ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สุดจะหวง (เมียรักของอคิระ)

สุดจะหวง (เมียรักของอคิระ)

อคิระเกลียดผู้หญิงที่ดูอ่อนแอและขี้แยที่สุด แต่เขากลับยื่นข้อเสนอให้เธอใช้ร่างกายแลกกับที่พักพิงเพื่อความอยู่รอด แม้เธอจะมีคุณสมบัติทุกอย่างที่เขาไม่ชอบ แต่เขากลับปรารถนาที่จะครอบครองเธอไว้เพียงผู้เดียว ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยข้อตกลงลับจึงเต็มไปด้วยความขัดแย้งในใจของชายหนุ่มผู้ปากแข็งที่ต้องเผชิญกับความรู้สึกหวงก้างที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ท่ามกลางความใกล้ชิดที่บีบคั้นอารมณ์ของทั้งคู่ในทุกๆ วัน
ตอน
แชร์

ตอน 3

คอนโดหรูใจกลางเมือง

เมื่อมาถึงคอนโด ชายคนนั้นอนุญาตให้เธอเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าของเขาและให้ลูกน้องทำแผลบนใบหน้าและศีรษะและตามแขนขาให้ จุดที่มีแผลมากที่สุดคือเท้าต้องพันผ้าพันแผลเต็มเท้าเดินไม่ค่อยสะดวก หลังจากทำแผลเสร็จอคิระที่ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าลงมาดูเธอที่นั่งอยู่ห้องนั่งเล่น

“ฉันไม่รู้ว่าเธอเจออะไรมา แต่จะให้พักอยู่ที่นี่หนึ่งคืนเช้าวันพรุ่งนี้เธอต้องออกไป” อคิระยืนมองใบหน้าใสที่ถูกล้างดินและคราบเลือดออกด้วยสีหน้าเรียบเฉย หากแต่ภายใต้ความนิ่งนั้นเขากลับรู้สึกดีใจที่ช่วยเธอกลับมาได้

“ขอบคุณในความกรุณา ฉันจะไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้เลย” พราวฟ้าน้ำตาไหลยกมือขึ้นไหว้สำนึกบุญคุณที่เขาช่วยเหลือไม่อย่างนั้นเธอคงตายไปแล้ว

“กินข้าวแล้วนอนพักเอาแรง” อคิระหลบเลี่ยงสายตาหันหลังหนีไม่อยากมองมากไปกว่านี้

“คุณเป็นเพื่อนพี่ยุใช่ไหมคะ รบกวนขอเบอร์โทรหน่อยฉันจำเบอร์ไม่ได้”

“อื้ม....” เขากำลังจะเดินไปหยิบโทรศัพท์มากดดูเบอร์ของวายุเพื่อนของเขาที่เป็นคู่หมั้นของเธอ พราวฟ้าอึกอักรีบพูดต่อ

“ขอรบกวนยืมเงินห้าร้อยบาทไว้ใช้เดินทางไปหาญาตินะคะ”

“หลายเรื่อง ช่วยมาแล้วต้องเสียเงินอีก?” อคิระหันมองเคืองนี่ขนาดแค่ช่วยมาไม่ถึงชั่วโมงเธอก็จะเอาโน่นนี่จนเขารำคาญ

“ฉันคืนให้คุณแน่นอน ฉันสัญญา” พราวฟ้าเสียงอ่อนลงรีบยกมือไหว้รู้ตัวว่าวุ่นวายเกินไป

“อื้ม....” เขาสะบัดหนีอย่างบึ้งตึงเดินกระทืบเท้าหนักขึ้นบันไดไปที่ห้องนอนที่เป็นชั้นลอยหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์เดินลงมาหาเธอที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง แต่ตอนนี้เธอนอนหลับบนโซฟาอ้าปากหวอด้วยความอ่อนเพลีย อคิระยืนมองหน้าสวยด้วยแววตาหลากหลายตอนนี้เธอเป็นตัวอันตรายอยู่ใกล้ใครคนอื่นก็จะเดือดร้อนวันพรุ่งนี้หวังว่าจะมีญาติช่วยเหลือเธอหรือไม่คู่หมั้นก็คงไม่ละทิ้งเธอให้เผชิญโชคชะตาเลวร้ายเพียงลำพัง

