
หยั่งรากฝากรัก
ตอน 3
“ใช่จ้ะ แม่จองน้องไว้ให้เป็นเจ้าสาวของลูกไง ดีไหม”
“ทับทิม!” แม่ของเด็กน้อยที่ถูกตีตราจองตั้งแต่อายุได้ไม่ถึงห้าวันร้องเรียก พลางส่ายหน้าไปมาด้วยรอยยิ้มอย่างขำขันมากกว่าโกรธจริงจัง “เจ้าสาวอะไรกันจ๊ะ ลูกๆ ของพวกเรายังเด็กอยู่เลย เธอนี่ก็พูดไปเรื่อย ดูสิ ตาจิมงงหมดแล้วนั่นน่ะ”
“ไม่รู้ล่ะ ลูกสาวเธอคนนี้ฉันจองแล้ว ไหนๆ ก็มีลูกสาวไม่ได้ ก็ขอมาเป็นลูกสะใภ้นี่แหละ เนอะลูกเนอะน้องดรีมคนสวยของป้า” คุณทับทิมพยักพเยิดกับทารกน้อยที่ตอนนี้หยุดร้องไปแล้ว ตาแป๋วแหววจ้องมองราวกับรู้ความ แถมส่งยิ้มรับอ้อแอ้
“จริงสิ ฉันเตรียมของมารับขวัญหลานด้วยนี่ไง ตาจิมเอาไปให้น้องสิลูก”
เด็กชายหันไปรับถุงสีแดงๆ เล็กๆ จากมือแม่มาเปิดดูอย่างอยากรู้ ก่อนที่จะหยิบกำไลทองคำวงเล็กๆ น่ารักน่าเอ็นดูออกมาจากถุง
“รอเดี๋ยวลูก อ่ะนี่เอานี่ให้น้องด้วย” คนพูดถอดแหวนจากนิ้วนางข้างซ้ายของตนออก
“เดี๋ยวทับทิม นั่นเธอจะทำอะไรน่ะ” คุณต้องตาเอะอะ เมื่อเห็นเพื่อนรักถอดแหวนวงที่รักออกจากนิ้วยัดใส่มือลูกชายตัวเอง
“ก็หมั้นลูกสาวเธอให้ตาจิมไงล่ะ รีบสวมให้น้องสิลูก ที่มือน่ะ”
เด็กชายมองหน้าคนนู้นคนนี้อย่างงุนงง ไม่เข้าใจ หากระหว่างที่กำลังลังเลว่าควรทำอย่างไรนั้นเอง
หมับ! ยังไม่ทันได้ทำตามคำสั่งของแม่ จู่ๆ นิ้วเล็กๆ ก็คว้าจับของในมือของเด็กชายหมับจนฝ่ายนั้นสะดุ้ง เกือบกระตุกมือหนีอย่างตกใจ แต่พอเห็นปากจิ้มลิ้มส่งรอยยิ้มน่ารักมาให้แทนการเบะร้องไห้จ้า ก็เลยปล่อยให้จับอยู่อย่างนั้น
ภาพนั้นทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองคนหันมายิ้มให้แก่กัน
“ต๊าย ดูสิเธอ ยัยหนูของเราตอบรับหมั้นพี่จิมแล้วแถมยิ้มหวานให้เสียด้วย ดูสิคะพ่อ” นอกจากจะไซโคเพื่อนรักแล้ว คุณทับทิมยังหันไปขอเสียงสนับสนุนจากสามีที่เดินตามหลังเข้ามาพร้อมกับบิดาของแม่หนูน้อยในเปล
“ว่าที่ลูกสะใภ้เรา น่าเอ็นดูเหลือเกิน”
“ไงเจ้านุ ลูกสะใภ้คนนี้ของฉัน นายจะเรียกสินสอดเท่าไหร่ดีว่ามาเลย พ่อทุ่มไม่อั้น” แทนที่จะปราม แต่ทว่าคุณจอมพล ปรีดากุล กลับเห็นดีเห็นงามกับเมียรัก
ในเมื่อสองครอบครัวต่างก็รู้จักสนิทสนมกันฉันท์เพื่อนรักเพื่อนสนิทกันมานาน เพราะคุณภานุ ปัญจรักษ์ เป็นเพื่อนกับคุณจอมพล ปรีดากุล มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ประถมด้วยกัน และทั้งคู่ยังมาพบรักกับรุ่นน้องสมัยมัธยมอย่างคุณต้องตาและคุณทับทิมซึ่งทั้งสองก็เป็นเพื่อนซี้กันอีก ทำให้สองครอบครัวยิ่งมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากขึ้น
เมื่อแต่งงานกันสองครอบครัวก็ยังมาซื้อบ้านติดกันเป็นเรือนหอเพื่อไปมาหาสู่กันอีก จนกระทั่งทั้งสองบ้านมีลูก โดยบ้านปรีดากุลมีลูกชายชื่อ จิรายุ หรือ จิม ส่วนบ้านปัญจรักษ์ก็เพิ่งมีลูกสาวแรกคลอดคือ เด็กหญิงพาฝัน หรือ น้องดรีม สองบ้านวาดฝันที่จะเชื่อมความสัมพันธ์อีกขั้นจึงตกลงว่าหากเด็กทั้งสองโตขึ้นก็จะจับคู่ให้เหมือนในนิยายพาฝันที่พวกแม่ๆ ทั้งสองชื่นชอบ แต่ทว่า...
