ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หัวใจรักซ่อนเร้น

หัวใจรักซ่อนเร้น

คิมฮัน ซุปตาร์หนุ่มผู้รักสนุกเพียงชั่วข้ามคืน กลับต้องสั่นคลอนเมื่อพบสาวปริศนาที่ทำให้เขารู้จักรักแรกพบ ทว่าความโอหังนำไปสู่การปะทะคารมจนเขาถูกตบหน้าอย่างจัง เหตุการณ์นี้จุดชนวนความโกรธและความปรารถนาให้ลุกโชน เขาจึงรุกไล่หวังครอบครองเธอด้วยจุมพิตที่เร่าร้อน แม้เธอจะพยายามซ่อนความอ่อนไหวภายใต้ท่าทีเย็นชาและคอยหลบหนีเพียงใด แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งไล่ต้อนหัวใจเธออย่างไม่ลดละ ในเกมรักที่ไม่อาจซ่อนเร้นนี้ ใครจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้แก่ความรู้สึกที่แท้จริง
ตอน
แชร์

ตอน 2

“อ้าว! ยังไม่นอนอีกหรือลูก...คิม! ” มารดาเขาถามด้วยความสงสัย

“ยังครับแม่ คิมนอนไม่หลับ ยังตื่นกับเหตุการณ์ตอนค่ำน่ะครับ” ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ และเข้าไปโอบกอดมารดา

“ตื่นเหตุการณ์หรือห่วงคนครับนายน้อย” เสียงลูกน้องคู่ใจแว่วมาอย่างล้อเลียน

“น้าแหยม” ชายหนุ่มหันมาถลึงตาใส่ลูกน้องคนโปรดของมารดากลบเกลื่อนอาการขัดเขิน

“โธ่... นายน้อยครับ ไอ้แหยมล้อเล่นนิดเดียว ทำเป็นโกรธ ก็ผมเห็นนายน้อยตางี้...” นายแหยมลอยหน้าลอยตาพูดพร้อมทำตาหวานซึ้งประกอบ สร้างความหมั่นไส้ขัดเขินให้ชายหนุ่มยิ่งนัก คุณมิลานเห็นท่าบุตรชายกับคนสนิทจะต่อความกันยาวเหยียดก็รีบขัดตาทัพขึ้น

“พอทีเถอะนายแหยม... ไปนอนไป๊! เดี๋ยวฉันจะสั่งสอนแทนนายคิม”

“ไอ๊หยา... ไปล่ะหว่า ดุเชียวทั้งแม่ทั้งลูก” นายแหยมทำท่าสะดุ้งประกอบคำก่อนรีบโกยแนบหลบไป

“ดูซิครับแม่ แม่ล่ะให้ท้ายน้าแหยมจนไม่รู้ใครนายใครบ่าว” ชายหนุ่มอดค่อนขอดไม่ได้

“เถอะน่าคิม ไม่มีใครนายใครบ่าวล่ะลูก น้าแหยมน่ะเป็นคนเก่าแก่ เขาคอยช่วยเหลือแม่มาตลอดนะ คิมต้องให้ความเคารพเขาเหมือนญาติคนหนึ่ง” มารดาปรามเขาเบาๆ

“โธ่... แม่ครับคิมล้อเล่นน่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยอ้อนเสียงอ่อน

“ฮึ! รู้ตัวว่าผิดล่ะก็อ้อนทุกทีเชียวน่า มันก็น่าให้นายแหยมล้ออยู่หรอก อาไร้...! ไม่รู้จักเขาซะหน่อยแต่ตาลูกน่ะมันฟ้อง”

“โธ่... แม่ครับ เขาตกที่นั่งลำบาก คิมก็แค่อยากช่วยเหลือ แล้วก็เป็นห่วงตามมนุษยธรรมน่ะครับ”

“แน่ใจนะว่ามนุษยธรรม เอ๊ะ!! หรือว่าคิมของแม่ไปรู้จักมักจี่กับเขา หรือไปหักอกเขามา ถึงได้ตามมาฆ่าตัวตายแถวนี้น่ะฮึ” มารดาแกล้งหยั่งเชิงบุตรชาย

“โอ้โฮ...! แม่คร้าบ! นี่ถ้าบอกว่าคุณแม่เป็นนักเขียนนิยายคิมว่าต้องขายดีแน่ครับ หน้าตาเขาเนี่ยคิมเพิ่งเห็นก็ครั้งนี้ล่ะครับ ที่สำคัญนอกจากแม่แล้วคิมก็ไม่เคยแลตามองใครเลยนะครับ แล้วจะไปหักอกใครได้ล่ะครับ”

