ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เชลยทรายทาสชีคเถื่อน

เชลยทรายทาสชีคเถื่อน

เมื่อชีคอัฟฟานแห่งซาลได้พบมาราตี ตัวประกันสาวที่ถูกส่งมาสวมรอยเป็นพี่สาวเพื่อตบตาเขา ความงดงามของเธอกลับไม่อาจปิดบังความจริงจากสายตาอันคมกริบของเขาได้ ชีคหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือรู้สึกโกรธแค้นที่ถูกตระกูลของเธอคิดคดทรยศและพยายามปั่นหัวให้เขากลายเป็นคนโง่ มาราตีต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแผนการสลับตัวถูกเปิดโปงอย่างง่ายดาย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและแรงปรารถนาอันเร่าร้อน เธอต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดและความดุดันของชีคเถื่อนที่พร้อมจะแผดเผาหัวใจของเธอให้มลายสิ้นภายใต้เงื้อมมือของเขา
ตอน
แชร์

ตอน 2

อีกห้าปีอับดุลอาเหม็ดหัวหน้าเผ่ากัวลา มีภรรยาสาวอีกคนพร้อมให้กำเนิดบุตรสาว นามว่า มาราตี ซูไรละห์ ก่อนที่จะเสียชีวิตเพราะถูกลอบสังหารทั้งครอบครัวรวมถึงบุตรชายเพียงคนเดียวก็เสียชีวิตไปด้วย เหลือเพียงบุตรสาวเท่านั้นที่รอดชีวิต

ชีคอับดุลอาซิ ผู้เป็นน้องชายจึงสืบทอดการดูแลชนเผ่าต่อจากพี่ชายคนเดียว รวมถึงรับดูแลบุตรสาวคนเดียวในวัยแบเบาะที่ยังรอดชีวิตอยู่

อีกหลายปีต่อมาเขาจึงส่งบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาคนที่สอง คือ ซูไรดาและมาราตีผู้เป็นหลานสาว ไปอยู่รัฐซาลาล ดินแดนแห่งโหราศาสตร์และคำทำนาย โดยมีผู้ดูแลคือยะห์นาคนสนิทของกอมารียะห์ภรรยาคนที่สองของอดีตหัวหน้าเผ่า

ชีคคาลิฟ อาลี โซมาล ครองราชย์ได้สิบปีก็ทรงสวรรคต ด้วยวัย 55 ปี ทรงมีบุตรชายและบุตรสาวที่เกิดจากหญิงสาวในฮาเร็มรวมสิบสามคน เป็นบุตรชายหนึ่งคนกำเนิดจากนูรไอรินดามีนามว่าอัฟฟาน และบุตรสาวอีกสิบสองคนที่กำเนิดจากภรรยาอีกสามคน

ฮิจเราะห์ ศักราช (ฮ.ศ.) ที่ 1370

ชีคอัฟฟาน อาลี โซมาล วัย 26 ปี ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา หลังจากนั้นอีกสามปีมารดาก็เสียชีวิต

บทนำ

ชนเผ่ากัวลา: ดินแดนทะเลทรายทางตอนเหนือของซาล

(ฮ.ศ.) ที่ 1378 เดือนรอบิอุซ อาร์เคร

“พี่ยูดาผ้าผืนนี้สวยจัง” มาราตี หญิงสาววัย 18 ปี หยิบผ้าผืนสวยสีเขียวใบตองขึ้นมองด้วยดวงตาเป็นประกาย ผ้าพวกนี้ส่งมาจากทางตอนใต้ของรัฐ

ซูไรดา ซูไรละห์ วัย 20 ปี มองน้องสาวผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งเป็นบุตรสาวคนเดียวของอับดุลอาเหม็ดอดีตหัวหน้าเผ่ากัวลาผู้เป็นลุงด้วยความเอ็นดู

“สวยจ้ะ เป็นสีที่เจ้าชอบด้วยนี่”

