ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เชลยทรายทาสชีคเถื่อน

เชลยทรายทาสชีคเถื่อน

เมื่อชีคอัฟฟานแห่งซาลได้พบมาราตี ตัวประกันสาวที่ถูกส่งมาสวมรอยเป็นพี่สาวเพื่อตบตาเขา ความงดงามของเธอกลับไม่อาจปิดบังความจริงจากสายตาอันคมกริบของเขาได้ ชีคหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือรู้สึกโกรธแค้นที่ถูกตระกูลของเธอคิดคดทรยศและพยายามปั่นหัวให้เขากลายเป็นคนโง่ มาราตีต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแผนการสลับตัวถูกเปิดโปงอย่างง่ายดาย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและแรงปรารถนาอันเร่าร้อน เธอต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดและความดุดันของชีคเถื่อนที่พร้อมจะแผดเผาหัวใจของเธอให้มลายสิ้นภายใต้เงื้อมมือของเขา
ตอน
แชร์

ตอน 3

..ถ้าเขาจะมีเมียเก่งแบบนี้คงดีมิใช่น้อย คงดีว่าหญิงสาวมากมายที่รายล้อมรอบกาย มีเพียงเรือนกายน่าปรารถนาและการเอาอกเอาใจดีเยี่ยม ทำตามทุกคำสั่งไม่คิดขัดใจ จนบางครั้งก็นึกระอาในมารยาพวกนั้น

“มีเหตุอันใดกัน” ฮาฟิซคนสนิทของโมฮัมหมัดบุตรชายของชีคอับดุลอาซิหัวหน้าเผ่ากัวลารีบมาดูเหตุการณ์ด้วยความตระหนก ยิ่งเห็นหญิงสาวทั้งสาม ด้วยแล้วก็ยิ่งตกใจใหญ่

“พี่ฮาฟิซ ท่านเอาทหารมาจัดการมันพวกนี้ทีที่กล้าใช้กำลังกับผู้หญิงในดินแดนของเรา นำมันไปไต่สวนให้รู้ความว่าเหตุใดจึงทำการทรามเช่นนี้” มาราตีมองชายหนุ่มที่ร้องโอดโอยด้วยดวงตาแข็งกร้าว

“ได้ เดี๋ยวพี่จะให้ลูกน้องจัดการ เจ้าไม่เป็นอันใดใช่ไหม”

“ข้าไม่เป็นอันใด” มาราตีหันไปยิ้มให้ชายหนุ่มที่นับถือดั่งพี่ชาย

“กลับกันเถอะ ท่านอาซิเจรจาการค้าเสร็จสิ้นแล้ว” ฮาฟิซบอกหญิงสาวทั้งสองผู้มีศักดิ์เป็นนายและน้องสาวที่รักยิ่ง

เมื่ออับดุลอาซิกับโมฮัมหมัดตกลงเจรจากับพ่อค้าที่มาจากรัฐต่างๆ เสร็จสิ้นลง ทำให้ได้สินค้ามากมาย เพื่อให้พ่อค้าคนกลางมาซื้อต่อและขายในทางตอนเหนือรวมถึงส่งไปขายทางตอนใต้และวังหลวง แค่นี้กัวลาก็มีเม็ดเงินไหลบ่าเข้ามามหาศาลจากการค้าเสรีเช่นนี้

“นางเป็นบุตรสาวของอดีตหัวหน้าเผ่ากัวลา นามว่ามาราตี”

คำกระซิบของคนสนิทเรียกรอยยิ้มจากใบหน้าคมเข้มแค่เพียงกระตุกริมฝีปากหยักลึกเท่านั้นก็กระชากใจสาวทุกคนที่ได้พบเห็น ดวงตาสีเหล็กวาววับทอดมองร่างงามที่เดินจากไปด้วยประกายตาประหลาด แม้แต่คนสนิททั้งสองก็หาได้คาดเดาความคิดได้

