ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อ้อมกอดมัจจุราช

อ้อมกอดมัจจุราช

เมื่อทอร์ชปักใจเชื่อว่าเพลงมีนาเป็นหญิงแพศยาที่คอยยั่วยวนคนงานในไร่จนวุ่นวาย ความแค้นและความโกรธแค้นจึงเปลี่ยนเป็นแรงปรารถนาอันป่าเถื่อน เขาตัดสินใจใช้กำลังพันธนาการเธอไว้เพื่อพิสูจน์ความจริงด้วยร่างกายของตนเอง แม้เพลงมีนาจะพยายามขัดขืนและร้องขอความเมตตาเพียงใด แต่เขากลับไร้ความปรานี มัดมือและปิดปากเธอไว้ก่อนจะลงมือรุกรานศักดิ์ศรีอย่างโหดร้าย ท่ามกลางไฟโทสะที่แผดเผา ทอร์ชสาบานว่าจะมอบบทเรียนที่ทำให้เธอไม่มีวันลืมเลือนไปชั่วชีวิต
ตอน
แชร์

ตอน 3

3

หลังจากที่ทานอาหารกลางวันจนอิ่มหนำแล้ว คนงานชายส่วนใหญ่จะมานั่งเล่นนอนเล่นในเพิงพักคนงาน รอเวลาบ่ายโมงเพื่อกลับเข้าไปในไร่อีกครั้ง แต่ทว่าวันนี้คนที่นั่งเล่นนอนเล่นไม่มีกระจิตกระใจจะทำอย่างเช่นทุกวัน เนื่องจากสาวร่างสวยได้เดินเข้ามาในเพิงพัก ก่อนจะทรุดกายนั่งลงบนแคร่กลางเก่ากลางใหม่ ตวัดเรียวขาสวยข้างหนึ่งทับอีกข้างหรืออีกนัยหนึ่งคือนั่งไขว่ห้าง คนงานหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่นั่งอยู่ในเพิงพัก ตารุกวาวกันเป็นแถว มองหุ่นสวยของอีกฝ่ายแทบจะกลืนกิน

“พี่แหลมสิงห์จ๋า พรุ่งนี้พี่กับเพื่อนๆ ก็จะไม่ได้กินอาหารฝีมือน้องหนูแล้วนะจ๊ะ เพราะน้องหนูจะย้ายไปทำงานที่ไร่ปลายฟ้า”

เธอเริ่มพูดตามแผน พอชายหลายคนได้ยินดังนั้นทุกคนต่างตกใจไม่น้อย แต่ละคนทำหน้าทำตาเสียดาย

“อยู่ที่นี่ก็ดีอยู่แล้ว ทำไมน้องหนูถึงได้ไปทำงานที่ไร่โน้นล่ะ?” แหลมสิงห์คนงานร่างใหญ่เอ่ยถาม

“ก็ที่ไร่ปลายฟ้าให้เงินเดือนดีกว่าที่นี่..นี่จ๊ะ ให้มากกว่าตั้งสามเท่า”

คำตอบของน้องหนูเรียกเสียงฮือฮาให้กับคนงานทั้งหลาย ไม่คิดว่าไร่ปลายฟ้าจะให้เงินเดือนมากกว่าที่นี่ถึงสามเท่าตัว

“จริงเหรอ คุณท็อปให้เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?” คำถามของแหลมสิงห์เหมือนกับคำถามของประยงค์ไม่มีผิด

“จริงสิจ๊ะ ให้เงินเดือนมากกว่าสามเท่ายังไม่พอนะ ยังให้สวัสดิการมากกว่าอีกด้วย” เธอเปิดประเด็นให้คนงานทั้งหลายสนใจ

“มากกว่ายังไงน้องหนู”

ลุงโม่งถามขึ้น เพราะที่นี่เขาก็คิดว่าให้มากอยู่แล้ว ใครไม่มีที่พักก็พักที่นี่ ข้าวก็กินฟรีสองมื้อกลางวันกับเย็น มีรถบริการฟรีไปตัวเมืองทุกอาทิตย์และวันเงินเดือนออก ค่ารักษาพยาบาลก็ฟรีหากเจ็บป่วยหรือได้รับอุบัติเหตุ เพียงเท่านี้สำหรับคนต่างจังหวัดก็ถือว่ามากแล้ว

