หน้าปกนวนิยาย คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย

คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย

9.1 / 10.0
เมื่อหมอแสงเหนือผู้ไม่ศรัทธาในความรักและไม่อยากมีครอบครัว ต้องโคจรมาพบกับปิ่นงามหญิงสาวผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายใน คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย นิยาย modern ที่จะพิสูจน์ว่าหัวใจสำคัญกว่าเงื่อนไขใดๆ ใน romance novel เรื่องนี้ ท่ามกลางอุปสรรคและความต่างที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
เรื่องย่อ คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย
หมอแสงเหนือ คุณหมออาสาวัย 32 ปีผู้มีนิสัยขี้เล่นแต่ปากร้าย เขาเชื่อเสมอว่าความรักเป็นเรื่องตลกและไม่เคยคิดจะแต่งงานมีครอบครัวเพราะไม่ต้องการมีลูก ทว่ามุมมองชีวิตของเขากลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับปิ่นงาม สาวสวยวัย 20 ปีที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างมีความสุขอยู่บนดอยสูง การก้าวเข้ามาของหมอหนุ่มผู้แสนอบอุ่นและขี้หึงคนนี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โลกใบเดิมของปิ่นงามเปลี่ยนไปตลอดกาล ท่ามกลางบทพิสูจน์ว่าแท้จริงแล้วอายุอาจไม่ใช่กำแพงของความรักเท่ากับความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายในใจ
อ่านเพิ่มเติม

คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย ตอนที่ 1

เรื่อง...คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย

โปรย...ความรักมันไม่ได้เกี่ยวกับอายุ...แต่มันเกี่ยวอยู่ที่ใจ เขาไม่อยากมีลูกเพราะฉะนั้นเขาก็เลยไม่คิดที่จะมีเมีย ความรักเป็นเรื่องตลกไม่มีเขาก็อยู่ได้

แนะนำตัวละคร

แสงเหนือ หรือ หมอแสง อายุ 32 ปี

นิสัย ปากร้าย อารมณ์ดี ขี้เล่น อบอุ่นและขี้หึงสุดๆ แต่เขาไม่อยากมีลูกเพราะฉะนั้นเขาก็เลยไม่คิดที่จะมีเมีย ความรักเป็นเรื่องตลกไม่มีเขาก็อยู่ได้

ปิ่นงาม หรือ ปิ่น อายุ 20 ปี

เธอสวย เก่ง เธอใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่บนดอยสูง เธอมีความสุขตามอัตภาพของเธอ แต่แล้วชีวิตของเธอก็ได้เปลี่ยนไปเมื่อมีเขาเดินเข้ามา

*************

(เรื่องนี้เขียนต่อจากเรื่อง...คุณหมอเจ้าแผนการ)

ปล.นิยายเรื่องนี้ทุกเหตุการณ์เป็นการสมมุติขึ้นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเป็นอยู่ ศาสนา วัฒนธรรม หรืออะไรก็แล้วแต่ในเนื้อหาของเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่งที่สมมุติขึ้นทั้งสิ้น

ตอนที่ 1 ชีวิตบนดอย

พื้นที่บนดอยแห่งนี้ห่างไกลความเจริญมาก ถนนหนทางค่อนข้างลำบาก การเดินทางขึ้นลงต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานพอสมควร แต่พื้นที่แห่งนี้ก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง เนื่องจากรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณจำนวนหนึ่งให้มีไฟฟ้าโซล่าเซลล์ใช้แล้ว

“ปิ่น...ปิ่นเอ๊ย...” เสียงปู่พรตะโกนเรียกหลานสาวดังมาแต่ไกล

“จ๋าปู่”

“วันนี้ไปสอนหนังสือเด็กหรือเปล่า”

“ไปสิจ๊ะ”