รุ่งเช้า

พราวฟ้าลืมตาขึ้นมองรอบ ๆ ห้องนั่งเล่น ร่างบางค่อย ๆ เขยิบตัวขึ้นนั่งปวดเมื่อยเจ็บตามร่างกายโดยเฉพาะเท้าที่ระบมจากการวิ่งเท้าเปล่าหนีตายไม่คิดชีวิต

“เงินกับเบอร์โทรของวายุอยู่บนโต๊ะ เสื้อผ้าอยู่ปลายเท้า” อคิระนั่งไขว่ห้างดื่มกาแฟที่โต๊ะอาหารสีขาวที่อยู่ด้านหลังโซฟา เขาไม่โทรติดต่อวายุให้มารับเธอเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาเป็นคนช่วยเธอกลับมา

“ขอบคุณค่ะ” พราวฟ้าหันไปมองเขาแล้วยกมือไหว้ก่อนจะหันมองเงินกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก เธอค่อย ๆ ยันตัวขึ้นยืนเดินกะเผลกหยิบเสื้อผ้าไปเข้าห้องน้ำ อคิระมองเท้าเธอที่แปะผ้าพันแผลแล้วรีบเลี่ยงสายตาหนีไม่อยากจะใส่ใจเธอมากมายหลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือจากญาติหรือคู่หมั้นเธอคงย้ายหนีไปอยู่ต่างประเทศ เขาและเธอจะไม่ได้พบกันอีกต้องปล่อยให้เธอไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ทุกอย่างจะได้ไม่ยืดเยื้อ

พราวฟ้าอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าของเธอที่คนของอคิระซักและเย็บร่องรอยที่ขาดให้เรียบร้อย เธอออกมาจากห้องน้ำพบว่าภายในห้องว่างเปล่าอคิระไม่ได้อยู่แล้ว เธอเลยเดินไปหยิบเงินและเบอร์โทรศัพท์ของวายุติดมือไปด้วยแล้วสวมรองเท้าสลิปเปอร์ที่มีไว้สวมในห้องเดินออกมาข้างนอก เพราะไม่มีรองเท้าใส่ พราวฟ้ามองรอบข้างอย่างหวาดระแวงหัวใจเต้นรัวกลัวและกังวล เธอรีบโบกมือเรียกรถแท็กซี่หน้าคอนโดแล้วมุ่งตรงไปยังบ้านญาติทันที

รถแท็กซี่มาจอดหน้ารั้วบ้านญาติ พราวฟ้าก้าวเท้าลงมองซ้ายมองขวาแล้วรีบไปกดกริ่งประตูเรียกรัว ๆ รปภ.ในป้อมหน้ารั้วเดินออกมามองแล้วส่ายหน้า

“หนูมาหาป้าพิศช่วยเปิดประตูให้หนูหน่อย”

“คุณพิศสั่งห้ามไม่ให้เปิดประตูครับ”

“ทำไมล่ะคะ หนูพราวฟ้าไงลุงจำไม่ได้เหรอ” พราวฟ้าหน้าเสียน้ำตาคลอหวาดกลัวบริเวณข้างนอกอยากขอเข้าไปหลบในบ้านป้า

“จำได้ครับแต่เปิดไม่ได้ คุณหนูกลับไปเถอะครับ” ลุงรปภ.สีหน้าหนักใจ พราวฟ้านิ่งอึ้งพูดไม่ออก

“กลับไปเถอะอย่าให้พวกเราต้องเดือดร้อนไปด้วย” ป้าพิศตะโกนมาจากหน้าบ้านไม่แม้แต่จะเดินเข้ามาใกล้รั้ว

“ทำไมคะ?”

