ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หักเหลี่ยมซาตานสีน้ำเงิน

หักเหลี่ยมซาตานสีน้ำเงิน

ตอน
แชร์

ตอน 3

หญิงสาวปรือตาตื่นงงๆ เหลียวมองสภาพไม่คุ้นตา ... ไม่ใช่ห้องพักพนักงานเวลาดื่มกับแขกจนเมาในค็อกเทลเลาจน์กฤต และไม่ใช่ห้องในคอนโดตัวเองเช่นกัน

เสียงหายใจยาวลึกสม่ำเสมอของคนข้างกายเรียกสติที่หลับใหลให้หวนคืน ห้องแขกนั่นเอง หนุ่มรูปหล่อร่ำรวย ผู้เสนอให้อยู่กับเขา

เธอไม่ชอบ และไม่คิดชินกับวิถีชีวิตที่ต้องให้ผู้ชายเลี้ยงอย่างนี้ แต่ทำอย่างไรได้ ทางเลือกในชีวิตคนเราต่างกัน แม้จะเรียนกศน.จนจบหลักสูตรมัธยมศึกษาปีที่หก ต่อด้วยมหาวิทยาลัยเปิดอีกสี่ปี ถ้าทำงานบริษัทปรกติก็ไม่พอค่าดูแลแม่ในเนอร์สซิ่งเฮลท์แคร์อยู่ดี

สโรชายิ้มหยันตัวเอง ... สมควรแล้วกับสิ่งที่ได้รับ ตนนั่นแหละเป็นคนวางชีวิตไว้ในอุ้งมือปีศาจ โดยใช้ความสวยเป็นเดิมพัน ทิ้งความสาวกับศักดิ์ศรีแลกการจ่ายภาระหนี้สินและความสุขสบายของครอบครัว

โดยไม่รู้เลยว่าก่อแผลใจ จนลุกลามกลายเป็นอาการทางจิตของผู้เป็นแม่ ค่ารักษานั้นสูง จนดูเหมือนค่าตัวเธอเท่าไรก็ไม่พอ สโรชาทิ้งท่านไปไม่ได้ แม้ไม่ได้ดูแลเองก็ขอเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ เธอจึงเป็นเด็กเสี่ยราคาสูงให้คนมือหนักผูกปิ่นโต

... ผู้ชายสำหรับสโรชาคือบ่อเงินทอง ... ยามหลง ต้องรีบสูบ ยามทิ้งก็ตัดฉับ อย่าเหลือเยื่อใย โชคดีเธอสวย สะอาด กริยา การศึกษาดี ผู้ชายจึงเลี้ยงคราวละเป็นปีๆ คนสุดท้ายที่อยู่ด้วยก็เมื่อปีครึ่ง ก่อนเขาจะต้องแต่งงานแบบคลุมถุงชน

สโรชารับบริการทางกามารมณ์ แต่ไม่รับเป็นชู้ เธอจึงเลือกเฉพาะคนโสด ... นี่เป็นศีลธรรมเล็กๆ ที่เธอยึดไว้ในใจ

การได้มาอยู่ค็อกเทลเลาจน์กฤตเพราะเขาเป็นคนรู้จักกับผู้ชายคนก่อน กฤตไม่บังคับ เขาเปิดค็อกเทลเลาจน์ มีสาวนั่งเป็นเพื่อนดื่ม ถ้าใครอยากจะขายก็ตามแต่ตกลงกันเอง

ร้านกฤตเปิดเมมเบอร์แพง แขกเลือกเฉพาะวีไอพี รายได้จึงดีตามมาด้วย แต่ต้องแลกกับอาการเสี่ยงตับพังเพราะดื่มเหล้ากับลูกค้าและเวลาทำงานเป็นกลางคืน

สโรชาสวย ช่างเอาใจ จึงเป็นเบอร์หนึ่งค็อกเทลเลาจน์ได้ไม่ยาก กฤตตั้งค่าตัวเธอโก่งไว้สูงๆ หวังไม่ให้ใครมาอ็อฟไปง่ายๆ เพิ่งมีเซอร์เกนี่แหละที่ยอมจ่ายเป็นเลขถึงหกหลัก