“นอกจากจะได้เงินเดือนมากกว่า ยังมีอย่างอื่นที่ดีกว่าด้วย บ้านพักฟรี มีเฟอร์นิเจอร์ให้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น โทรทัศน์ พัดลม และอื่นๆ อีกหลายอย่าง ค่ารักษาพยาบาลก็ดีกว่าด้วย ทำประกันสุขภาพและประกันชีวิตให้กับทุกคน เลี้ยงเหล้ายาปลาปิ้งให้กับคนงานทุกวันเสาร์ ให้เราครื้นเครง ขับไล่ความเหนื่อยที่ตรากตรำทำงานมาทั้งอาทิตย์ คิดดูนะจ๊ะว่าที่นี่มีให้หรือเปล่า”

เธอหลอกล่อให้คนงานทั้งหลายเกิดการไขว้เขว แล้วดูเหมือนจะได้ผลเสียด้วย เพราะคนงานทั้งหลายต่างพากันซุบซิบพูดคุยกับคนที่นั่งข้างๆ

“น่าเสียดายจังที่พวกพี่ๆ ไม่ได้ย้ายไปอยู่ไร่ปลายฟ้ากับน้องหนู ถ้าไปรับรองว่าน้องหนูจะทำความสะอาดห้องให้พวกพี่ๆ ทุกคนเลยจ่ะ จะทำอาหารอร่อยๆ ให้ทาน แล้วที่สำคัญจะนั่งป้อนเหล้าป้อนกับแกล้มให้พวกพี่ๆ ด้วย”

เธอหยุดพูดก่อนจะใช้มือเท้าคางโดยมีข้อศอกตั้งอยู่บนหัวเข่า โน้มกายลงต่ำเพื่อให้เนินอกอวบโผล่ล้น เป็นอาหารตาให้กับคนงานเหล่านั้นที่นั่งทำตาลุกวาว “แล้วถ้าพวกพี่ๆ ลุงๆ น้าๆ ลาออกจากที่นี่ไปอยู่ไร่ปลายฟ้า น้องหนูจะบริการพิเศษกับพี่ๆ ลุงๆ น้าๆ ทุกคนเลยค่ะ”

เธอพูดยั่ว ทิ้งสายตามหาเสน่ห์ให้กับคนงานที่ตื่นตาตื่นใจกับคำพูดของน้องหนูนางยั่วประจำไร่

“บริการที่พิเศษที่น้องหนูว่าคืออะไรจ๊ะ?” แหลมสิงห์ถามเสียงสั่น มองสาวสวยผิวขาวเนียนตาเป็นประกาย

“ก็แล้วแต่ว่าพวกพี่ทั้งหลายจะให้น้องหนูทำอะไร แต่รับรองว่าพวกพี่ๆ ต้องพอใจแน่นอนจ้ะ” น้องหนูทิ้งปริศนาไว้โครมใหญ่ “ว่าไงจ๊ะ จะไปกันหรือเปล่า ได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น ได้สวัสดิการดีขึ้น และได้ตัวน้องหนู เอ๊ย!!..ไม่ใช่...ต้องพูดว่าน้องหนูได้บริการพิเศษให้กับพวกพี่ๆ ต่างหาก ว่าไงจ๊ะ สนใจหรือเปล่า?”

เธอขุดหลุมพรางหลุมใหญ่ไว้หลอกล่อชายกำหนัดที่หลงใหลในร่างกายและเสน่ห์ของตน

“แต่พวกพี่ๆ กลัวว่าจะไม่มีคนทำงานที่นี่ วันมะรืนก็จะเก็บผลผลิตแล้ว พวกพี่ไปใครจะช่วยคุณทอร์ชทำงาน” แหลมสิงห์สองจิตสองใจ

“โธ่!!...พี่แหลมสิงห์ ปัญญาอย่างคุณทอร์ชสามารถอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเป็นห่วงเขาหรอก ห่วงปากท้องของเราดีกว่า ใครให้เงินดี ใครให้สวัสดิการเยี่ยม ใครที่ทำให้เราได้ในสิ่งต้องการได้มากกว่าเราก็ไปอยู่กับคนนั้น อย่างเช่นน้องหนูไงจ๊ะ ไปอยู่ไร่ปลายฟ้าเพราะได้เงินดีกว่า สวัสดิการก็ดีกว่า น้องหนูจึงอยากให้พวกพี่ๆ ลุงๆ น้าๆ ไปอยู่กับน้องหนูด้วย” น้องหนูยังโน้มน้าวต่อไป