“นั่นปะไร พูดแค่นิดเดียวแก้ตัวซะยาวเหยียด ไปนอนไป๊! พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้าไม่ใช่รึ”

“ครับแม่ เอ่อ...ว่าแต่ว่า เขาเป็นไงบ้างล่ะครับ”

“ฮื้อ...ที่รอแม่นี่แสดงว่าอยากรู้เรื่องเขามากกว่าห่วงแม่ล่ะสิ”

“โธ่...แม่ล่ะก็ คิมมีสิทธิที่จะรับรู้นะครับว่าคนที่คิมช่วยชีวิตไว้น่ะเป็นตายร้ายดียังไง ส่วนแม่น่ะต้องห่วงที่หนึ่งอยู่แล้วล่ะครับ”

“จ้าพ่อนักมนุษยธรรม เธอปลอดภัยดีแล้วล่ะลูกแต่ต้องดูอาการที่ห้องไอ.ซี.ยู ก่อน ไม่รู้เธอเป็นใครมาจากไหนเราคงต้องดูแลเธอก่อนล่ะ” คำตอบจากมารดาทำให้ชายหนุ่มพอใจยิ่งนัก อย่างน้อยเธอก็ปลอดภัยแล้ว

“คิมรู้อยู่แล้วล่ะครับว่าคุณแม่ของคิมน่ะเป็นผู้หญิงที่ใจดีที่สุดในโลก”

“ไม่ต้องปากหวานจ้า คราวนี้จะนอนได้รึยังล่ะ” มารดายิ้มให้ด้วยความอ่อนโยนยามมองดูบุตรชาย

“คืนนี้คิมนอนกอดแม่ได้ไหมครับ เพราะคิมจะไม่ได้เจอแม่อีกหลายวัน” เขาไม่วายออดอ้อนมารดา

“ทำตัวเป็นเด็กน้อยไปได้ เอ้านอนก็นอน”

“ขอบคุณครับแม่ คิมรักแม่นะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยบอกรักมารดา แต่ในใจลึกๆ ไม่วายคำนึงถึงหญิงสาวผู้ที่เขาช่วยเหลือชีวิตไว้ อาการหวั่นไหวภายในเกิดขึ้นไม่รู้ตัว หากเป็นไปได้เขาอยากไปดูเธอตั้งแต่นาทีนี้ ให้ตายเถอะพรุ่งนี้เขาไม่อยากไปเลย มันทำให้เขาต้องพลาดการไปดูอาการของเธออีกหลายวัน

‘หลับฝันดีนะสาวน้อยของฉัน แล้วเราจะได้เจอกัน’

*************************************

“อาการเป็นไงบ้างคะคุณหมอ” คุณมิลานเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรนหลังจากหมอตรวจเยี่ยมอาการของคนไข้แล้ว เธอรู้สึกกังวลใจไม่น้อยกับอาการของหญิงสาวนิรนามที่บุตรชายช่วยชีวิตไว้ ถ้าหากหญิงสาวเป็นอะไรไปเธอเองก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรต่อไป

“อาการดีขึ้นแล้วครับ จากการตรวจเช็คสมองแล้วไม่ได้รับความกระทบกระเทือนอะไรมาก เลือดที่ออกใต้เยื่อหุ้มสมองมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นอันตรายอะไร ตอนนี้หมออยากให้เธอพักผ่อนมากๆ นะครับ” หมอหนุ่มอธิบาย

“แล้วทำไมเธอยังไม่ฟื้นอีกล่ะคะคุณหมอ” ถามต่ออย่างยังไม่คลายกังวล

“ความจริงคนไข้รู้สึกตัวแล้วครับ เพียงแต่หมอให้ยาเธอไปเมื่อสักครู่เธอจึงหลับไปด้วยฤทธิ์ยาน่ะครับ”

“ค่อยยังชั่วหน่อย” คุณมิลานถอนหายใจอย่างรู้สึกโล่งกับคำตอบที่ได้รับ เมื่อหมดข้อซักถามแล้วหมอหนุ่มจึงขอตัว

“ทำใจให้สบายนะครับ ผมขอตัวก่อน”

“ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ”

