ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อ้อมกอดมัจจุราช

อ้อมกอดมัจจุราช

เมื่อทอร์ชปักใจเชื่อว่าเพลงมีนาเป็นหญิงแพศยาที่คอยยั่วยวนคนงานในไร่จนวุ่นวาย ความแค้นและความโกรธแค้นจึงเปลี่ยนเป็นแรงปรารถนาอันป่าเถื่อน เขาตัดสินใจใช้กำลังพันธนาการเธอไว้เพื่อพิสูจน์ความจริงด้วยร่างกายของตนเอง แม้เพลงมีนาจะพยายามขัดขืนและร้องขอความเมตตาเพียงใด แต่เขากลับไร้ความปรานี มัดมือและปิดปากเธอไว้ก่อนจะลงมือรุกรานศักดิ์ศรีอย่างโหดร้าย ท่ามกลางไฟโทสะที่แผดเผา ทอร์ชสาบานว่าจะมอบบทเรียนที่ทำให้เธอไม่มีวันลืมเลือนไปชั่วชีวิต
ตอน
แชร์

ตอน 2

2

“แต่น่าเสียดาย น้องหนูจะไม่อยู่ทำอาหารให้พี่ยงค์กินแล้วนะจ๊ะ” เธอแสร้งพูดเสียงเศร้า

“ทำไมล่ะ น้องหนูจะไปไหนเหรอ?” หัวหน้าคนงานถามทันควัน

“ก็น้องหนูจะย้ายไปทำงานที่ไร่ปลายฟ้าน่ะสิจ๊ะ เจ้าของไร่ที่โน่นเขาให้เงินเดือนน้องหนูมากกว่าที่นี่ตั้งสามเท่า”

ประยงค์หูผึ่งแล้วมีอาการตกใจเมื่อรู้ว่าสาวช่างยั่วจะย้ายไปทำงานอีกไร่หนึ่ง ซึ่งเป็นไร่คู่อริของไร่พฤกษา

“น้องหนูจะไปจริงๆ เหรอ พี่ว่าอย่าไปเลย ทำงานที่นี่น่ะดีแล้ว?” เขาถามเพื่อความแน่ใจ พร้อมทั้งท้วงติง

“ไปจริงๆ สิจ๊ะพี่ยงค์ ทำงานที่นี่ได้เงินเดือนหกพัน ไปอยู่ที่ไร่โน้นได้ตั้งหมื่นแปด ใครบ้างล่ะจ๊ะที่จะไม่ไป”

“พี่คงคิดถึงน้องน้องหนูแย่เลย”

ประยงค์เอ่ยเสียงเศร้าที่จะไม่ได้เห็นหน้าคนที่เขารัก คนที่เขาตามจีบมานานสองสัปดาห์

“ก็ไม่เห็นยากเลยนี่จ๊ะ พี่ยงค์ก็ไปทำงานที่โน่นกับน้องหนูด้วย แค่นี้เราก็ได้เจอกันทุกวันแล้วจ้ะ” เธอเอ่ยบอกชายหนุ่มตรงหน้าแถมยังส่งสายตาหวานระยับให้อีกฝ่าย พร้อมกันนี้ยังขยับร่างกายเข้าไปใกล้ร่างสูง เกาะลำแขนเขาอย่างออดอ้อน

“นะจ๊ะพี่ยงค์ ย้ายไปทำงานกับน้องหนูนะจ๊ะ นะ นะพี่ยงค์คนดีของน้องหนู”

เธอเอ่ยเสียงหวานบาดใจ เขยิบร่างเบียดกระแซะร่างหนาให้มากกว่าเดิม ซบหน้าลงบนลำแขนของเขา ประยงค์ถึงกับใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ลำพังถูกเธอยั่วยวนเขาก็แทบจะหมอบอยู่ตรงหน้า นี่เธอเล่นอ้อนแบบเผาขน หัวใจของเขาอ่อนยวบ แต่ทว่าเจ้าของไร่พฤกษาก็มีบุญคุณกับเขามาก หากทิ้งงานไปกลางคันที่นี่อาจมีปัญหาได้ เนื่องจากใกล้วันเก็บผลผลิตเข้ามาทุกทีแล้ว