“แต่ถ้าไปตอนนี้คุณทอร์ชจะหาคนงานมาเก็บผลผลิตทันเหรอ ถ้าไม่ทันคุณทอร์ชเสียหายเป็นล้านๆ เลยนะ”

ลุงโม่งพูดขึ้น จะว่าไปเจ้าของไร่พฤกษาก็ดีกับพวกตนไม่น้อย ช่วยเหลือในทุกๆ เรื่องที่พวกเขาเดือดร้อน การย้ายไปทำงานในไร่ปลายฟ้าไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ เพราะเจ้าของสองไร่นี้ไม่ถูกกันอย่างแรง

“ลุงโม่งจ๋า เงินเป็นล้านๆ ไม่ได้ทำให้กระเป๋าของคุณทอร์ชแบนหรอกค่ะ รวยซะขนาดนั้น เป็นห่วงตัวเองดีกว่านะ”

“นั่นสิลุง ไปอยู่ที่โน่นดีกว่า ดีกว่าเห็นๆ เพราะมีน้องหนูไปอยู่ด้วย”

แหลมสิงห์พูดในเชิงเจ้าชู้ใส่น้องหนูที่นั่งแย้มยิ้มอย่างสวยงามบนแคร่ ทั้งๆ ที่ตัวเองมีครอบครัวแล้ว แต่ก็ยังหลงติดบ่วงของน้องหนูที่ขุดล่อ

“ใช่จ้ะ น้องหนูไม่อยากสบายคนเดียว อยากให้ทุกคนสบายด้วยก็เลยมาชวนพวกพี่ๆ ทั้งหลาย ไปอยู่ไร่ปลายฟ้าเราจะได้มีความสุขด้วยกันไงจ๊ะ” ข้อหลังนี่เองที่ดึงดูดใจชายทั้งหลาย

“คุณท็อปรับคนงานกี่คนล่ะน้องหนู?” พันถามขึ้น

“รับไม่อั้นจ่ะ คุณท็อปกำลังจะขยายไร่ ต้องการคนงานมากๆ อ้อ!!...ลืมบอกไป ถ้าใครชักชวนคนงานในไร่นี้ไปทำงานในไร่โน้น คุณ

ท็อปจะให้ค่าหัวเพิ่มอีกคนละหนึ่งพัน” น้องหนูเอาสิ่งนี้มาล่ออีกหนึ่งอย่าง

“จริงเหรอ ได้หัวละพันเชียวหรือ?” แหลมสิงห์ตาโตถาม

“จริงสิจ๊ะ คนงานผู้ชายที่นี่มีตั้งเยอะ ถ้าพวกพี่ๆ ลุงๆ น้าๆ ทั้งหลายไปกล่อมคนงานคนอื่นๆ ให้ไปทำงานที่ไร่ปลายฟ้าได้สำเร็จ จะได้พิเศษอีกหัวละพัน กล่อมได้เยอะก็ได้เงินเยอะนะจ๊ะ”

“ตกลงตามนี้เลยน้องหนู พี่จะลาออกจากที่นี่ไปทำกับคุณท็อป แล้วจะชวนคนอื่นๆ ไปด้วย” แหลมสิงห์พูดขึ้นหลังจากตัดสินใจ

“ลุงด้วย ลุงไปด้วยเดี๋ยวลุงไปพูดกับคนอื่นๆ ด้วย” ลุงโม่งเอ่ยขึ้นอีกคน

“น้าไปด้วย เงินดีดีอย่างนี้มีหรือจะไม่ไป” นายพันตอบตกลงอีกคน

“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เจอกันที่หน้าไร่ตอนเจ็ดโมงเช้านะจ๊ะ อย่าสายล่ะ ถ้าสายน้องหนูไม่คอยด้วย พวกพี่ๆ ก็จะไม่ได้บริการพิเศษจากน้องหนู” พูดจบก็ลุกขึ้นยืนอวดหุ่นสวย “น้องหนูไปนะจ๊ะ พรุ่งนี้เจอกัน แล้วอาหารเย็นมื้อนี้น้องหนูจะทำเป็นพิเศษ หมูหมักนมสด”

