ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หัวใจร้ายวิ่งราวรัก

หัวใจร้ายวิ่งราวรัก

โศกนาฏกรรมรักของฟาร่า นักร้องดังระดับฮอลลีวู้ดที่ยอมละทิ้งดัรวีช อดีตคนรักเพื่อไขว่คว้าความฝัน วันนี้เธอกลับมาเพื่อขอโอกาสและชดเชยความผิดพลาดในอดีต ทว่าดัรวีชที่เคยแสนดีกลับเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเต็มไปด้วยความแค้น เขาปฏิเสธคำขอโทษอย่างไร้เยื่อใยพร้อมประกาศกร้าวว่าความรักได้ตายจากใจไปแล้ว ท่ามกลางปมขัดแย้งในครอบครัวพี่น้องทั้งห้าคน ฟาร่าต้องพิสูจน์ตัวเองท่ามกลางอุปสรรคมากมายเพื่อเอาชนะใจชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเธอเคยทอดทิ้งอย่างไม่ไยดี
ตอน
แชร์

ตอน 1

1

กลับบ้าน

ฉันเห็น ‘อาบีร’ น้องคนที่สองจากห้ายืนผึ่งผายคอยอยู่แล้วเมื่อออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้า ฉันโบกมือทักทายเขาแล้วสวมกอดน้องชายคนนี้ด้วยความคิดถึง

“หวัดดีจ้าบีร”

“สวัสดีครับพี่ฟา ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ”

ฉันอายุมากกว่าน้องห้าปี ปีนี้อาบีรอายุแตะหลักสามพอดิบพอดี

“ขอบใจจ้ะ สบายดีนะเรา”

“ครับผม”

“เอ...ผอมลงหรือเปล่าเนี่ย เหมือนจะซูบลงไปเยอะเลยนะ” ฉันสังเกตน้องชายที่ดูอิดโรยและซีดเซียวผิดจากเดิม “ทำงานหนักเหรอช่วงนี้ ?”

“อะ...เอ่อ คงงั้นมั้งฮะ” อาบีรหลุบตาลงต่ำ พลางส่งยิ้มแห้งๆ เจื่อนๆ

เขาเป็นตำรวจ แต่งงานมีครอบครัวแล้วแต่ยังไม่มีลูก

“จ้ะ ดูแลตัวเองบ้างนะ เพิ่งจะสามสิบเอง บีรดูแก่กว่าวัยไปเยอะเลยเที่ยวนี้” ฉันเอ่ยตรงๆ เมื่อก่อนอาบีรเป็นเด็กหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลา ผิวขาวใส แต่ช่วงหลังๆ เหมือนเขาจะปล่อยตัวและทำงานหนัก ใบหน้ากับรูปร่างเลยเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา เขาดูคล้ำขึ้นและผอมลงจากเดิมค่อนข้างมาก

“ได้ฮะ”

“งั้นเราไปกันดีกว่า พี่คิดถึงทุกคนจะแย่แล้ว ---”

หลังจากนั้นเราสองคนพี่น้องก็เริ่มออกเดิน อาบีรช่วยลากกระเป๋าของฉันให้ มีเพียงใบใหญ่ใบเดียวกับกระเป๋าสตางค์สีแดงที่ถือติดมือ ระหว่างทางก็มีพวกปาปารัสซี่ที่แอบถ่ายฉัน เสียงชัตเตอร์กับแฟลชจึงสาดมารัวๆ ท่ามกลางความสนใจของผู้คนรอบข้าง

แชะ ! แชะ !

“นั่นฟาร่านี่ !”

“ตัวจริงสวยจังเลย”

“กรี๊ดดด !”

ฉันยกมือทักทายทุกคนขณะรีบจ้ำเอาๆ เพื่อดิ่งไปยังด้านหน้าสนามบิน โดยมีบอดี้การ์ดสี่คนช่วยกันประชาชนและพวกปาปารัสซี่เอาไว้

ใช่แล้วละ ฉันเป็นคนดัง เป็นนักร้องเชื้อสายเบรย์เมนพลอสที่ไปโด่งดังในฮอลลีวู้ด...