“เรื่องครอบครัวพราวถูกอุ้มไปฆ่าดังขนาดนั้น พวกเสี่ยหงามันก็ตามมาสอดส่องบ้านป้า พราวรีบหนีไปเถอะถ้าพวกมันมาเจอจะยุ่ง เห็นใจป้าเถอะนะ ป้าไม่อยากให้คนในครอบครัวโดนอุ้มไปฆ่าเหมือนครอบครัวพราว” ป้าพิศหน้าเครียดสงสารหลานสาวที่เห็นมาตั้งแต่เกิด ทว่าตอนนี้ป้าพิศจำเป็นต้องเลือกความปลอดภัยของคนในครอบครัว

“แล้วอย่ามาบ้านอานะ อากลัวว่าลูก ๆ ไม่ปลอดภัย” เสียงของอาภพดังออกมาจากโทรศัพท์ที่เปิดลำโพงในการสนทนา พราวฟ้าได้ยินอ้าปากค้างยืนช็อกไปชั่วขณะ หยดน้ำตาร่วงลงแก้มตัวสั่นเทาจุกในอกท้องไส้ปั่นป่วนกระอักกระอ่วนคล้ายจะเป็นลม ญาติพี่น้องหวาดกลัวจนไม่มีใครกล้าช่วยเหลือเธอที่เป็นเหยื่อของธุรกิจโดยที่ไม่รู้ตัว คนสนิทที่พ่อเคยช่วยเหลือกันมากลับกลายเป็นคนแปลกหน้าด้วยกลัวว่าครอบครัวตัวเองจะเดือดร้อน หน้าสวยบิดเบี้ยวทรุดนั่งยอง ๆ ยกมือปิดหน้าร้องไห้โฮเกินกลั้น ป้าพิศตัดใจเดินหนีเข้าไปในบ้านทันที รปภ.ก็เดินหนีด้วยเช่นกัน พราวฟ้านั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวเจ็บบาดแผลตามตัวที่เหงื่อออกไหลเข้าแผล เธอเงยมองในบ้านป้าอย่างตัดพ้อรู้สึกอ้างว้างเจ็บปวด หากตายไปตั้งแต่เมื่อคืนทุกคนคงสบายใจไม่ต้องอยู่อย่างหวาดกลัว

พราวฟ้าเดินกะเผลกอย่างไร้เรี่ยวแรงน้ำใสยังเคลือบดวงตาสวยที่รินไหลลงแก้มเป็นระยะ เธอมองข้างหน้าอย่างเลื่อนลอยไร้ที่พึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีเบอร์ของคู่หมั้น มือน้อย ๆ หยิบกระดาษโน้ตในกระเป๋ากางเกงออกมาดูแล้วก้มมองอยู่อย่างนั้น ถ้าโทรติดต่อไปจะได้รับคำตอบเหมือนญาติ ๆ ไหม หากเป็นเช่นนั้นเธอคงเสียใจจนไม่อยากอยู่ต่อเพราะเขาเป็นชายที่เธอรักและเคยคิดว่าจะแต่งงานฝากชีวิตไว้กับเขาได้

เธอเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมายก่อนหยุดที่ริมถนนมองเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังโบกรถให้การจราจร พราวฟ้าเดินไปหาตำรวจบอกว่าเธอทำโทรศัพท์หายติดต่อญาติไม่ได้เลยขอยืมโทรศัพท์โทรหาแฟน ตำรวจให้การช่วยเหลือโดยให้ยืมโทรศัพท์

“พี่ยุ พี่ยุ” พราวฟ้าตื่นเต้นดีใจที่วายุรับโทรศัพท์

“จากไหนครับ”

“พราวเองค่ะพี่ยุ ตอนนี้พราวเกิดเรื่องอยากให้พี่ช่วย” พราวฟ้ารีบพูดเสียงสั่นหวังว่าเขาจะให้ความช่วยเหลือ

“............” ปลายสายเงียบไปอยู่นาน ทำให้เธอใจคอไม่ดี

“พี่ยุ ได้ยินพราวไหม พี่ยุ”

“ตอนนี้พราวอยู่ไหน” ปลายสายพูดเสียงกุกกักคล้ายสัญญาณขาด ๆ หาย ๆ

“อยู่แถวบ้านป้าพิศค่ะ”

“พราวมาเจอพี่ที่ร้านสะดวกซื้อหน้าหมู่บ้านพี่นะ พี่จะไปรอ”

