ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พิชญ์รัก

พิชญ์รัก

...เหตุเพราะน้องชายตัวดี ไปมีความสัมพันธ์ต้องห้าม กับศัตรู หัวเด็ดตีนขาด “เธอ” ก็ไม่มีวันยอมให้น้องชายลงเอยกับลูกสาวของตระกูลที่เคยดูถูกเธออย่างไม่มีดี . ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่เธอวางไว้ หากไม่เพราะ “เขา” ทายาทหนุ่มเสเพลของบ้านนั้น ที่ซ้อนแผนเอาคืนเธอ ทำเอางานนี้ เจ้าหล่อนจะต้องเลือกว่าจะยอมให้น้องชายได้ลงเอยในเรื่องความสัมพันธ์ หรือจะจนมุมไปกับจอมวางแผนที่ตนก็เพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้ว.... เขาช่างเจ้าคิดเจ้าแค้น และต้องการเอาชนะเธอมาตั้งแต่ต้น โดยมี “เรือนร่าง” เธอเป็นเดิมพัน +++++++++++++++++++++++++++++++ “ปล่อยฉันไปนะ นี่คุณเล่นบ้าอะไร?” “เล่นบ้าอะไรงั้นเหรอ... ก็เล่นผัวเมียกันยังไงล่ะ” “คนบ้า! มันใช่เวลามาล้อเล่นแบบนี้มั้ย ปล่อยฉันไปนะ!” “เล่นผัวเมียกันจริงๆ มีลูกด้วยกันจริงๆ สักคนสองคน” “คนบ้า เล่นไปคนเดียวเถอะ” “มีลูกกับผม คุณจะได้รู้... ความรู้สึกที่โดนพรากลูกพรากแม่มันเป็นยังไง” “เลว! นรกขุมไหนส่งคุณมาเกิดกัน คนบ้า!” สิ้นเสียงเล็ก จูบร้อนแรงถูกบดขยี้ลงมาอย่างร้ายกาจ เชลยในอ้อมกอดไม่อาจขัดขืนเขาได้แม้แต่น้อย หญิงสาวรู้ตัวดีว่า จุมพิตนี้หาใช่เกิดจากความรัก หากเขาต้องการแค่เพียงลงทัณฑ์เธอ... “คุณ... ไม่นะ พราวไม่อยากท้อง!” หญิงสาวบ่ายหน้าหนีจนหลุดพ้นพันธนาการจุมพิตร้าย ก่อนวอนขอ... “ไม่ทันแล้วครับ คุณต้องท้องและรับรู้ความเจ็บปวดว่าการถูกพรากลูกมันเป็นยังไง” “คนเลว... ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” “ถ้าปล่อย... ก็ยังไม่หายแค้นน่ะสิครับ” ถ้อยคำนั้นแสนธรรมดา หากเจือแววเยือกเย็นพร่าผลาญใจ ส่งให้เชลยสาวในอ้อมกอดรู้สึกหนาวยะเยือกกับสิ่งที่ต้องเจอนับจากนี้....
ตอน
แชร์

ตอน 2

หกเดือนก่อนนี้...

เสียงเคาะประตูทำให้เด็กหนุ่มถึงกับพ่นเสียงหงุดหงิดออกมา เพราะยังไม่หายเหนื่อยมาจากการงานกิจกรรมกับเพื่อนๆในซอยแห่งหนึ่งไม่ไกลจากคอนโดที่พักนัก เด็กหนุ่มวัยรุ่นวัยร้อนแรง รูปลักษณ์ภายนอกจัดว่าเป็นคนหน้าตาดี ด้วยความที่เป็นเจ้าของดวงหน้าหล่อใส จมูกโด่งคมสวยดูโดดเด่นบนใบหน้าหล่ออ่อนเยาว์ ผิวพรรณเนียนขาวราวคนมีสุขภาพดี

แน่นอนว่าเขาเป็นเด็กหนุ่มที่หน้าตาดีคนหนึ่ง และเป็นดาวเด่นที่สุดในโรงเรียน หล่อ เรียนดี กิจกรรมโดดเด่น จะเป็นใครไปไม่ได้...