“แต่...แต่ว่าพี่กลัวคุณทอร์ชจะว่าพี่น่ะสิ ใกล้วันเก็บผลผลิตแล้วด้วย” เขาพูดอย่างสองจิตสองใจ

“แหม...พี่ยงค์ก็ คุณทอร์ชรวยจะตายไป อีกอย่างนึงนะคนงานก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ ขาดพี่ไปสักคนไร่นี้ไม่เจ๊งหรอจ้ะ นะจ้ะพี่ยงค์จ๋า ไปทำงานที่ไร่โน้นกับน้องหนูนะจ๊ะ”

เธอยังลากเสียงหวานโน้มน้าวหัวหน้าคนงานต่อไป แม้ว่าจะรู้สึกไม่ดียามที่แตะเนื้อต้องตัวเขามากเพียงใดก็ตาม ท่องเอาไว้ว่าเพื่องาน เพื่องาน คนที่ถูกอ้อนกำลังคิดหนัก ความอยากไปและไม่อยากไปเท่าๆ กัน

“แต่...พี่ พี่”

“ถ้าพี่ยงค์ไม่ไป แสดงว่าไม่รักน้องหนูจริง น้องหนูอุตส่าห์หน้าด้านหน้าทนชักชวนให้พี่ยงค์ไปอยู่ที่โน้นด้วย เพราะต้องการร่วมหอลงโลงกับพี่ แต่ถ้าพี่ไม่อยากอยู่กับน้องหนูก็ตามใจ น้องหนูไปอยู่คนเดียวก็ได้ค่ะ”

เธอใช้ไม้ตายไม้สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ได้ผล...คนที่ฟังอยู่ถึงกับตาค้าง ตกใจกับคำพูดของหญิงสาวร่างสวย

“มะ...หมายความว่ายังไง น้องหนูพูดอย่างกับว่ารักพี่” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“พูดแค่นี้ยังไม่รู้อีกเหรอจ๊ะพี่ยงค์ คนงานคนอื่นจีบน้องหนูตั้งเยอะแยะ แต่น้องหนูก็เลือกที่จะรักพี่ยงค์ แต่ถ้าพี่ยงค์ไม่รักน้องหนูเหมือนกับที่พูดกับน้องหนูบ่อยๆ พี่ยงค์ก็ไม่ต้องใส่ใจคำพูดของน้องหนูก็ได้ค่ะ”

เธอสะบัดมือที่จับลำแขนหนา พร้อมกับสะบัดร่าง สะบัดหน้าหนี คนตัวใหญ่กว่ารีบโอบกอดสาวขี้งอนในทันที เธอหันไปเบ้หน้าเล็กน้อยเมื่อตกอยู่ในอ้อมแขนของหัวหน้าคนงาน แต่ก็ต้องอดทนอดกลั้นที่จะไม่ผลักไสร่างของประยงค์ให้ออกห่าง เพราะอีกนิดเดียวแผนการของเธอก็จะสำเร็จแล้ว

“จ้ะๆ พี่จะย้ายไปทำงานที่ไร่ปลายฟ้ากับน้องหนู แต่ว่าคุณท็อปจะรับพี่หรือจ๊ะ?”

ข้อนี้เองที่เขาไม่แน่ใจ กลัวว่าไปกับเธอแล้วเขาจะไม่ได้ทำงานที่ไร่แห่งนั้น นั่นเท่ากับว่าเขาต้องตกอยู่ในสภาพตกงาน

“ไม่ต้องเป็นห่วงเลยจ๊ะพี่ยงค์จ๋า เรื่องนั้นไม่มีปัญหาค่ะ คุณท็อปฝากมาบอกคนงานทุกคนที่ไร่นี้ว่า ถ้าย้ายไปอยู่กับเขาที่โน่น เขาจะให้เงินเดือนเพิ่มเป็นสามเท่าทุกคนค่ะ” เธอพูดตามแผน

“ทุกคนเลยเหรอ คนงานที่ไร่ปลายฟ้าก็มีพอๆ กับที่นี่ แล้วจะรับคนงานเพิ่มทำไม?”