หญิงสาวก้าวจากเตียง ควานหาเสื้อผ้าตนที่กระจัดกระจาย บราเซียเจอแล้ว ชุดแซกอยู่ข้างโต๊ะโคมไฟ แล้วบีกินี่ล่ะ ... ดวงตาคมหวานกวาดมองไปทั่ว ก่อนจะพบลูกไม้ชั้นในสีดำแพลมออกมาจากหลังคนนอนเตียง

เซอร์เกยังหลับ สโรชาใช้ชุดแซกพาดแขนบดบังกาย ขึ้นไปบนเตียงค่อยๆ ดึงชั้นในออก ระวังไม่ให้เขาตื่น คนตัวโตน้ำหนักเยอะ ทับอาภรณ์ชิ้นน้อยจนแทบไม่ขยับ

สโรชาจำต้องวางเสื้อผ้าทั้งหมดลง เพ่งสายตา พุ่งความสนใจไปที่หลังเขาอย่างเดียว เธอมุ่งมั่นกับภารกิจมากไปนิดจนลืมสังเกตอะไรบางอย่าง

“ได้ซะที” สโรชาโล่งใจ ขืนให้เดินโป๊ท่อนล่างลงไปข้างนอกก็แย่สิ

“โอ๊ะ ... โอ วิวดีเสียด้วย” เจ้าของห้องตื่นแล้ว ทักด้วยสายตาและเสียงกรุ้มกริ่ม

“มีรูมเซอร์วิสอาหารเช้าบนเตียงด้วยเหรอครับ”

... เธอถึงค่อยมาพิจารณาร่างตน ทั้งเนื้อตัว ไม่มีอะไรปกปิดเลยนอกจากชั้นในลูกไม้น้อย

เซอร์เกยื่นมือรวบคนผิวนุ่มนิ่มเข้าไว้ในอ้อมกอด จุมพิตรับอรุณอ่อนหวาน เขาปฏิบัติต่อคู่นอนดีทุกครั้ง ... ทำไมต้องทำเรื่องร้ายกาจให้พวกเธอกันเล่า ในเมื่อต่างคนต่างสุขและเปรมปรีกับรสสวาท ทุกคนได้ ไม่มีใครเสีย

“คุณไม่ต้องไปไหนหรือคะวันนี้”

สมองสโรชาคิดแผนการแล้วว่าจะไปไหน กลับจากที่นี่เธอจะขับรถไปหาแม่ ใช้เวลาวันหยุดทั้งหมดกับท่าน

“มีธุระนิดหน่อย คุณไปด้วยไหม” เขายังตื้อ มือป่ายปะไปทั่วแผ่นหลังเนียน

“บอกแล้วไงคะว่าขอคิดดูก่อน”

“งั้นให้เกียรติกินมื้อเช้ากับผมได้ไหม”

สโรชาชอบดวงตาสีน้ำเงินที่มองมา ... สวย ลึกลับ และเต็มไปด้วยความปรารถนา เธอไม่ตอบแต่เบี่ยงกายลงจากเตียง หยิบเสื้อผ้ากระจัดกระจายแต่งตัว โดยไม่แสดงท่าทีขัดเขิน

... รู้ว่าเขามอง เธอเต็มใจ เพราะคิดว่าร่างกายนี้เป็นสินค้า ผู้ซื้ออย่างเขามีสิทธิ์พิจารณา ชื่นชมความงาม

เซอร์เกอยากใช้เวลาอยู่กับสาวผมน้ำตาลให้มากกว่านี้ ทว่าเขามีนัดตีกอล์ฟกับเพื่อนชาวรัสเซียที่มาทำธุรกิจในเมืองไทย อาหารเช้าของทั้งสองจึงต้องพึ่งรูมเซอร์วิส

“ผมจะให้คนไปส่งคุณนะบัว”

เขากับเธอมีรสนิยมตรงกันที่ดื่มเพียงกาแฟเป็นมื้อเช้า เซอร์เกหันไปสั่งเป็นภาษารัสเซียกับอลันซึ่งยืนเยื้องอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะอาหารริมระเบียง สักพักหนุ่มจมูกโตนายหนึ่งก็มายืนโค้งคำนับให้สโรชา

“เขาจะพาคุณไปส่ง บอกทางเขาหน่อยละกัน แล้วนี่ นามบัตรผม”

