หน้าปกนวนิยาย วิวาขัดดอก

วิวาขัดดอก

8.8 / 10.0
เพื่อชดใช้หนี้สินมหาศาลที่ผู้เป็นพ่อก่อเอาไว้ เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับว่าตนเองคือผู้หญิงในคลิปอื้อฉาวที่อยู่บนเตียงกับเจ้านายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล การก้าวเข้าสู่พิธีวิวาห์ที่ดูหรูหราสมบูรณ์แบบในสายตาคนภายนอก แท้จริงแล้วเป็นเพียงการแต่งงานเพื่อขัดดอกและใช้หนี้คืนเพียงเท่านั้น ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากข้อตกลงทางธุรกิจและพันธะหนี้สินที่ผูกมัดเธอเอาไว้กับบอสหนุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในฐานะภรรยาที่ไร้ซึ่งสิทธิ์เสียงใดๆ

วิวาขัดดอก ตอนที่ 1

การประชุมใหญ่ประจำปีของบริษัทเอสทีแอลเรียลเอสเต็ท ดีเวลล็อปเม็นท์คอนซัลติ้งจํากัดจบลงในเวลาสองทุ่มผู้เข้าประชุมทยอยออกจากห้องประชุมของบริษัทด้วยความเหนื่อยล้า การประชุมลากยาวมาตั้งแต่บ่ายโมงเพราะเรื่องที่ประชุมวันนี้เป็นเรื่องโปรเจกต์ใหญ่ที่บริษัทของเขาร่วมทุนกับนักลงทุนชาวต่างชาติเพื่อสร้างสร้างบ้านหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวน 10 หลังซึ่งแต่ละหลังราคาไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาทเพื่อขายให้มหาเศรษฐีชาวต่างชาติที่ชอบในประเทศไทย

นอกจากนั้นยังมีโครงการคอนโดมิเนียมขนาดกลางอีก 100 ยูนิต กลางสุขุมวิทซึ่งราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 15 ล้านบาทไปจนถึง 80 ล้านบาท

ภาคินชายหนุ่มวัย 31 ปีถึงมีซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโครงการนี้ถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังจากที่ผู้บริหารคนอื่นออกจากห้องประชุมไปแล้ว

“มัดหมี่คุณรีบกลับไหม” เขาถามเลขาที่กำลังเก็บของเตรียมจะเลิกงาน

“ไม่ค่ะบอสมีอะไรจะใช้มัดหมี่คะ”

“เปล่าหรอกผมแค่กำลังสงสัยว่าทำไมจู่ๆ คุณยายถึงขึ้นราคาที่ดินจากเดิมที่ตกลงกันไว้แค่สิบล้านแล้วจู่ๆ เปลี่ยนมาเป็น สิบห้าล้าน ผมว่าเรื่องนี้มันต้องมีเบื้องหลังแน่ๆ คุณคิดเหมือนผมไหม"

“มัดหมี่ก็คิดเหมือนบอสเลยค่ะ ที่ดินของคุณยายมันก็ไม่ได้มากเท่าไหร่และก็ไม่เป็นปัญหาถ้าหากว่าเราจะไม่ได้ที่ดินตรงนั้น เพราะบอสซื้อก็เพราะอยากสร้างศาลาริมน้ำใช่ไหมล่ะคะ” เลขาสาวก็สงสัยเรื่องนี้

“ผมว่าถ้าราคาแบบนี้คงต้องไปคุยกับคุณยายอีกทีเพราะถ้าโครงการของเราเสร็จที่ตรงนั้นจะกลายเป็นที่ตาบอดทันที ผมไม่อยากรังแกคนแก่”

“มัดหมี่สงสัยว่าทำไมจู่ๆ ท่านถึงเปลี่ยนใจหรือว่ามีใครไปพูดอะไรให้ยายขึ้นราคา แต่คนที่บอกก็คงไม่รู้เรื่องโครงการเท่าไหร่เพราะถ้ารู้จริงคงไม่กล้าบอกให้ยายขึ้นราคา”

“นั้นสิ ผมอยากรู้เหมือนกันว่ามีใครเป็นคนไปพูดอีกอย่างครั้งนี้ยายเขาไม่ได้บอกเราโดยตรงๆ แต่บอกผ่านมาทางสุวิจักขณ์อีกที”

“หรือคุณสุวิจักขณ์จะมีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้คะ”

“คุณคิดอย่างนั้นเหรอมัดหมี่”

“มัดหมี่ก็ไม่อยากจะใส่ร้ายหรอกนะคะ เพราะคุณสุวิจักขณ์เธอเป็นญาติของบอสแต่พักหลังมานี่มัดหมี่ได้กลิ่นแปลกๆ”

“แปลกยังไง”

“พ่อบอกว่าเจอคุณสุวิจักขณ์ในบ่อน”

