หน้าปกนวนิยาย บำเรอรักอาญาอสูร

บำเรอรักอาญาอสูร

9.1 / 10.0
กฤตภพยื่นข้อเสนอสามประการเพื่อแลกกับการแต่งงาน ทว่าเงื่อนไขสำคัญคือหญิงสาวต้องผ่านบททดสอบสวาทในคืนนี้ไปให้ได้ ท่ามกลางความหวาดกลัวและแรงปรารถนาที่คุกรุ่น ชายหนุ่มใช้ความเจนจัดเย้ายวนจนเธอไม่อาจต้านทาน ร่างกายที่งดงามและกลิ่นกายหอมหวานทำให้เขาแทบคลั่ง จนพาเธอหลงระเริงไปกับสัมผัสที่เขารังสรรค์ขึ้นอย่างเร่าร้อน เมื่ออาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดลอยไป เธอก็พบว่าตนเองตกอยู่ภายใต้อำนาจของอสูรร้ายผู้แข็งแกร่งที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงปลายเตียงอย่างสมบูรณ์

บำเรอรักอาญาอสูร ตอนที่ 1

วันนี้เหมือนเป็นวันพิพากษาชีวิตของกฤตภพเลยก็ว่าได้ เมื่อประมุขใหญ่ของบ้านกับภรรยาเรียกเขาเข้าไปพบ บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียดสำหรับเขามากที่สุด

“ตากฤต วันนี้แม่ขอยื่นคำขาดเลยนะ แกต้องแต่งงานกับเจ้าสาวที่แม่เลือกให้ได้แล้ว! พ่อกับแม่ให้โอกาสแกหาเมียด้วยตัวเองมาหลายปีแล้วนะ แกก็ยังใช้ชีวิตเป็นหนุ่มเพลย์บอยมาจนถึงทุกวันนี้ ยังไงๆ วันนี้แม่ไม่มีทางยอมแกอีกแล้ว”

“แม่คร้าบ แต่ว่าผมยัง...”

“ไม่มีคำว่าแต่ และไม่มีคำแก้ตัวว่ายังไม่พร้อม แม่ได้ยินแกพูดแบบนี้มากี่ปีแล้ว เมื่อไหร่...เมื่อไหร่แกถึงจะพร้อม ต้องรอให้พ่อกับแม่ตายก่อนหรือยังไง” คุณนายกัลยาบ่นว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างเอือมระอาเต็มทน

“แล้วแม่จะให้ผมแต่งกับใครล่ะครับ”

“ผู้หญิงดีๆ มีเยอะแยะ อย่างเช่นหนูแพรว ลูกคุณหญิงขวัญใจ หนูไอซ์ลูกคุณนายกิมกี่ หนูแข ลูกท่านรัฐมนตรีอดิสร แล้วก็หนูเหมียวลูกคุณหญิงไฉไล แกก็เลือกเอาสักคนสิ”

“อ้าว แล้วคุณหนูอัญชนาลูกของคุณหญิงบุษกรเพื่อนแม่อีกคนล่ะครับ หายไปไหน” กฤตภพยังจำได้ ว่าแม่ของเขาก็เคยทาบทามเด็กสาวคนนั้นให้เขาเหมือนกัน

“รายนั้นท่าทางเขาเกลียดแกเข้าไส้ แม้แต่หน้าแกเขาก็ยังไม่อยากมอง แม่ไม่อยากฝืนใจเขา”

“เหรอครับ”

“พรุ่งนี้พ่อกับแม่จะไปเจรจาขอสาวให้แก เลือกเอาว่าจะแต่งกับคนไหนที่ไล่รายชื่อมาเมื่อกี้” ผู้เป็นแม่ทำสีหน้าจริงจัง

“แล้วถ้าผมไม่เลือกล่ะครับ”

“แกก็จะไม่ได้รับมรดกหมื่นล้านของฉันน่ะสิ” นายพิภพ เอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก เขาก็อยากให้ลูกชายแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที หิรัญภักดีจะได้มีทายาทสืบสกุล

“พ่อ! แล้วถ้าพ่อไม่ยกสมบัติให้ผม แล้วพ่อจะยกให้ใครล่ะครับ”