เธอพินิจกระดาษสีเทาเข้มพิมพ์ตัวหนังสือสีทองในมือ ตำแหน่งเจ้าของนามบัตรคือประธานบริหารบริษัทลงทุน ... ระบุไว้แค่นั้น ไม่บอกเป็นธุรกิจอะไร

“อยากอยู่กับคุณมากกว่านี้ แต่ผมต้องไปแล้ว” ชายหนุ่มขอตัวอย่างสุภาพ

“ฉันไปด้วยดีกว่าค่ะ ไม่ต้องให้คนของคุณไปส่งหรอก กลับแท็กซี่ สะดวกดี”

เช้าฟ้าหลังฝนสดใส ถนนหน้าโรงแรมคนไม่เยอะนัก เพราะนักท่องเที่ยวยังหลับใหล หลายคนตระเวนราตรีกรุงเทพฯจนดึก

สโรชาอารมณ์ดีที่งานเสร็จ มีวันหยุด จะได้เจอแม่ ปราณบุรีอยู่ไม่ไกล ขับรถไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง ระหว่างทางแวะซื้อผลไม้สักหน่อย ฝากแม่ พยาบาลผู้ดูแล และธนนท์

“ปัง!”

พลันความคิดทุกอย่างหยุดลงเมื่อได้ยินเสียง

“เอี๊ยด ... โครม” แล้วก็ตามด้วยปังๆ รัวอีกหลายรอบ เสียงหวีดร้องตะโกนต่อๆ กันดังทั่วบริเวณ

“คนยิงกัน!”

ผู้คนวิ่งหนีลูกหลงกันจ้าละหวั่น สโรชาเข้าไปหลบในร้านเดิมที่เคยมาซื้อร่ม

“ใครยิงกันน่ะ” เพื่อนสมาชิกหนีตายถามให้เซ็งแซ่

“ไม่รู้ จู่ๆ ก็มีทั้งมอเตอร์ไซด์ ทั้งรถเก๋งถล่มยิงรถที่เพิ่งเลี้ยวออกมาจากโรงแรม”

ผู้อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นเล่าเสียงสั่น คนมาหมอบออกันอยู่หน้าตู้แช่เครื่องดื่ม เพราะเป็นมุมอับสายตาคนภายนอกที่สุดของร้าน

“คนในรถก็ตอบโต้ ยิงกันกลางถนนนี่แหละ รถคันอื่นเลยโดนลูกหลงชนกันระเรระนาดด้วย เหมือนในหนังเลย”

ยามเป็นภาพยนตร์ ผู้ชมสะใจกับฉากวินาศสันตะโรแบบนี้ แต่เมื่อมาเจอในชีวิตจริงทุกคนใจสั่น ภาวนาหาที่พึ่งกัน ผ่านไปไม่กี่นาทีแต่เหมือนนานชั่วกัปชั่วกัลป์ของคนกลัว เสียงปืนสงบลง ... เสียงรถหวอตำรวจดังเข้ามาแทน

“ตื๊อ... ดื่อ” ทั้งร้านสะดุ้งเฮือก มองประตูเป็นตาเดียว

“ปลอดภัยไหมครับ มีใครเป็นอะไรหรือเปล่า”

ตำรวจวัยกลางคนสอดส่ายสายหาคนเจ็บ ท่ามกลางอาการโล่งอก มีแรงถามสถานการณ์จากผู้มาใหม่ สโรชาไม่ได้ร่วมวงถามด้วย เธอเอามือกุมหน้าอกเพื่อคุมอาการเต้นรัวของหัวใจ หูได้ยินคำบอกเล่าแว่วๆ

“มีคนมายิงฝรั่งแขกโรงแรม...”