“นี่พ่อคุณยังเข้าบ่อนอีกเหรอไหนว่าเลิกเล่นแล้ว”

“เลิกแล้วค่ะ พ่อเคยเล่าให้มัดหมี่ฟังตั้งแต่สองเดือนก่อน”

“ผมนึกว่าพ่อคุณกลับไปเล่นการพนันอีกแล้ว”

“ถ้าพ่อยังไปเล่นการพนันอีกคราวนี้มัดหมี่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไงแล้วนะคะ แค่มัดหมี่ต้องมาทำงานและรับเงินเดือนแค่ครึ่งเดียวมันก็ลำบากมากพออยู่แล้ว”

"คุณรับผิดชอบหนี้ทั้งหมดคนเดียวเลยเหรอ แล้วแฟนคุณล่ะ ได้ช่วยบ้างไหม"

“บอสหมายถึงพี่ต้นเหรอคะ”

“อือ เขาได้ช่วยเหลือบ้างไหม” เขาเคยเห็นแฟนหนุ่มของเลขามารับอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ค่อยได้คุยกันบ่อย

“มัดหมี่กับเขาเลิกกันไปแล้วค่ะ”

“ถึงว่าช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นเขามารับคุณเลย” ภาคินแอบยิ้มในใจเพราะเขาไม่ค่อยชอบแฟนของเลขาเท่าไหร่ ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ชอบ

"มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า หรือคุณไม่ค่อยมีเวลาให้เขา"

“ไม่เกี่ยวกับเรื่องเวลาหรอกค่ะ เรื่องนี้มันเกี่ยวกับพ่อ"

"เรื่องที่พ่อคุณเป็นหนี้สองล้านน่ะเหรอ”

“ค่ะ พี่ต้นเขาไม่อยากเอาตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาไม่อยากรับผิดชอบเรื่องนี้”

“มันก็พูดยากนะ คุณคงเสียใจมาก”

“ก็นิดหน่อยค่ะ แต่มัดหมี่เข้าใจค่ะ เขาไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียเลยก็คงกลัวที่จะต้องคบกับคนที่มีหนี้สินแบบมัดหมี่”

“แต่คนเราถ้ารักกันจริงๆ ผมว่าจะต้องช่วยเหลือกันเวลาที่ลำบากนะ”

“โธ่บอสคะเงินสองล้านมันไม่ใช่น้อยๆ เลยต่อให้รักมากแค่ไหนก็ไม่มีใครเขาทุ่มเทเพื่อผู้หญิงคนเดียวหรอกค่ะ”

“ผมก็ไม่รู้ว่าคนอื่นเขาคิดยังไงแต่สำหรับผมถ้าลองรักใครแล้วเรื่องเงินมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่”

“จริงสิคะพูดถึงเรื่องความรักมัดหมี่เพิ่งนึกขึ้นได้วันนี้คุณว่านโทรมาบอกมัดหมี่ว่าเธอจะไปฉลองงานวันเกิดของเพื่อนแล้วให้บอสตามไปทีหลังค่ะ”

“ที่ไหนล่ะผับXXXค่ะ”

“เขาบอกไหมว่าผมต้องไปถึงกี่โมง”

“ไม่ได้บอกค่ะ”

“เพื่อนคนนี้ชื่ออะไรคุณรู้ไหม”

“น่าจะชื่อเชอร์รี่นะคะ”

“ไม่ใช่แล้วล่ะ”

“ไม่ใช่อะไรคะ”

“ก็คนที่ชื่อเชอร์รี่เพิ่งเกิดไปเดือนที่แล้วผมว่า ว่านคงจะหาข้ออ้างเที่ยวแล้วให้ผมตามไปจ่ายเงินมากกว่า”

“ไหนบอสบอกว่าถ้ารักแล้วเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา” หญิงสาวถามกลับอย่างสงสัย

“มันก็จริงแต่จริงนะแต่เรื่องบางเรื่องมันก็ไม่จำเป็นจะต้องจ่าย” ที่พูดแบบนี้เพราะเริ่มจะเบื่อผู้หญิงที่ชื่อว่านหรือวาริสานางแบบที่เจอกันเพราะเขาจ้างให้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์เมื่อหลายเดือนก่อน

“แต่เงินแค่นั้นมันอาจจะน้อยนิด”

“คุณอาจจะเห็นผมมีเงินมากมายรวยล้นฟ้าแต่กว่าผมจะมาถึงวันนี้ได้ผมก็ลำบากมาเหมือนกันเพราะฉะนั้นการใช้เงินของผมทุกบาททุกสตางค์มันต้องคุ้มค่าและมีเหตุผล”