“ค่ะ ๆ อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงน่าจะถึง ขอบคุณมากนะคะพี่ยุ” พราวฟ้ายิ้มกว้างน้ำตาร่วงดีใจที่ชายคนรักพร้อมที่จะช่วยเหลือ เธอรีบคืนโทรศัพท์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเดินทางไปยังหมู่บ้านของคู่หมั้นทันที

เพียงไม่นานพราวฟ้ามาถึงร้านสะดวกซื้อหน้าหมู่บ้านของคู่หมั้น

เธอรีบลงจากรถอย่างมีกำลังใจ แม้จะยังไม่รู้ว่าเขาจะช่วยเธอยังไงอย่างน้อยแค่รู้ว่าเขาจะช่วยก็ซาบซึ้งมากแล้ว พราวฟ้าเดินเข้าไปในร้านสะดวกมองหาจนทั่วไม่เจอวายุ เลยออกมายืนชะเง้อรอที่หน้าร้านด้วยความร้อนใจมองรอบข้างอย่างหวาดระแวงแม้แค่เสียงรถวิ่งผ่านก็ตกใจ พราวฟ้าพยายามก้มหน้าเก็บกดอาการหวาดกลัวไม่ให้คนทั่วไปสงสัย อยู่ ๆ ก็มีรถตู้คันหนึ่งมาจอดริมถนนแล้วมีชายฉกรรจ์สองคนวิ่งเข้ามาหา พราวฟ้าตาเบิกโพลงรีบวิ่งเข้าไปในร้านสะดวกก็โดนจับลากออกมาด้วยแรงของชายทั้งสองเธอโดนปิดปากกรีดร้องได้เพียงในลำคอ เจ้าของร้านสะดวกตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูก

“ถ้าไม่อยากถูกเผาร้าน อย่าเสือก!” ชายฉกรรจ์จ้องเจ้าของร้านตาเขม็ง เจ้าของร้านหวาดกลัวรีบยกสองมือชูขึ้นแล้วทรุดนั่งหลบลงใต้เคาน์เตอร์ พราวฟ้าถูกหามขึ้นรถตู้เมื่อประตูรถปิดลงไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง……