ชื่อโรงแรมเดียวกับเธอเพิ่งจากมา โชคดีแล้ว ที่ออกมาก่อน ... เฉียดไปนิดเดียว เสี้ยววินาทีแห่งวิกฤติเธอคิดถึงแม่

“คุณป้าเฟื่องฟ้าไปดูดอกไม้ค่ะคุณบัว”

พยาบาลเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เนอร์สซิ่งเฮลท์แคร์ตอบเสียงหวาน เมื่อสโรชาโทรศัพท์หาแม่ดังใจคิด

“เพิ่งออกไปค่ะ เดี๋ยวไปตามให้”

“ไม่ต้องหรอก ขอบคุณค่ะ บอกแม่ด้วยนะคะว่าวันนี้ฉันจะไปเยี่ยม”

สโรชาก้าวออกจากร้านโดยไว เธอจะขับรถยาวรวดเดียวถึงปราณบุรี ... ไปกอด เล่าให้ฟังถึงความโชคดีที่ยังมีชีวิตได้ดูแลท่าน แต่การจราจรก็ติดขัดเหลือเกิน ตำรวจกั้นทางเพื่อเก็บหลักฐานที่เกิดเหตุ รถต่อคิวยาวเป็นกิโล ทุกคนพร้อมใจกันหาทางออกจากถนนเส้นนี้

สโรชาทำใจไว้แล้วว่าต้องเหมาแท็กซี่ ติดตรงไม่มีคันไหนฝ่าการจราจรมาได้นี่สิ ไม่เป็นไร เรียกวินมอเตอร์ไซด์ให้พาลัดออกไปถนนเส้นอื่นแล้วค่อยต่อแท็กซี่ก็ได้

คิดได้ดังนั้นเธอจึงเดินไปตามตรอกเล็กในซอยใหญ่เพื่อหารถที่หมาย เห็นป้ายอยู่วินหนึ่งแต่ไม่มีคน ข้างๆ กันเป็นถังขยะกทม.ใบใหญ่สองถัง สกปรกไปหน่อย แต่ป้ายเขียนคิวยังสะอาดและใหม่เอี่ยม

‘สงสัยไปส่งคน’

สโรชาคิดพลางยืนรอ เมื่อยขาที่ต้องเดินแล้วเหมือนกัน สุนัขจรจัดสองตัววิ่งเฉียดเธอไปนิดเดียว เพื่อเข้าไปคุ้ยขยะ ใจหญิงสาวภาวนาให้วินมอเตอร์ไซด์มาเร็วๆ จะได้พ้นจากสภาพนี้เสียที

“แง่ง...” สุนัขฮึมฮัม ทีแรกคิดว่ามันกัดกัน

“ออกไปนะ” ... ที่เปล่งออกมาคือเสียงมนุษย์และเป็นภาษาอังกฤษ!

“คุณ...” สโรชามาที่ถังขยะ ร่างนั้นมองเธออย่างตกตะลึง

“บัว พาผมออกไปจากที่นี่ที”

เซอร์เก อินาเซวิช นอนอยู่ พร้อมเลือดแดงฉานเปรอะเสื้อบริเวณหน้าท้อง

“เร็ว” ... และมืออีกข้างของเขาถือปืน!

