ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเจ้าหัวใจ

ทาสรักเจ้าหัวใจ

รามสูรผู้ทรงอิทธิพลไม่เคยถูกสตรีใดปฏิเสธ จนกระทั่งได้พบกับเมขลา หญิงสาวคนแรกที่กล้าหันหลังให้เขา แม้ค่ำคืนอันเร่าร้อนจะทำให้เขาลุ่มหลงในตัวเธอมากเพียงใด แต่เธอกลับพยายามหนีไปให้ไกลที่สุด เขาจึงตัดสินใจวางแผนการร้ายเพื่อกักขังเธอไว้ในฐานะทาสรักส่วนตัว ทว่าในระหว่างที่เขากำลังควบคุมทุกอย่างตามใจปรารถนา รามสูรกลับไม่รู้ตัวเลยว่าหัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากำลังถูกเธอครอบครองไปทีละน้อยจนกลายเป็นเจ้าของมันอย่างสมบูรณ์
ตอน
แชร์

ตอน 1

"เจ๊ มา ๆ ทางนี้ ทางนี้"

เสียงเพื่อนรุ่นน้องในที่ทำงานส่งเสียงตะโกนเรียก เมขลา หรือ เม พร้อมกับกวักมือเรียกเธอให้เดินเข้าไปหา ทุกคนยืนรอที่หน้าร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่งในย่านแหล่งท่องเที่ยว วันนี้ที่แผนกของเธอมีการนัดเลี้ยงสังสรรค์กันประจำไตรมาส ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมคราวนี้ถึงพากันมายังสถานที่แบบนี้ด้วย ซึ่งทุกทีก็ไปตามร้านอาหารธรรมดาหรือไม่ก็ร้านหมูกระทะซะมากกว่า จะบอกว่าเธอไม่ค่อยชินกับสถานที่แบบนี้เลยไม่ใช่ไม่ชอบนะแค่ไม่ชิน

"โอ้ย กว่าจะถึง ทำไมต้องมาที่แบบนี้ด้วยนะ"

เมขลาโวยเอากับเพื่อน ๆ ซึ่งประกอบไปด้วย

พี่พัชร สาวใหญ่ใจดี อายุก็เลยหลักสี่ไปหลายแล้วแต่ก็ยังดูสวยใส และอ่อนกว่าวัย ตำแหน่งผู้จัดการแผนก

กระแต สาวน้อยวัยใสเพิ่งจบใหม่ มาทำงานได้สามเดือน

กระเจี๊ยบ สาวสวยประจำแผนกมีหนุ่ม ๆ ตามจีบไม่เว้นแต่ละวันวัยเบญจเพสพอดี

แล้วก็เธอ เมขลา อายุครบ 29 ขวบ เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง

"นี่แล้วเธอแต่งตัวอะไรของเธอ มาเที่ยวผับนะยะ ไม่ได้ไปวัด"

พี่พัชรพูดพร้อมกับกวาดตามองเมขลาตั้งแต่หัวจรดเท้า มองการแต่งตัวของเธอที่สวมกางเกงยีนส์ขายาวทรงบอย กับเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวตัวโคร่งติดกระดุมถึงเม็ดสุดท้าย

"พี่พัชรก็พูดเกินไป แบบนี้แหละสวยแล้ว สวยในแบบของหนู เขาไม่ได้กำหนดซะหน่อยว่าต้องแต่งแบบใหน"

เมขลาตอบสาวใหญ่ผู้จัดการแผนกไป

"มิน่าล่ะ เจ๊ถึงไม่มีแฟนสักที"

กระแตพูดขึ้นบ้าง

"การที่จะมีแฟนหรือไม่มีแฟนมันอยู่ที่เบ้าหน้าจ้าไม่ใช่การแต่งตัว เอ็งดูเบ้าหน้าเจ๊แกด้วย"

เมขลาตอบกระแตไป เพราะเธอคิดว่าที่ไม่มีใครมาจีบเธอนั้นเป็นเพราะว่าเธอขี้เหร่

"เข้าไปกันเถอะค่ะเจ๊ ๆ หนูยืนจนปวดขาแล้ว"

กระเจี๊ยบบอกกับทุกคนบ้าง ทั้งสี่คนจึงเดินเข้าไปข้างในร้าน เมื่อเข้ามาแล้วพี่พัชรบอกกับเด็กในร้านว่าจองโต๊ะไว้แล้ว เด็กคนนั้นจึงเดินนำไปยังโต๊ะที่จองไว้

เมขลาทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บัญชีของบริษัทขนส่งขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ในส่วนที่เธอทำคือสาขาย่อยไม่ใช่สำนักงานใหญ่ ที่ทำงานของเธออยู่ในเขตลาดกระบัง ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิแผนกเธอมีทั้งหมดสี่คนเป็นสาว ๆ ล้วน ปกติจะมีการสังสรรค์กันทุก ๆ ไตรมาสหรือสามเดือน โดยพี่พัชรให้เหตุผลว่าเพื่อกระชับพื้นที่ เอ้ยไม่ใช่ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ แต่เมขลาคิดว่าน่าจะตอบสนองนี้ดของพี่พัชรมากกว่า

เมื่อนั่งโต๊ะกันเรียบร้อยแล้วก็สั่งเครื่องดื่มกับอาหาร

"เอายำสามกรอบ แป๊ะซะปลาช่อน แล้วก็ต้มยำกุ้ง เครื่องดื่ม เอาสปายคลาสสิคละกันเนาะ"

พี่พัชรกางเมนูแล้วก็สั่งเผื่อทุก ๆ คนไปด้วยเลย เมื่อไม่มีเสียงคัดค้านเธอจึงคืนเมนูให้เด็กเสิร์ฟไป ระหว่างนั่งรออาหารและเครื่องดื่มก็นั่งมองผู้ชายไปพลาง ๆ

"เจ้ ๆ ดูนั่นสิ น่ารักน่าชัง"

กระแตกรี๊ดกร๊าดพลางสะกิดให้เมขลากับกระเจี๊ยบดูหนุ่มหน้าใสนายหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไป

"เพื่อนสาวรึเปล่ายัยกระแต"

กระเจี๊ยบเอ่ยปากพูดออกมา

"ใช่ ๆ หน้าใสซะขนาดนั้น"

เมขลาพูดขึ้นบ้าง

ยิ่งดึกก็ยิ่งคึกคักหลังจากอิ่มหนำสำราญจากอาหารการกินแล้ว ทุกคนก็ผลัดกันออกไปดิ้นมีแต่เมขลาเท่านั้นแหละที่นั่งเฝ้าโต๊ะอยู่ โดยเธอให้เหตุผลกับเพื่อน ๆ ว่าไม่สันทัดเต้น ชอบดูมากกว่า

"ตามใจ"

พี่พัชรพูดแค่นั้นก็เดินกลับไปเต้นต่อหลังจากที่พยายามมาลากเมขลาไปแต่เธอไม่ยอมขยับ เมขลาก็นั่งมองอะไรไปเรื่อย ๆ จิบสปายไปพลาง ๆ ซึ่งขวดนี้ก็คือขวดเดียวกับที่สั่งมาตั้งแต่ตอนแรก ๆนั่นแหละ พี่พัชรเปรย ๆ ว่านี่เธอกินหรือดมเอากันแน่ เมขลาได้แต่ยิ้ม ๆ แล้วก็บอกว่าไม่อยากเมาคอยสังเกตุการณ์ดีกว่า เธอมองโน่นมองนี่ไปเรื่อย ๆ แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับโต๊ะ ๆ หนึ่งตรงโซน วีไอพี เธอขยับแว่นสายตา แล้วก็เพ่งมองไปที่ผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงกลางขนาบข้างซ้ายขวาด้วยผู้ชายตัวใหญ่ข้างละคน แถมยังมีที่ยืนอยู่รอบ ๆ โต๊ะอีกสองสามคนด้วยน่าจะเป็นบอดี้การ์ด

"โอ้โห สงสัยคงเป็นมาเฟีย เคยเห็นแต่ในละคร ในชีวิตจริงก็มีด้วยแฮะ"

เมขลาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางขยับแว่นสายตาอีกรอบ เธอพิจารณาผู้ชายกลุ่มนั้น ไม่เสียแรงที่มาสถานที่แบบนี้ ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นด้วย แล้วก็หันมาพิจารณาผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงกลางซึ่งน่าจะเป็นหัวหน้า

"อืม ! มาดก็ดูน่าเกรงขามดี ถึงจะดูหนุ่มไปสักหน่อย นึกว่ามาเฟียจะมีแต่แก่ ๆ ซะอีก แถมยังหน้าตาดีด้วยแฮะ หรือจะไม่ใช่มาเฟีย ดาราหรือเปล่า หรือว่านักการเมือง "

เมขลาพิจารณาเขาคนนั้นพร้อมกับเดาสถานะของเขาไปด้วย แล้วเธอก็ใจหายวูบ เมื่อเขาคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอ พร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากพลางชูแก้วในมือเป็นการทักทาย เมขลารีบหลบสายตาเขาทันที เสมองไปทางอื่น ทำทีเป็นก้มมองโทรศัพท์ ทั้งที่ในใจเต้นโครมคราม

