
หัวใจร้ายวิ่งราวรัก
ตอน 2
2
กัดไม่ปล่อย
“!!!”
เพียงประโยคเดียวแต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวงสนทนา
“ดะ...ได้ไง ?!” ฉันหลุดร้องครางเสียงหลง ตะลึงไม่น้อย
“ธะ...เธอคบชู้ครับ สวมเขาให้ผมอยู่เกือบปี เดือนที่แล้วเพิ่งจะเห็นคาตา ผมหย่ากับเธอได้สองอาทิตย์แล้วครับ”
“อะไรนะ !” ฉันช็อกไปเลย ไม่อยากเชื่อว่าน้องสะใภ้จะทำแบบนั้นกับอาบีรได้ลงคอ เป็นไปได้ยังไงพวกเขาสองคนรักกันจะตาย ทำไมเรื่องถึงออกมาเป็นแบบนี้ “บะ...บีรโอเคนะ ?”
“...”
น้องเม้มริมฝีปาก ฉันเห็นสภาพเขาก็รู้แก่ใจดีว่าอาบีรไม่โอเค ฉันเลยลุกไปนั่งข้างๆ เขา กอดปลอบตามประสาพี่คนโตที่คอยดูแลน้องๆ มาโดยตลอด
ฮาริสถึงกับโยนโทรศัพท์มือถือลงส่งๆ แล้วตามมานั่งลงอีกข้าง แตะไหล่เบาๆ บอกว่า
“ถึงพี่ไม่มีเมียก็ยังเหลือผม เหลือพี่ๆ และพ่อกับแม่อยู่นะ แล้วถ้าคิดจะหาสาวใหม่มาดามใจก็บอกผมได้เลย เดี๋ยวผมจะแนะนำให้ สวยฟาดทั้งนั้น”
“ฮะๆๆๆ” อาบีรหัวเราะทั้งน้ำตา ยีหัวน้องชายคนเล็กอย่างมันเขี้ยว “ขอบใจเว้ยไอ้น้อง”
ฉันน้ำตาไหล เราห้าคนพี่น้องสนิทกันมาก เพราะฉันไม่เคยปล่อยให้พวกเขาอยู่ตามลำพังในยามที่เกิดปัญหา ใครเกิดอะไรขึ้นจะมีอีกคนเสมอที่จะมาปลอบใจอยู่เคียงข้าง...
ฉันเห็นพ่อกับแม่นั่งมองพวกเราแล้วก็ยิ้มตื้นตันใจ
เช้าวันต่อมา
เราเดินทางไปพักผ่อนตากอากาศประจำปีทางภาคเหนือของเบรย์เมนพลอสในจังหวัดซาละซะห์ โดยเอารถตู้ไปสี่คัน ขนทุกคนไปหมดรวมถึงคนรับใช้ในบ้านด้วย ฉันตั้งใจไว้แล้ว เหล่าแม่บ้าน คนสวนและคนขับรถจึงต่างดีใจกันยกใหญ่
ฮาริสขับสปอร์ตไปกับแฟนต่างหาก ฉันไม่ได้ว่าอะไรน้อง เข้าใจเด็กมันกำลังคึกคะนองก็ต้องปล่อยไป ใครจะว่าฉันตามใจน้องมากไปก็ช่างปะไร ก็ฉันรักของฉันนี่นา...
“เสียดายนาดาน่าจะร่วมทริปเดินทางมาด้วยกัน” ฉันบ่น น้องสาวคนที่สามนี้ตามมาไม่ทัน ยังวุ่นวายกับการผ่าตัดไม่เสร็จ
“นั่นสิครับ แต่เสร็จงานก็คงตามขึ้นมาเอง” อาบีรไหวไหล่
“จ้ะ เห็นว่าจะบินขึ้นมาถึงเย็นวันพรุ่งนี้” ฉันบอก
“ครับ เดี๋ยวก็เจอกัน”
“อื้ม แล้วนี่ถึงไหนแล้วเนี่ย” ฉันชะเง้อมองไปนอกหน้าต่าง
“เข้าเขตจังหวัดซิตตะห์แล้วครับ น่าจะไม่เกินสามสี่ชั่วโมงก็ถึงที่พัก”
“จ้ะ” ฉันผงกหัวรับ หันไปชวนพ่อกับแม่คุยบ้าง
ราวสี่ชั่วโมงก็เดินทางมาถึงวิลล่าสุดหรูที่ฉันจองไว้ประมาณสิบวัน ด้านหน้าเป็นวิวทะเลสาบสวยงาม ส่วนด้านหลังเป็นวิวภูเขาฟิพตะห์สุดโด่งดัง มีหิมะสีขาวขึ้นคลุมอยู่บนยอดเขา ฉันจองไว้ทั้งหลังเลย สูญเงินไปเกือบเจ็ดหลักแต่ไม่คิดเสียดาย เพื่อความสุขสบายและความเป็นส่วนตัวของครอบครัวฉันเอง
เราแยกย้ายกันเข้าห้องส่วนตัว เก็บกระเป๋าสัมภาระ นานอึดใจใหญ่ก็ออกมารวมตัวกันที่โซนด้านหน้า ซึ่งจัดไว้เป็นห้องนั่งเล่นกว้างขวางและร่มรื่น
“ผมหิวแล้วครับ ---” ฮาริสลูบท้องป้อยๆ
“ป่ะ งั้นก็ไปหาอะไรกินกันข้างนอก” ฉันบอก ลุกขึ้นยืน “เชิญทุกคนเลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ ทริปนี้ฟาจ่ายไม่อั้น ใครอยากได้อะไรหรืออยากซื้อของอะไรก็จัดหนักได้เลย ฟาจะให้พอกเกตมันนีทุกคนคนละหนึ่งแสนเป็นของขวัญปีใหม่ล่วงหน้าค่ะ”
“เฮ !!!”
