
อุ้มรักเพราะเธอคือหัวใจ
ตอน 3
ตอนที่2
สาแก่ใจ
เพลิงกำลังพาเขมไปที่บ้านหลังหนึ่งที่เขาสร้างไว้แต่ไม่เคยได้เข้ามาอยู่เลย เพราะบ้านหลังนี้เขาตั้งใจที่จะสร้างเป็นเรือนหอให้กับคู่หมั้นของเขา แต่แอนดันมาจากไปด้วยโรคร้ายที่กว่าจะรู้ก็ลุกลามเกินรักษา
แอนจากเขาไปได้สองปีแล้ว บ้านหลังนี้มันจึงเป็นเหมือนตัวแทนความรู้สึกที่แสนจะเจ็บปวดของเขา แต่ที่นี่อยู่ไกลจากผู้คน การคมนาคมแสนลำบาก ไม่มีทางที่หญิงสาวจะหนีไปไหนได้ และไม่มีใครผ่านมาที่นี่แน่นอน
“ถึงแล้ว”
ชายหนุ่มหันไปบอกหญิงสาวที่ยังคงไม่เข้าใจ ว่าถึงไหน เพราะรอบตัวเต็มไปด้วยป่าไปหมด ยังไม่เห็นบ้านสักหลัง
“ถึงไหน เห็นมีแต่ต้นไม้ ไม่มีไฟสักดวง คุณจะทิ้งฉันไว้กลางป่าเหรอ ไม่เอานะฉันกลัว”
เขมจิรากระโดดเกาะแขนชายหนุ่มที่ทำท่าจะเดินนำหน้าเธอไปยังเส้นทางที่เป็นถนนดิน
“อย่ามาทำเป็นอ่อย มันใช้กับผมไม่ได้หรอก”
ชายหนุ่มสะบัดแขนตัวเองจนมือเล็กที่เกาะเขาไว้กระเด็นหลุด หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวเผลอล้มไม่เป็นท่า และเมื่อเช้าฝนเพิ่งตกไป ดินจึงยังเปียกอยู่ เขมจิราเปื้อนไปด้วยขี้นดินเต็มไปทั้งตัว
“สะบัดแค่นี้ ทำเป็นล้ม อ่อยเก่งแบบนี้นี่เอง วายุมันเป็นเด็กหัวอ่อนมันถึงได้หลงหัวปักหัวปำ”
เพลิงนอกจากจะไม่สงสารแล้วเขายังหันไปพูดจาแย่ ๆ ใส่ โดยที่ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะกำลังเจ็บหรือรู้สึกอะไรอยู่
ชายหนุ่มเดินนำหน้าไป โดยที่เขาไม่ได้หันมาดูด้านหลังเลยว่าอีกฝ่ายไม่ได้เดินตามไปด้วย กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เดินจนถึงประตูหน้าบ้านแล้ว
“เอ้า! ไปไหน หรือหนีไปแล้ว”
เพลิงรีบวิ่งกลับไป เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงตัดสินใจหนีไปแน่ๆ แต่เมื่อไปถึงตรงที่เธอกับเขาลงจากรถ เขมจิรายังคงอยู่ที่นั่นแต่คราวนี้เธอไม่ได้อยู่ในท่านั่งเหมือนตอนที่ล้ม แต่เธอกลับนอนลงไปกับถนนดินที่เปียกอยู่
“ลุกขึ้นมา เป็นบ้าอะไรถึงได้นอนลงไปแบบนั้น อย่าทำตัวเรียกร้องความสนใจแถวนี้นะ จะลุกหรือจะให้ลากไป”
เพลิงทั้งขู่ก็แล้ว ก็ยังไม่มีเสียงตอบของหญิงสาวที่นอนตัวเปื้อนไปด้วยดิน เธอลืมตามองเขาและเอาแต่เงียบไม่พูดอะไรสักคำ