“ฉันก็จะยกสมบัติทั้งหมดให้กับการกุศลน่ะสิ” นายพิภพตอบสั้นๆ

จริงๆ แล้ว คนเป็นพ่อก็แค่คิดที่จะขู่ลูกชายเท่านั้น เขาเองก็แก่มากแล้ว เห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันเขาได้อุ้มหลานสองสามคนแล้ว แต่ลูกชายเพียงคนเดียวของเขากลับยังหาเมียเป็นตัวเป็นตนไม่ได้สักที

“พ่อกับแม่ใจร้ายกับผมมากเลยนะครับเนี่ย”

กฤตภพทำท่าโอดโอยเหมือนเด็กๆ

“แกไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นเลยนะ พ่อกับแม่ไม่ได้สั่งให้แกไปลงนรกเสียหน่อย”

“ผมว่ามันยิ่งกว่าไปลงนรกเสียอีกนะครับ ผู้หญิงน่ากลัวจะตาย เชื่อใจก็ไม่ได้ วันๆ เอาแต่ช็อปปิ้ง คิดถึงแต่สามีรวยๆ แล้วก็เอาแต่แต่งสวยตลอดเวลา น่าเบื่อจะตาย”

ผู้มากวัยสองคนได้แต่ส่ายหน้าไปมาในความคิดของบุตรชายคนเดียวของพวกเขา นี่กฤตภพคงไปเจอผู้หญิงคนไหนหักอกมาหรือเปล่า หรือไม่ก็ไปยุ่งกับผู้หญิงไม่ค่อยดีมา จนทำให้มุมมองในการมองผู้หญิงของเขาถึงได้ดูเลวร้ายแบบนี้

“แกลืมไปแล้วเหรอว่าแม่ก็เป็นผู้หญิง”

“โธ่ แม่ก็ส่วนแม่สิครับ ผู้หญิงที่ผมรู้จักไม่มีใครดีเหมือนแม่สักคน ไม่งั้นผมคงสละโสดไปนานแล้ว ไม่อยู่เป็นโสดมาจนถึงป่านนี้หรอกครับ”

เขาไหลลื่นไปได้ยิ่งกว่าปลาไหลเสียอีก แต่หนนี้ไม่รู้ว่าจะลื่นไหลไปได้อีกหรือเปล่า

“แต่แกก็ยังไม่เคยคบกับลูกสาวของเพื่อนแม่ที่แม่แนะนำ เอาละ ตอบแม่มาเดี๋ยวนี้...ว่าแกจะเลือกใคร พรุ่งนี้แม่จะไปสู่ขอน้องเขาให้”

“แล้วแม่ถามลูกสาวของเพื่อนแม่แต่ละคนแล้วเหรอครับ ว่าเขาจะแต่งงานกับผมหรือเปล่า”

“แกไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น แม่หยั่งเชิงมาหมดแล้ว ไม่มีปัญหาแน่นอน แกเลิกถามเซ้าซี้ได้แล้วนะ บอกมาซะดีๆ ว่าจะเลือกใครเป็นเจ้าสาวของแก”

“โอเคครับแม่ คราวนี้ผมยอมพ่อกับแม่ก็ได้ แต่ผมขอเวลาหนึ่งอาทิตย์ได้มั้ยครับ แค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น ผมสัญญา...ว่าถ้าผมหาผู้หญิงที่ผมจะแต่งงานด้วยไม่ได้จริงๆ ผมจะยอมทำตามที่พ่อกับแม่สั่ง ได้ไหมครับ” กฤตภพอ้อนวอนด้วยสายตา

“สัญญาแน่นะ” นายพิภพมองลูกชายด้วยแววตาคาดคั้น

เพราะลูกชายของเขาคอยผ่อนผันเรื่องนี้มาโดยตลอด พยายามที่จะหาเหตุผลมาคัดค้านสารพัด แต่ว่าวันนี้เขากับภรรยาได้คุยกันแล้วว่า ยังไงก็ต้องพูดให้กฤตภพยอมแต่งงานให้ได้ ถ้าพูดไม่ยอมฟังก็ต้องบังคับกันจริงๆ จังๆ เสียที

“แน่ครับพ่อ” แต่สายตาของคนพูดกลับไม่มีความมั่นใจเอาเสียเลย เขาก็แค่ตอบพ่อกับแม่ไปแบบส่งๆ เท่านั้น ทั้งที่หัวใจของเขาตอนนี้มันยังว่างเปล่า แล้วก็ว่างมาสองสามปีแล้วด้วย