หญิงสาวยิ้มแย้มชื่นชมกับผ้าคลุมผืนสวยที่เป็นงานฝีมือประณีตสลับกับลูกปัดสีสวยลวดลายงดงาม ยิ่งเมื่อน้องสาววางทาบกับหลังมือยิ่งขับผิวให้ผุดผ่องยิ่งขึ้น เพราะมาราตีเป็นหญิงสาวที่มีผิวขาวเนียนละเอียดงดงามเหมือนมารดาของนาง

นอกจากผ้าแล้วยังมีสิ่งทออย่างอื่นเป็นผ้าฝ้าย ผ้ายก ผ้าไหม ผ้าขนแกะอีกมากมายวางขายให้หาซื้อกันในโอกาสต่างๆ

ในตลาดคลาคล่ำไปด้วยร้านค้า ผู้คนจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคับคั่งหนาตา ช่วงนี้เป็นปลายฤดูใบไม้ผลิอันอุดมสมบูรณ์และมีฝนตกชุกมากกว่าเดือนอื่นๆ แต่เพราะเป็นดินแดนทะเลทรายจึงทำให้ฝนมีปริมาณน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ต่างๆ ในรัฐ

ท้องตลาดของชนเผ่ามีสินค้าต่างเมืองมากมาย ได้แก่ ผ้าแพรภัณฑ์ เครื่องปั้นดินเผา หม้อไหวางเรียงรายจนสุดทางรวมถึงของใช้อื่นๆ เช่นลูกปัดสี เครื่องแก้ว เครื่องโลหะ ตะเกียง ตะปู เข็ม บังเหียน ลูกบิดประตู กุญแจคล้องสายยู อาวุธ เครื่องหนัง กระเป๋า พรม เบาะ ฯลฯ

“เจ้าไม่เอารึ” ซูไรดาเลิกคิ้วถามน้องสาวเมื่อเห็นมาราตีวางผ้าผืนสวยลงดังเดิม

“สวยดีค่ะพี่ยูดา แต่ข้าขอดูของอีกหลายอย่างก่อน” สีหน้าของน้องสาวทำให้รู้ว่านางต้องการสินค้าชนิดอื่นอีก เพราะกลัวอัฐที่นำติดตัวมาจะไม่พอ

ตอนนี้บิดากำลังเจรจาเรื่องการค้าขายอยู่ด้านใน ทั้งสองจึงปลีกตัวออกมาเดินเล่นชมตลาด ข้าวของส่วนใหญ่ที่วางขายในตลาด ชนเผ่ากัวลาจะเป็นผู้ผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว แล้วค่อยนำมาจำหน่ายให้พ่อค้าคนกลางที่มีฐานะในรัฐออกวางขายให้ประชาชนอีกทีหนึ่งดังนั้นเม็ดเงินมหาศาลจึงไหลเข้ากัวลาแต่เพียงเผ่าเดียว

“พี่มีอัฐเพียงพอ เอาเถอะเดี๋ยวมีคนซื้อไปหรอก” ซูไรดาพูดเสียงหวาน

“งั้นข้าจองผืนนี้ไว้ก่อนเดี๋ยวกลับมาเอา ขี้เกียจถือ” มาราตีหันไปกำชับแม่ค้า

แม่ค้าพยักหน้ารับ

“งั้นไปกันเถอะ ดีเหมือนกันค่อยกลับมาเอา เพราะต้องเดินซื้อของอีก เดี๋ยวจะไปลืมทิ้งไว้ที่ร้านใดร้านหนึ่ง”

ซูไรดาจับมือน้องสาวเดินดูของไปเรื่อยๆ มีร้านขายสินค้าจำพวกอาหาร ได้แก่ เครื่องเทศ เกลือ อินทผลัม ผลไม้แห้ง ลูกเกด มะเดื่อ น้ำผึ้ง เนื้อตากแห้ง ธัญพืช ข้าวชนิดต่างๆ และสมุนไพรมองแล้วละลานตาไปหมด จนเลือกไม่ถูกว่าจะเอาสิ่งไหนดี

“เจ้าอยากกินอีกละสิ”