หลังจากคุณหมอเจ้าของไข้ออกไปแล้ว คุณมิลานก็หันมามองหญิงสาวที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงเบื้องหน้าของเธอเป็นหญิงสาวรูปร่างบอบบางใบหน้างดงามคนหนึ่ง แต่ตอนนี้ใบหน้างามนั้นยังดูซีดเซียวอยู่ คุณมิลานคิดว่าเธอคงต้องปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับด้วยไม่อยากให้เรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงบุตรชาย เพราะถ้าเรื่องนี้ล่วงรู้ถึงเหยี่ยวข่าวแล้วล่ะก็ เธอเชื่อว่าเรื่องราวจะถูกบิดเบือนจากความเป็นจริงและนำพาซึ่งความเสื่อมเสียมาสู่บุตรชายและหญิงสาวผู้นี้แน่นอน

ในเมื่อ ‘คิมฮัน’ เป็นทั้งนักร้องและดาราดังระดับซุปเปอร์สตาร์ของเมืองไทยที่ใครๆ ใคร่อยากรู้เรื่องราวส่วนตัวของเขาจนทุกวันนี้แทบหาความเป็นส่วนตัวไม่ได้ หากเรื่องนี้ถูกตีแผ่ออกไปว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับบุตรชายที่รักแล้ว คุณมิลานคิดว่ามันคงกลายเป็นข่าวอื้อฉาวซึ่งมันยากนักที่จะลบเลือน

เสียงกระแอมไอของลูกน้องคู่ใจดังเข้ามากระทบโสตประสาทดึงให้คุณมิลานหลุดออกมาจากห้วงความคิด

“ว่าไงนายแหยม”

“ไม่ว่าไงหรอกครับ เพียงแต่ผมเห็นพี่นั่งจ้องเธอตาไม่กระพริบมานานแสนนาน ก็เลยสงสัยว่าพี่มิลานกลัวเธอจะหายไปเหรอครับ”

“นายแหยม!” คนเป็นนายส่งเสียงเข้มเป็นการข่มขู่

“คร้าบ..!”

“คนกำลังเครียดมาพูดเล่นไม่ดูเวลา”

“โธ่..! อย่าโกรธเลยครับ คุณหมอก็บอกว่าเธอปลอดภัยแล้วและตอนนี้กำลังหลับอยู่ พี่มิลานทำเสียงดังเดี๋ยวเธอก็ตื่นหรอกครับ” ลูกน้องคู่ใจไม่วายทะเล้นด้วยอยากให้นายสาวอารมณ์ดี

“นี่!! ฝากไว้ก่อนเถอะนายแหยม จะไปไหนก็ไปไป๊ ตอนเย็นค่อยมารับฉัน ฉันจะอยู่ดูแม่หนูนี่สักหน่อย” คุณมิลานเอือมระอากับลูกน้องวัยกลางคนที่เปรียบเสมือนน้องชายเธอ

“งั้น...พี่มิลานมีอะไรให้ไอ้แหยมรับใช้อีกไหมครับ ถ้าไม่มีกระผมขอตัวกลับไปดูความเรียบร้อยที่บ้านพักก่อน ตอนเย็นจะมารับนะครับ”

“ไปเถอะ”