ปริญญ์ คือชื่อของเขา

ปริญญ์ คือน้องชายเพียงคนเดียวของพราว สาวเก่งและแกร่งในเวลานี้ เธอได้รับการยอมรับจากเจ้านายและเพื่อนร่วมงานในเรื่องของความรับผิดชอบและทำงานได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ และภายใต้ความกดดันของการทำงาน เธอสามารถทำงานออกมาได้ดีทุกครั้ง ทุกคนต่างรู้ดีว่าพราวทำงานเพื่อครอบครัว ซึ่งครอบครัวที่ว่าก็คือน้องชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้เพียงคนเดียว ชายหนุ่มเงี่ยหูฟังเสียง ขณะนั้นปริญญ์ก็นิ่วหน้าคิด... เป็นใครกันมาเคาะประตูส่งเสียงดังเอ่ะอะในช่วงเวลานี้? หรือว่าพี่พราว พี่สาวเพียงคนเดียวของเขาจะกลับมาแล้ว...

ทว่าจะเป็นไปได้อย่างไรกันในเมื่อเขาเองก็เพิ่งจะคุยโทรศัพท์กันกับพี่สาวอยู่เมื่อครู่นี้เอง และพี่สาวยังบอกว่าตอนนี้ยังอยู่คนละย่านกันเลยกับที่พัก การเดินทางไปกลับใกล้กันซะเมื่อไหร่ ระหว่างบ้านกับที่ทำงาน...

หรือจะเป็นเพื่อนฝูงของเขาหรือไม่ก็คงจะเป็นเพื่อนของพี่สาวที่แวะมาเยี่ยม ยิ่งโดยเฉพาะเพื่อนฝูงของเขานั้น ช่วงปิดภาคเรียนแทบจะไม่เจอหน้าเจอตาใครสักคนเดียว ต่อให้คิดถึงใคร หากรู้จักบ้านช่องห้องหับก็จะแวะไปคุยด้วย เพื่อนบางรายถึงกับนัดกันเพื่อทำกิจกรรมที่ไม่งามนัก โดยเฉพาะเรื่องมั่วเซ็กส์มั่วยา

ตัวเขาเองก็เกือบๆ จะหลงผิด แต่ดีที่ได้พี่สาวให้ข้อคิดและปรามไว้ทันเวลา

ไม่เช่นนั้นคงเสี่ยงเสียอนาคต...

เพราะเขาทั้งรักและเคารพพี่สาวคนนี้เพียงคนเดียวของเขาที่สุด เพราะเหลือกันแค่สองคน หลังจากพ่อและแม่ได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ เขาจึงเชื่อฟังพี่สาวเพียงคนเดียวคนนี้เป็นอย่างมาก

หลังการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของมารดาผู้บังเกิดเกล้า พี่สาวของเขาต้องทำงานหนักทั้งวันทั้งคืนเพื่อหาเงินส่งเสียให้เขาเรียน และไม่ห้ามที่เขาจะสมัครใจในเรื่องของเสียงเพลงและดนตรีพี่สาวยอมลาออกจากมหาวิทยาลัย ทั้งๆ ที่เธอเป็นคนเรียนดี มีผลการเรียนเป็นที่น่าภาคภูมิใจ แต่จำต้องลาออกเพื่อมาทำงาน ส่งเสียน้องชาย อีกทั้งต้องทำงานสารพัดเพื่อชดใช้หนี้สินที่หยิบยืมมาใช้ในการรักษาผู้เป็นมารดาที่นอนป่วยติดเตียงในโรงพยาบาล

เหตุการณ์ขณะนั้นดูเหมือนอะไรๆ ก็เลวร้ายไปเสียหมดทุกอย่าง เขาเองก็แสนเจ็บปวด หากเขาเองก็ทราบดีว่า คนที่เจ็บปวดมากกว่าเขา และยากจะลืมเลือนประสบการณ์เลวร้ายเหล่านั้น นั่นก็คือคนที่เป็นพี่สาวของเขานั่นเอง...

เด็กหนุ่มวางมือจากกระดาษที่เขียนเพลงลง ก่อนเดินไปเปิดประตูอย่างเนือยๆ และดูใจเย็น...

“น้ำตาล... มาทำอะไรที่ห้องพี่หรือครับ?” เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างสุดประหลาดใจ เมื่อพบว่าเป็นใครที่มายืนอยู่หน้าห้อง คอนโดนี้มีคนไม่กี่คนที่รู้ว่าเขากับพี่สาวพักอาศัยที่นี่

“อุ้ย... พี่โป้ป... เอ่อ ที่นี่เป็นคอนโดของพี่โป้ปจริงๆ หรือคะ? ตายจริง... น้ำตาลเพิ่งทราบ พอดีว่าเพื่อนของน้ำตาลชวนมาติว” เธอนิ่งมองเขา

หนุ่มโป้ปสบสายตารอฟังสิ่งที่สาวน้อยจะพูดต่อ

“เพื่อนของน้ำตาลนี่ก็บ้าจังเลยค่ะ... พวกเขาหลอกให้น้ำตาลมาติวหนังสือที่นี่ เพื่อนๆ บอกว่า... มีห้องว่างที่คอนโดนี้ ก็เลยคิดว่าจะใช้ที่นี่เป็นห้องติวหนังสือและเรียนพิเศษด้วย...” สาวน้อยอ้างด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูตื่นตระหนกตกใจ เสมือนหล่อนไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเคาะประตูห้องผิด และกลายเป็นห้องของผู้ชายที่เจ้าหล่อนแอบชอบ แอบเพ้อพก อีกทั้งยังเคยสารภาพรักต่อหน้าเขามาแล้ว เมื่อปีที่แล้ว...