ปีนี้ปิ่นงามมีอายุยี่สิบปีเต็ม เธอเป็นเด็กสาวที่เติบโตมาจากในตัวจังหวัด เธอจบการศึกษาแค่มัธยมศึกษาปีที่หกเท่านั้น ก่อนที่เธอจะสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยพ่อของเธอที่เป็นเสาหลักของครอบครัวได้เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหันไปก่อนที่เธอจะได้เข้าเรียน ส่วนแม่ของเธอเลิกรากับพ่อไปตั้งแต่ที่ปิ่นงามยังจำความไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

หลังจากนั้นเธอก็ได้ปู่แท้ๆรับขึ้นมาอยู่บนดอย ซึ่งปู่ของเธอเองก็มีอายุมากแล้ว ปิ่นงามจึงตัดสินใจขึ้นมาอยู่กับปู่โดยยึดอาชีพค้าขายอยู่บนดอย

เวลาว่างๆปิ่นงามก็ยังมีน้ำใจไปช่วยคุณครูสอนหนังสือเด็กๆด้วย แต่ปิ่นงามไม่ใช่ครูโดยตรง เธอพอจะมีความรู้ขั้นพื้นฐานอยู่บ้างก็เลยมาช่วย อยากให้เด็กๆเติบโตขึ้นมามีความรู้ติดตัวไปบ้างก็ยังดี โดยเด็กๆทุกคนจะเรียกเธอว่า...ครูพี่ปิ่น

ปิ่นงามมีความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กเธออยากเรียนสูงๆแล้วมาทำอาชีพคุณครูรับราชการจะได้มีอาชีพที่มั่นคงและสามารถเลี้ยงดูพ่อกับปู่ของเธอได้ แต่ความฝันของเธอก็ต้องหยุดลงเมื่อพ่อของเธอมาเสียชีวิตไปก่อนที่เธอกำลังจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย

ภายในหนึ่งอาทิตย์ ปิ่นงามจะลงไปรับของแห้งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้านเอาขึ้นมาขาย ส่วนของสดจำพวกผักชาวบ้านที่นี่ก็มักจะปลูกกินกันเอง ส่วนเนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ชาวบ้านก็เลี้ยงไว้เป็นอาหารเช่นกัน โดยแต่ละบ้านอาจจะเลี้ยงไม่เหมือนกัน บ้างก็อาจจะใช้วิธีแลกกันกิน หรือไม่ก็ผลัดกันซื้อผลัดกันขาย

บนดอยแห่งนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีหลังคาเรือนประมาณห้าสิบหลังคา อากาศค่อนข้างเย็นสบาย พื้นที่โดยรอบอุดมสมบูรณ์ ฝนตกเกือบตลอดทั้งปี

“ปู่เฝ้าร้านให้ปิ่นด้วยนะ ปิ่นไปก่อนนะจ๊ะ”

“อือๆไปเถอะ”

คนที่นี่ถ้ามีรถมอเตอร์ไซค์ขับก็จะถือว่าค่อนข้างมีฐานะแล้ว ปิ่นงามจะใช้มอเตอร์ไซค์ก็ต่อเมื่อลงดอยหรือไม่ก็ไปในที่ไกลๆเท่านั้น เพราะน้ำมันมันแพง ส่วนมากถ้าอยู่แค่ภายในหมู่บ้านเธอจะปั่นจักรยานเอา ซึ่งตอนนี้ก็เช่นกัน ปิ่นงามกำลังปั่นจักรยานไปโรงเรียนเพื่อไปช่วยคุณครูสอนหนังสือให้เด็กๆ

ชาวบ้านที่นี่มักจะใช้ภาษาถิ่นในการสื่อสารกัน จะมีไม่กี่คนที่สามารถพูดไทยกลางได้ และคนที่พูดได้หนึ่งในนั้นก็คือปิ่นงาม เพราะเธอเติบโตมาในเมืองไม่ใช่บนนี้ ถึงภาษาที่ใช้ในเมืองจะเป็นภาษาเหนือแต่โรงเรียนที่เธอเรียนก็สอนให้นักเรียนทุกคนพูดไทยกลางอยู่แล้ว