นายพิภพกับศรีภรรยามองหน้ากันครูหนึ่ง เหมือนพูดคุยกันทางสายตาบางอย่าง อย่างคนที่รู้ใจกันมานาน และคงเป็นครั้งสุดท้ายที่สองสามีภรรยาจะยอมอุทธรณ์ให้ลูกชายที่ลื่นยังกับปลาไหลคนนี้ เพราะกฤตภพขอเลื่อนเรื่องการแต่งงานมานานเป็นสิบๆ ปีแล้ว

“ตกลง แม่จะให้เวลาแกหนึ่งอาทิตย์สุดท้าย ให้แกเลือกเจ้าสาวเอง แต่มีข้อแม้นะ ผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นคนดีมีการศึกษา แต่แม่ขอเตือนแกก่อนนะ ไม่ว่าแกจะแต่งงานกับใคร อย่างน้อยแกจะต้องอยู่กับเขาให้ครบสองปี เมื่อครบสองปีเมื่อไหร่ พ่อกับแม่ถึงจะยกมรดกหมื่นล้านให้กับแก และเมื่อไหร่ที่แกมีหลานให้พ่อกับแม่อุ้ม ถ้าแกอยากได้อะไรก็เอาไปเลย เข้าใจที่แม่พูดมั้ย” คุณนายกัลยายื่นคำขาด

“เข้าใจครับแม่” กฤตภพตอบเสียงเบาอ่อยๆ แทบจะไม่ได้ยิน

มรดกก็อยากได้ แต่ไม่อยากมีเมียเป็นตัวเป็นตน แล้วเขาจะไปหาเจ้าสาวที่ไหนได้ไวขนาดนี้เนี่ย ขอเวลามากกว่านี้ก็ไม่ได้ กฤตภพรู้สึกกลุ้มใจมากที่สุดก็วันนี้ ตายแน่ๆ เขาต้องตายแน่ๆ เขาเกลียดการคลุมถุงชนที่สุด! แต่ทำไมยิ่งเกลียดก็ยิ่งเจอก็ไม่รู้

กฤตภพกลุ้มใจมาก เขาขับรถไปเรื่อยๆ จนถึงจังหวัดขอนแก่น เขาหวังว่าการเดินทางไปปรึกษาเพื่อนรักคราวนี้ เขาคงจะมีทางออกที่ดีบ้าง เพราะเพื่อนรักของเขาคนนี้ประสบความสำเร็จในชีวิตรักและครอบครัวอย่างน่าอิจฉาที่สุด

“ไฮ กฤตภพ ลมอะไรพัดนายมาถึงที่นี่เนี่ย”

“ลมขื่นขักมั้ง”

ฟินิกซ์ทำหน้างง เพราะผวนภาษาไทยไม่เป็น แม้ว่าจะได้ภรรยาเป็นคนไทย และพูดภาษาไทยได้ แต่ถ้าให้ผวนคำ เขาผวนไม่เป็นเลย

“ลมขื่นขัก ก็รักขื่นขมยังไงล่ะ” กฤตภพผวนคำเพี้ยนๆ ของเขาเอง แต่ฟินิกซ์ก็พอจะฟังเข้าใจบ้าง

“นายถูกสาวที่ไหนหักอกมาเหรอ”

ฟินิกซ์ถามขณะเดินนำกฤตภพเข้าไปในร้านอาหารของตนเอง ก็พบม่านไหมกำลังป้อนข้าวให้ลูกชายคนเล็ก ท่าทางของคุณแม่ยังสาวยังสวยดูจะมีความสุขมากในการป้อนข้าวลูก

“ถ้าแค่โดนสาวๆ หักอก ฉันคงไม่มาหาแกถึงที่นี่หรอก” ร่างสูงใหญ่ตอบขณะที่เดินตามหลังเพื่อนรักไปเรื่อยๆ พอเด็กน้อยหันมาเห็นก็ยิ้มแป้นให้กับเขา

“คุณกฤต! หวัดดีค่ะ ตามสบายนะคะ ไหมขอป้อนข้าวให้เจ้าตัวเล็กนี่ก่อนนะคะ”