ประยงค์ถามอย่างคลางแคลงใจ น้องหนูทนความอึดอัดที่ตนเองอยู่ในอ้อมแขนของชายที่ไม่ได้หมายปองไม่ไหว ค่อยๆ ปลดลำแขนหนาออกอย่างสุภาพ ยืดตัวลุกขึ้นยืน แล้วหันหน้ามาเผชิญหน้ากับคนที่นั่งอยู่บนแคร่

“ตอนนี้คุณท็อปกำลังขยายไร่ค่ะพี่ยงค์ เขาเลยต้องการคนงานเพิ่ม ว่าไงจ๊ะตกลงจะย้ายไปอยู่ไร่โน้นกับน้องหนูหรือเปล่าจ๊ะ?”

เธอถามอีกรอบ ทำหน้าเศร้าราวกับว่าถ้าเขาไม่ไปเธอจะเสียใจมากมาย

“ถ้าเป็นอย่างนั้นไปก็ไปจ๊ะ น้องหนูอยู่ที่ไหน พี่อยู่ที่นั่น” เขาตัดสินใจในที่สุด

“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้าเจอกันที่ปากทางเข้าไร่นะจ๊ะ ถ้าพี่ยงค์ไม่มาแสดงว่าพี่ยงค์ไม่รักน้องหนู แล้วน้องหนูก็จะไม่ให้พี่ยงค์เห็นหน้าอีกเลย” เธอกำชับพร้อมข่มขู่

“ไปจ้ะ พี่จะไปรอน้องหนูก่อนเจ็ดโมงเช้าด้วย”

เขารีบพูดเพราะกลัวว่าสาวน้อยตรงหน้าจะโกรธแล้วทำตามที่พูดออกมาเมื่อครู่

“ดีมากค่ะพี่ยงค์ขา น้องหนูไปก่อนนะจ๊ะ พรุ่งนี้เจอกัน อ้อ!!...เย็นนี้น้องหนูจะทำกับข้าวพิเศษให้พี่ยงค์ทานนะคะ หมูทอดหมักนมสด”

น้องหนูพูดไปแอ่นหน้าอกไปทางประยงค์ที่นั่งกลืนน้ำลายลงคอ อยากจะกินนมสดที่เย้ายวนตรงหน้าเต็มแก่ น้องหนูทั้งสวย รูปร่างอวบอิ่ม ผิวกายเนียนนุ่ม นมเป็นนมเนื้อเป็นเนื้อ ไม่แปลกที่ประยงค์กับคนงานในไร่ต่างหลงใหลและหมายปอง และนั่นทำให้งานของเธอง่ายขึ้น