“ไปเถอะ เราคงต้องไปเจรจาการค้าขายกับรัฐมุไซ ซาลาลและ ซามาลอีกนาน” ร่างสูงเดินจากไปพร้อมกับผ้าคลุมสีเขียวใบตองที่ยื่นให้คนสนิท ก่อนจะกระตุกยิ้มอีกครั้งอย่างมีเสน่ห์ชวนหลงใหล

ร่างสูงใหญ่ทุรนทุรายเมื่อโดนงูรัดจนแทบหายใจไม่ออก ตะเกียกตะกายด้วยความตกใจ ก่อนที่มันจะคลายตัวออกจากการรัดรึง เขาก้มมองเจ้างูสีขาวที่ยังรัดกายอย่างหลวมๆ ด้วยความประหลาดใจ มันไม่มีท่าทีดุร้ายแต่อย่างใด แถมยังดูเชื่องกว่าตอนที่รัดครั้งแรกขณะหลับอยู่บนเตียงเสียด้วย

...แต่อยู่ดีๆ มันก็คลายตัวออกจากร่างเขาลงไปนอนขดอยู่แทบเท้าก้มหัวให้อย่างเชื่องๆ คล้ายถูกคนเลี้ยง ดูแล้วไม่มีพิษมีภัยอันใด แถมดูท่าจะประจบเสียมากกว่า มันเลื้อยมาพันแข้งพันขาแบบน่าเอ็นดู เขารู้สึกประหลาดใจ...ที่ไม่กลัวงูขาวตัวนี้สักนิด แต่กลับรู้สึกเอ็นดูเสียมากกว่า เขาวางมือบนหัวตอนที่มันผงกหัวขึ้นมา ก่อนที่มันจะเข้ารัดเขาอีกครั้งแนบแน่นเหมือนเป็นพันธนาการที่ไม่มีวันหลุดได้อีกตลอดชีวิต

เขารู้สึกเช่นนั้น!!!

อัฟฟานสะดุ้งตกใจตื่นจากความฝัน เขาลูบหน้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อแรงๆ มองรอบกายที่ยังมืดมิดเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยปลดปล่อยออกมาจนอกกว้างสะท้อนขึ้นลง

“เราฝันไปเหรอนี่ ทำไมเหมือนจริงแบบนี้” ร่างสูงเดินไปยืนทอดอารมณ์ที่ริมหน้าต่าง สายลมเย็นพัดโชยมาปะทะผิวกายทำให้รู้สึกหนาวเหน็บ

“กอร์เด” ชายหนุ่มเรียกเหยี่ยวคู่ใจที่บินถลาตรงมาที่ริมหน้าต่าง “ออกสำรวจความเรียบร้อยรึ” ชีคหนุ่มคุยกับเหยี่ยวสีขาวที่แวะเข้ามาทักทายอย่างคุ้นเคย “ข้านอนไม่หลับ เลยออกมาตากลม ข้าฝันอะไรบางอย่าง” อัฟฟานคุยกับกอร์เดเรื่อยๆ เหมือนว่ามันรับฟังเพื่อผ่อนคลายอารมณ์“ข้ากำลังจะนอนเจ้าไปเถอะ” ชายหนุ่มลูบหัวของมันก่อนยื่นมือให้มันเกาะและโยนมันขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง

ร่างสูงเดินไปทิ้งกายลงนอนเพื่อข่มตาให้หลับ เพียงไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทรารมย์อันแสนสุข

“เหตุใดท่านจึงยิ้มเล่า” ชีคอัฟฟานถามอาริฟีนพ่อเฒ่าคนสนิทที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็ก

“ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอันใดหรอก อย่าได้เป็นกังวลไปเลย ท่านจะได้พบเจอกับเนื้อคู่ในเวลาอันใกล้นี้ต่างหากเล่า”

“เนื้อคู่รึ” อัฟฟานได้ยินก็หัวเราะ คล้ายสิ่งที่รับฟังเป็นเรื่องขบขันเสียเต็มประดา

