักแท้ของเขาทั้งคู่ก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย เมียเก็บบำเรอแค้น
8.2
มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของสายการบินยักษ์ใหญ่อย่าง เมมฟิส แคเมอรอน ต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อน้องสาวเพียงคนเดียวตัดสินใจจบชีวิตตนเองลงเพราะความเสียใจจาก นีล เทอร์เนอร์ ดาราหนุ่มชื่อดัง เมื่อเขารู้ความจริงว่าต้นเหตุที่แท้จริงคือ รีส เบคเลอร์ ดาราสาวสวยที่เป็นมือที่สามทำลายความรักจนเกิดโศกนาฏกรรม ความโศกเศร้าจึงแปรเปลี่ยนเป็นไฟแค้นอันร้อนระอุ เขาพร้อมแลกทุกอย่างในชีวิตเพื่อทวงคืนความยุติธรรมและทำให้ผู้หญิงคนนั้นต้องชดใช้อย่างสาสมกับสิ่งที่เธอทำ
หน้าปกนวนิยาย ฟ้องหย่า คุณฮั่วถูกลงโทษให้สูญเสียภรรยา
9.1
ซวี่อี้ไม่เคยคาดคิดว่าการเผชิญหน้ากับสามีในรอบสามปีจะจบลงบนเตียงพร้อมความเข้าใจผิดร้ายแรง เมื่อฮั่วฮานยูตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงหิวเงินและผลักไสเธอด้วยใบหย่า แม้เธอจะพยายามตัดขาด แต่โชคชะตากลับเหวี่ยงเธอกลับเข้าสู่ชีวิตเขาอีกครั้งในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของบริษัท กว่าเขาจะรู้ซึ้งถึงตัวตนที่แท้จริงของอดีตภรรยาและพยายามอ้อนวอนขอโอกาส เธอก็พร้อมที่จะเดินจากไปอย่างไม่ใยดี ทิ้งให้ชายที่เคยเย็นชาต้องจมอยู่กับหยาดน้ำตาและความเสียใจที่สายเกินไป