เธอทำในลักษณะเดียวกันกับที่ทำให้ประยงค์เห็น และนั่นเรียกความกระหายในการลิ้มลองหมูหมักนมสดมากยิ่งขึ้น แต่ละคนมองตามน้องหนูที่เดินออกไปจากเพิงพักตาละห้อย บางคนถึงกับน้ำลายหกก็มี

น้องหนูนามสมมุติเดินกระหยิ่มด้วยความสมใจ อีกนิดเดียวแผนของเธอก็จะสำเร็จแล้ว รอถึงวันพรุ่งนี้เท่านั้น ทุกสิ่งอย่างที่เธอต้องการก็จะบรรลุเป้าหมาย เธอจะได้กลับไปใช้ชีวิตที่เป็นปกติสุขเสียที หลังจากที่ต้องแสดงบทเป็นนางแมวยั่วสวาทอยู่ที่ไร่แห่งนี้เพื่อการบางอย่างมาร่วมสองสัปดาห์ พรุ่งนี้เธอจะเป็นไทแล้ว

วันรุ่งขึ้น ณ ไร่ปลายฟ้า

กวีวัชน์มองคนงานของไร่พฤกษาที่เดินเข้ามาในไร่ของตนเองด้วยความพอใจ โดยเฉพาะสาวน้อยวัยใสนางยั่วนางนกต่อที่ทำงานได้ดีเกินคาด กวีวัชน์ไม่คิดว่าจะทำให้คนงานชายนับสิบๆ คนเปลี่ยนใจมาทำงานกับเขาได้ในระยะเวลาสองสัปดาห์ตามที่ตกลงกันไว้

“มาแล้วเหรอรัมภา เธอทำงานดีเกินคาดเลยนะเนี่ย?”

กวีวัชน์เจ้าของไร่ปลายฟ้า ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปีผู้มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว กล่าวคำชื่นชมเพียงรัมภาหรือรัมภาชื่อเสียงเรียงนามที่แท้จริงของเธอด้วยความจริงใจ หลังจากที่สาวเจ้าเดินเข้ามาหาเขาที่ยืนอยู่หน้าบ้านพักหลังใหญ่ ส่วนคนงานจากไร่พฤกษาเดินเลี้ยวไปทางบ้านพักคนงานที่จัดเตรียมไว้ให้

“ฉันทำงานสำเร็จแล้ว นายก็อย่าลืมสัญญาก็แล้วกัน” เธอพูดกับคนที่ตัวสูงกว่า

“แน่นอน คนอย่างนายกวีวัชน์ไม่เคยผิดสัญญาอยู่แล้ว ต่อไปนี้เธอก็ก้าวเข้ามาอยู่ในตำแหน่งว่าที่น้องสะใภ้ของฉันได้เลย” กวีวัชน์ยินยอมทำตามข้อสัญญา

“ดี” เธอกระแทกเสียงพูด “ฉันขอไปพักผ่อนก่อน เหนื่อยชะมัด” คำที่เธอเอ่ยออกมานั้น เป็นเชิงบ่นเสียมากกว่า

“ทำไม ยั่วพวกมันหนักหรือไง ยั่วท่าไหนล่ะ พวกมันถึงได้ยอมตามมาเป็นพรวนขนาดนี้?”

เพียงรัมภารู้สึกไม่ชอบใจกับน้ำเสียงและสีหน้าของผู้พูดเลย มันเหมือนกับว่าเขากำลังดูถูกเธออยู่

“หลายท่าเลยล่ะ ฉันก็ยั่วพวกคนงานเหล่านั้นเหมือนกับที่ยั่วน้องชายของพี่ท็อปยังไงล่ะ?”