นางยั่วจำเป็นเดินนวยนาดออกห่างต้นหูกวาง สถานที่ที่หัวหน้าคนงานที่รั้งตำแหน่งวิศวกรของไร่องุ่นนั่งทานข้าวเป็นประจำ เพื่อไปยังจุดหมายใหม่...เพิงพักคนงาน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อันดาวายุ
9.2
“คิดถึงเราบ้างไหม” “ก็... คิดถึง” เธอตอบเขาเสียงสั่นๆ ใจสั่นยิ่งกว่าอะไร “ชื่นใจเหมือนกันนะ มีคนบอกว่าคิดถึง” เขาเลื่อนมือมาจับมือเธอเอาไว้ ประสานเข้าหากัน มือที่กุมเข้ามาหาทำให้เธอหน้าแดงหนักกว่าเก่า เธอไม่ได้ดึงมือหนีเพราะมันรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข “ใกล้ปีใหม่แล้วเนอะลม” เธอชวนเขาคุย ท่าทีเขินอายทำให้เขามองแก้มสาวไม่วาง “อืม... แก่ขึ้นอีกปีแล้ว” “กลัวแก่เหรอ” “เปล่า แค่รู้สึกว่าเวลามันช่างเดินไปเร็วเหลือเกิน อันดาว่าไหมแป๊บเดียวก็จะขึ้นปีสองแล้ว รู้สึกเหมือนเพิ่งรับน้องไปเมื่อวานเอง” “อยากกลับไปรับน้องใหม่เหรอ” เธอถามขำๆ หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยุดกึกมองหน้าเขา สบตาอย่างเผลอไผล “เวลาอันดายิ้มหรือหัวเราะแล้วน่ารัก” เขาไล้แก้มสาวเบาๆ คนถูกชมเขินอายหนักกว่าเก่า “เอ่อ...” เธอก้มงุด สัมผัสของเขาให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด “ฝนยังตกหนักอยู่เลย อันดาไม่ได้พาร่มมา” เธอเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น มองมือตัวเองที่อยู่ในอุ้งมือเขาแล้วใจสั่นรัว “ตกก็ดีนะ จะได้นั่งอยู่แบบนี้นานๆ” เธอเงยหน้ามองเขาก็หน้าร้อน ก้มงุดอีกรอบ เขาเชยคางสาวให้แหงนขึ้นสบตา อันดารู้สึกใจเต้นแรงกับสัมผัสของเขา “อันดาตัวสั่น” เขาจับบ่าของเธอเบาๆ อันดายิ่งสั่น เขินอายอย่างหนัก เกิดมาไม่เคยถูกผู้ชายสัมผัสในทำนองนี้มาก่อน แม้เขาจะไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินมากมาย แค่จับมือส่งสายตามาให้เธอก็วาบหวามอย่างไม่อาจควบคุมได้ “กลัวเราเหรอ” “เปล่า” “แล้วทำไมตัวสั่น” “เขิน” เธอตอบแล้วเขินหนักกว่าเก่า เขาหลุดหัวเราะเบาๆ กับคำตอบน่ารักนั้น “ก็เห็นแอบมองเราทุกวัน” “แอบมอง?” เธอเงยหน้าขึ้นมอง สบตาแล้วก้มงุด กัดปากตัวเองเบาๆ เขารู้ด้วยเหรอว่าเธอแอบมอง “แอบมองอยู่ที่บานเกล็ดหน้าต่าง ลมจำได้เลยว่าห้องนอนอันดาอยู่ตรงไหน” “เห็นได้ยังไง” เธอถามเสียงเบาหวิว “บานเกล็ดมันยกขึ้น เลยเห็นว่าแอบมอง” เขายิ้มขำคนทำหน้าเหลอหลา เธอเขินหนักมาก ไม่รู้จะวางไม้วางมือตรงไหนดี “ทีหลังไม่ต้องแอบมองก็ได้ จะถอดเสื้อให้มองเต็มๆ ตา” “ลมน่ะ” เขามาพูดอะไรแบบนี้ ใครจะอยากไปมองเขาถอดเสื้อผ้ากันเล่า! โอ๊ย! คนบ้า ถ้าไม่ติดว่าฝนกำลังตกหนัก เธอคงวิ่งหนีไปแล้ว วายุยกยิ้มมุมปาก เห็นคนขี้อายแล้วหยิกแก้มเบาๆ “อุ๊ย!” เธอยกมือขึ้นลูบแก้มไปมา อยากจะมุดพื้นหนีเสียตั้งแต่ตอนนี้ถ้าทำได้ *** “อันดาอยากมีลูกสักกี่คนครับ” “คะ?” เธอหันมามองเขาแล้วหน้าแดง มาถามอะไรแบบนี้ “ไม่รู้สิ” เธอก้มงุดตักข้าวต้มกินอย่างขัดเขิน “สักโหลดีไหม ตั้งทีมฟุตบอล” “บ้าเหรอ เราไม่ใช่แม่หมูนะ” “อันดาจะเป็นเมียเราเหรอ” เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบถาม คนถูกถามหน้าแดงร้อนเห่อกว่าเก่า “ไม่รู้ไม่ชี้” *** “อันดา เรามีอะไรจะบอก” “อะไรจ๊ะ อื้อ...” เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อถามเขา เลยโดนหอมแก้มฟอดใหญ่ “จะบอกว่าแก้มหอม” “คนเจ้าเล่ห์” เธอยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง ลูบไปมาเบาๆ มองร่างสูงที่เดินออกไปรอเธอนอกบ้านด้วยความขัดเขิน
หน้าปกนวนิยาย เผลอรัก(ฅนเถื่อน)
9.2