เมื่อลูกน้องคู่ใจออกไปแล้วคุณมิลานจึงเพ่งพิศใบหน้างามอีกครั้ง ใบหน้างามตอนนี้ราวกับคนหลับใหลอย่างสบายไม่มีวี่แววของคนบาดเจ็บเลยมิลานจึงรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง พลางเดินไปนั่งที่โซฟามุมห้องอ่านหนังสือเป็นการฆ่าเวลา หากว่าหญิงสาวตื่นขึ้นมาจะได้พูดคุยถามไถ่กันให้รู้เรื่องราว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทอแสงจันทร์
9.7
หากพี่ชายของจันทร์เจ้าขาไม่พาคนรักซึ่งเป็นน้องสาวของคมเพชรหนีไป ชีวิตเธอคงไม่ต้องกลับมาพัวพันกับอดีตคนรักที่จบกันไม่สวยอีกครั้ง ความบาดหมางในอดีตจากการที่เธอเป็นฝ่ายบอกเลิกและหนุนหลังให้น้องสาวเขาหนีการแต่งงาน กลายเป็นเชื้อไฟให้คมเพชรกลับมาทวงแค้นอย่างสาสม แม้ลึกๆ ทั้งคู่จะยังรักกัน แต่ความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกกลับเปลี่ยนเป็นสงครามที่ต่างฝ่ายต่างพร้อมฟาดฟันกันให้พังทลายลงไปข้างหนึ่ง ท่ามกลางคำดูถูกที่คอยตอกย้ำว่าหยดน้ำตาของเธอไม่มีค่าพอให้เขาเห็นใจ
หน้าปกนวนิยาย มาเฟีย​'จ้าว'ชีวิต  [ Mafia’s King ] SET : Romance Of Mafia 2nd
8.0
เมื่ออดัมจูงมือน้ำฟ้าเข้าไปในร้านขายยาเพื่อซื้อยาคุมกำเนิด บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเขินอาย หญิงสาวตกตะลึงเมื่อชายหนุ่มเอ่ยถามเภสัชกรถึงระยะเวลาที่เธอต้องอยู่กับเขา โดยเปรียบเทียบกับจำนวนเม็ดยาในแผง อดัมต้องการแสดงให้เห็นว่าพันธนาการระหว่างเขากับเธอนั้นยาวนานกว่าที่คิด จนเภสัชกรต้องเสนอขายยาให้ยกหลังถึงสี่ร้อยกล่องเพื่อตอบสนองความต้องการของมาเฟียหนุ่มผู้นี้ ในผลงานลำดับที่สองของซีรีส์ Romance Of Mafia ที่เข้มข้นและตราตรึงใจ
หน้าปกนวนิยาย รักต้องห้าม
8.2
นิยายรักแนวผู้ใหญ่ที่ตีแผ่ความปรารถนาและศีลธรรมผ่านสี่หญิงสาว นิชชาต้องเลือกระหว่างความถูกต้องกับความลุ่มหลงในรักที่ไม่ควรเกิด นีรนุชสะใภ้ตระกูลดังที่พยายามทำหน้าที่เมียและแม่ให้ดีที่สุด แต่กลับมีอดีตฝังใจที่สลัดไม่หลุด ด้านนันทิยาม่ายสาวผู้ครองตัวเป็นโสดเพื่อรักษาความทรงจำของสามีผู้ล่วงลับ ทว่าความต้องการทางกายกลับเริ่มทวีความร้อนรุ่ม ส่วนมีนาผู้เข็ดขยาดจากรักครั้งแรกต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจเมื่อมีชายสองคนเข้ามาพร้อมกันจนสร้างความหวั่นไหวที่ยากจะตัดสินใจได้
หน้าปกนวนิยาย Uncle on my moon คุณอากับหนูขา
9.6
จากความทรงจำวัยเด็กที่เคยวิ่งเล่นกับ ‘คุณอา’ ในวันวาน ‘จันทร์เจ้าขา’ กลับเติบโตขึ้นพร้อมหัวใจที่หวั่นไหวให้กับ ‘อินทัช’ อย่างถอนตัวไม่ขึ้น ความรู้สึกที่มีให้ชายหนุ่มไม่ใช่เพียงแค่ความผูกพันแบบอาหลานอีกต่อไป แต่คือความรักที่เต็มไปด้วยความปรารถนาจะพิชิตใจเขา หญิงสาวพยายามค้นหาทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนสายตาที่เขามองมาให้กลายเป็นความเสน่หา ไม่ว่าจะต้องพิสูจน์ความเป็นผู้หญิงหรือใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใด เพื่อให้อินทัชเลิกเห็นเธอเป็นเพียงเด็กน้อยและหันมารักเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง
หน้าปกนวนิยาย ยอดพธูเทพบุตร  [Demigod’s Bride]
8.0
ณิชาต้องประหลาดใจเมื่อภีมะมารับเธอไปทานมื้อเช้าตั้งแต่เจ็ดโมงตรง ชายหนุ่มในชุดกึ่งสูทสุดเนี้ยบเผยว่าเขาตื่นตีห้าเป็นกิจวัตรตามระเบียบวินัยอันเคร่งครัดของตระกูลมหาเศรษฐีที่ปลูกฝังไม่ให้ลูกหลานนอนตื่นสาย แม้หญิงสาวจะสงสัยในไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างและตารางชีวิตที่ดูจริงจังของเขา แต่ภีมะก็ยืนยันว่าในฐานะว่าที่สะใภ้ เขาจะยอมผ่อนปรนให้เธอได้ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์ของครอบครัว บทสนทนาเรียบง่ายนี้สะท้อนถึงตัวตนและจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่