หากทว่าเขากลับไม่สนใจใยดีเธอแม้จนนิดเดียว จะว่าไม่สนใจทีเดียวก็ไม่เชิง แต่นั่นเป็นเพราะปริญญ์มีพี่สาวบังเกิดเกล้าของเขาห้ามเอาไว้ต่างหาก

‘ห้าม... ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับคนบ้านนี้ ตระกูลนี้ พวกคนนามสกุลนี้ ห้ามข้องแวะด้วยเด็ดขาด!’

พราวรู้ดีแก่ใจว่า น้องชายของหล่อนจะไม่มีวันสมหวังในรักที่มีต่อเด็กน้ำตาลนั่นหรอก แม้อุปสรรคที่จะขวางกั้นความรักระหว่างน้องชายกับสาวน้อยคนนี้มากมายสักแค่ไหน ทั้งฝ่ายแม่ของเจ้าหล่อนเอง และพี่ชายฝาแฝดทั้งสองคนของเด็กน้ำตาลก็ตามที ถึงแม้พราวจะไม่เคยเจอหน้าค่าตาหนุ่มๆ ไฮโซฝาแฝดทั้งสองคนนั้น เพราะในเวลานั้นพราวยังเด็กมาก และรู้ว่าพวกเขาไปเรียนต่อถึงเมืองนอกเมืองนา

ไม่เพียงคนในครอบครัวเด็กนั่นอีกทั้งคนอื่นๆ ในวงศาคณาญาติย่อมไม่มีใครเห็นดีเห็นงามด้วยเป็นแน่

และสิ่งหนึ่งที่เด็กหนุ่มต้องจำใส่ใจก็คือคำพูดของพี่สาวของเขา ถือเป็นอาญาสิทธิ์!

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน...

ครอบครัวของเขา มีพี่สาวและแม่ ถูกไล่ตะเพิดออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่อันแสนร่ำรวย ซึ่งที่นั่นก็คือ... บ้านของน้ำตาลนั่นเอง

ในวันนั้นครอบครัวของพราวถูกกระทำย่ำยียิ่งกว่าหมูหมากาไก่ที่เจ้าของบ้านไม่พึงประสงค์ รังเกียจเสียยิ่งกว่าเสนียดจัญไรเสียอีก

คุณหญิงแม้นมณีเจ้าของคฤหาสน์ เป็นผู้รากมากผู้ดี ผู้เป็นมารดาอันเป็นที่เทิดทูนยิ่งของเด็กหญิงน้ำตาลคนนั้นนั่นเองล่ะ ที่เฉดหัวไล่ส่งครอบครัวของพราวและน้องชายอย่างไม่มีดี

ตอนนั้นปริญญ์เองยังถือว่าเด็กเกินไป และไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าการเล่นไปวันๆ แต่ในขณะนั้น พราวผู้เป็นพี่สาวของเขาโตพอที่จะรับรู้อะไรได้บ้างแล้ว และรู้ความมากพอที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ครอบครัวถูกกระทำแบบไหนในวันวาน และเธอก็จดจำทุกรายละเอียดของการกระทำที่คุณหญิงได้ทำเอาไว้

“เพื่อนบอกน้ำตาลว่า...” น้ำตาลนิ่งเงียบครู่หนึ่ง เป็นการเว้นจังหวะ หากสายตานั้นยังจดจ้องไปยังหนุ่มน้อยอย่างหวานฉ่ำราวว่ากำลังเชื้อชวนอะไรสักอย่าง...