อาริฟีนเพียงแต่ยิ้มไม่ปริปากคัดค้านหรือสนับสนุนความคิดเห็นอันใดอีก ด้วยรู้นิสัยของชีคหนุ่มดีว่าหากต้องการปรึกษาก็เพียงแค่อยากรู้ แต่จะปักใจเชื่อหรือไม่นั้นอีกเรื่องหนึ่ง

“ท่านควรดูฤกษ์ยามเรื่องการออกรบให้ข้าจะดีกว่า ว่าควรยกกำลังทหารไปปราบพวกโจรก่อการร้ายทางตอนเหนือในวันเวลาใด พวกมันเหิมเกริมไม่เกรงกลัว ข้าอยากสังหารพวกมันให้สิ้นซาก ส่วนเรื่องเนื้อคู่เหลวไหลสิ้นดี”

แม้จะเชื่อคำทำนายการดูฤกษ์ยามดวงดาวของอาริฟีนอยู่บ้าง แต่เรื่องที่ได้รับฟังจากการทำนายฝันเมื่อครู่นี้... เขาคิดว่ามันไร้สาระ เพราะยังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้จิตใจเขาสั่นไหวได้เลยแม้แต่คนเดียว

ไม่สิ... ยกเว้น หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในห้วงความคิดของเขาตลอดเวลา ถ้าจะให้ดีทุกลมหายใจเข้าออกเลยก็ว่าได้

“แต่ตอนนี้ยังไม่ควรออกรบหรือกระทำการอันใดทั้งนั้น เพราะมีแต่จะเสียไพร่พลโดยใช่เหตุ บางครั้งในอนาคตท่านอาจปราบพวกมันได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ”

คำเตือนของพ่อเฒ่าสูงวัยทำให้อัฟฟานนิ่งเงียบ ขมวดคิ้วเป็นปม แม้จะเป็นคนใจร้อน แต่ก็ฟังคำเตือนทุกครั้ง

เขาอยากปฏิเสธว่าไม่ค่อยอยากเชื่อเรื่องพวกนี้นัก แต่เพราะทุกครั้งที่อาริฟีนทำนาย มักถูกต้องแม่นยำเสมอ แม้จะมีความเชื่อมาแต่ครั้งโบราณว่า โหราศาสตร์เป็นศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความงมงาย เป็นการสุ่มเดา เป็นการเชื่อว่าดวงดาวมีอิทธิพลกับชีวิตมนุษย์ ดั่งคำพูดที่ว่า

“โหรโกหกแม้ว่าจะทำนายถูกต้องก็ตาม”

...คำทำนายที่ถูกต้องก็ช่วยเหลือในการตัดสินใจของมนุษย์ แต่อย่างไรเสียพระผู้เป็นเจ้าก็คือผู้สร้างทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้

...ดึกคืนหนึ่งที่ชนเผ่ากัวลา...

“พี่ขอบใจเจ้ามากรตีน้องรัก” ซูไรดากอดรัดน้องสาวแนบอก

“ไม่เป็นไรพี่ยูดา ข้าขออวยพรให้พี่โชคดี แคล้วคลาดปลอดภัย” มาราตีกอดรัดพี่สาวด้วยความรักไม่ต่างกัน

“รีบไปเถอะ หากชักช้าจะมีคนจับได้” ฮาฟิซรีบเร่งซูไรดาหญิงสาวอันเป็นที่รัก

“แล้วพี่จะส่งข่าวกลับมาหาเจ้า พี่ฝากเจ้าดูแลท่านพ่อด้วย”

ซูไรดาฝากฝังบิดาอันเป็นที่รัก มองน้องสาวด้วยความรู้สึกผิด ลางสังหรณ์บางอย่างบอกว่าการไปครั้งนี้อาจทำให้น้องสาวต้องลำบาก แต่เธอก็เลือกหนีไปเพราะความขลาดกลัวและเห็นแก่ตัว

“ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะดูแลท่านอาเป็นอย่างดี ท่านรีบไปเถิด ชักช้าจะเสียการ” มาราตีรีบเร่งผู้เป็นพี่สาว

เธอคิดว่าวิธีนี้คงเป็นหนทางที่ดีที่สุด ชีคอัฟฟานทราบอาจกริ้วโกรธ แต่หากคิดว่าอีกฝ่ายไม่ยินดีคงเลิกราไปเอง รวมถึงอับดุลอาซิกับโมฮัมหมัดต่างก็มีความดีความชอบ คงไว้หน้ากันบ้าง ทั้งสองก็ไม่ได้ช่วยเหลือให้ซูไรดาหนีในครั้งนี้ด้วยซ้ำ ที่สำคัญความสัมพันธ์แต่เก่าก่อนคงพอที่จะทำให้ชีคอัฟฟานเกรงใจกันพอควร

ฮาฟิซโอบเอวคอดของคนรักขึ้นนั่งบนหลังม้า ก่อนจะพาควบออกไปในกลางดึกขณะที่ทุกคนกำลังหลับใหลในราตรีกาล เป้าหมายของเขาคือชายแดนรอยต่อระหว่างชนเผ่ากัวลา

เพียงไม่นานก็มีชายหนุ่มกับหญิงสาวมารอรับทั้งสองอยู่ก่อนแล้ว

“พี่ฮาฟิซ ท่านไม่ไปกับข้าหรอกรึ” ซูไรดามองผู้ที่มารับสลับกับมองหนุ่มคนรัก

“ยูดา เจ้าจงล่วงหน้าไปก่อน ข้าจะตามไปในภายหลัง ท่านพี่กิมรอกับรานีจะพาเจ้าไปซ่อนตัว เจ้าจะไม่มีอันตรายเด็ดขาด ข้าต้องกลับไปรับหน้าท่านอาซิ บิดาของเจ้า หากมิเช่นนั้นจะเป็นที่สงสัยได้ อย่ากังวลไปเลย พี่ของข้าทั้งสองเป็นคนดี พวกเค้าจะนำเจ้าไปสู่ที่ปลอดภัย” ฮาฟิซบอกคนรักด้วยน้ำเสียงอบอุ่น พยักหน้าให้ญาติผู้พี่ที่ไว้ใจซึ่งอยู่ต่างเผ่าพาซูไรดาล่วงหน้าไปก่อน

“ท่านต้องรีบตามข้ามาในเร็ววันนะ ข้าจะรอ” ซูไรดาขึ้นนั่งบนหลังม้ามองคนรักด้วยสายตามีความหวัง