นายหัวสิงห์ผู้เย่อหยิ่งไม่เคยยอมให้ใครล้ำเส้น แต่เมื่อเด็กสาวคนหนึ่งบังอาจเข้ามาเด็ดดอกไม้ในเขตหวงแหน เธอจึงต้องชดใช้ด้วยสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต บทลงโทษอันเร่าร้อนถูกกำหนดขึ้นเพื่อกักขังเธอไว้ในวังวนแห่งความปรารถนาที่เขาเป็นผู้ควบคุมเพียงฝ่ายเดียว เธอต้องอ้อนวอนขอรสสัมผัสจากเขาอย่างไม่อาจต้านทาน ทว่าท่ามกลางการลงทัณฑ์ที่แสนป่าเถื่อนนี้ นายหัวหนุ่มกลับพบว่านอกจากดอกไม้ที่สูญเสียไป เธอยังขโมยหัวใจของเขาไปครอบครองโดยไม่รู้ตัว
หน้าปกนวนิยาย รอยทัณฑ์มาร ชุด จอมมารบราซิเลี่ยน
8.0
คริสเตรียโน เวลัสโค มหาเศรษฐีเจ้าของไร่กาแฟผู้ทรงอิทธิพลต้องการครอบครองหัวใจพิมดาหลา คนงานสาวผู้ต่ำต้อยที่แอบรักเขามานาน แม้เขาจะเคยมองข้ามเธออย่างเย็นชาจนหญิงสาวตัดสินใจเดินจากไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรี แต่จอมมารหนุ่มกลับทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้ในอ้อมกอด แรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นท่ามกลางความแตกต่างของชนชั้นนำไปสู่บททดสอบอันเร่าร้อน เมื่อความหึงหวงครอบงำจนเขาไม่อาจยอมให้ชายใดได้เห็นความงดงามของเธอ เขาจึงเลือกใช้พันธนาการแห่งรักและอำนาจเพื่อตีตราจองเธอไว้เพียงผู้เดียวตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 1
9.0
หลังจบชีวิตลงในโลกที่ล่มสลายเพราะฝูงซอมบี้ ฉินหลิวซีก็ได้โอกาสเกิดใหม่ในร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบผู้แสนอาภัพ เธอต้องเผชิญกับความยากจนข้นแค้นและถูกเหล่าญาติมิตรคอยกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อเป็นเช่นนี้เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตนเองและคนในบ้าน โดยตั้งปณิธานไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะใช้ความสามารถที่มีนำพาครอบครัวก้าวข้ามความลำบากและสร้างฐานะให้มั่งคั่งร่ำรวยเหนือใครให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย พี่ที่แปลว่าเมีย
9.4
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยพันธะการแต่งงานอันปราศจากความรู้สึก เมื่อเขาประกาศกร้าวอย่างชัดเจนว่าหัวใจของเขานั้นมีไว้ให้ตะวันเพียงคนเดียวเท่านั้น แม้ว่าทั้งสองจะต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในฐานะสามีภรรยาตามกฎหมาย แต่เขาก็ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่มีวันมอบความรักให้กับคนเป็นพี่อย่างเธอได้เลย บทสรุปของชีวิตหลังวิวาห์ที่เต็มไปด้วยความห่างเหินและความเย็นชาในครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร เมื่อความรักที่เขาคุยโวว่ามีให้คนอื่นกลายเป็นกำแพงสูงชันที่กั้นกลางระหว่างคนสองคน
หน้าปกนวนิยาย แรงแค้นจิตรกร : รักที่ได้รับการไถ่ถอน
8.2
อลินต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมในงานแต่งงานครั้งที่สาม เมื่อเดมอนคู่หมั้นของเธอเลือกปกป้องไอรินและทำร้ายเธออย่างทารุณท่ามกลางสายฝน หลังจากถูกทำลายทั้งร่างกายและอาชีพจิตรกรจนดับวูบ อลินที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดในป่าลึกตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อรักษาครอบครัวและธุรกิจเอาไว้ เธอติดต่อบุคคลลึกลับในต่างแดนเพื่อทำข้อตกลงแต่งงานแลกกับการโอนทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย พร้อมเตรียมตัวหนีไปจากขุมนรกนี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และรับการไถ่ถอนจากความแค้นที่ฝังลึก