คนรับใช้ทั้งสิบคนร้องรับกันสนั่นหวั่นไหว ดีอกดีใจกันถ้วนหน้า
กาเบรียล...ปาปารัสซี่หนุ่มวัยสี่สิบปีตามแอบถ่ายฉันกับครอบครัวไม่ห่างระหว่างเราเดินเท้าไปร้านอาหารซีฟู๊ดใกล้ๆ กับที่พัก ผู้ชายคนนี้กัดไม่ปล่อยจริงๆ ไม่ว่าฉันจะเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตที่ประเทศไหนเขาก็จะตามไปทุกที่เหมือนผีที่คอยตามหลอกหลอน ตั้งแต่ฉันเริ่มเข้าวงการกระทั่งบัดนี้
“ปาปารัสซี่คนนั้นยังตามถ่ายพี่อยู่อีกเหรอ ?” แม้แต่อาบีรเองก็ยังจดจำได้
“ช่ายยย” ฉันส่ายหัวอย่างเอือมระอา
“ก็พี่เล่นไม่ทำอะไรสักอย่างนี่ครับ !” ฮาริสโพล่งขึ้นมา ท่าทางหัวเสียจัด “ตอบโต้ไปบ้างมันจะได้เลิกถ่ายเราทุกฝีก้าวแบบนี้ ผมรำคาญ !”
“ทำแบบนั้นเขาจะยิ่งเขียนข่าวโจมตีครอบครัวเราล่ะสิไม่ว่า” ฉันปรามแกมเตือนสติ “ทางที่ดีทำเป็นมองไม่เห็นเขาเหมือนไม่มีตัวตนจะดีกว่า เขาอยากถ่ายอะไรก็ให้เขาถ่ายไปเถอะ พี่ไม่มีความลับอะไรอยู่แล้ว”
“พี่ก็แบบนี้แหละ ฮึ่ย !” เจ้าตัวป่วนฮึดฮัด รีบจ้ำเดินหนีฉันไปเลย เฮ้อ...เจ้าน้องคนนี้ ฉันอยากจะโกรธเขาแต่ก็ไม่เคยโกรธลงเลย...
“ผลของการตามใจมาก ---” อาบีรยื่นหน้ามากระซิบแซว
“ฮะๆ” ฉันโคลงหัว ระบายยิ้มอ่อนๆ “ก็มีกับเขาแค่คนเดียวนี่เนอะ ยอมได้ก็ยอมไปเถอะบีร”
อาบีรไม่พูดอะไร ส่ายหน้ายิ้มๆ เท่านั้น
“กรี๊ดดด ! ฟาร่า อ๊ายยย ดีใจจัง !”
ชาวเมืองซาละซะห์เมื่อเห็นฉันเดินผ่านก็ร้องกรี๊ดกร๊าด โบกไม้โบกมือส่งมาทักทาย ฉันเบี่ยงตัวเดินไปหาพวกเขาให้เหล่าแฟนคลับถ่ายรูปพร้อมกับแจกลายเซ็น
“ตัวจริงสวยจังเลยค่ะ กรี๊ดดด !” แฟนคลับคนหนึ่งร้องบอก ยิ้มกว้างสดใส
“ขอบคุณค่ะ” ฉันพยักหน้ารับ ก่อนกวาดถามรวมๆ ว่า “น้องๆ ได้ฟังซิงเกิ้ลล่าสุดกันหรือยังคะ”
ฉันมองบรรดาผู้คนที่มามุงล้อมนับสิบๆ คน โดยมีบอดี้การ์ดคอยคุมเข้มไม่ห่างกาย
“ฟังแล้วค่ะ ความหมายดี จังหวะมันมาก พี่ฟาเต้นสวยคมชัดกระแทกตามากเลยค่ะ” ผู้หญิงรุ่นน้องคนหนึ่งชื่นชม
“โอ๊ย ขอบคุณค่ะ ได้ยินแบบนี้ก็ปลื้มใจ มีกำลังใจผลิตอัลบั้มต่อไปเลยค่ะ ขอบคุณนะคะสำหรับการติดตามผลงาน”
เกือบครึ่งชั่วโมงที่ฉันยืนพูดคุย ถ่ายรูปกับเหล่าแฟนคลับ เพราะมีคนเหล่านี้...ฉันถึงมีวันนี้ วันที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก’ ขอบคุณจริงๆ...