“ว่าอะไร...” เด็กหนุ่มถามเรียบๆ ไม่ได้แสดงออกว่าเขาก็ได้ยินที่ได้เจอน้ำตาลเหมือนกัน และได้แต่ภาวนาว่า ขอให้พี่สาวอย่าเพิ่งกลับมาในเวลานี้เลย

“ช่างเถอะค่ะ ได้รู้จักที่อยู่ของพี่โป้ปแบบนี้... ก็ดีนะคะ... ว่าแต่.... ใจคอจะไม่เชิญน้ำตาลเข้าไปดื่มอะไรเย็นๆ ก่อนสักหน่อยเหรอคะ น้ำตาลน่ะหิวน้ำจะแย่อยู่แล้วนะคะ เดินตระเวนหาคอนโดของพี่ตั้งไกลโขแบบนี้...” เด็กสาวกล่าวเสียงมีจริตจะก้าน ท่าทีแสดงออกอย่างกระเง้ากระงอด

เด็กหนุ่มลังเลใจอยู่เหมือนกัน เขาก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะเชิญสาวน้อยคนสวยที่มีแววตาเจ้าชู้เข้าไปข้างในดีหรือไม่

แต่ท้ายที่สุด เขาก็ทนต่อความปรารถนาร้อนแรงของตัวเองไม่ได้เช่นกัน

ในความเป็นจริงนั้น เขาเองก็หลงรักสาวน้อยคนนี้มานาน... หากก็แต่ไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่ามอง จะเรียกว่าหมามองเครื่องบินก็คงจะไม่เกินจริง เพราะเขากับเจ้าหล่อนนั้นช่างต่างกัน อีกทั้งพี่สาวของเขาเองก็ห้ามปรามเอาไว้ก่อน ที่ผ่านมาชีวิตในรั้วโรงเรียน เขาเป็นเพียงฝ่ายที่แอบมองเด็กสาวอยู่เงียบๆ เช่นกัน ความรู้สึกที่มีมันก็ได้แต่เก็บอัดอั้นอยู่ภายในใจอย่างเด็กหนุ่มผู้เก็บกด

แต่ก็อีกนั่นล่ะ หนุ่มสาวในวัยนี้... ยิ่งห้ามก็เหมือนกับยิ่งยุ!

คิดได้เช่นนั้น เขาก็พยักหน้าเบาอย่างคนใจอ่อน ให้สาวน้อยก้าวเข้ามา และล็อคประตูไว้ พร้อมคล้องโซ่ภายในห้องเอาไว้อย่างแน่นหนา

คิดเผื่อทางหนีเอาไว้ว่า หากโชคร้ายพี่สาวคนสวยของเขากลับมา ตนและสาวน้อยน้ำตาลจะได้มีเวลาให้เด็กสาวรุ่นน้องหาที่ซ่อนตัวได้ทันท่วงที

‘เรานี้ก็คิดแผนสำรองได้อย่างฉลาดแยบยลดีเหมือนกันนะเนี่ย’ เด็กหนุ่มคิดชื่นชมตัวเองอยู่ในใจ...

“ก่อนนี้... พี่โป้ปทำอะไรอยู่หรือคะ” เธอเริ่มชวนคุย “แล้ว... นี่น้ำตาลมารบกวนพี่โป้ปหรือเปล่าคะ?” พูดจบก็ยิ้มสดใส

สาวน้อยยื่นมือไปรับแก้วน้ำเย็นจากอีกฝ่าย หากสายตามองจ้องลึกล้ำเจือแววยั่วยวนอย่างที่เด็กหนุ่มก็สัมผัสได้ ก็สายตาหวานปานน้ำผึ้งนี้ช่างเชื้อเชิญเสียเหลือเกิน เด็กหนุ่มใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อระงับความรู้สึกตื่นเต้นยินดี และอะไรอื่นๆ อีกมากมายที่กำลังพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างท่วมท้น...

“น้ำตาลไปเรียนพิเศษมาน่ะค่ะ” หญิงสาวบอกโดยที่เด็กหนุ่มยังไม่ทันได้ตั้งคำถาม

“เรียนพิเศษอะไรอีกครับเนี่ย... น้องน้ำตาลนี่ ถือว่าเรียนเก่งที่สุดในชั้นแล้วนะ ยังต้องเรียนพิเศษวิชาอะไรอีกหรือครับ?” เด็กหนุ่มเอ่ยถามหลังป้อนคำหวานชมจนเด็กสาวหน้าแดงขึ้นมากับคำชมของคนที่แอบชอบ

“น้องน้ำตาลลงเรียนภาษาญี่ปุ่นเอาไว้ค่ะ... เพราะว่าตอนนี้ภาษาอังกฤษของน้ำตาลไม่ต้องเรียนอะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว เพราะน้ำตาลเรียนมานานแล้ว สอบวัดระดับก็ได้คะแนนเต็ม เต็มจนไม่รู้จะเต็มยังไงแล้วนะคะ พี่ชายทั้งสองคนของน้ำตาลก็ชื่นชมแล้วยังให้ความหวังอีกค่ะว่าจะส่งไปเรียนซัมเมอร์ที่อเมริกาโน่นเลยนะคะ” เธอเล่าต่ออย่างออกรสออกชาติ