"จะยิงตรูส์เปล่าวะ ไม่น่าสอดรู้สอดเห็นเลยเรา"

เมขลาบ่นพึมพำในใจ พอดีกับจังหวะที่พวกเพื่อน ๆ เดินกลับมาที่โต๊ะ

"เจ๊ เป็นไรอ้ะ หน้าซีดเชียว เมาเหรอ"

กระแตถามเมื่อเห็นท่าทางเลิ่กลั่กของเมขลา

" เปล่า ๆ ไม่เป็นไร แล้วนี่เลิกเต้นกันแล้วเหรอ"

เมขลาเอ่ยถามเพื่อน ๆ

"นั่งพักก่อน คอแห้ง"

กระเจี๊ยบตอบ แล้วหันไปสั่งสปายเพิ่ม พร้อมกับคะยั้นคะยอให้เมขลาดื่ม เธอจึงยกขวดกระดกรวดเดียวหมดไปเกือบครึ่ง ในใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้นผสมความกลัว

"ไปห้องน้ำแป๊บนะ"

บอกเพื่อน ๆ แล้วเมขลาก็รีบเดินไปเข้าห้องน้ำ เมื่อทำธุระเสร็จเธอก็มายืนที่หน้ากระจกถอดแว่นตาเอาน้ำลูบหน้าสักหน่อยเพื่อความสดชื่น สำรวจความเรียบร้อยก็เดินออกจากห้องน้ำ ระหว่างเดินก็ก้มหน้าก้มตาเช็ดแว่นไปด้วย จะด้วยเพราะความเมา เพราะความมืด หรือเป็นเพราะไม่ได้สวมแว่นหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทำให้เธอเดินชนกับใครบางคน เธอกระเด้งออกมาทันทีมือลูบหน้าผากป้อย ๆ เนื่องจากความสูงของเธออยู่แค่ระดับหน้าอกเขา อีกอย่างเดินก้มหน้าก้มตาแบบนั้นทำให้ส่วนที่สัมผัสกันคือหน้าอกเขากับหน้าผากเธอ

"ขอโทษค่ะ"

เมื่อตั้งหลักได้ เธอก็เอ่ยปากขอโทษเขาทันทีพร้อมกับรีบเอาแว่นในมือขึ้นมาสวม เมื่อทุกอย่างชัดเจนขึ้นแล้วเมขลาก็หัวใจกระตุกวูบ ดูเหมือนว่ามันจะหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยแล้วถ้าเป็นไปได้

"ไม่เป็นไร"

เขากล่าวออกมา เหมือนการ์ดเขาจะสังเกตเห็นความผิดปกติจึงทำท่าจะเดินเข้ามาเพื่อกันเมขลาออก แต่เขากลับส่งสายตาปรามไว้

"แล้วคุณเป็นอะไรหรือเปล่า"

เขาถามเธอ ถ้าหูไม่ฝาดเหมือนเสียงนั้นจะเจือหัวเราะไปด้วย เมขลาขยับแว่นเงยหน้าขึ้นสบตาเขาพลางคิดในใจ

'ขำอะไรยะ'

แต่ปากตอบออกไป

"ไม่เป็นไรค่ะ ขอตัวนะคะ"

เธอเดินออกมาจากบริเวณนั้นด้วยใจที่เต้นโครมคราม เมื่อมาถึงที่โต๊ะแล้ว ก็เห็นกระแตนั่งอยู่คนเดียว

"พวกพี่ ๆ ล่ะ"

"นู่นนน"

กระแตชี้มือ เมขลามองตามก็เห็นสองสาวสองวัยแด๊นซ์กระจายอยู่กลางฟลอ

"ไม่ไปเต้นล่ะ"

เธอถามเพื่อนรุ่นน้อง

"เหนื่อยแล้ว นั่งอ่อยผู้ชายดีกว่าพี่"

เมขลาพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ เธอกับกระแตก็จิบสปายต่อ ครู่ใหญ่ ๆ พี่พัชรกับกระเจี๊ยบก็เดินเข้ามา

"ยัย เม แกไปทำอะไรไว้ "

"ทำไมเหรอพี่"

"ก็.."