เด็กๆบนนี้ภาษาไทยค่อนข้างอ่อนมากกว่าเด็กข้างล่าง เวลาสอนก็ยากเพราะพวกเขาเอาแต่พูดภาษาถิ่นกัน คุณครูที่ได้มาสอนเด็กๆที่นี่จึงต้องทุ่มเทเป็นพิเศษ เพราะถ้าภาษาไทยอ่านไม่ได้เขียนไม่ได้วิชาอื่นก็จะเรียนไม่ได้เช่นกัน

“ครูพี่ปิ่นมาแล้ว” น้ำเสียงดีใจของเด็กหญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นปิ่นงามปั่นจักรยานเข้ามาจอดในโรงเรียนเล็กๆของพวกเขา เด็กๆทุกคนเห็นปิ่นงามเป็นคุณครูคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นแค่เด็กสาวชาวบ้านที่มีความรู้ติดตัวอยู่น้อยนิดก็ตาม

“สวัสดีเด็กๆที่น่ารักของพี่ปิ่นทุกคนเลยนะคะ” ปิ่นงามยิ้มให้เด็กๆที่ดูเหมือนว่าจะตั้งหน้าตั้งตารอเธอ

“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ” เมื่อภาษาที่เปล่งเสียงออกมาคือภาษาถิ่น

“ไม่เอาๆ...อยู่ในโรงเรียนห้ามพูดภาษาถิ่น ให้พูดไทยกลาง ไหนลองใหม่สิคะ” เด็กๆมักจะชอบตามใจตัวเอง แต่พวกเขาก็รู้ว่าในโรงเรียนของพวกเขาแห่งนี้มักจะมีกฎระเบียบที่ควรปฏิบัติตาม

“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ” ถึงน้ำเสียงที่เปล่งออกมาจะไม่ค่อยชัดก็ตาม แต่นั่นก็ถือว่าพวกเด็กๆทำได้ค่อนข้างดีแล้ว

“เก่งมาก...นั่งลงได้จ่ะ” เด็กๆยอมนั่งลงแต่โดยดี แต่ก็หันไปคุยเล่นกันด้วยภาษาถิ่นเหมือนเดิม

“ปิ่นนี่เก่งเนอะ พูดอะไรเด็กๆก็เชื่อ”

“ครูตองนวลก็เก่งค่ะ ค่อยๆช่วยกันไปเนอะ เด็กๆก็แค่ชอบตามใจตัวเองมากเกินไป ตอนปิ่นเป็นเด็กๆปิ่นก็ชอบตามใจตัวเองเหมือนกับเด็กๆพวกนี้แหละค่ะ”

“ที่ผู้ใหญ่เขาเรียกว่าดื้อใช่ไหม”

“แฮ่ๆ คงงั้นมั้งคะ”

“ภาษาไทยนี่ก็ดีเนอะ ความหมายเหมือนกัน แต่สามารถพูดให้ดูดีได้ด้วย”

“ข้อดีของภาษาค่ะถ้าเราใช้เป็น”

“เอ่อปิ่น...วันนี้จะมีคุณหมออาสามาที่บนดอยของเราด้วยนะ รู้เรื่องนี้หรือยัง”

“ยังค่ะ”

“เขาว่ากันว่าหล่อโคตร...” ครูตองนวลเอ่ยขึ้นแบบยิ้มๆ

“เวอร์น่าพี่ตองนวล” ตองนวลเป็นคุณครูที่ยอมขึ้นมาสอนเด็กๆบนนี้เพราะอุดมการณ์ล้วนๆ บ้านของเธออยู่ข้างล่างเย็นวันศุกร์เธอถึงจะเดินทางกลับ และเช้าวันจันทร์เธอก็จะเดินทางขึ้นมาสอนหนังสือบนนี้ ส่วนเสาร์อาทิตย์เธอก็จะได้อยู่กับลูกๆและสามีของเธอ เธอทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว เงินเดือนก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่เธอเลือกที่จะมีความสุข เพราะคนที่นี่ใจดี มีน้ำใจ เธอไม่ต้องไปแก่งแย่งกับใคร แถมอากาศบนนี้ยังสดชื่นมากๆ หาที่อื่นที่ดีกว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว

“จริง...เขาว่ากันว่ามาจากกรุงเทพด้วยนะ” เมื่อปิ่นงามทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ

“จริงเหรอ งั้นปิ่นจีบนะ” น้ำเสียงล้อเล่นของปิ่นงาม ทำให้พี่ตองนวลยิ้มหวานพร้อมกับพยักหน้าให้

นานๆทีจะมีหนุ่มๆหลงขึ้นมาบนนี้ ของดีๆแบบนี้จะพลาดได้ยังไง เมื่อก่อนตองนวลก็จีบครูอาสานี่แหละ ซึ่งก็คือสามีปัจจุบันของเธอนั่นเอง แต่ตอนนี้เขาเลือกที่จะไปเป็นคุณครูอยู่ข้างล่างเพราะว่าได้เงินดีกว่า อีกอย่างก็มีลูกๆและแม่ที่ต้องดูแลด้วย

“หรือพี่ตองนวลจะจีบเองล่ะ” ปิ่นงามหรี่ตามองพี่สาวคนสวยเล็กน้อย

“ผัวพี่เตะก้านคอขาดพอดี...ไม่พูดเล่นแล้วป่ะสอนหนังสือเด็กๆกัน” ทั้งสองเดินตามกันเข้าไปสอนหนังสือเด็กๆ ส่วนวิชาที่เด็กๆต้องเรียนทุกวันก็คือภาษาไทยกับคณิต เด็กๆต้องอ่านออกเขียนได้คิดเลขเป็น นี่เป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิต ส่วนวิชาอื่นๆอาจจะหยิบขึ้นมาสอนบ้างแต่ก็ไม่ค่อยบ่อยนัก