ม่านไหมยิ้มให้กฤตภพ ขณะที่ในมือยังถือช้อนที่มีคำข้าวพร้อมที่จะป้อนลูกชายแสนซนของหล่อน พ่อหนูน้อยไม่ยอมอ้ำคำข้าวง่ายๆ เพราะมัวแต่หันมามองผู้มาใหม่ด้วยความอยากรู้และเรียกร้องความสนใจ

“ตามสบายเลยครับ ไงเจ้าตัวเล็ก จ้ำม่ำเลยนะ ฮ่าๆ อิจฉาแกจริงๆ เลยว่ะฟินิกซ์ มีเมียมีลูกน่ารักขนาดนี้”

กฤตภพย่อตัวลงนั่งยองๆ เอื้อมมือไปหยิกแก้มพ่อหนูน้อยด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนที่จะเดินตามหลังคุณพ่อยังหนุ่มไป

“แล้วทำไมแกถึงไม่แต่งงานเสียทีล่ะ แกจะได้ไม่ต้องมาอิจฉาฉัน”

กฤตภพถอนหายใจยาวเมื่อโดนฟินิกซ์พูดจี้ใจดำพอดีเป๊ะ ไม่รู้ว่าเขาเดินทางมาปรึกษาเพื่อนรักคราวนี้จะได้เรื่องได้ราวบ้างหรือเปล่า หรือว่าจะโดนเพื่อนสวดเอาก็ยังไม่รู้

“ก็เพราะไอ้เรื่องแต่งงานนี่แหละ ฉันถึงได้หอบสังขารมาหาแกถึงที่นี่ไงล่ะ” คนตอบทำสีหน้าเซ็งๆ สายตาก็กวาดมองไปทั่วบริเวณบ้าน

เจ้าของร้านอาหารหรูหันขวับกลับมามองเพื่อนรักทันทีอย่างแปลกใจ และยังไม่เข้าใจว่ากฤตภพเดือดร้อนอะไรกับเรื่องแต่งงาน

“เล่ามาสิ เผื่อฉันจะช่วยแกได้”

ฟินิกซ์ผายมือให้กฤตภพนั่งลงเมื่อเดินมาถึงมุมรับแขกพิเศษ ในศาลาที่ร่มรื่นไปด้วยพรรณดอกไม้ และน้ำพุสวยงามที่ประดับตกแต่งอย่างลงตัว มีสุนัขหลายพันธุ์วิ่งเล่นหยอกล้อกันไปมาอยู่แถวๆ นั้นหลายตัว กฤตภพรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้างเมื่อมาอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติสวยงามแบบนี้

“บ้านแกน่าอยู่จังเลยนะ เฮ้อ! ฉันขอค้างที่นี่สักสองคืนนะ เบื่อกรุงเทพฯ ว่ะ”

กฤตภพถอนหายใจ ออกอาการเบื่อๆ เซ็งๆ จนคนนั่งดูต้องอมยิ้มอย่างรู้ทัน เพราะฟินิกซ์รู้จักนิสัยความเจ้าชู้ของเพื่อนรักคนนี้ดี

“แกเบื่อกรุงเทพฯ หรือว่าเบื่อสาวๆ ที่กรุงเทพฯ กันแน่ แล้วที่บอกว่ามาหาฉันด้วยเรื่องแต่งงานหมายความยังไง” ฟินิกซ์เข้าประเด็นทันที

เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ากฤตภพมีเรื่องไม่สบายใจอะไรนักหนา ถึงได้ขับรถมาปรึกษาเขาถึงที่ขอนแก่นนี่

“พ่อกับแม่ฉันบังคับให้ฉันแต่งงานกับผู้หญิงที่แม่เลือกให้”

สีหน้าคนพูดดูถมึงทึงเครียดขรึมเหมือนกับว่าเขาเจอปัญหาหนักจริงๆ แต่คนฟังดูจะไม่ทุกข์ร้อนไปกับเขาด้วย ฟินิกซ์ดูอารมณ์ดีตลอดเวลา ซึ่งมันขัดกับใบหน้าเรียบตึงของกฤตภพเป็นอันมาก

“ฮ่าๆ ๆ ๆ” ฟินิกซ์ขำกลิ้ง แต่กฤตภพไม่ขำด้วย

“แกหัวเราะอะไรวะ”