คำพูดรู้ใจทำให้มาราตียิ้มแก้มปริ แค่มองเห็นอินทผลัมเธอก็กลืนน้ำลายด้วยความหิว

ทั้งสองซื้ออินทผลัมก่อนเดินชมตลาดต่อไป อีกด้านของตลาดเป็นสินค้าพวกเครื่องสำอาง ขี้ผึ้ง ยาสูบ ธูป น้ำหอม คราม ซูไรดาหยิบเฮนน่าขึ้นมาดูก่อนซื้อเพื่อนำไปบำรุงผม

ทั้งสองซื้อของมากมายอย่างเพลิดเพลิน ก่อนที่ซูไรดาจะถามน้องสาวอีกครั้ง

“กลับไปซื้อผ้าคลุมผืนนั้นก่อน เดี๋ยวเจ้าจะลืม”

มาราตีหัวเราะเบาๆ เพราะเมื่อได้ของหลายอย่างถูกใจเธอก็ชักจะลืมเลือนไปเหมือนกัน

ซูไรดามองรอบกายที่พวกเธอยืนอยู่ จึงรู้ว่าเดินมาจนเกือบสุดตลาดซึ่งเป็นการค้าขายสัตว์ต่างๆ ที่ใช้เป็นพาหนะ เช่น ม้า อูฐ และเพื่อบริโภค เช่น แพะ แกะ พูดได้ว่าแม้กัวลาจะอยู่ในดินแดนทะเลทราย แต่ช่างเป็นดินแดนที่เป็นแหล่งการค้า เรียกได้ว่าขุมทรัพย์แห่งทะเลทรายเลยก็ว่าได้

“ข้าอยากได้ ไปเถิดพี่” มาราตีจูงมือพี่สาวกลับไปยังร้านขายผ้าร้านเดิม แต่ต้องผิดหวังเมื่อมีคนซื้อตัดหน้าไปเสียแล้ว เพราะแม่ค้าขัดคนที่มาขอซื้อไม่ได้ อีกอย่างเธอก็ไม่มั่นใจว่าลูกค้าที่จองไว้จะกลับมาเอาหรือไม่ ซึ่งมาราตีก็ไม่โทษแม่ค้าเพราะเข้าใจดีว่าอยากขายสินค้าให้ได้

แม่ค้าขายผ้าชี้ไปยังชายหนุ่มร่างสูงประมาณ 190 เซนติเมตร รูปร่างสูงใหญ่ บึกบึน แต่เธอเห็นเพียงด้านหลังเท่านั้น

“นั่นไง พี่บอกเจ้าแล้วว่าให้รีบซื้อ มีคนซื้อตัดหน้าไปแล้ว เขาคงซื้อไปให้คนรักหรือญาติที่เป็นหญิง” ซูไรดามองร่างสูงตามน้องสาวไปอีกคน

“ข้าเสียดายมากพี่ยูดา แต่ไม่เป็นไรหรอก วันหลังข้าอาจถูกใจผ้าผืนใหม่ ค่อยซื้อก็ได้” มาราตีทำหน้าผิดหวัง ก่อนจะหันไปเห็นชายฉกรรจ์สามคนกำลังลากหญิงสาวร่างบอบบางสามคนด้วยกิริยาฉุดกระชากลากถู

“พี่ยูดา ทำแบบนี้ได้อย่างไร ดูผู้หญิงพวกนั้นสิ ท่าทางพวกนางจะไม่เต็มใจ ไม่ได้แล้ว ข้าต้องไปช่วยนาง” มาราตีรีบเดินเข้าไปหาชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าว

“อย่าเลยรตี เรื่องของเค้าอย่าไปยุ่งเลย”ซูไรดาดึงแขนน้องสาวเอาไว้

“ไม่ได้พี่ยูดา ดูสิ... ใช้กำลังกับผู้หญิงได้ยังไง” มาราตีแทบทนไม่ไหวที่เห็นชายหนุ่มกลุ่มดังกล่าวทำรุนแรงกับหญิงสาวที่เธอก็ไม่รู้ว่าทั้งหมดเป็นอะไรกัน แต่ในซาลผู้ชายจะมีอำนาจมากกว่าผู้หญิง ไม่เหมือนรัฐซาลาล ดินแดนที่เธอไปอาศัยอยู่ จะให้เกียรติผู้หญิงพอสมควร