คืนนั้นอากาศลดลงเหลือเจ็ดองศา ที่นี่เวลาหนาวก็หนาวมากแม้จะอยู่ในตะวันออกกลาง พ่อกับแม่เข้าไปพักผ่อนแล้วเพราะเดินทางกันมาไกล คนรับใช้อยู่คนละส่วนกันเลยดูไม่อึดอัด จึงเหลือเราสามคนพี่น้องกับแฟนสาวของฮาริสที่นั่งอยู่คุยกันในโซนห้องนั่งเล่น
“พรุ่งนี้จะไปเที่ยวไหนคะพี่ฟา” ซัลมา...เอ่ยถาม เด็กสาวคนนี้หน้าตาสะสวย รูปร่างสูงโปร่งราวกับนางแบบ ไม่แปลกใจเลยที่น้องชายคนเล็กของฉันจะตกหลุมรัก
ฉันบอกแพลนคร่าวๆ ว่าจะทำอะไรบ้าง เด็กสาวเพียงพยักหน้าหงึกหงักแล้วก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์มือถือต่อ
คุยกันไปคุยกันมาก็วกกลับมาที่เรื่องส่วนตัวของอาบีรดังเดิม ฉันอยากรู้เลยถามไปทื่อๆ ว่า
“ตอนนี้ตัสกีนอยู่ไหน”
อาบีรอึกอักไปเล็กน้อยแต่ก็ยอมตอบ
“เอ่อ ย้ายไปอยู่กับสามีใหม่เธอน่ะครับ” เขาสลดลง
“ให้ตายสิ...!” ฉันหลุดคราง
“โห หยามกันชัดๆ” ฮาริสเสียงดัง “เป็นผมหน่อยไม่ได้จะตามไปกระทืบเลย !”
ฉันกับอาบีรมองหน้ากัน สั่นหัว ไม่สนใจคำพูดน้องชายคนเล็ก
“ไม่อยากเชื่อจริงๆ นะว่ากีนจะเป็นผู้หญิงแบบนั้นไปได้” ฉันคิดไม่ถึง
“ฮะ ผมก็ไม่เชื่อกับตัวเองเหมือนกัน นึกว่าฝันไปด้วยซ้ำ แต่ภาพมันก็คาตาชัดเจนคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลย ผมถามเธอว่าทำไม...เธอก็ตอบแบบในละครเลยว่าผมไม่มีเวลาให้ เธอเหงา...”
“โอ้โฮ ยังจะมีคนพูดประโยคคลาสสิกแบบนั้นอยู่อีกเหรอเนี่ย ให้ตายเถอะ ผมว่านะเมียพี่เขาอยากจะมีผัวใหม่มากกว่าแต่ทำมาอ้างนู่นอ้างนี่” ฮาริสโวยวายลั่น
“ให้มันน้อยๆ หน่อยตาริส !” ฉันทำเสียงเข้ม ชักกรุ่นๆ ในอก
“ขอโทษคร้าบบบ”
“เย็นนั้นผมแค้นมาก เกือบจะชักปืนมาแล้วแต่ผมดันเหลือบไปเห็นภาพครอบครัวเราที่แขวนติดผนังเอาไว้ก่อน --- เลยยั้งสติทัน”
“คุณพระ...!” ฉันประหวั่น ตกใจ หากน้องชายสิ้นคิดยิงสองคนนั้นขึ้นมา ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะมีผลกระทบอะไรตามมาบ้าง โชคดีแค่ไหนที่เขาหักห้ามใจไว้ได้ทันเวลา “บีรต้องเข้มแข็งนะ ตั้งสติให้มากๆ ผู้หญิงไม่ได้มีคนเดียวจะหาใหม่อีกสักกี่คนก็ได้ แต่พี่ขอนะ...อย่าเอาอนาคตตัวเองไปทิ้งแบบนั้น เพราะบีรยังมีคนข้างหลังที่เขายังรักและห่วงใยบีรอย่างไม่มีเงื่อนไขอยู่”
“…” อาบีรน้ำตาไหล
“พยายามลืมผู้หญิงคนนั้นให้ได้ ในเมื่อกีนหมดรักบีรแล้วก็ต้องปล่อยเธอไป ถือว่าหมดบุญหมดวาสนาต่อกันนะ พี่จะอยู่เคียงข้างบีรเสมอ...ให้รับรู้เอาไว้ และพี่จะคอยเป็นกำลังใจให้ไม่ว่าบีรจะเผชิญกับปัญหาอะไรก็ตาม แต่บีรจะต้องก้าวผ่านเรื่องนี้ อย่าจดอย่าจำมันอีก”
คุณอาจจะชอบ





