
ผัวมาเฟียเมียกำมะลอ (วิลเซนต์-ไอด้า)
ตอน 2
@ คอนโดวิลเซนต์
ผมนั่งหน้าจ๋อยอยู่ที่โซฟาเบดในห้องนั่งเล่น เมื่อโดนมัมดึงหูลากออกมาจากห้องนอนแล้วตะเพิดน้องเนเน่คู่ขาคืนเดียวที่ผมยังกินไม่อิ่มออกไปจากห้อง
"เมื่อไหร่จะเลิกสำส่อน" มัมยืนกอดอกมองผม ใบหน้านิ่ง ๆ แบบนี้แหละที่ผมกลัวที่สุด
"โถ่ สำส่อนอะไรกันครับมัม ผมแค่ใช้ชีวิตโสดให้คุ้มแค่นั้นเอง" ผมบอกกับมัมไป แต่ไม่วายถูกมัมหยิกหมับเข้าที่แขนอีก แสบชะมัดเลย
"แกน่ะใช้ชีวิตโสด ส่วนฉันน่ะชีวิตบัดซบ แกรู้ไหมว่ามีผู้หญิงมาตามหาแกที่บ้านไม่เว้นแต่ละวัน แล้วก็ไม่เคยซ้ำคนเลย ทำไมฉันต้องมาเหนื่อยตามล้างตามเช็ดในสิ่งที่ไม่ได้ก่อด้วย" ผมเห็นมัมตีหน้ายักษ์แถมใช้สรรพนามห่างเหินกับผมแบบนั้นแล้วก็ใจหาย
สงสัยมัมคงจะเครียดจริง ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่มาแหกอกผมถึงคอนโดแบบนี้หรอก ผมค่อย ๆ เดินไปกอดมัมแล้วซุกใบหน้าไปที่อกของมัมอย่างออดอ้อน เพราะมันคือไม้ตายของผม และผมก็รู้ดีว่ามัมแพ้ลูกอ้อนแบบนี้มาตลอด
"ไม่ต้องมาอ้อนเลย ฉันไม่ใช่พวกผู้หญิงของแกถึงได้หลงลูกไม้ตื้น ๆ ของแกง่าย ๆ " วิธีอ้อนไม้ตายก็ยังไม่ได้ผล งานนี้สงสัยจะโกรธมากจริง ๆ
"ผมขอโทษครับมัม แต่ผมก็ทำตามข้อตกลงของมัมทุกอย่าง แล้วก็ไม่เคยพาใครไปวุ่นวายที่คฤหาสน์เลยนะครับ" มัมหันขวับมามองผมตาเขียวกว่าเดิม อะไรวะ? .. นี่ผมพูดอะไรผิดไปงั้นเหรอ
"แกไม่ได้พามาก็จริง แต่เพราะความสำส่อนของแกเนี่ยแหละ ผู้หญิงพวกนี้ถึงได้เข้ามาวุ่นวายกับฉัน แกรู้ไหม ในบรรดาพี่น้องแฝดสาม มีแกเนี่ยแหละที่ทำให้ฉันปวดหัวที่สุด" ผมยังคงกอดมัมอยู่อย่างนั้น แล้ก็ทำตาปริบๆ เหมือนหมาที่เจ้าของจับได้ว่ากัดรองเท้าขาด ผมไม่กล้าพูดอะไรออกไปอีกแล้ว กลัวจะเข้าตัว แล้วมัมจะโกรธผมหนักกว่าเดิม
"ตอนนี้มีผู้หญิงดี ๆ ที่คิดจะจริงจังบ้างรึยัง" มัมดึงผมออกจากอ้อมกอดแล้วนั่งลงที่โซฟาแทน
"ยังครับ"
"เออ ดี หลังจากวันนี้ฉันจะหาผู้หญิงดี ๆ ให้แกเอง ถ้าฉันปล่อยให้แกสำส่อนอยู่แบบนี้ สักวันคงมีผู้หญิงแบกท้องโต ๆ มาถอนหงอกฉันแน่ ๆ " ผมเงยหน้าขึ้นมองมัมทันที
"มัมจะจับผมคลุมถุงชนเหรอ"
"เออ .. ใช่" ดูสิ .. ดูมัมตอบผม
"แต่ผมไม่ยอมหรอก ผมยังไม่อยากมีเมีย" ผมขึ้นเสียงใส่ทันที ไม่ว่ามัมจะบ่น ดุ ด่าอะไรผมก็ทนได้ แต่ถ้าจะมาบังคับให้ผมแต่งงานกับคนนั้นคนนี้ผมยอมไม่ได้จริง ๆ