“ว่าแต่... พี่โป้ปคะ พี่พราว... พี่สาวคนสวยของพี่ไม่อยู่เหรอคะ? ตั้งแต่น้ำตาลมาถึงทำไมไม่เห็นพี่พราวเลยล่ะคะ?” เด็กสาวกล่าวพร้อมทำทีมองหาพี่สาวคนสวยที่เอ่ยถึง

“พี่พราวออกไปทำธุระครับ ช่วงเย็นๆ หรือไม่ก็คงค่ำๆ โน่นเลยพี่พราวถึงจะกลับเข้ามาน่ะครับ” ปริญญ์ตอบ

“ว้า... เสียดายจังเลยนะคะ อดเจอพี่พราวเลย”

“แน่ใจนะครับว่าอยากเจอพี่สาวของพี่” เด็กหนุ่มถามตรงๆ เด็กสาวหัวเราะกลบเกลื่อน

‘เจอตอนนี้ก็งานเข้าสิคะพี่โป้ป....’ เด็กน้ำตาลคิดในใจ

เด็กหนุ่มมองหน้าสาวรุ่น เจ้าหล่อนจึงพูดขึ้นว่า “ถ้าอย่างงั้น... พี่โป้ปทำอะไรค้างอยู่ จะทำอะไรก็ทำต่อเถอะนะคะ... น้องน้ำตาลว่า ถ้าน้ำตาลมาจะทำพี่โป้ปเสียสมาธิเปล่าๆ นะคะ... น้ำตาลว่า... น้ำตาลขอตัวกลับก่อนดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ย

“จะรีบไปไหนล่ะครับ อย่าเพิ่งดีกว่า...” เด็กหนุ่มเอ่ยทัดทาน มันมีโอกาสง่ายที่ไหนกันที่ผู้หญิงที่ตนหลงชอบจะแวะมาหาถึงที่แบบนี้ ปล่อยกลับง่ายๆ ก็บ้าแล้ว

หล่อนช้อนสายตาฉ่ำหวานขึ้นมองเขา “ทำไมคะ?” เอ่ยพร้อมเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกั้นความเขินอาย ในใจเต้นแรงตึกตักหากก็แข็งใจถามต่อ

“ทำไมถึงไม่อยากให้น้ำตาลกลับละคะ?”

“เรา... ตั้งใจมาหาพี่ไม่ใช่หรือไง?” เด็กหนุ่มพูดตรงๆ มือคว้าข้อมือสาวน้อยเอาไว้อย่างมีเลศนัย ท่าทีแบบนี้เขาจะเดาใจน้ำตาลไม่ออกเชียวหรือ เด็กสาวคิดอะไรอยู่เขาดูออกทั้งนั้นล่ะ

เด็กสาวเลยมองค้อนให้ไปทีหนึ่ง เด็กหนุ่มหัวเราะหึหึ สายตามองมายังเด็กสาวอย่างมีความหมาย เขาจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของหญิงสาวพลางยิ้มๆ ด้วยรอยยิ้มที่เหลือร้ายพาใจละลาย...

“ใครบอกพี่โป้ปคะว่าน้ำตาลอยากมาหาพี่... น้ำตาลถูกเพื่อนหลอกต่างหากเล่าคะ” สายน้อยเฉไฉพูดแก้เก้อไป เธอชอบเขาก็จริง ชอบมากๆ หากก็ไม่กล้ามองสบประสานสายตาเขาตรงๆ มันแปลกๆ มองปราดสายตาไปสบตาเขาเข้าทีไร หัวใจมันเต้นแรง ร่างกายก็ร้อนรุมๆ เหมือนคนจะเป็นไข้

“หลอกอะไรครับ?”

“หลอกว่า...” จู่ๆ น้ำตาลก็เงียบ ไม่อยากปดต่อ

“พี่เคยบอกเราเมื่อไหร่กันว่าพักอยู่ที่ไหน”

“น้ำตาล.... น้ำตาลรับก็ได้ว่าอยากมาหาพี่โป้ป...” เด็กสาวพูดก่อนหลบสายตา

“น้ำตาล...”

“ขา...” เสียงหวานเจือแววกระเส่า

“มีใครรู้หรือเปล่าว่าเรามาหาพี่ที่นี่”

“ไม่...”