แชะ ! แชะ !

ฉันกลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่ทุกปี ส่วนใหญ่จะเป็นในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่ปีนี้มี ‘บางอย่าง’ กำลังจะเปลี่ยนไปจากเดิมฉันเลยมาในช่วงต้นฤดูหนาว ทันทีที่รถตู้คันสีดำทึบจอดเทียบมุขคฤหาสน์หลังใหญ่ใจกลางกรุงวาเฮด ผู้คนในตึกก็ทยอยมายืนต้อนรับฉันกันแน่นขนัด

ฉันก้าวลงจากรถ คนแรกที่กอดและหอมเลยคือแม่ ตามมาด้วยพ่อที่นั่งอยู่บนรถเข็น จากนั้นก็ปิดท้ายกับ ‘ฮาริส’ น้องชายคนสุดท้องที่ฉันรักมาก ด้วยอายุที่ห่างกันถึงสิบห้าปี ประกอบกับที่เขาเป็นเด็กน่ารักฉันเลยหลงรักเขาตั้งแต่ที่น้องลืมตาดูโลก

ปีนี้ฮาริสตัวสูงใหญ่และล่ำสันกว่าปีก่อนมาก ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มดูเป็นชายหนุ่มเต็มตัว

“โอ้โฮ น้องใครเนี่ย หล่อไม่เบาเลยนะ” ฉันสัพยอก ยีผมน้องชายคนเล็กเล่น

“ไม่ต้องมายอเลยพี่ฟา” ฮาริสเอ่ยขำๆ

“ฮะๆ”

“พี่สบายดีนะครับ”

“จ้ะ สบายดี เราล่ะ เป็นไง”

“เหมือนเดิมครับ”

“อื้มๆ” เธอเพียงพยักหน้ารับ ไว้คุยต่อกันทีหลัง ก่อนหันไปทักทายแม่บ้านเก่าแก่ เด็กรับใช้ รวมไปถึงคนสวนและคนขับรถ รวมๆ แล้วก็ประมาณสิบคน เสร็จจากนั้นก็เคลื่อนย้ายกันไปในบ้าน

มื้อเที่ยงวางพร้อมสรรพแล้วบนโต๊ะกระจกในห้องทานอาหาร ฉัน พ่อ แม่ อาบีรและฮาริส เลยเริ่มลงมือจัดการเมนูรสเด็ดบนโต๊ะกันทันที

“โห...อร่อยจัง ไม่ได้กินฝีมือแม่มานานมากกก” ฉันลากเสียงยาว มื้อนี้ฉันขอให้แม่เป็นคนลงมือทำเองเพราะอยากกินฝีมือแม่ที่สุด

“อร่อยก็กินให้หมดนะลูก” แม่ระบายยิ้มสดใส ใบหน้าเบ่งบานเปล่งประกาย

“ค่าาา หนูต้องเบิ้ลจานสองแน่”

ทุกคนหัวเราะกันอย่างมีความสุข นานๆ จะได้มาร่วมทานอาหารกันสักมื้อ

“หนูคุยกับ ‘มูนา’ แล้วใช่ไหม” พ่อถามขึ้นขณะที่อ้าปากรอรับอาหารจากพยาบาลพิเศษที่ฉันจ้างมาดูแลพ่อ เนื่องจากท่านสุขภาพไม่ดีมาสองสามปีแล้ว แถมปีนี้ยังต้องมานั่งรถเข็นอีก พ่อแก่ลงมากนับจากปีก่อน

“ค่ะพ่อ น้องบอกจะไปเจอเราที่ซาลาซะห์เลย”