"ไม่อยากมีเมีย แต่เที่ยวแรดไปนอนกับคนโน้นคนนี้ไปทั่วเนี่ยเขาเรียกว่าอะไร?" ผมนิ่งอึ้งที่มัมชมเชยผมถึงขนาดนี้ สงสัยงานนี้ผมคงจะรอดยาก แต่ผมไม่ยอมง่าย ๆ หรอก
"ผมจะลดเสน่ห์ตัวเองลงก็แล้วกันครับมัม แต่เรื่องคลุมถุงชนหัวเด็ดตีนขาดยังไงผมก็ไม่ยอม" มัมลุกขึ้นยืนแล้วหันมามองผมด้วยสายตาพิฆาตที่ผมเองก็ยังหวั่นๆ อยู่
"ถ้ากล้าขัดใจฉันก็ลองดู ฉันจะตามสอยผู้หญิงของแกทุกคน ให้แกอายจนต้องมุดดินหนีเลย ถ้าฉันไม่แน่จริงคงมาเป็นแม่ของแกไม่ได้หรอก เตรียมตัวไว้แล้วกัน อาทิตย์หน้าฉันจะพาแกไปดูตัว" มัมลุกขึ้นยืนแล้วพรวดพราดออกไปจากห้องทันที
@ทริปเปิลผับ
"วันนี้นายเป็นอะไรครับ สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะ" ไอ้นาวินมือขวาของผมเอ่ยทักขึ้น ในขณะที่ผมนั่งดื่มวิสกี้อยู่บนห้องทำงานที่ผับ ตอนนี้ผมจำเป็นต้องมีลูกน้องช่วยงานแล้ว เพราะไอ้วิลเซอร์ก็วุ่นวายตามหาเมียที่ท้องโตแล้วหนีมันไปภาคใต้โน่น ส่วนไอ้วิลสันก็ขึ้นเหนือไปกว้านซื้อใบชาเพื่อส่งออก แถมตอนนี้ยังสนใจจะซื้อไร่ชาเป็นของตัวเอง ร้อนถึงผมที่ต้องทำงานควบสามตำแหน่ง เหนื่อยชิบหาย
"มัมสั่งให้กูเลิกเจ้าชู้ แถมยังจะจับกูคลุมถุงชน อาทิตย์หน้าก็จะให้กูไปดูตัวผู้หญิง ปวดหัวชิบ! " ผมสบถอย่างหงุดหงิด เอาจริง ๆ ผมค่อนข้างซีเรียสเรื่องนี้มากนะ เพราะผมยังไม่พร้อมที่จะหยุดที่ใคร ไม่พร้อมที่จะดูแลและสร้างครอบครัวกับใครหรือต้องแบกรับความรู้สึกของใครทั้งนั้น
"แล้วนายจะทำยังไง นายกล้าขัดคำสั่งคุณนายเหรอครับ" ไอ้นาวินเอ่ยถามผม เพราะมันรู้กิตติศัพท์ความโหดของแม่ผมดี
"กูก็ไม่ต้องทำไง เขาให้กูไปดูตัวกูก็จะไป แต่ระดับกูไม่ดูตัวอย่างเดียวหรอกโว้ย มันต้องได้ดูอย่างอื่นด้วย" ผมตอบพร้อมกับยิ้มมุมปากแล้วกระดกวิสกี้รวดเดียวหมดแก้ว มัมคงคิดว่าตัวเองแน่แล้วใช่ไหม เดี๋ยวเจอผมแล้วจะหนาว
สัปดาห์ต่อมา ณ.ห้องวีไอพี โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง
"น้องม่านไหมคะ นี่พี่วิลเซนต์ลูกชายของคุณป้าค่ะ รู้จักกันไว้สิลูก" มัมเคธี่บอกกับผู้หญิงสาวสวยตรงหน้าผมที่ตอนนี้เธอทำท่าเหนียมอายและเขินจนตัวบิด แต่ระดับผมมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเธอไม่ธรรมดา แบบนี้พิเศษใส่ไข่แน่นอน
"สวัสดีค่ะพี่วิลเซนต์" เธอยิ้มอ่อนหวานแถมยังไม่กล้าสบตาผมด้วยซ้ำ