“คนรถที่รับส่งไปเรียนภาษาล่ะ” เสียงของเด็กหนุ่มกังวลเจือจาง

“น้ำตาลไม่ได้ให้คนรถมาส่งหรอกค่ะ น้ำตาลขโมยรถคันเล็กของพี่พิชญ์มาขับเล่นค่ะ น้ำตาลเพิ่งหัดขับรถยนต์” เธอตอบอย่างตื่นเต้น แววตาเป็นประกายลุกวาว

“แล้วเรามีใบขับขี่หรือยัง?” เด็กหนุ่มเอ่ยถามเพราะนึกห่วงขึ้นมา การจราจรบนท้องถนน มันจะต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะถนนในเมืองไทยถ้าประมาทมันก็เปรียบเหมือนเครื่องประหารดีๆ นี่เอง วันแต่ละวันมีคนตายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ไม่รู้กี่ศพ เขาเห็นน้ำตาลเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่อยากรู้อยากลองแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้

“ยังค่ะ... แต่ไม่เป็นไรหรอกนะคะ”

“มันอันตรายนะรู้หรือเปล่า?” เขาเอ่ยเสียงดุฟังดูจริงจัง

“แต่น้ำตาลขับเก่งแล้วก็ระวังนะ” เด็กสาวเริ่มอ้าง

“ถึงงั้นก็อันตราย บนท้องถนนอะไรก็เกิดขึ้นได้ ขากลับพี่จะขับกลับไปส่งให้”

“จริงนะคะ”

“อืม...”

“น้ำตาลก็แค่นึกสนุก... พี่พิชญ์เขาไม่อยู่ ไปดูงานที่ต่างจังหวัด กว่าจะกลับก็นานหลายวันค่ะ น้ำตาลจะกลับตอนไหนก็ได้ค่ะ”

เด็กสาวพูดไป พลางวางแก้วเครื่องดื่มลง...

จากนั้นก็ขยับกายเข้าไปหยุดตรงหน้าเด็กหนุ่มรุ่นพี่แต่หน้ามองสีหน้าและแววตามีอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้เด็กหนุ่มเองก็ใจเต้น ใจคอสับสนไปหมด มีมดตัวหนึ่งไต่ที่อกเสื้อของเด็กหนุ่ม เด็กสาวจึงเอื้อมมือไปหยิบออกให้เขา และจับโยนไปทางหนึ่ง

เด็กหนุ่มจับมือเด็กสาวไว้เด็กสาวสะดุ้งใจสั่น ดวงหน้าแดงระเรื่อ ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เด็กหนุ่มบอกไม่ถูกว่า... เป็นกลิ่นน้ำหอมที่เด็กสาวใช้ หรือว่ากลิ่นจากผิวกายของหล่อนกันแน่...

“จะบอกใครหรือเปล่าว่ามาหาพี่” เด็กหนุ่มถามเสียงกระเส่านิดๆ

“ไม่บอก...” เด็กสาวเสียงสั่นและไม่ได้ปัดป้อง

เมื่อเขารั้งร่างหล่อนไปกอด สัมผัสจากผู้ชายที่ต่างมีใจเสน่หาต่อกัน วัยรุ่น วัยร้อนและไวไฟยิ่งกว่าน้ำมันที่ถูกราดลงไปในกองไฟให้โหมตัวขึ้นมา ให้เกิดความเสียวซ่านในอารมณ์

“น้ำตาลจ๋า...” ชายหนุ่มครางเรียกชื่อ เขารู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาเสียอย่างนั้น

เด็กหนุ่มแทบจะเก็บและควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่วัยหนุ่มสาวที่หมกมุ่นในธรรมชาติ ไม่สนใจว่าจะผิดหรือถูกแม้จะมีผู้ห้ามปราม แต่ไม่ต่างจากคำห้ามปรามเป็นเหมือนแรงยั่วยุส่งเสริม

เด็กสาวไม่ได้เบี่ยงดวงหน้าหลบเลี่ยงแต่อย่างใด เมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มลดลงบนริมฝีปากของเจ้าหล่อนอย่างตะกรุมตะกราม มือของเขาซอกซอนเข้าไปในเสื้อยืดของเด็กสาววัยรุ่น นิ้วมือโลมไล้ไปตามความอิ่มเต็มเต่งตึง ชูชันทั้งสองข้าง มือเขาวนเวียนวุ่นวายอยู่บนนั้นจนหนำใจ

เขาบอกให้หล่อนถอดเสื้อออก...