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หญิงคณิกายอดดวงใจ 25+
9.3
นิยายรักโรแมนติกพล็อตเบาบางที่เน้นหนักไปยังฉากรักอันร้อนแรงของชายหนุ่มและหญิงคณิกาสาวผู้เย้ายวน เมื่อเขาจงใจกลั่นแกล้งให้เธอต้องทรมานจากแรงปรารถนาที่พุ่งสูงขึ้นผ่านสัมผัสอันแผ่วเบา จนกระทั่งเธอไม่อาจเก็บงำความต้องการได้อีกต่อไปและต้องเอ่ยปากร้องขอรสสัมผัสจากปลายลิ้นของเขาอย่างน่าอาย เรื่องราวเต็มไปด้วยบรรยากาศวาบหวามและบทรักลึกซึ้ง เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไปที่ชื่นชอบนิยายเน้นฉาก NC โดยเฉพาะ
หน้าปกนวนิยาย ฝนโปรยในสายหมอก
8.5
“ฮือออ” เด็กน้อยแสงเหนือยิ่งส่งเสียงร้องไห้ ใบหน้าน่ารักที่ซบอยู่บนทรวงอกอิ่มนั้นแหงนขึ้นมองหน้าแม่ แล้วหันไปมองห้างสรรพสินค้า “สุดหล่อของแม่เงียบได้แล้วนะครับ” น้ำตาของลูกทำให้ม่านฝนหัวใจแตกสลายร้าวราน เธอหายใจเบาๆ ผ่อนออกมาช้าๆ แล้วก้มลงจูบหัวของแก “แม่ครับ เหนืออยากได้เกมนินเทนโดครับ” เด็กน้อยไม่ยอมฟังคำปลอบขวัญ ยิ่งสะอื้นไห้ปนคำพูดเมื่อแหงนหน้ามองแม่ “ถึงบ้านแล้ว เดี๋ยวแม่ซื้อหุ่นไอ้มดแดงให้นะครับ” ม่านฝนกลั้นน้ำตาไว้จนขอบตาแดงช้ำ เธอก้มลงหน้าผากชนหน้าผากของลูก กระซิบเสียงสั่นเครือชิดปลายจมูกโด่งคมเหมือนพ่อของแก “จริงนะครับ” คำพูดของแม่ทำให้เด็กน้อยหยุดร้องไห้ แต่ใบหน้ายังซบอกของแม่อยู่ แขนข้างหนึ่งก็กอดเอวคอดแม่ไว้แน่น อีกข้างก็กอดเจ้าตุ๊กตาเสือเน่าไว้แน่นเช่นกัน “จริงสิครับ” ม่านฝนรับปากลูกได้ เพราะเธอเห็นร้านค้าในหมู่บ้านมีของเล่นขายราคาไม่ถึงร้อยบาท ซึ่งพอซื้อให้ลูกได้ “แม่ครับ เหนือจะเอาสองตัวนะครับ ที่ร้านยายสายมีอุลตร้าแมนขายด้วยครับ” เด็กน้อยพูดอ้อนแม่ปนเสียงหายใจยาวๆ ยามสะอื้นไห้ “ถ้าเหนือหยุดร้อง แม่จะซื้ออมยิ้มให้เหนืออีกสองอันเลยเอาไหมครับ” ดวงหน้าหล่อแม้แววตาดวงเข้มก็คล้ายคลึงผู้ชายที่ทำให้หัวใจของเธอเป็นแผลเหวอะ ม่านฝนก้มลงจูบดวงตาคู่นั้นด้วยความรักและขมขื่น “อึกกก เหนือหยุดร้องไห้แล้วครับ” แสงเหนือเกาะลำคอของแม่กระชับแน่นพร้อมทั้งยิ้มยิงฟัน จนคุณแม่อดใจไม่ไหวจูบหอมฟันน้ำนมของแก “เป็นผู้ชายห้ามร้องงอแงนะครับ อายคนอื่นเขารู้ไหม” เมื่อลูกน้อยยังส่งเสียงสะอึก ม่านฝนก็กระซิบเสียงเบาบอกให้ลูกมองคนรอบข้างในรถ “เหนืออยากถึงบ้านเร็วๆ จังครับ เหนืออยากได้ของเล่นครับ” เด็กน้อยอายจนพวงแก้มย้วยแดงเป็นลูกมะเขือเทศ เมื่อได้หันหลังไปมองสายตาหลายคู่ที่จับจ้องอยู่
หน้าปกนวนิยาย ร้ายเล่ห์ลวงรัก
7.9
นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาที่รุนแรงและคำพูดหยาบคายในบางตอน ธามแสดงความรังเกียจต่อหญิงสาวอย่างชัดเจนด้วยการเตรียมถุงยางอนามัยป้องกัน เขาเมินเฉยต่อเสียงคัดค้านและยัดเยียดความสัมพันธ์ให้อย่างโหดร้ายจนเธอต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ทว่าเมื่อเขาล่วงเกินเธอจนสุดทาง ความจริงที่ว่านี่คือครั้งแรกของเธอก็ทำให้เขาต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งได้พบเห็น ท่ามกลางความร้าวรานและน้ำตาที่ไหลรินในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการกระทำอันป่าเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย เชลยสวาทชีคร้าย