“รตีอย่าไปยุ่งเลย” ซูไรดาห้ามอีก แต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อน้องสาวคว้าคันธนูที่วางขายรวมกับสินค้าชนิดอื่นอันได้แก่ หนังแพะ หนังแกะ และงาช้าง

มาราตียิงธนูโดยใช้ลูกธนูสามดอกพร้อมกัน

...ธนูดอกแรกถูกที่มือของชายหนุ่มที่กำลังจะเงื้อมือตบหญิงสาวที่กำลังหวาดกลัวร้องไห้สุดชีวิต แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย เพราะคงคิดว่าเป็นทาสที่โดนนำมาขาย นอกจากสินค้ามากมายแล้ว ในดินแดนทะเลทรายแห่งนี้ยังมีการค้าขายทาสอีกเป็นจำนวนมาก

...ลูกธนูดอกที่สองปักที่ขาของชายหนุ่มอีกคน เพราะมาราตีคิดว่านอกจากตบยังจะกระทืบหญิงสาวที่กำลังร้องไห้ซ้ำ ส่วนลูกธนูดอกที่สามปักไปที่ผ้าโพกศีรษะของชายหนุ่มคนสุดท้ายที่กำลังกระชากแขนของหญิงสาวคนอีกคน จนผวาไปติดกับกำแพงร้านค้า

ด้วยความแม่นยำทำให้ชายหนุ่มกลุ่มดังกล่าวร้องโอดโอยอย่างน่าสงสาร!!!

“รตี” ซูไรดาอุทานเมื่อเห็นน้องสาวยิงชายฉกรรจ์สามคนแม่นยำทุกจุดเหมือนจับวาง และดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ใช่คนของซาล แต่มาจากรัฐอื่น

หญิงสาวที่ถูกทุบตีตัวสั่นรีบวิ่งเข้ามาหลบหลังมาราตีพร้อมกันด้วยความหวาดกลัว

สายตาคมสีเหล็กกล้ามองดูเหตุการณ์ด้วยความชื่นชม ร่างอรชรแต่ซุกซ่อนความอวบอิ่มเอาไว้ภายใต้เสื้อผ้างดงามที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอมแต่เก่งกาจเกินชายทำให้เขามองอย่างทึ่งๆ ถูกตาต้องใจจนต้องยืนปักหลักมองตาไม่กะพริบ

“ท่านถูกใจนางรึ” คนสนิทที่ตามติดและเป็นสหายรักทั้งสองมองตามสายตาของนายเหนือหัวด้วยความชื่นชมไม่ต่างกัน