เพียงรัมภากระแทกเสียงตอบ มองหน้าคนที่ถามอย่างไม่ยี่หระ คู่สนทนาเนื้อเต้นในทันทีที่สาวร่างเล็กกล้าต่อปากต่อคำกับเขา ถ้าไม่ติดว่าเป็นคนรักของน้องชาย รับรองได้ว่าเขาตบคว่ำเลือดกบปากแล้ว

“เธอทำอะไรก็ให้เกียรติน้องชายของฉันบ้างนะ ไม่ใช่เที่ยวไปยั่วไม่เลือกคนอย่างนี้ ไม่รู้ว่าจะเลยเถิดไปถึงไหนๆ” เขาเค้นเสียงพูด จ้องมองสาวหน้าสวยรูปร่างเซ็กซี่เขม็ง

“แล้วพวกคนที่พี่พูดถึง ไม่ใช่คนที่พี่ต้องการให้มาที่นี่หรือไง อย่าทำเป็นสั่งสอนฉันหน่อยเลย ฉันรู้ตัวดีว่าต้องทำยังไงบ้าง ฉันก็มีขอบเขตของฉันเหมือนกัน อีกอย่างนึงนะ พี่ท็อปไม่ใช่เจ้านายของฉัน แล้วฉันก็ไม่ใช่ลูกน้องของพี่ด้วย เพราะฉะนั้นอย่ามาทำเป็นหมาบ้าเห่าหอน แยกเขี้ยวใส่ฉันแบบนี้ รู้จักฤทธิ์แม่น้อยไปซะแล้ว นี่แน่ะ”

เพียงรัมภาพูดเป็นชุด ก่อนจะยกเข่าขึ้นสูงกระแทกไปยังกล่องดวงใจของกวีวัชน์ ชายหนุ่มที่เธอหมั่นไส้ตั้งแต่แรกเห็นเต็มแรง

“โอ๊ย!!...ทะ...เธอ”

เขาร้องครวญเสียงดัง ใช้มือทั้งสองข้างจับตรงจุดที่โดนกระแทก ตัวงอ หน้าดำหน้าแดง พูดไม่ออก ได้แต่ส่งสายตาอาฆาตให้กับสาวหน้าหวานที่ยืนกอดอกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“นี่แค่สั่งสอนนะ ถ้าเผื่อพี่ท็อปยังเห่าใส่ฉันอีก หรือว่ามองฉันเหมือนกิ้งกือไส้เดือน ฉันจะกระแทกให้ใช้การไม่ได้เลย คอยดู เชอะ”

พูดจบเพียงรัมภาก็เดินสะบัดหน้าเข้าไปในบ้านหลังนั้นทันที ปล่อยให้เจ้าของบ้านเจ็บจนจุกทั้งจากการกระทำและคำพูดของแม่ดาวยั่วจำเป็นตามลำพัง

“ฝากไว้ก่อนเถอะรัมภา อูยส์!!”

เสียงคำรามเบาๆ ตามมาด้วยเสียงครางเจ็บของกวีวัชน์ ดังตามหลังสาวหุ่นดีที่เดินเข้าไปในบ้านของตน ครั้งนี้เขาจะปล่อยเธอไปก่อน เพราะเขาต้องพึ่งเพียงรัมภาไปจนกว่างานของเขาจะสำเร็จ งานนี้เจ้าของไร่พฤกษาต้องเจ็บจนกระอักเลือดแน่ เมื่อกลับมาจากต่างประเทศแล้วรู้ว่า คนงานชายตัวหลักของการเก็บผลผลิตได้มาอยู่ในไร่ของเขา