ชายหนุ่มตัดสินใจลากหญิงสาวมาตามทาง เพราะคิดว่าที่เธอไม่ยอมลุก และคงคิดว่าเขาคงไม่ทำจริง แต่เพลิงลากคนตัวเล็กมาได้เพียงแค่หน่อยเดียว เขาก็อดสงสารไม่ได้ จึงเปลี่ยนจากลากเป็นอุ้มเธอพาดกับไหล่แทน และพากันเดินกลับมายังบ้าน
“โอ๊ย! คุณเพลิงไปแบกใครมาคะ ตัวเปื้อนไปหมดเลย”
ป้าอ้อยแม่บ้านที่ทำหน้าที่ดูแลที่นี่ รีบวิ่งมาหาเจ้านาย เพราะคำสามีของเธอได้บอกไว้ว่าคืนนี้ เพลิงจะพาคนมาอยู่ที่นี่
“ตัวเล็กนิดเดียว หน้าซีดหมดเลย คุณคะเป็นอะไรหรือเปล่า”
เมื่อเพลิงวางหญิงสาวลงกับพื้นกระเบื้องหน้าบ้าน ป้าอ้อยก็รีบเขาไปดูคนมาใหม่ใกล้ ๆ
“หนูเหมือนจะเป็นลม แล้วมันก็ปวดที่ข้อเท้า พอจะพยายามลุก มันก็ลุกไม่ขึ้น”
เขมจิราพูดเหมือนคนหมดแรง น้ำใส ๆ ไหลงลงมาอาบแก้มแบบที่เธอก็ไม่รู้ตัว
หญิงสาวทั้งเหนื่อย ทั้งกลัว ทั้งเจ็บ แต่น้ำเสียงของป้าอ้อยที่แสดงถึงความเป็นห่วงทำให้เธอกล้าที่จะบอกว่าตอนนี้เธอเป็นอะไร
“คุณเพลิงมาดูเร็ว เท้าเธอบวมค่ะ”
ป้าอ้อยไม่กล้าจับ ได้แต่เรียกให้เจ้านายที่ทำเป็นยืนกอดอกมองอยู่ห่าง ๆ เข้าไปดู
“ไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวจะนวดยาพันผ้าให้ สงสัยจะเป็นเพราะล้มเมื่อกี้ แล้วก็ไม่รู้จักพูด สงสัยลืมเอาปากมา”
พูดจบคนตัวใหญ่ก็อุ้มหญิงสาวเดินเข้าบ้าน โดยมีป้าอ้อยเดินตามเข้าไปด้วย
“ฉันอาบเองก็ได้ ขอเสื้อผ้ากับผ้าเช็ดตัวหน่อย”
หญิงสาวตกใจ กลัวอีกฝ่ายจะทำหน้าที่อาบน้ำให้เธอ เพราะเขาวางเธอไว้ที่พื้นห้องน้ำแล้วไม่ยอมออกไปเสียที
“คุณครับ ผมไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวคุณขนาดนั้นหรอก ไม่ต้องกลัวว่าผมจะอาบน้ำให้ ผมแค่จะให้ป้าอ้อยช่วยคุณเท่านั้น เดี๋ยวล้มหัวฟาดในห้องน้ำตายขึ้นมา ผมกลัวผี”
เขมจิราหมั่นไส้ในคำพูดของเพลิง เธอจึงคว้างเขาด้วยแปรงขัดห้องน้ำที่วางอยู่ใกล้ตัว
“ไม่ต้องขว้างมา เก็บเอาไว้แปรงฟันคุณเถอะ”
เพลิงก่อนจะออกไป เขายังมิวายพูดจาร้าย ๆ ใส่หญิงสาวที่สภาพตอนนี้ดูย่ำแย่มาก
ป้าอ้อยหาเสื้อผ้าของลูกสาวเธอที่ทิ้งไว้ที่นี่มาให้เขมจิราใส่ชั่วคราวก่อน เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ คนอายุมากแล้วอย่างป้าอ้อยไม่มีแรงพอที่จะพยุงหญิงสาวที่ขาเจ็บให้เดินออกจากห้องน้ำได้ จึงต้องเรียกเจ้านายมาช่วย
คุณอาจจะชอบ