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ร้ายเล่ห์ลวงรัก
7.9
นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาที่รุนแรงและคำพูดหยาบคายในบางตอน ธามแสดงความรังเกียจต่อหญิงสาวอย่างชัดเจนด้วยการเตรียมถุงยางอนามัยป้องกัน เขาเมินเฉยต่อเสียงคัดค้านและยัดเยียดความสัมพันธ์ให้อย่างโหดร้ายจนเธอต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ทว่าเมื่อเขาล่วงเกินเธอจนสุดทาง ความจริงที่ว่านี่คือครั้งแรกของเธอก็ทำให้เขาต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งได้พบเห็น ท่ามกลางความร้าวรานและน้ำตาที่ไหลรินในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการกระทำอันป่าเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย ใยรักเพลิงเสน่หา
8.6
ราชาวดีพยายามหนีห่างจากชายหนุ่มผู้เย็นชาที่เธอตราหน้าว่าเป็นคนเฮงซวย แต่เขากลับทวงถามความรับผิดชอบอย่างหน้าไม่อายจนเธอต้องรีบปิดปากเขาด้วยความอับอาย ท่ามกลางความขัดแย้งนี้ กำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นกลับพังทลายลงอย่างไม่น่าเชื่อเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ เขารู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กที่ไร้เดียงสาอีกครั้ง จนลืมเลือนตัวตนเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยการเข่นฆ่าและคราบเลือดภายใต้รอยยิ้มอันอบอุ่นของพี่ชายที่คอยบงการชีวิตเขาอยู่เสมอ
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตหงส์ฟ้าชะตารัก ภาค แคว้นจ้าว NC20+
8.1
หลี่เหมยลี่นักธุรกิจสาวเก่งหลุดมิติมาอยู่ในร่างองค์หญิงปัญญาอ่อนผู้ไร้ค่าในนิยายที่เคยอ่าน แม้จะเป็นเพียงตัวประกอบที่ต้องตายตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่เธอกลับได้รับพรสวรรค์พิเศษทั้งวิชาแพทย์ การต่อสู้ และการแปลงโฉม เพื่อใช้ปกป้องตนเองและพี่น้องให้รอดพ้นจากการเป็นหมากทางการเมืองในแคว้นจ้าว ท่ามกลางอันตรายเธอยังต้องเผชิญกับความฝันอันเร่าร้อนกับบุรุษลึกลับนัยน์ตาหงส์ผู้เข้ามาสั่นคลอนหัวใจและเปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาลในภาคต่อสุดเข้มข้นนี้
หน้าปกนวนิยาย สมบัติแห่งขุนเขา
9.2
เนี่ยหลิงสิ้นใจลงอย่างปริศนาและตื่นขึ้นมาอีกครั้งในดินแดนแห่งผู้ฝึกตนโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ท่ามกลางโลกแห่งพลังลมปราณพร้อมกับพรลึกลับสองประการที่ได้รับมาแบบไม่ทันตั้งตัว นอกเหนือจากความสามารถใหม่ เขายังมีธนูคู่ใจพร้อมลูกศรครบชุดและแหวนมิติสำหรับเก็บสิ่งของติดตัวไปด้วย แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เขาก็จำใจต้องก้าวต่อไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยนี้ด้วยความหวังว่าโชคชะตาครั้งใหม่จะนำพาชีวิตไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย เพลิงสิเน่หามายาลวง
8.5
เมื่ออดีตอันขมขื่นระหว่างรินดากับป้องณวัฒน์หวนกลับมาอีกครั้ง ความโกรธแค้นจากการถูกทอดทิ้งในคืนนั้นทำให้รินดาไม่ยอมอ่อนข้อให้เขาอีก เมื่อป้องณวัฒน์พยายามเข้ามาวิจารณ์และล่วงเกินเธอด้วยการโวมกอด เธอจึงตอบโต้ด้วยการตบหน้าและใช้ทักษะการต่อสู้จัดการจนเขาสิ้นฤทธิ์กองกับพื้น แม้เขาจะพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์แต่รินดากลับมีเพียงความรังเกียจและคำด่าทอในใจ เธอพร้อมจะปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองและไม่ยอมให้ชายที่เคยทำร้ายจิตใจกลับเข้ามาแตะต้องตัวเธอได้ง่ายๆ อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน
9.4
ลู่จื้อ หญิงสาวผู้กุมอำนาจเหนืออาณาจักรคาสิโนยักษ์ใหญ่ในไต้หวัน ตัดสินใจละทิ้งวงการธุรกิจสีเทาที่ได้รับสืบทอดมาจากพ่อบุญธรรมผู้ล่วงลับ เธอหวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการส่งมอบอำนาจทั้งหมดคืนให้แก่เครือญาติของเขา ทว่าความใจกว้างของเธอกลับถูกตอบแทนด้วยการทรยศหักหลัง เมื่อเหล่าญาติที่โลภโมโทสันไม่ได้ต้องการเพียงแค่ทรัพย์สิน แต่ยังวางแผนกำจัดเธอให้สิ้นซากเพื่อดับไฟแค้นและปิดปากเธอไปตลอดกาล