"น้องม่านไหมนี่น่ารักจังเลยนะลูก เรียบร้อย แสนดี ขี้อาย น่าเอ็นดูจริงๆ " มัมผมเอ่ยชมในขณะที่ผมได้แต่กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ
"เดี๋ยวน้องม่านไหมทานดินเนอร์กับพี่เขานะลูก พอดีป้ามีธุระด่วนต้องไปจัดการก่อน"
"เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแล้วไปส่งน้องด้วยนะตาวิลล์" มัมหันมาสั่งผมก่อนที่ท่านจะรีบเดินออกจากห้องไป
"คุณม่านไหมรีบกลับไหมครับ ผมอยากเชิญไปเที่ยวที่ผับของผมสักหน่อย" ผมเอ่ยถามเมื่อพาเธอขึ้นมายังรถสปอตคันหรู
"จะดีหรือคะ" เธอพูดไปตัวบิดไป
"ต้องดีสิครับ" ผมพูดพร้อมกับขยับร่างแกร่งไปยังร่างเล็กที่กำลังนั่งอยู่ที่เบาะรถหรู ใบหน้าของผมเฉียดไปที่ใบหน้าเรียวของเธอจนปลายจมูกของเราชนกัน ในขณะที่เธอมองผมแล้วกัดริมฝีปากแน่น ผมจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอ แต่แล้วก็หลุบใบหน้าลงเพื่อคาดเบลท์ให้กับเธอ
หึหึ .. ผมแอบหัวเราะอยู่ในใจ ไม่นานนักรถหรูของผมก็เลี้ยวเข้าไปจอดยังที่จอดรถส่วนตัว
"เชิญคุณม่านไหมครับ" ผมเปิดประตูรถให้พร้อมกับจูงมือเธอเดินเข้ามาด้านในผับ ตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่มกว่า ๆ นักท่องราตรียังมีไม่มากนัก ผมพาม่านไหมขึ้นไปยังห้องทำงานส่วนตัวของผมทันที
"คุณม่านไหมดื่มอะไรดีครับ"
"อะไรก็ได้ค่ะ ขอเบา ๆ หน่อยแล้วกันนะคะ พอดีไหมดื่มไม่ค่อยเก่ง" เธอพูดพร้อมกับยิ้มให้อย่างเหนียมอาย ผมจึงสั่งคอกเทลเบา ๆ ให้กับเธอ ส่วนผมดื่มออนเดอะร็อคเน้น ๆ หลังจากที่ดื่มกันไปครู่หนึ่งผมจึงเรียกไอ้นาวินเข้ามาหา
"นายมีอะไรให้ผมรับใช้ครับ"
"เอาไวน์ที่แพงที่สุดของร้านเรามาให้คุณม่านไหมดื่มหน่อย" ผมบอกกับไอ้นาวิน มันโค้งคำนับพร้อมกับออกไปจัดการตามคำสั่ง หลังจากนั้นไม่นานมันก็กลับมาพร้อมกับไวน์ที่แพงที่สุดของที่นี่
"ลองดื่มหน่อยนะครับคุณม่านไหม" ผมรินไวน์แล้วส่งให้ เธอทำท่ากระมิดกระเมี้ยนก่อนที่จะรับไปจิบทีละน้อย
"ไวน์นุ่มคอมากเลยค่ะคุณวิลล์" เธอเอ่ยชมเมื่อดื่มหมดแก้วแรก
"นุ่มคอก็ดื่มอีกสิครับ" ผมรินไวน์ให้เธอเพิ่ม ส่วนเธอก็รับมันมากระดกทีเดียวหมดแก้ว ผมยิ้มอย่างพอใจ เพราะเธอเริ่มเผยความเป็นตัวของตัวเองมาทีละนิดแล้ว เมื่อแก้วที่สองหมดไปม่านไหมก็รินแก้วต่อ ๆ ไปด้วยตัวเอง แล้วกระดกรวดเดียวหมดทุกครั้ง
"ลูกน้องคุณไปไหนแล้วล่ะคะ" ม่านไหมเอ่ยถามผม
"ไอ้นาวินเหรอครับ"