เมื่อจูงมือกันเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวอย่างเร่งรีบ

เด็กหนุ่มถอดเสื้อผ้าของเด็กสาวออกไปอย่างช้าๆ และบอกให้หล่อนขึ้นไปนอนรอเขาอยู่บนเตียง เด็กสาวพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

เจ้าหล่อนช่างกล้าหาญมากอย่างที่เขาเองก็คิดไม่ถึง เด็กสาวขึ้นไปนอนรออยู่ตรงหน้าด้วยความยินยอมพร้อมใจไม่ขัดขืน และใครรู้เหตุการณ์ต่อไปด้วยใจระทึก

ประกายตาเด็กหนุ่มเรืองแสงเขาคิดถึงผู้หญิงคนแรกที่สอนรักให้เขา และเวลานี้สาวสวยคนนี้ตามหาเขา เพื่อเสนอตัวให้เขาเชยชม

เด็กหนุ่มพยายามลืมคำห้ามปรามของพี่สาวเมื่อบอกตนเองยังไงเขาต้องได้น้ำตาลสักครั้งเพราะหล่อนพยายามทอดสะพานให้เขามานานแล้วหลายครั้งหลายครา แต่เขาไม่ว่างเจอหล่อน

เขาเอนกายเปลือยเปล่าลงช้าๆ เรือนกายแกร่งที่เด็กสาวเคยบอกว่า รูปร่างของเขานั้นหล่อเร้าใจไปหมดทุกส่วนสัดจริงๆ เขาแข็งแรงและแข็งแกร่ง เด็กหนุ่มรวบรอบเอวอ้อนแอ้นของสาวน้อยเอาไว้อย่างรุกราน เอวน้อยคอดกิ่วซึ่งวาดโค้งลงไปถึงสะโพกผาย และต้นขากลมกลึงอันอ่อนหวาน ขณะที่เขาทาบทับกล้ามเนื้อแข็งแรงของทรวงอกเรียบรับเอากับความนูนนุ่มใต้ฐานเนินอกอิ่มของเด็กสาวที่เต่งตึงแน่นยั่วสัมผัส

ปากร้อนบดขยี้ริมฝีปากเด็กสาวที่มาเรียกร้องเขา เพื่อทอดกายให้เชยชม...

ชายหนุ่มไล้ปลายลิ้นไปทั่วเรือนกายหอมของเด็กสาวอ่อนเดียงสา และมองจ้องตาหวานเยิ้มเร้าอารมณ์ของเจ้าหล่อน แววตาเป็นประกายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาคุกคามและร้อนกว่าไฟใดๆ เขาทาบฝ่ามือลงไปบนอกอิ่มก่อนเคล้าคลึงไปมาเบาๆ เพื่อปลุกเร้า

ร่างบางสั่นเทิ้ม “กลัวหรือเปล่า...” เขาถามเสียงแตกพร่า

ความปรารถนาที่เดือดไปทั่วกาย อารมณ์เด็กหนุ่มพลุ่งพล่าน

เด็กสาวเอนกายเข้าหาและกอดเขาไว้แน่น

“เจ็บไหมคะ?” หล่อนถาม

“นิดหน่อย...”

“เดี๋ยวก็ดีเอง...” เด็กหนุ่มปลอบ

สาวน้อยจึงหลับตานิ่งและเผยอเปลือกตามองเขา เมื่อชายหนุ่มจูบหล่อนอย่างตะกรุมตะกรามไปทั่วเรือนร่าง ฝังดวงหน้าลงกับอกอิ่มดื่มด่ำกับอวบอกของสาวน้อย...

น้ำตาลดิ้นน้อยๆ ยิ่งเร้าอารมณ์ฝ่ายชายให้กระเจิดกระเจิงลงไปในเพลิงสวาท เขาค่อยๆ แทรกกายลงไปจนเด็กสาวผวาเฮือก

หล่อนกอดเขาเอาไว้แน่น ก่อนจะปล่อยให้ชายหนุ่มทำหน้าที่เหมือนผู้บังคับม้าแข่ง ชายหนุ่มควบขยับอย่างเมามัน บ้างเผลอตัวทำรุนแรงจนสาวน้อยด้อยประสบการณ์ต้องจิกกรงเล็บลงบนเนื้อเขาเพื่อระบายอารมณ์อันซ่านเสียว...