มูนาคือน้องสาวคนที่สี่ที่ฉันส่งไปเรียนต่อโทที่อังกฤษ เหลืออีกปีเดียวก็จบ เธอทำงานในสถานทูตไทยและเรียนปริญญาโทไปพร้อมกันด้วย ปีนี้น้องอายุย่างยี่สิบสาม

“อื้อ” พ่อเพียงพยักหน้ารับทราบ

“นาดา...ติดเคสด่วนใช่ไหมคะ เห็นน้องไลน์มาบอกตอนอยู่สนามบิน”

“จ้ะฟา เคสผ่าตัดด่วนเลยผลัดไม่ได้” แม่ตอบ

“ค่ะ” ฉันไม่ติดใจอะไรเพราะน้องเป็นหมอผ่าตัดเลือกเวลาคนไข้ฉุกเฉินไม่ได้ งานช่วยชีวิตคนต้องมาก่อน

ฉันภูมิใจกับน้องๆ ทุกคน แต่ละคนทำงานดีและมั่นคงกันหมดแล้ว ที่มีห่วงนิดหน่อยก็คือฮาริส แต่เขายังเด็ก ทุกอย่างที่แสดงออกจึงเป็นไปตามกลไกของเด็กในช่วงวัยนี้ ฉันเองก็เข้าใจเลยไม่ได้ซีเรียสเกินกว่าที่จำเป็น อีกหน่อยพอเรียนจบ เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นนิสัยก็คงเปลี่ยนไปเอง

หลังทานอาหารเที่ยง เราทั้งครอบครัวก็มานั่งถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันต่อในห้องโถง

“พี่ฟา ผมได้ยินข่าวลือว่าพี่ได้รับเชิญไปร้องเพลงเปิดงานฟุตบอลโลกปีหน้าเหรอครับ ?” อาบีรถามอย่างสนใจ

“จ้ะ แต่ยังไม่ได้คอนเฟิร์มอะไรนะ”

“อ้าว ทำไมล่ะพี่” ฮาริสขมวดคิ้วมุ่น “โอกาสทองเลยนะนั่น ผมจะได้อวดเพื่อนๆ ด้วย”

“ฮะๆ ถึงไม่มีพี่...ชากีร่ากับเจโลว์ก็ทำได้ดีอยู่แล้วละ”

“โธ่ ถ้าพี่ไม่ไปนี่เสียดายมากเลยนะครับ” อาบีรทำหน้ายับ

“ไม่หรอกบีร พี่ยังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธเขาซะทีเดียว ต้องดู-สถานการณ์และอะไรหลายๆ อย่างก่อนว่าลงตัวหรือเปล่า” ฉันบอกกลางๆ

“ครับ”

“เอ้อ ฟา แม่อ่านเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์ตเตอร์ หนูจะรับเล่นหนังคู่กับคีนู-รีฟส์เหรอลูก” แม่หน้าบานเป็นดอกบัว

“ฮ่ะๆ ค่ะแม่ เข้าไปออดิชั่นมาน่ะค่ะ หนังโรแมนติกคอเมดี้ เขาติดต่อมาก็เลยไปแคสต์ดู ไม่อยากให้ทางค่ายหนังเขาเสียน้ำใจ อีกเรื่องก็ได้รับทาบทามให้ประชันฝีมือกับเดมี่ มัวร์ แต่หนูก็ยังไม่ได้คอนเฟิร์มอะไรเหมือนกัน ต้องหลังจากกลับนี่ก่อน” ฉันบอกตรงๆ หลายๆ อย่างกำลังจะเปลี่ยนไปในอีกไม่นานนี้...