พี่พัชรหันไปมองหน้ากระเจี๊ยบแล้วพูดต่อ

"มีผู้ชาย มาขอเลี้ยงเหล้าพวกเราน่ะสิ"

"เห้ย..แล้วทำไมถึงคิดว่าเป็นหนูล่ะ อาจจะเป็นยัยกระแตก็ได้"

"จะเป็นยัยกระแตได้ไง ก็เขาระบุว่าอยากเลี้ยงเหล้าแก"

เมื่อพี่พัชรพูดจบกระแตก็ขยับเข้ามาใกล้ ๆ พี่พัชร ทั้งสี่คนหัวสุมกัน

"ผู้ชายที่ใหนกันพี่ ช่างตาถั่ว เอ้ยตาถึง"

กระแตถามพร้อมกับหัวเราะแหะ ๆ พี่พัชรเงยหน้าขึ้นแล้วก็หันหน้าไปทางโซนวีไอพี ตำแหน่งตรงโต๊ะของคนที่เมขลาคิดว่าน่าจะเป็นมาเฟีย ดาราหรืออาจจะเป็นนักการเมืองคนนั้น และหรือคนที่เมขลาเดินชนหน้าห้องน้ำนั่นเอง

"คุณราม หรือ รามสูร เดชณรงค์กุล เขาบอกอยากเลี้ยงเหล้าขอโทษที่เดินชนแกหน้าห้องน้ำ"

เมขลาสตั๊นท์ไปห้าวิ

"เห้ยพี่ เรื่องแค่นี้ถึงกับจะเลี้ยงเหล้ากันเลยเหรอ เขามีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า อย่าเอาของเขาเลยพี่ น่ากลัว ดูเขาสิ มาดอย่างกะมาเฟีย"

เมขลาบอกแล้วก็หันไปทางโต๊ะของเขา ซึ่งก็เหมือนว่าเขากำลังมองมาทางกลุ่มของพวกเธออยู่แล้วด้วยเหมือนกัน กระแตกับกระเจี๊ยบพยักหน้าหงึกหงัก เชิงเห็นด้วยกับเมขลา แต่เพราะด้วยน่าจะความงกของพี่พัชร หรืออะไรก็แล้วแต่

"ไม่ทันแล้วย่ะ ฉันรับไมตรีจากเขาไปแล้ว"

แล้วพี่พัชรก็พูดต่อ

"อย่าคิดมากเลยน่า ไม่มีอะไรหรอก"

หันไปส่งยิ้มให้แล้วก็ชูแก้ว ค้อมศีรษะเป็นเชิงขอบคุณ

"ห๊ะ อะไรนะพี่ เขาชื่อรามสูรเหรอ ทำไมชื่อคล้องกับพี่เมอย่างนี้ล่ะ รามสูร เมขลา อร๊ายยย!เนื้อคู่รึเปล่าเนี่ย"

กระเจี๊ยบโพล่งขึ้นมาทำลายความเงียบ พี่พัชรกับกระแตเหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นมาได้ จึงพยักหน้าหงึกหงัก

"นั่นน่ะสิ เนื้อคู่แกมาแล้วยัยเมขลาเอ๊ย"

พี่พัชรพูดพร้อมกับหัวเราะชอบใจ เมขลาหน้าแดงทั้งเขินทั้งเคืองที่โดนแซว

"บ้าน่าพี่เนื้อคงเนื้อคู่อะไรกันเล่า"

เมื่อเห็นเหมือนเมขลาจะเขินทุกคนจึงเลิกแซวเธอ ต่างคนต่างนั่งจิบเครื่องดื่ม สลับกับการออกไปแด๊นซ์