อยากเห็นหน้ากวินภพตอนนั้นเหลือเกิน...คงสะใจพิลึก

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อันดาวายุ
9.2
“คิดถึงเราบ้างไหม” “ก็... คิดถึง” เธอตอบเขาเสียงสั่นๆ ใจสั่นยิ่งกว่าอะไร “ชื่นใจเหมือนกันนะ มีคนบอกว่าคิดถึง” เขาเลื่อนมือมาจับมือเธอเอาไว้ ประสานเข้าหากัน มือที่กุมเข้ามาหาทำให้เธอหน้าแดงหนักกว่าเก่า เธอไม่ได้ดึงมือหนีเพราะมันรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข “ใกล้ปีใหม่แล้วเนอะลม” เธอชวนเขาคุย ท่าทีเขินอายทำให้เขามองแก้มสาวไม่วาง “อืม... แก่ขึ้นอีกปีแล้ว” “กลัวแก่เหรอ” “เปล่า แค่รู้สึกว่าเวลามันช่างเดินไปเร็วเหลือเกิน อันดาว่าไหมแป๊บเดียวก็จะขึ้นปีสองแล้ว รู้สึกเหมือนเพิ่งรับน้องไปเมื่อวานเอง” “อยากกลับไปรับน้องใหม่เหรอ” เธอถามขำๆ หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยุดกึกมองหน้าเขา สบตาอย่างเผลอไผล “เวลาอันดายิ้มหรือหัวเราะแล้วน่ารัก” เขาไล้แก้มสาวเบาๆ คนถูกชมเขินอายหนักกว่าเก่า “เอ่อ...” เธอก้มงุด สัมผัสของเขาให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด “ฝนยังตกหนักอยู่เลย อันดาไม่ได้พาร่มมา” เธอเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น มองมือตัวเองที่อยู่ในอุ้งมือเขาแล้วใจสั่นรัว “ตกก็ดีนะ จะได้นั่งอยู่แบบนี้นานๆ” เธอเงยหน้ามองเขาก็หน้าร้อน ก้มงุดอีกรอบ เขาเชยคางสาวให้แหงนขึ้นสบตา อันดารู้สึกใจเต้นแรงกับสัมผัสของเขา “อันดาตัวสั่น” เขาจับบ่าของเธอเบาๆ อันดายิ่งสั่น เขินอายอย่างหนัก เกิดมาไม่เคยถูกผู้ชายสัมผัสในทำนองนี้มาก่อน แม้เขาจะไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินมากมาย แค่จับมือส่งสายตามาให้เธอก็วาบหวามอย่างไม่อาจควบคุมได้ “กลัวเราเหรอ” “เปล่า” “แล้วทำไมตัวสั่น” “เขิน” เธอตอบแล้วเขินหนักกว่าเก่า เขาหลุดหัวเราะเบาๆ กับคำตอบน่ารักนั้น “ก็เห็นแอบมองเราทุกวัน” “แอบมอง?” เธอเงยหน้าขึ้นมอง สบตาแล้วก้มงุด กัดปากตัวเองเบาๆ เขารู้ด้วยเหรอว่าเธอแอบมอง “แอบมองอยู่ที่บานเกล็ดหน้าต่าง ลมจำได้เลยว่าห้องนอนอันดาอยู่ตรงไหน” “เห็นได้ยังไง” เธอถามเสียงเบาหวิว “บานเกล็ดมันยกขึ้น เลยเห็นว่าแอบมอง” เขายิ้มขำคนทำหน้าเหลอหลา เธอเขินหนักมาก ไม่รู้จะวางไม้วางมือตรงไหนดี “ทีหลังไม่ต้องแอบมองก็ได้ จะถอดเสื้อให้มองเต็มๆ ตา” “ลมน่ะ” เขามาพูดอะไรแบบนี้ ใครจะอยากไปมองเขาถอดเสื้อผ้ากันเล่า! โอ๊ย! คนบ้า ถ้าไม่ติดว่าฝนกำลังตกหนัก เธอคงวิ่งหนีไปแล้ว วายุยกยิ้มมุมปาก เห็นคนขี้อายแล้วหยิกแก้มเบาๆ “อุ๊ย!” เธอยกมือขึ้นลูบแก้มไปมา อยากจะมุดพื้นหนีเสียตั้งแต่ตอนนี้ถ้าทำได้ *** “อันดาอยากมีลูกสักกี่คนครับ” “คะ?” เธอหันมามองเขาแล้วหน้าแดง มาถามอะไรแบบนี้ “ไม่รู้สิ” เธอก้มงุดตักข้าวต้มกินอย่างขัดเขิน “สักโหลดีไหม ตั้งทีมฟุตบอล” “บ้าเหรอ เราไม่ใช่แม่หมูนะ” “อันดาจะเป็นเมียเราเหรอ” เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบถาม คนถูกถามหน้าแดงร้อนเห่อกว่าเก่า “ไม่รู้ไม่ชี้” *** “อันดา เรามีอะไรจะบอก” “อะไรจ๊ะ อื้อ...” เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อถามเขา เลยโดนหอมแก้มฟอดใหญ่ “จะบอกว่าแก้มหอม” “คนเจ้าเล่ห์” เธอยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง ลูบไปมาเบาๆ มองร่างสูงที่เดินออกไปรอเธอนอกบ้านด้วยความขัดเขิน
หน้าปกนวนิยาย เผลอรัก(ฅนเถื่อน)
9.2