“จ้ะลูก”

“พี่จะมาเที่ยวกี่วันครับรอบนี้” ฮาริสถามแต่ตากับมือจดจ้องอยู่กับโทรศัพท์

“เที่ยวนี้น่าจะหลายอาทิตย์ ต้องดูอีกทีหนึ่ง อย่างต่ำก็สิบห้าวันขึ้นล่ะ แล้วนี่คุยกับสาวใช่ไหม ?” ฉันหรี่ตามองน้องอย่างสงสัย

“ครับ”

“คนเดิมที่เคยบอกพี่หรือเปล่า”

“ใช่ครับ คนนี้ละตัวจริงแล้ว --- ผมรักคนนี้” ฮาริสยิ้มเผล่ ดวงตากรุ้มกริ่ม

“ฮั่นแน่” ฉันร้องแซว “ในที่สุดสินะ... น้องพี่จะได้เลิกทำให้สาวๆ หยุดร้องไห้เสียที”

“ฮะๆๆๆ ว่าไป ---” ฮาริสหัวเราะขำ “เอ้อพี่ฟา”

“ฮึ ?”

“ถ้าผมจะชวนซัลมาไปเที่ยวกับครอบครัวเราด้วยจะได้ไหมครับ”

“ได้สิ ใครจะว่า” ฉันอนุญาต เดี๋ยวนี้เรื่องหนุ่มสาวคบกันเปิดกว้างกันหมดแล้ว อยู่กินกันก่อนแต่งทั้งนั้น ดีกว่ากีดกันแล้วไปลักลอบได้เสียกันอยู่ข้างนอก ทำอะไรผิดถูกบ้างก็ไม่รู้ ฉันยอมให้น้องทำแล้วอยู่ในสายตาครอบครัวดีกว่าปล่อยให้ไกลหูไกลตาแบบนั้น

“ขอบคุณครับพี่” ฮาริสลิงโลด โผมากอดฉันหน่อยหนึ่ง

“แล้วเมียบีรล่ะ ลางานได้ไหม จะได้ไปเที่ยวกันครบทั้งครอบครัว” ฉันถามถึง...ตัสกีน ภรรยาของอาบีร พวกเขาสองคนคบหากันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย พอเรียนจบ ทำงานกันได้หนึ่งปีก็จัดงานแต่งใหญ่โต สองคนนี้รักกันมาก...ฉันรู้ดี เห็นน้องมีความสุขแบบนั้นคนเป็นพี่มีหรือจะไม่ชื่นใจตาม

“เธอคงไปไม่ได้แล้วละครับ” อาบีรหน้าหมองเศร้า

“อ้าว ทำไมล่ะ ?”