“ผมไม่เอา!”
ผู้ใหญ่ทั้งสี่ถึงกับชะงัก หันไปมองคนพูดเป็นตาเดียว
“ตาจิม เมื่อกี้ลูกว่าอะไรนะจ๊ะ” ผู้เป็นแม่ถาม
“ผมไม่เอาครับ ไม่เอาเจ้าสาว คนนี้! ไม่เอา!”
“แล้วกันเจ้าลูกคนนี้ ไม่เอาเจ้าสาวแล้วลูกจะเอาเจ้าบ่าวหรือไง หืม”
“เอ๊...คุณจอมนี่ไปพูดกับลูกแบบนั้นได้ยังไงคะ” คนเป็นภรรยาปราม ก่อนหันไปถามบุตรชายที่เพิ่งดึงนิ้วมือออกจากมือน้อยๆ สำเร็จ ส่วนสร้อยรับขวัญนั่นก็หล่นอยู่ข้างๆ เจ้าตัวเล็กในเปล
“ทำไมล่ะลูก ทำไมลูกถึงพูดแบบนั้น น้องดรีมน่ารักออก ดูสิ น้องท่าทางชอบลูกด้วยนะ จับมือลูกแน่นเชียว”
“ผมไม่ชอบ น้องไม่เห็นน่ารัก ตัวก็ย่นเหมือนหนอน แถมยังขี้แยด้วย น่ารำคาญจะตาย”
“ตายแล้วลูกชายฉัน ทำไมพูดจาน่าเกลียดแบบนี้ล่ะ” คุณทับทิมร้องลั่น พลางหันไปหามารดาของทารกน้อยที่เธอหมายตา
แต่คุณต้องตาดูเหมือนจะไม่ได้ถือสาหาความ ยังคงยิ้มอย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย ทำให้เธอโล่งอกที่เพื่อนรักไม่ถือโกรธปากคอลูกชายตัวดี
“ขอโทษแทนพ่อตัวดีของฉันด้วยนะต้องตา แต่เรื่องที่พูดมาน่ะฉันเอาจริงนะ”
“โธ่เอ๊ย มาขอโทษทำไมล่ะจ๊ะทับทิม ฉันไม่ถือสาตาจิมหรอก เธอนั่นแหละ อย่าไปบังคับลูกเลย ถ้าเขาเป็นเนื้อคู่กันหรือรักกันจริง ก็คงหนีกันไม่พ้น แต่ถ้าไม่ใช่ ก็อย่าไปฝืนโชคชะตาหรือฝืนใจลูกเลยนะ” คนพูดหันไปที่เด็กชายที่เธอเห็นมาแต่อ้อนแต่ออก และเอ็นดูเสมือนลูกชายอีกคน “จริงไหมตาจิม”
เด็กชายมองหน้าคุณน้าต้องตาด้วยแววตาเฉลียวฉลาด ก่อนพยักหน้าหงึกหงัก เขาชอบคุณน้าทั้งสอง แต่การจะให้อยู่กับเจ้าลูกหนอนขี้แยนี่ไปตลอดชีวิต มันคงไม่สนุกนัก
“นั่นสิคุณ เราอย่าเพิ่งใจร้อนเลยน่า เอาไว้ให้ลูกโตก่อนค่อยให้เขาตัดสินใจเองดีกว่านะ”
เด็กชายทำหน้าบูดบึ้ง มองเจ้าหนอนย่นในเปลที่เริ่มจะเบะปากเตรียมแผดเสียงออเคสตร้าอีกครั้งอย่างหมายมาด ตาแป๋วแหววมองพี่ชายด้วยความไร้เดียงสา
จ้างให้เขาก็ไม่มีวันเอาเด็กขี้แยนี่มาเป็นเจ้าสาวแน่นอน คอยดู!
คุณอาจจะชอบ