8.4
กชนิภา...ตกเป็นของชีคใจร้ายด้วยความผิดที่ไม่ได้ก่อ ชีคอัสวาน...เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความแค้น ความแค้นที่ลดลงในทุกๆ วัน และมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่ โดยไม่รู้ตัว... ... “อย่าทำอะไรพี่ชายฉันเลย ฉันไหว้ล่ะ พี่ชายฉันไม่ได้ลงมือข่มขืนด้วย อย่าลงโทษถึงตายเลยนะคะ” กชนิภาอ้อนวอนอัสวาน ยกมือไหว้ชีคผู้เหี้ยมโหดตามปากพูด อัสวานมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับตนทั้งที่พี่ชายตัวเองผิดด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดลากตัวชายทั้งสองคน “แลกกับอะไรล่ะ” กชนิภาเงยหน้ามองคนพูด “เงินเหรอคะ คุณต้องการเท่าไหร่ ฉันจะหามาให้คุณค่ะ” อัสวานกระตุกยิ้ม นัยน์ตาประกายความเจ้าเล่ห์ “เงินฉันมีเยอะ เยอะจนฉันใช้ไม่ไหว แล้วฉันจะต้องการเงินจากเธอทำไม” “แล้วคุณต้องการอะไร บอกฉันสิคะ ฉันจะรีบหามาให้คุณ ขอแค่คุณอย่าทำอะไรพี่ชายฉัน ฉันยอมทุกอย่าง” “ฉันอยากได้ของที่ฉันไม่มีมากกว่า” “อะไรคะ คุณต้องการอะไร” เมื่อมีโอกาส กชนิภารีบคว้า “ตัวเธอไงล่ะ ถ้าอยากให้พี่ชายเธอรอด เธอต้องเป็นนางบำเรอของฉัน” กชนิภาตกใจอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นไหวเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วแรง เธอไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ ประโยคที่ทำให้ ร่างกายทุกสัดส่วนแข็งทื่อ อาการตกใจไม่ได้เกิดแค่กชนิภาคนเดียว ยศวินก็ตกใจไม่คิดว่า อัสวานจะยื่นข้อเสนอนี้ “ฮะซีนจัดการ” ของแบบนี้ต้องมีแรงกระตุ้น ฮะซีนรู้คำสั่ง เขาลากตัวยศวินเข้าใกล้กรงจระเข้ ยศวินออกแรงทั้งหมดที่มีดิ้นรนหนี แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ในที่สุดยศวินถูกลากไปถึงกรงสัตว์ร้าย ฮะซีนเปิดช่องตรงกรงกำลังทำแบบเดียวกับที่ฮาริมทำกับโอดิล “โรสช่วยพี่ด้วย พี่ยังไม่อยากตาย ช่วยพี่ด้วยโรส” ยศวินร้องตะโกนลั่น ความกลัวอาบทั่วจิตใจ ไม่สนใจว่าการที่ตนรอดตายจะแลกด้วยสิ่งใด “จัดการมันฮะซีน” อัสวานเปล่งเสียงคำสั่ง อาดีบเดินเข้ามาช่วยฮะซีนยกร่างยศวิน “ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว” กชนิภาเสียงสั่น “ฉันยอมคุณแล้ว คุณก็ต้องรักษาสัญญาด้วย” อัสวานกระตุกยิ้ม พอใจกับคำตอบ ซึ่งเขามั่นใจเกินร้อยว่า เธอต้องยอม แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดเดาไม่ผิดเพี้ยน “คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น” อัสวานบอกสาวปากกล้า ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องที่ปล่อยร่างยศวินกับอนันต์ คนเป็นพี่ชายรีบคลานมาหาน้องสาว กอดรัดร่างกชนิภาไว้แน่นแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ โดยไม่นึกถึงใจคนเป็นน้องสักนิดว่า จะรู้สึกอย่างไร เสียใจมากแค่ไหนที่ต้องใช้ร่างกายแลกชีวิตพี่ชาย “งั้นคุณก็ปล่อยพี่ชายฉันสิ” “ปล่อยแน่ แต่ต้องหลังจากที่เธอทำตามข้อตกลงซะก่อน แล้วฉันถึงจะปล่อยตัวพี่ชายเธอ” “คุณกลัวฉันเบี้ยว แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าฉันจะกลัวคุณผิดคำพูด” กชนิภาโต้กลับทันควัน “ฉันไม่เดือดร้อนนะ กับการไม่ไว้ใจฉันของเธอ เพราะคนที่ตายไม่ใช่ญาติพี่น้องของฉัน แต่เป็นพี่ชายเธอ” อัสวานยักไหล่พูด ไม่แยแสใครทั้งสิ้น “ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีตุกติกหรือเล่นแง่” กชนิภามองชายหนุ่มที่เป็นต่อตนทุกทาง อัสวานเหมือนผู้คุมเกม ไม่มีทางที่เธอจะต่อกรกับเขาได้ “ตกลงค่ะ คุณว่ายังไงฉันว่าตามนั้น” อัสวานกระตุกยิ้ม “ฉันจะให้พี่ชายเธอกับเพื่อนอยู่ที่นี่จนกว่าหน้าที่ของเธอจะเสร็จ แล้วฉันจะปล่อยมันสองตัว” กชนิภามองชายหน้าตาหล่อเข้มทว่าจิตใจโหดเหี้ยมทั้งน้ำตา เธอไม่เคยรู้สึกอดสูและตัวเองไร้ค่าเท่าวันนี้เลย แต่ถึงกระนั้นกชนิภาก็ไม่อาจต่อรองกับบุรุษที่ถือถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะได้เลย กชนิภาเดินตามร่างสูงใหญ่ของอัสวานออกไปจากห้องใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่นางบำเรอตามข้อตกลง
หน้าปกนวนิยาย คุณกู่ เลิกด่าผมได้แล้ว เมียผมเสียแล้ว
9.6
หร่วนชิงเซี่ยยอมทนรับความเย็นชาและการนอกใจของกู้ชิงซูมาตลอดห้าปี เพียงเพราะเขามีใบหน้าและดวงตาที่เหมือนกับคนในความทรงจำ แม้เขาจะพาสาวอื่นเข้าบ้านเธอก็ยังให้อภัยได้เสมอ ทว่าเมื่ออุบัติเหตุทำให้ใบหน้าของเขาเสียโฉมและเกิดรอยแผลเป็นถาวร เธอกลับเลือกทิ้งเขาไปอย่างไม่ใยดี จนกู้ชิงซูต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอเหตุผล ก่อนจะได้รับคำตอบที่กรีดลึกถึงหัวใจว่า ความผิดพลาดของเขาทำให้คนที่เธอรักจริงๆ ต้องตายซ้ำเป็นครั้งที่สอง
หน้าปกนวนิยาย แรกพบสบรัก
8.6
ผมชื่อ ‘มาวิน’ แต่ชีวิตไม่เคยวินสมชื่อ ตอนเด็กเคยฝันว่าอยากมีพลังวิเศษเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ แต่พอสิบขวบ ผมก็ได้พลังวิเศษนั่นมา ...พลังวิเศษที่ทำให้มองเห็นทะลุเสื้อผ้าได้ยันซอกหลืบทันทีที่สบตากับเจ้าของร่างกาย คงคิดสินะว่าผมคงจะได้เห็นร่างกายสาว ๆ จนเปรม แต่ผิด ไม่เคยได้เห็นร่างเปลือยของสาว ๆ เลย เพราะไอ้ที่ผมเห็นน่ะ...ร่างกายผู้ชายล้วน ๆ เลยเถอะ! ไอ้พลังบ้านี่ดันทำให้เห็นแต่ผู้ชายด้วยกันซะงั้น โอ้โห หันขวาก็มะเขือยาว หันซ้ายก็แตงร้าน เอ้า ไอ้หมอนี่แตงกวา หมอนั่นมาแปลก ผิวขรุขระ มะระก็แล้วกัน แม่งเอ๊ย ตาจะบอด กลายเป็นคนเก็บตัวในพริบตา จะไม่ให้เก็บตัวได้ไง สบตาใครก็เห็นกระเปี๊ยวชาวบ้านไปทั่วแบบนี้ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อผมจำเป็นต้องหารูมเมทเพื่อแชร์ค่าหอพักด้วยฐานะทางบ้านเริ่มมีปัญหา คิดหนักอยู่นานถ้าจะต้องเห็นผู้ชายด้วยกันเดินโทงเทงในห้องตัวเอง แต่สวรรค์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับผมขนาดนั้น ส่ง ‘คชา’ ทูตกิจกรรมมหาวิทยาลัยเดียวกันกับผมมาให้ สะ...สบตาแล้วมองทะลุเสื้อผ้าไม่ได้ เพราะอะไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่มาอยู่ด้วยกันเถอะ กราบแล้ว!