นายหัวสิงห์ผู้เย่อหยิ่งไม่เคยยอมให้ใครล้ำเส้น แต่เมื่อเด็กสาวคนหนึ่งบังอาจเข้ามาเด็ดดอกไม้ในเขตหวงแหน เธอจึงต้องชดใช้ด้วยสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต บทลงโทษอันเร่าร้อนถูกกำหนดขึ้นเพื่อกักขังเธอไว้ในวังวนแห่งความปรารถนาที่เขาเป็นผู้ควบคุมเพียงฝ่ายเดียว เธอต้องอ้อนวอนขอรสสัมผัสจากเขาอย่างไม่อาจต้านทาน ทว่าท่ามกลางการลงทัณฑ์ที่แสนป่าเถื่อนนี้ นายหัวหนุ่มกลับพบว่านอกจากดอกไม้ที่สูญเสียไป เธอยังขโมยหัวใจของเขาไปครอบครองโดยไม่รู้ตัว
หน้าปกนวนิยาย รอยทัณฑ์มาร ชุด จอมมารบราซิเลี่ยน
8.0
คริสเตรียโน เวลัสโค มหาเศรษฐีเจ้าของไร่กาแฟผู้ทรงอิทธิพลต้องการครอบครองหัวใจพิมดาหลา คนงานสาวผู้ต่ำต้อยที่แอบรักเขามานาน แม้เขาจะเคยมองข้ามเธออย่างเย็นชาจนหญิงสาวตัดสินใจเดินจากไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรี แต่จอมมารหนุ่มกลับทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้ในอ้อมกอด แรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นท่ามกลางความแตกต่างของชนชั้นนำไปสู่บททดสอบอันเร่าร้อน เมื่อความหึงหวงครอบงำจนเขาไม่อาจยอมให้ชายใดได้เห็นความงดงามของเธอ เขาจึงเลือกใช้พันธนาการแห่งรักและอำนาจเพื่อตีตราจองเธอไว้เพียงผู้เดียวตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 1
9.0
หลังจบชีวิตลงในโลกที่ล่มสลายเพราะฝูงซอมบี้ ฉินหลิวซีก็ได้โอกาสเกิดใหม่ในร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบผู้แสนอาภัพ เธอต้องเผชิญกับความยากจนข้นแค้นและถูกเหล่าญาติมิตรคอยกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อเป็นเช่นนี้เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตนเองและคนในบ้าน โดยตั้งปณิธานไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะใช้ความสามารถที่มีนำพาครอบครัวก้าวข้ามความลำบากและสร้างฐานะให้มั่งคั่งร่ำรวยเหนือใครให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย พี่ที่แปลว่าเมีย
9.4
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยพันธะการแต่งงานอันปราศจากความรู้สึก เมื่อเขาประกาศกร้าวอย่างชัดเจนว่าหัวใจของเขานั้นมีไว้ให้ตะวันเพียงคนเดียวเท่านั้น แม้ว่าทั้งสองจะต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในฐานะสามีภรรยาตามกฎหมาย แต่เขาก็ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่มีวันมอบความรักให้กับคนเป็นพี่อย่างเธอได้เลย บทสรุปของชีวิตหลังวิวาห์ที่เต็มไปด้วยความห่างเหินและความเย็นชาในครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร เมื่อความรักที่เขาคุยโวว่ามีให้คนอื่นกลายเป็นกำแพงสูงชันที่กั้นกลางระหว่างคนสองคน
หน้าปกนวนิยาย แรงแค้นจิตรกร : รักที่ได้รับการไถ่ถอน
8.2
อลินต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมในงานแต่งงานครั้งที่สาม เมื่อเดมอนคู่หมั้นของเธอเลือกปกป้องไอรินและทำร้ายเธออย่างทารุณท่ามกลางสายฝน หลังจากถูกทำลายทั้งร่างกายและอาชีพจิตรกรจนดับวูบ อลินที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดในป่าลึกตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อรักษาครอบครัวและธุรกิจเอาไว้ เธอติดต่อบุคคลลึกลับในต่างแดนเพื่อทำข้อตกลงแต่งงานแลกกับการโอนทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย พร้อมเตรียมตัวหนีไปจากขุมนรกนี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และรับการไถ่ถอนจากความแค้นที่ฝังลึก