“มัดหมี่ไม่เข้าใจบอสเลยค่ะเมื่อกี้บอสบอกว่ายอมจ่ายเพื่อคนรัก มาตอนนี้บอกว่าการใช้เงินทุกอย่างต้องมีเหตุผล”

“อย่าว่าแต่คุณเลยมัดหมี่ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวผมเหมือนกัน” ภาคินหัวเราะให้กับความคิดของตัวเอง

“บอสมีอะไรจะใช้มัดหมี่อีกไหมคะ”

“ไม่นะ”

“นี่มันก็ดึกแล้วถ้าไม่มีอะไรมัดหมี่ขอตัวกลับเลยนะคะ”

“แล้วจะกลับยังไงดึกแล้วนะรถเมล์น่าจะหมด”

“เรียกแท็กซี่ไปก็ได้ค่ะ”

“คอนโดคุณ ยังอยู่ที่เดิมใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ”

“เดี๋ยวผมไปส่งก็แล้วกัน”

“บอสต้องไปหาคุณว่านอีกนะคะ”

“วันนี้เหนื่อยมาก ผมอยากกลับไปพักมากกว่า”

“แต่คอนโดของมัดหมี่ไปคนละทางกับบ้านของบอสนะคะ”

“คืนนี้ผมว่าจะไปค้างที่คอนโดของผมน่ะ” เขาถอนหายใจเมื่อนึกถึงบรรยากาศที่บ้าน ภาคินไม่รู้ว่ามารดาของตนคุยกับใครมาเพราะทุกครั้งที่เจอหน้าก็มักจะพูดถึงแต่เรื่องแต่งงาน ซึ่งมันไม่เคยมีอยู่ในหัวของชายหนุ่มเลย

อ่านต่อ

สารบัญ วิวาขัดดอก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้กุมอำนาจล้นมือพร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า กลับต้องมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้อ่อนโยนดั่งลูกกวางน้อยที่ตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่มีทางสู้และต้องยอมจำนนต่อการตัดสินใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าเขาจะเลือกบีบคั้นให้เธอมอดไหม้หรือจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ทว่าทุกสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้นั้นกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แสนเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจเธอจะต้านทานไหว ในเกมแห่งความรักและความใคร่นี้เธอจึงติดอยู่ท่ามกลางไฟพิศวาส
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย ร้ายรัก กลซาตาน
9.3
อคิน นฤปนาถ เจ้าของอาณาจักรการเงินระดับประเทศ ใช้เวลากว่าทศวรรษเพื่อตามหาฝาแฝด ดาหลาและกาสะลอง โดยหวังจะชดใช้ความผิดในอดีตที่เขาเคยทำลายครอบครัวของพวกเธอ ทว่าโศกนาฏกรรมในคืนนั้นที่ทำให้ทั้งคู่ต้องกลายเป็นกำพร้า กลับกลายเป็นรอยแผลลึกที่ไม่อาจเยียวยา แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่ความแค้นของสองพี่น้องยังคงฝังรากลึก เปลี่ยนดอกไม้ที่เคยอ่อนโยนให้กลายเป็นอาวุธเคลือบยาพิษที่พร้อมจะทำลายล้างชายที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตของพวกเธอ
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
ฟ้ารดาหญิงสาวผู้ถูกยมทูตส่งข้ามกาลเวลามายังกรุงอโยธยาอย่างไม่คาดฝัน ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำจนทำให้เธอตกหลุมรักทันที เมื่อหนทางกลับบ้านไม่มีอยู่จริง แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัวที่ไม่อยากให้เธอออกเรือน แม่หญิงผู้มีความมั่นใจคนนี้จะใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์สั่นคลอนหัวใจของนายช่างทองผู้เคร่งขรึมได้สำเร็จหรือไม่ในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้
หน้าปกนวนิยาย หวงรักเมียบังเอิญ
9.0
พบูสาวโสดวัยยี่สิบสี่ปีที่เพิ่งตกงาน ตัดสินใจออกเดินทางพักใจบนเรือสำราญหรูด้วยตั๋วฟรีที่ได้มาอย่างโชคดี ทว่าทริปในฝันกลับกลายเป็นพันธนาการที่เธอไม่อาจหลีกหนี เมื่อได้พบกับอาเชอร์ ชายหนุ่มผู้มั่งคั่งที่ถูกดึงดูดด้วยความงามราวกับดอกไม้ของเธอ เขาพยายามเข้าหาด้วยเล่ห์กลเพื่อเอาชนะการต่อต้านของหญิงสาว แต่เมื่อเขาได้ครอบครองเธอสมใจและตั้งใจจะสลัดทิ้ง อาเชอร์กลับพบว่าความรู้สึกที่มีต่อเมียบังเอิญคนนี้ซับซ้อนเกินกว่าจะตัดใจได้ง่ายอย่างที่คิดไว้
ตอน
อ่านเลย
แชร์