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GEB” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GEB
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ชีวิตที่เหลือขอฝากด้วย
8.7
อุบัติเหตุริมฝีปากสัมผัสกันในเสี้ยววินาทีทำลายภาพลักษณ์ของเขาจนย่อยยับ และกลายเป็นข้ออ้างให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามาพัวพันในชีวิต คนจอมแผนการขยันป้อนคำหวาน ยื่นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ พร้อมดึงดันเรียกเขาว่าที่รัก แม้พยายามผลักไสมากแค่ไหน ฝั่งตรงข้ามก็ยิ่งหาวิธีมาผูกมัดและยืดเวลาใกล้ชิดออกไป ท่ามกลางหัวใจที่เต้นผิดจังหวะเพราะการรุกรานอย่างหนักหน่วง เขาต้องหาทางหลุดพ้นจากบ่วงนี้ ทว่าชีวิตที่เหลือดูเหมือนจะถูกครอบครองโดยคนอันตรายที่เก่งกาจเรื่องการล่อลวงไปเสียแล้ว
หน้าปกนวนิยาย บอดี้การ์ดจ้าวหัวใจ ชุด One Night Stand
8.9
เดวิด อดีตทหารรับจ้างชาวอเมริกันผู้แข็งแกร่งต้องมารับหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้พราวพลอย คุณหนูไฮโซผู้มั่งคั่งที่มักถูกสังคมตราหน้าว่าร้ายกาจ ทั้งที่ความจริงเธอคือเหยื่อที่ถูกใส่ร้ายป้ายสี ท่ามกลางความขัดแย้งที่รุมเร้า ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายสาวกับบอดี้การ์ดหนุ่มกลับทวีความเร่าร้อนเกินห้ามใจ เมื่อพราวพลอยตกอยู่ในบ่วงเสน่หาจนไม่อาจต้านทานการสำรวจอันเร่าร้อนของเดวิดได้ เขาค่อยๆ ครอบครองเธออย่างลึกซึ้งในค่ำคืนที่ความต้องการพุ่งพล่านจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ลมหายใจสุดท้ายยังรักเธอ
9.2
เขาคือชายที่เป็นดังโลกทั้งใบ ทว่าความรักที่เธอมอบให้กลับถูกตอบแทนด้วยความเจ็บปวด เมื่อเขาสั่งให้เธอกำจัดสายเลือดในครรภ์ทิ้งอย่างเลือดเย็น แม้ความตายกำลังก้าวเข้ามาใกล้และพร้อมพรากลมหายใจ จิตใจของเธอกลับไม่สั่นคลอนต่อจุดจบเลย ความหวาดผวาเพียงอย่างเดียวที่กัดกินหัวใจในยามต้องทิ้งโลกนี้ไป คือการรับรู้ว่าจะไม่มีโอกาสได้ตระกองกอดเขาอีกชั่วนิรันดร์ แม้เขาจะใจร้ายกับเธอมากเพียงใด แต่จนถึงวินาทีที่ชีพจรค่อยๆ แผ่วลง ความรักอันลึกซึ้งที่สลักแน่นในจิตวิญญาณก็ยังคงมั่นคงไม่เสื่อมคลาย
หน้าปกนวนิยาย เมียแต่งจำเป็น
9.3
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความใกล้ชิดเกินพิกัด เมื่อทั้งสองฝ่ายต้องมานอนกอดกันแนบแน่นตลอดทั้งคืนในห้องเดียวกัน แต่พอแสงอาทิตย์ยามเช้ามาเยือน ฝ่ายชายกลับพยายามปฏิเสธความจริงด้วยการบอกว่าพวกเขาเป็นเพียงเพื่อนร่วมห้องที่อาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันเท่านั้น สถานการณ์ชวนสับสนนี้สร้างความระอากับคำโกหกที่ขัดกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริง ท่ามกลางความผูกพันที่เริ่มถักทอขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวในฐานะเมียแต่งที่ต้องมารับหน้าที่แบบจำเป็น
หน้าปกนวนิยาย สามีพรีเมียม
8.9
เซาะทราย ดีไซเนอร์สาวผู้ทะเยอทะยานตัดสินใจเปิดแบรนด์ชุดชั้นใน Sai เพื่อสร้างความร่ำรวยให้ตัวเอง จนกระทั่งเธอได้พบกับ ชาร์ค อิโญน่า สายลับหนุ่มที่ยอมแฝงตัวเป็นพนักงานจัดส่งสุดฮอต เซาะทรายใช้เสน่ห์อันเหลือร้ายของเขาเป็นสินค้าพรีเมียมเพื่อดึงดูดลูกค้าและขยายยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ชาร์คเองก็เต็มใจทำภารกิจนี้เพื่อเข้าถึงเป้าหมายสำคัญ โดยอาศัยความใกล้ชิดและความพึงพอใจของลูกค้าเป็นเครื่องมือสู่ความสำเร็จที่เขาต้องการ
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักผู้ชายสารเลว
9.7
ชีวิตของฉันขับเคลื่อนด้วยภารกิจอันยิ่งใหญ่เพียงอย่างเดียว คือการได้อยู่เคียงข้างชายที่เป็นรักแรกอย่างพี่ลูคัส ฉันยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่างและก้าวเข้าสู่เส้นทางนางแบบถ่ายภาพนิ่งในลักษณะโป๊เปลือยเพียงเพื่อดึงดูดสายตาจากเขา ความทุ่มเททั้งหมดที่ฉันทำลงไปนั้นมีจุดประสงค์เดียวคือการได้รับความรักตอบแทนจากผู้ชายคนนี้ แม้ว่าเส้นทางที่เลือกเดินจะเต็มไปด้วยความเสี่ยงและคำครหา แต่นั่นคือราคาที่ฉันเต็มใจจ่ายเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับเขามากขึ้น