“ก็ฉันไม่คิดว่าพ.ศ. นี้ยังมีการคลุมถุงชนอยู่อีกน่ะสิ แล้วจะให้ฉันช่วยอะไรแกได้บ้างล่ะเนี่ยไอ้เพื่อนรัก ไหนลองบอกมาซิ จะให้ฉันช่วยยังไง” ฟินิกซ์ยังคงยิ้มขันในสีหน้าท่าทางของเพื่อนรัก ที่ดูอมทุกข์ยิ่งกว่าอมยาขมเสียอีก

“แกช่วยหาสาวๆ สวยๆ มาให้ฉันเลือกได้มั้ยวะ เอาแบบไม่ให้น้อยหน้าเมียแกนะ ฉันจะได้จ้างเอาไปเป็นเมียสักสองปี”

“โอ้มายก๊อด แล้วไอจะหาผู้หญิงที่ไหนให้ยู ผู้หญิงดีๆ เหมือนม่านไหมหายากมากๆ แล้วผู้หญิงของนายที่คบอยู่ตอนนี้ล่ะ ไม่สวยไม่สาวเลยเหรอ หรือผู้หญิงที่แม่นายเลือกให้ขี้เหร่มากจนนายแต่งงานด้วยไม่ได้”

“มันก็ไม่เชิง แต่ฉันกลัวจะมีปัญหาทีหลัง แต่ละคนร้ายไม่ใช่เล่น ขืนฉันแต่งงานด้วย คงต้องติดคุกไปตลอดชีวิตแน่เลย”

กฤตภพทำสีหน้าทุกข์ร้อนจนฟินิกซ์ทั้งเห็นใจทั้งขำ เพื่อนของเขาเจอปัญหาหนักเข้าแล้วจริงๆ คงเป็นเพราะกฤตภพใช้ชีวิตเป็นหนุ่มเพลย์บอยที่แสนสำราญมานาน เขาจึงไม่อยากจะผูกมัดตัวเองกับสาวๆ คนไหน ถึงได้ออกอาการทุกข์ร้อนแสนสาหัสเมื่อมาเจอไม้แข็งของพ่อกับแม่ตัวเองเข้าแบบนี้

“โอเค ฉันจะหาทางช่วยแกเอง พักที่นี่ให้สบายใจสักคืนสองคืนก่อน ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไขในตัวของมันอยู่แล้ว แกต้องใจเย็น ไอเชื่อว่ายูต้องผ่านมันไปได้แน่นอน” ฟินิกซ์ให้กำลังใจเพื่อนรัก ทั้งๆ ที่เขาก็ยังคิดไม่ออกว่าจะช่วยคนที่เกลียดการคลุมถุงชนยังไงดี

ตี๊ดๆ ! ตี๊ดๆ!

กฤตภพรีบกดรับสายที่โทรเข้ามา ดูหน้าจอก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะโชว์แต่เบอร์บนหน้าจอมือถือ

“กฤตภพพูดครับ”

“คุณกฤต นี่ฉันเองนะคะ อัญชนา ศิริพันธ์ไพบูรณ์ คุณคงพอจำฉันได้” อัญชนา ศิริพันธ์ไพบูรณ์ ทำไมเขาจะจำชื่อนี้ไม่ได้ ผู้หญิงคนแรกที่ปฏิเสธการหมั้นหมายกับเขาอย่างหยามเหยียด และเกลียดเขาเข้าไส้ ว่าแต่หล่อนมีอะไรถึงได้โทรมาหาเขากันนะ กี่ปีแล้วนะที่ไม่ได้ติดต่อหล่อนเลย

“ถึงจะผ่านไปสิบกว่าปี ผมก็ยังจำได้ไม่ลืม คุณหนูอัญชนาคนสวย คิดถึงผมเหรอครับถึงได้โทรมาหา”

“ใช่ ฉันคิดถึงคุณ คิดถึงมากเสียด้วยสิ”

“ครับ แล้วคุณโทรมาบอกผมแค่นี้เหรอ”

“ฉันได้ข่าวว่าแม่ของคุณ อยากให้คุณแต่งงานกับคนที่ท่านเลือกให้เต็มที และฉันก็รู้ว่าคุณเกลียดการคลุมถุงชน ฉันก็เลยมีข้อเสนอดีๆ มาให้คุณฟัง คุณจะลองพิจารณาดูมั้ยล่ะ เผื่อว่าฉันอาจจะยอมเป็นเมียชั่วคราวให้กับคุณ” กฤตภพมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย และทำท่าครุ่นคิดสองสามวินาทีก่อนที่จะตอบกลับไป