“ผมกับกีน...เราหย่ากันแล้ว”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว
7.9
หลังเข้าพิธีวิวาห์ ชีวิตที่วาดฝันไว้คือความเรียบง่ายตามขนบธรรมเนียมของผู้หญิงที่ออกเรือนแล้ว ซึ่งไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาตรากตรำทำนาหรือรับผิดชอบงานล้างจานอันเหน็ดเหนื่อย หน้าที่หลักมีเพียงการปรนนิบัติดูแลสามีและเลี้ยงดูลูกน้อยอยู่กับบ้านอย่างสงบสุข โดยไม่ต้องแบกรับภาระเรื่องการเรียนหนังสือให้วุ่นวายใจอีกต่อไป ทว่าความเป็นจริงกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เมื่อสามีของเธอไม่ได้ปล่อยให้เธอได้นั่งพักผ่อนอยู่บ้านเฉยๆ อย่างที่เคยหวังไว้
หน้าปกนวนิยาย สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน
7.9
เมื่อเจ้าบ่าวหนีงานแต่ง เฉียวซิงเฉินจึงตัดสินใจคว้าชายแปลกหน้ามาจดทะเบียนสมรสแทนเพื่อประชดรัก ทว่าสามีใหม่ของเธออย่างลู่ถิงเซียวกลับถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงคุณชายไร้ค่าของตระกูลลู่ ท่ามกลางเสียงเยาะเย้ยและคำเตือนจากอดีตคนรักที่ทรยศ เธอเลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างเขาและประกาศว่าทั้งคู่รักกันหวานชื่น แต่แล้วความจริงก็ปรากฏเมื่อตัวตนลับของเขาถูกเปิดเผยว่าคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่พร้อมจะคุกเข่ามอบแหวนเพชรล้ำค่าและดูแลเธอไปชั่วชีวิต
หน้าปกนวนิยาย นายหัวขาปรานีหนูหน่อย
8.9
นายหัวอารัณย์เคยพยายามหักห้ามใจโดยอ้างว่าเพลงขวัญยังเด็กเกินไปและไม่ใช่ผู้หญิงในอุดมคติ แต่สุดท้ายเขากลับพ่ายแพ้ต่อความต้องการและลุ่มหลงในรสชาติของหญ้าอ่อนจนถอนตัวไม่ขึ้น แม้ฝ่ายหญิงจะอ้อนวอนขอความปรานีเพราะร่างกายเริ่มรับไม่ไหว แต่การตอบสนองที่สวนทางกับคำพูดของเธอกลับยิ่งกระตุ้นให้ชายหนุ่มอยากครอบครองเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จักพอ บทพิสูจน์ความอดทนครั้งนี้จะสิ้นสุดลงที่ตรงไหน เมื่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขาดูเหมือนจะไม่มีวันจางหายไปง่ายๆ
หน้าปกนวนิยาย สัมผัสร้ายนายวิศวะ
7.8
ณดาพยายามต่อต้านการหมั้นหมายกับดีเอ็ม รุ่นน้องวิศวะสุดอันตรายที่เธอตราหน้าว่าเป็นคนมักมากและไม่รู้จักพอ แม้เธอจะประกาศกร้าวว่าไม่มีวันยอมรับผู้ชายคนนี้ แต่ท่าทีดุดันของเขากลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ดีเอ็มไม่สนความเกลียดชังที่เธอมีให้ เมื่อครอบครัวเสนอเธอมาให้มีหรือที่เขาจะปล่อยไปง่ายๆ เขาตัดสินใจใช้กำลังคุกคามเพื่อสั่งสอนคนปากดีให้รู้สำนึก พร้อมเปลี่ยนสถานะจากว่าที่คู่หมั้นให้กลายเป็นเมียด้วยความโมโหที่ถูกสบประมาทอย่างรุนแรง
หน้าปกนวนิยาย KEEP IN MIND l แค้นฝังใจ!
8.5
เมื่อความเจ็บปวดจากการเห็นคนสำคัญต้องทนทุกข์ทรมานกลายเป็นเชื้อไฟแห่งความโกรธแค้น ชายหนุ่มผู้เย็นชามีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือการทวงคืนความยุติธรรม เขาพร้อมจะมอบบทเรียนที่ยากจะลืมเลือนให้กับเด็กหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องราวเลวร้ายทั้งหมด บาปที่อีกฝ่ายจงใจก่อขึ้นจะต้องถูกสะสางด้วยน้ำมือของเขาแต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความแค้นที่ฝังรากลึก เขาจะพิพากษาและชำระล้างความผิดนี้ให้จบสิ้นด้วยวิธีการของเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย อสูรร้อนซ่อนรัก
9.1
สำหรับเธอแล้วเขาคืออสูรร้ายอันตรายที่ไม่ควรเข้าใกล้ ทว่ายิ่งพยายามถอยห่าง เขากลับยิ่งรุกไล่ตามติดประหนึ่งนักล่าที่จ้องตะครุบเหยื่อโอชะ และจะไม่มีวันหยุดจนกว่าจะได้ครอบครองสมใจ เมื่อเผชิญแรงกดดันและสถานการณ์บีบคั้นที่เลี่ยงไม่ได้ หญิงสาวจึงจำต้องยอมทอดกายเป็นของเล่นชั่วคราวให้เขาเชยชม แต่ท่ามกลางเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่แผดเผา ความผูกพันลึกซึ้งกลับเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจของคนทั้งคู่โดยไม่ทันตั้งตัวในที่สุด