"ใช่ค่ะ ไหมอยากชวนเขามาดื่มด้วยกัน คุณวิลเซนต์จะว่าหรือเปล่าคะ คุยกันหลาย ๆ คนสนุกดี ไหมชอบ" เธอพูดพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ผมอย่างเปิดเผย
"ได้สิครับ ไม่มีปัญหา" ผมบอกกับเธอพร้อมกับเรียกไอ้นาวินเข้ามา มันทำหน้างงอย่างมาก แต่ก็ยอมนั่งดื่มด้วยแบบงง ๆ ข้าง ๆ ผมนี่แหละ
"อื้ออออ.. พี่วิลเซนต์ขา ขอไหมนั่งตักหน่อยได้ไหมคะ? ม่านไหมลุกขึ้นมาหาผมแล้วก็นั่งลงที่ตักแกร่ง เธอไม่ได้เมาหรอก เพราะผมดูก็รู้ เธอคอแข็งมาก แต่ไอ้อาการที่เป็นอยู่มันเป็นเพราะเธอมีความต้องการอะไรบางอย่างมากกว่า ใบหน้าเรียวของเธอซุกไซร้อยู่ที่ซอกคอผม จนผมเผลอยิ้มออกมา นี่เหรอวะ..ผู้หญิงที่มัมบอกผมว่าเรียบร้อย แสนดี และขี้อาย ผมล่ะอยากให้มัมมาเห็นเธอตอนนี้จริง ๆ ก็บอกแล้วเรื่องเลือกผู้หญิงมัมจะมาเก่งไปกว่าผมได้ยังไง ตอนนี้เธอยังซุกไซร้ผมอยู่อย่างนั้น ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่แปลกที่ทำไมผมไม่มีอารมณ์พิสวาทเธอเลยสักนิด
"นะ...นาย" เสียงไอ้นาวินเรียก ผมเลยเอี้ยวตัวไปมองที่มัน ตอนนี้ไอ้นาวินหน้าซีด มันชี้มือให้ผมดูบางอย่างที่เป้ากางเกงของมัน เพราะตอนนี้มือเล็กของม่านไหมกำลังลูบไล้ไปที่เป้ากางเกงของไอ้นาวิน แถมยังทำท่าจะรูดซิปกางเกงมันอีกด้วย ผมขยิบตาให้ไอ้นาวินปล่อยไปก่อน เพราะผมอยากแน่ใจอะไรบางอย่าง
หลังจากที่เธอซุกไซร้ผมจนพอใจเธอก็ขยับตัวลงมานั่งที่ด้านล่างของโซฟา ซึ่งด้านซ้ายเป็นผม ด้านขวาเป็นไอ้นาวิน แล้วตอนนี้มือของเธอก็กำลังลูบไล้แท่งรักของผมกับไอ้นาวินคนละข้าง ดวงตาของเธอหวานเยิ้ม และเริ่มกัดริมฝีปากตัวเอง
"พี่วิลล์ขา พี่นาวินขา เรามาเล่นอะไรสนุก ๆ กันดีมั้ยคะ" เธอเริ่มใช้มือปลดเข็มขัดของผมกับไอ้นาวินพร้อม ๆ กันโดยใช้มือเดียวเสียด้วย ท่าทางของเธอชำนิชำนาญเหมือนกับเคยทำอยู่บ่อย ๆ
พรึ่บบบบบ
จู่ ๆ ไอ้นาวินก็จับมือของม่านไหมให้หยุดแล้วทะลึ่งตัวลุกพรวดขึ้นมาเสียอย่างนั้น
"ผมขอบายนะครับคุณม่านไหม พอดีหมาที่บ้านผมป่วย ต้องรีบพาหมาไปหาหมอครับ" ไอ้นาวินพูดจบมันก็รีบเดินออกจากห้องไปทันที ส่วนผมตอนนี้แทบอยากจะหัวเราะให้กับเหตุผลที่โคตรทุเรศของไอ้นาวินมัน
"พี่วิลล์ขา พี่วิลล์หาใครมารุมไหมได้หรือเปล่าคะ เอาหลาย ๆ คนเลยก็ได้ค่ะ ไหมชอบ?"
นี่ไง.. ผมบอกแล้วว่าเธอไม่ธรรมดา เธอพิเศษใส่ไข่ แล้วไม่ได้ใส่ใบเดียวด้วยนะใส่ได้ทีละหลาย ๆ ใบอีกต่างหาก
Write Talk: หึยยย แกจะรู้ดีเกินไปล่ะพี่วิลเซนต์
คุณอาจจะชอบ