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คุณครับ...ผิดคิว
8.6
คีย์ โปรดิวเซอร์หนุ่มผู้ผันตัวมาเป็นศิลปินเบื้องหน้าตามความฝัน ได้โคจรมาพบกับ เนย์ น้องชายคนสนิทในวัยเด็กที่รับหน้าที่เป็นสเตจเมเนเจอร์คอยดูแลความเรียบร้อยหลังม่าน ความใกล้ชิดจากการทำงานร่วมกันแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้ง ทว่าอุปสรรคสำคัญคือสถานะที่ต่างกันสุดขั้วระหว่างดาวเด่นในแสงไฟกับคนเบื้องหลังในเงามืด พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากสังคมและเหล่าแฟนคลับ เพื่อพิสูจน์ว่าความรักครั้งนี้จะได้รับการยอมรับหรือไม่ พร้อมตอนพิเศษ 5 ตอนที่บอกเล่าบทสรุปชีวิตคู่
หน้าปกนวนิยาย แค่คู่นอนไม่หึงนะคะ
9.4
เมื่อนักเขียนสาวแนวอีโรติกกำลังเผชิญทางตันในการสร้างสรรค์ผลงาน โชคชะตาก็นำพาให้เธอมาพบกับชายหนุ่มผู้มีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ทว่าเขากลับมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างน่าอัศจรรย์เมื่อได้อ่านนิยายของเธอ ทั้งคู่จึงตัดสินใจทำข้อตกลงเป็นเพียงคู่นอนเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง แต่ความสัมพันธ์ทางกายที่เริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่ายกลับค่อยๆ ถักทอเป็นความผูกพันลึกซึ้ง จนทำให้ฝ่ายชายเริ่มไม่พอใจกับสถานะชั่วคราวและปรารถนาจะครอบครองเธอในฐานะคู่ชีวิตตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย อ้อมกอดมัจจุราช
9.3
เมื่อทอร์ชปักใจเชื่อว่าเพลงมีนาเป็นหญิงแพศยาที่คอยยั่วยวนคนงานในไร่จนวุ่นวาย ความแค้นและความโกรธแค้นจึงเปลี่ยนเป็นแรงปรารถนาอันป่าเถื่อน เขาตัดสินใจใช้กำลังพันธนาการเธอไว้เพื่อพิสูจน์ความจริงด้วยร่างกายของตนเอง แม้เพลงมีนาจะพยายามขัดขืนและร้องขอความเมตตาเพียงใด แต่เขากลับไร้ความปรานี มัดมือและปิดปากเธอไว้ก่อนจะลงมือรุกรานศักดิ์ศรีอย่างโหดร้าย ท่ามกลางไฟโทสะที่แผดเผา ทอร์ชสาบานว่าจะมอบบทเรียนที่ทำให้เธอไม่มีวันลืมเลือนไปชั่วชีวิต
หน้าปกนวนิยาย เมียเด็ก Honey (I hate you)
9.4
เมื่อความเข้าใจผิดนำไปสู่รอยร้าวที่ยากจะประสาน ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยทิฐิกลับเลือกที่จะเมินเฉยต่อคำวิงวอนและข้อเท็จจริงของหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ เขาตราหน้าว่าสิ่งที่เธอพยายามอธิบายเป็นเพียงบทละครตบตาเพื่อโก่งราคาค่าตัว ทว่าความจริงที่ปรากฏเบื้องหน้าหลังความสัมพันธ์ทางกายเริ่มต้นขึ้น กลับกลายเป็นหยดเลือดและความเงียบงันที่ตอกย้ำความผิดพลาดครั้งใหญ่ เขาจึงยื่นข้อเสนอเป็นจำนวนเงินเพื่อชดใช้ให้แก่พรหมจรรย์ที่เขาพรากมาด้วยความใจร้อน ท่ามกลางความเจ็บปวดและคราบน้ำตาที่ไม่มีวันย้อนคืน
หน้าปกนวนิยาย รวมเรื่องสั้นแนวนอกใจสามี
8.3
คอลเลกชันรวมเรื่องสั้นแนวโรมานซ์สมัยใหม่ที่เจาะลึกเรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนและผิดศีลธรรม พบกับเหตุการณ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งการนอกใจสามี ความลับของความสัมพันธ์แบบ Friends with Benefits หรือความเร่าร้อนในรูปแบบ 3P และ 4P ที่ถูกเก็บซ่อนไว้เป็นความลับสุดยอด โดยแต่ละเรื่องราวจะถ่ายทอดผ่านตัวละครที่ต่างกันไป พร้อมบทสรุปที่จบลงอย่างกระชับภายในหนึ่งถึงสองตอนเท่านั้น เหมาะสำหรับผู้อ่านที่ต้องการสัมผัสความตื่นเต้นในมุมมืดของความรัก
หน้าปกนวนิยาย ไม่เคยเสียใจที่เคยรักกัน
7.8
งานแต่งงานที่เกิดจากความรักหวานซึ้ง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้าย เมื่อภรรยาสาวล่วงรู้ความลับว่าสามีของเธอซุกซ่อนความรู้สึกที่มีต่อน้องสาวแท้ๆ เป็นความรักลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าครอบครัว หลังแต่งงานเขาเริ่มเย็นชาและมักหาข้ออ้างไม่กลับบ้าน ปล่อยให้เธอต้องทนอยู่อย่างอ้างว้างลำพังในเรือนหอ ความหมางเมินประกอบกับความจริงอันโหดร้ายได้กัดกินหัวใจเธออย่างหนัก ทำให้หญิงสาวต้องหันมาทบทวนว่าชีวิตคู่ที่เหลือเพียงความว่างเปล่านี้ยังมีความหมายพอให้ทนอยู่ต่อไปหรือไม่