อ่านต่อ

สารบัญ คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ซาตานร้ายพ่ายใจรัก
8.7
ลิปดา มหาเศรษฐีผู้หยิ่งยโสในอำนาจเงินตรา กล้าเสนอซื้อศักดิ์ศรีของปานรพีด้วยข้อเสนออันน่าอดสูเพื่อให้เธอขึ้นเตียงกับเขา แม้หญิงสาวจะรังเกียจความคิดสกปรกภายใต้รูปลักษณ์เทพบุตรเพียงใด แต่ด้วยวิกฤตความจำเป็นบีบคั้น เธอจึงจำต้องกลืนน้ำลายตัวเองเพื่อแลกกับเงินห้าล้านบาท ทว่าซาตานร้ายกลับใช้เล่ห์เหลี่ยมยืดระยะเวลาจากความสัมพันธ์เพียงคืนเดียวให้กลายเป็นสัญญาเช่าระยะยาว ปานรพีที่ตกเป็นเหยื่อในกรงขังเสน่หาทำได้เพียงรอวันเป็นอิสระ โดยไม่อาจรู้เลยว่าลิปดาจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย วางแผนลับจับเพื่อนพี่ชาย
8.1
เมื่อความรักที่ควรจะลงตัวกลับถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดีจากเพื่อนสนิทของพี่ชาย ทั้งที่ความรู้สึกในใจของทั้งคู่ตรงกันอย่างชัดเจน แต่เขากลับเลือกที่จะผลักไสเธอออกไปอย่างไร้ความปรานี ทิ้งให้เธอจมอยู่กับความสงสัยและความเจ็บปวดว่าเหตุผลใดกันแน่ที่ทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ดำเนินต่อไปไม่ได้ เธอจึงต้องเริ่มต้นค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำปฏิเสธนั้น เพื่อทลายกำแพงที่กั้นกลางระหว่างหัวใจสองดวงให้หมดสิ้นไปในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย คู่แท้ที่เขาไม่ต้องการ คือ หมาป่าขาวผู้เร้นกาย
8.7
ลลินซ่อนตัวตนหมาป่าขาวผู้ทรงพลังมานานนับสิบปีเพื่อปกป้องมินนี่ ลูกสาวสุดที่รัก แต่ชีวิตที่เงียบสงบกลับพังทลายเมื่อวิน อัลฟ่าสามีผู้เป็นคู่แท้ทรยศเธอด้วยการยกตำแหน่งฝึกงานที่มินนี่หามาได้ให้แก่ลูกสาวของชู้รัก ซ้ำร้ายเขายังนิ่งเฉยเมื่อลูกสาวถูกทรมานและสั่งเฆี่ยนตีลลินอย่างทารุณพร้อมประกาศว่าไม่รู้จักเธอ ทว่าวินหารู้ไม่ว่าลลินมีอำนาจลึกลับหนุนหลัง ทันทีที่เธอทวงคำสาบานโบราณ กองทัพสภาสูงก็บุกเข้ามาเพื่อก้มหัวรับคำสั่งจากลูน่าลลินผู้ที่พวกเขาเคยเหยียดหยาม
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรออุ้มรัก
8.9
ณัฐรวีถูกลดทอนคุณค่าให้เป็นเพียงนางบำเรอที่เมฆาใช้เป็นที่ระบายความแค้น เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธออย่างทารุณและคอยย้ำเตือนว่าเธอเป็นได้แค่เศษหญ้าใต้เท้า ไม่มีสิทธิ์เทียบชั้นกับคนรักตัวจริงของเขา แม้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทั้งกายและใจจากการกระทำที่ไร้ความปรานี แต่ในวันที่เธอตัดสินใจหนีไปจากชีวิตที่มืดมนนี้ ณัฐรวีไม่ได้จากไปเพียงลำพัง ทว่าเธอยังหอบหิ้วเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาที่กำลังเติบโตในครรภ์หนีไปพร้อมกัน ทิ้งให้ความผูกพันที่แฝงไปด้วยความเกลียดชังกลายเป็นเพียงอดีต
หน้าปกนวนิยาย หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 1
9.1
ชีวิตของผมเปลี่ยนไปเมื่อได้ยื่นมือเข้าช่วยชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่กำลังบาดเจ็บ แต่เขากลับหายตัวไปพร้อมกับหม้อข้าวต้มที่ผมเตรียมไว้ให้ ทว่าความสงสัยกลับทวีคูณขึ้นเมื่อผมได้พบเขาอีกครั้งในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยร่างกายที่ไร้ร่องรอยแผลราวกับไม่เคยเจ็บหนักมาก่อน ความพิศวงนี้ทำให้ผมอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าเขาหายดีอย่างรวดเร็วขนาดนั้นได้อย่างไร หรือชายที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี้จะเป็นคนละคนกับที่ผมเคยช่วยไว้กันแน่
หน้าปกนวนิยาย Djคนนี้ของนายสิบทิศ
8.8
กอหญ้าตกหลุมรักเสียงนุ่มนวลของดีเจจากรายการเพลงทางคลื่น Zense Radio แม้จะรู้ดีว่าเขามีเจ้าของแล้วก็ตาม ทว่าโชคชะตากลับพาให้เธอได้พบกับพี่ชายของเพื่อนสนิท ซึ่งนอกจากเขาจะเป็นเพื่อนกับดีเจที่เธอปลื้มแล้ว เขายังมีฐานะเป็นถึงเจ้าของสถานีวิทยุแห่งนี้อีกด้วย เรื่องราวความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะห่างไกลจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝัน ท่ามกลางเสียงเพลงและสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงถึงกันในโลกของวิทยุ
ตอน
อ่านเลย
แชร์