ผู้มีศักดิ์สูงกว่าเพียงแต่หัวเราะเบาๆ ดวงตาเปล่งประกายประหลาด

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
หน้าปกนวนิยาย ตัดบัวไม่ให้เหลือใย ตัดใจไม่ให้เหลือรัก
8.7
เมื่อการเลือกคู่ครองผิดพลาดกลายเป็นตราบาปที่ทำลายทั้งชีวิต นางจึงต้องเผชิญกับความสูญเสียอันแสนสาหัสเกินกว่าจะทานทนได้ ในฐานะเจ้าเมืองผู้ทรงเกียรติ เขากลับเลือกปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดจนสามารถปกป้องผู้คนได้มากมายมหาศาล ทว่าเขากลับละเลยชีวิตของนางและคนในครอบครัวไปอย่างเลือดเย็น ทิ้งให้นางต้องสูญเสียลูกรักไปอย่างไม่มีวันกลับ พร้อมกับความพลัดพรากจากพ่อแม่และพี่ชายที่ไม่อาจหวนคืน ความเจ็บปวดครั้งนี้คือบทเรียนที่แลกมาด้วยชีวิตและหัวใจที่แตกสลายจนยากจะประสานคืน
หน้าปกนวนิยาย มังกรขาว
8.9
ลูเอน ดีมาส ชายผู้มีชีวิตยืนยาวนับพันปีถูกคนสนิทหักหลังจนสิ้นชีพ ทว่าเขากลับได้โอกาสย้อนเวลามา 4 เดือนก่อนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2010 อันเป็นวันแห่งการตื่นขึ้นครั้งที่สาม หายนะครั้งนี้ทำให้มิติย่อยผสานรวมกับโลกหลัก นำพาเผ่าพันธุ์ประหลาด พลังวิเศษเหนือธรรมชาติ และหอคอยปริศนาที่เป็นต้นเหตุของสงครามแย่งชิงอำนาจ ด้วยประสบการณ์นับพันปี ลูเอนตัดสินใจใช้ความรู้ทั้งหมดเพื่อเตรียมรับมือและขัดขวางโศกนาฏกรรม เขาต้องชิงความได้เปรียบเพื่อยึดครองหอคอยและพลิกชะตากรรมของโลกให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย ท่านผู้บัญชาการ… คุณหนูวัยห้าสิบของท่านเกิดใหม่แล้ว
7.2
หลี่ซูผิงเคยสละทุกสิ่งเพื่อครอบครัว แต่กลับถูกลูกสะใภ้ทำร้ายจนพิการและถูกลูกแท้ๆ ทิ้งให้ตายในบ้านพักคนชราอย่างน่าเวทนา ทว่าโชคชะตาพลิกผันให้เธอหวนคืนสู่อดีตในวันวิวาห์ของบุตรชายคนรอง ท่ามกลางคำดูแคลนของญาติสะใภ้และความนิ่งเฉยของคนในบ้าน เธอไม่ขอทนก้มหัวอีกต่อไป หลี่ซูผิงประกาศหย่าร้างทันทีเพื่อตัดขาดจากขุมนรก ชีวิตใหม่นี้เธอตั้งปณิธานทำเพื่อตนเอง โดยพาลูกสาวไปบุกเบิกเส้นทางการค้าสร้างฐานะให้ร่ำรวยมั่งคั่ง และการเริ่มต้นใหม่นี้ยังทำให้เธอได้พานพบกลุ่มเครือญาติลึกลับที่ไม่เคยปรากฏตัวในชาติก่อนเลย
หน้าปกนวนิยาย แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์)
9.7
วิรัลย์ ราชกุมารผู้ถูกเมินแห่งเวรุฬา หวังสร้างชื่อจากการนำทัพทำศึก แต่กลับพ่ายแพ้ต่อไอศูรย์ จอมทัพผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นปรมะอย่างราบคาบ แทนที่จะถูกประหาร เขากลับถูกขอตัวเป็นรางวัลแห่งชัยชนะด้วยรูปโฉมที่งดงามต้องตา แม้ไอศูรย์จะเพียรเกี้ยวพาราสีเพียงใด วิรัลย์ก็พร้อมปลิดชีพตนเองดีกว่าต้องอัปยศเพราะถูกขืนใจ จอมทัพอสุราจึงต้องเปลี่ยนจากการใช้กำลังมาเป็นเล่ห์กลเพื่อล่อลวงหัวใจยักษาผู้เย่อหยิ่งให้ยอมศิโรราบในศึกรักครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย กุมภ์กุลยา
7.9
เมื่อความผิดพลาดจากการสั่งลูกน้องไปลักพาตัวหญิงสาวเพื่อแก้แค้น กลับทำให้กุมภ์ ธีรดล นายหัวหนุ่มผู้ดุดันได้พบกับกุลยาแทน ความวุ่นวายบนเกาะส่วนตัวเริ่มต้นขึ้นเมื่อคนเถื่อนต้องมารับมือกับหญิงสาวที่เขาเผลอทำให้หวั่นไหว แม้จะเริ่มต้นด้วยความโกรธแค้นและการกลั่นแกล้งจนเธอต้องเสียน้ำตา แต่ความใกล้ชิดและความน่าเอ็นดูของเธอกลับค่อยๆ ทลายกำแพงหัวใจของนายหัวหนุ่ม จนความแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความเสน่หาที่ยากจะถอนตัวในท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนเร่าร้อน