“น่าสนใจนะ เพราะท่าทางคุณจะเข้าใจผมดี ผมจะลองฟังข้อเสนอของคุณก็ได้ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะ ต้องเป็นข้อเสนอที่ดีจริงๆ เท่านั้น” เขาเน้น และรอฟังว่าทางปลายสายจะตอบกลับเขายังไง

“แน่นอน ฉันว่าคุณต้องพอใจแน่” ทางปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นใจมากเช่นกัน

“ก็ได้ พูดมาสิครับ ผมกำลังฟังอยู่”

“แต่ฉันไม่สะดวกคุยทางโทรศัพท์ ฉันอยากคุยกับคุณในห้องตามลำพังสองคน จะได้รู้คำตอบกันไปเลย”

“โอ คุยกันในห้องตามลำพังสองคนงั้นเหรอ น่าสนใจมากจริงๆ ถ้าอย่างนั้นอีกสองวันค่อยพบกัน แล้วผมจะโทรนัดเวลาและสถานที่อีกทีนะคนสวย”

“ตกลงค่ะ ฉันจะรอ แค่นี้นะคะ” หลังจากวางสายจากอัญชนา กฤตภพก็หันหน้ามาปรึกษาเพื่อนรักทันที ในหัวข้อใหม่ที่อยู่ในเรื่องเดียวกัน แต่คราวนี้มีชื่อของอัญชนามาเกี่ยวข้องด้วย เขากำลังคุยกับฟินิกซ์ว่าเขาจะเอายังไงกับหล่อนดี และเขาเองก็พอจะรู้ว่าตอนนี้อัญชนาต้องมีเรื่องเดือดร้อนแน่ๆ และมันคงหนีไม่พ้นเรื่องเงิน

อ่านต่อ

สารบัญ บำเรอรักอาญาอสูร

Ch. 1
Ch. 2
Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
โชคชะตาพาให้ปวีนุชต้องมาใช้ชีวิตบนเรือสำราญร่วมกับลายไม้ตลอดสิบสี่วัน ท่ามกลางบรรยากาศท้องทะเลที่ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดและเรียนรู้ตัวตนของกันและกัน ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเสน่ห์อันเร่าร้อนของฝ่ายชาย จนเธอขนานนามเขาว่าเป็นปิศาจที่ร่ายมนต์สะกดใจ แม้หัวใจจะเปี่ยมด้วยความรัก แต่ความกลัวในความต่างและอดีตที่เจ็บปวดทำให้เธอเลือกที่จะหนีไปพร้อมความทรงจำ โดยหวังลึกๆ ว่าเขาจะออกตามหาเธอเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้นั้นก้าวข้ามทุกอุปสรรคได้จริง
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย ยังคงรักกันอยู่ไหม
9.0
ความรักที่แสนหวานของพลอยฟ้าต้องพังทลายลงเมื่อความจริงปรากฏว่าปราบซ่อนใครอีกคนไว้ แม้เธอจะรักเขาจนหมดหัวใจ แต่เขากลับมองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงจืดชืดที่น่ารำคาญและไร้ค่า ปราบปฏิเสธความผิดและบีบคั้นหัวใจเธอด้วยคำพูดที่โหดร้าย โดยให้เธออดทนรอในฐานะผู้ถูกเลือก ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกหลอกลวง พลอยฟ้าจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และขอหย่าเพื่อคืนอิสรภาพให้แก่กัน แม้ต้องกลายเป็นแม่หม้ายเธอก็ยอมเดินจากไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
แอลตัน เพลย์บอยหนุ่มฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้เพียบพร้อมทั้งความหล่อและรวย เขายังคงหวงแหนความโสดและไม่คิดจริงจังกับใครเพราะมีอดีตฝังใจ ทว่าชีวิตที่เคยโลดโผนกลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ สายป่าน สาวแสบวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแซ่บและนิสัยไม่ยอมคน พร้อมดับเครื่องชนทุกสถานการณ์ ภารกิจกำราบเสือร้ายให้กลายเป็นหมาหงอยจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาว่าบทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
ตอน
อ่านเลย
แชร์