ถึงแม้เขายังเพิ่งเป็นหนุ่มแตกพานเพียงไม่นาน หากในเรื่องกามารมณ์นั้นเขากลับไม่ปล่อยให้เจ้าหล่อนต้องผิดหวังเลยแม้แต่น้อย

เขากอดรัดฟัดเหวี่ยงสาวน้อยอย่างมันเขี้ยว เด็กสาวตอบโต้อย่างร้อนแรง เธอเรียนรู้รสสวาทจากรุ่นพี่ เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นจากการสอนรักของครูรุ่นพี่ที่เก่งกาจและชำนิชำนาญการอย่างปริญญ์ สาวน้อยก็ยิ่งเรียนรู้ไว เขามอบรอยยิ้มพราย เมื่อรู้ในทันทีว่าเขาคือผู้ชายคนแรกของน้ำตาล

มันรู้สึกภาคภูมิใจอยู่ลึกๆ ตามสัญชาติญาณของผู้ชาย

ชายหนุ่มมองสบสายตาเจ้าหล่อนอย่างหยาดเยิ้ม เมื่อต่างคุกเข่ามองหน้ากันและกันบนเตียงนอน... สนามสวาทของวัยหนุ่มสาว ไอร้อนแห่งกามารมณ์อวนระอุเจืออยู่ในอากาศรอบๆ เรือนกายของพวกเขาทั้งสอง

“จะมาหาพี่อีกหรือเปล่า?” เด็กหนุ่มถามอ่อนโยน

เจ้าหล่อนหน้าแดง “พี่โป้ปอยากจะให้น้ำตาลมาหาหรือเปล่าละคะ?”

“อยากสิ... แต่โทรมาก่อนนะครับ” ชายหนุ่มยิ้ม อีกฝ่ายพยักหน้าอย่างว่าง่ายๆ

แน่นอนว่าหล่อนติดใจในสิ่งที่เขามอบให้ เหมือนหลงใหลเพลิดเพลินอยู่ในทุ่งรสสวาท เหมือนดั่งจมอยู่ในพิษของยาเสพติดยากถอนใจ

เด็กหนุ่มถอนใจเฮือก ถึงอย่างไรเรื่องนี้จะต้องเป็นความลับระหว่างเขากับเธอ

คนอื่นจะล่วงรู้ไปไม่ได้ แม้แต่พราว พี่สาวของเขาเอง...

พี่สาวของเขาจะทราบเรื่องความสัมพันธ์ลับนี้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะเขายังรักและเคารพพี่สาวคนนี้มาก แต่ความต้องการที่มีต่อเด็กสาวก็คุกรุ่นร้อนรุ่มไม่แพ้กัน

เด็กหนุ่มรั้งร่างสาวรุ่นไปกอดอีกครั้งอย่างสุดปรารถนา ก่อนพรมจูบหล่อนอย่างกระหายหิว เจ้าหล่อนพึงพอใจ

“ไม่เจ็บแล้วใช่ไหม” เด็กหญิงหน้าแดง ด้วยความเขิน

ก่อนมองสบสายตาอยู่นิ่งๆ เนิ่นนาน ดวงตาหวานเยิ้มดื่มด่ำอย่างมีความหมาย

“อย่าบอกใครนะ... สัญญา”

“ค่ะ สัญญา”

“ดี”

เด็กหนุ่มจูบปากหล่อน ก่อนจะถามหล่อนอย่างห่วงใย “พอจะเดินไหวหรือเปล่า?” เด็กหนุ่มเอ่ยถามด้วยความเอาใจใส่

เด็กสาวไม่แน่ใจ หากก็เซถลาเล็กน้อยขณะก้าวเท้าลงจากเตียงจนเขาต้องพยุงร่างน้อยเอาไว้อย่างถนอม “ไม่ไหว... ก็นอนก่อนไหม” เขาเอ่ยขณะมองหน้าขาวสวย เจ้าหล่อนดูน่ารักจิ้มลิ้ม ยิ่งมองก็ยิ่งหลงใหลอยากจับเธอกินอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

“ยังเจ็บนิดๆ นะคะ แต่น้ำตาลต้องกลับแล้ว”

“แวะมาอีกนะครับ พี่จะรักษาให้” เขาเอ่ยด้วยสำเนียงที่ทำให้หล่อนหน้าแดง พลางหัวเราะกลบเกลื่อน

เพราะรู้ดีว่า เขาจะรักษาหล่อนอย่างไร...

ชายหนุ่มกับเด็กสาวแนบแน่นอีกครั้ง เมื่อเขาบอกจะไปส่งเธอ

เด็กสาวเอ่ยบอกเบาๆ ว่าไม่เป็นไร... เธอไหว แต่เด็กหนุ่มก็สอดฝ่ามือกุมขยำอกอิ่มไว้อีกครั้งอย่างถือสิทธิ์ มือหนาออกแรงเคล้นคลึงเล้าโลมอย่างอ่อนโยนและเพิ่มความรุนแรงขึ้นตามเพลิงปรารถนี่สุมทรวง

“น้ำตาล...” เขาครางเรียกชื่อเธอ

“คะ...”

“พี่ไม่อยากให้เรากลับเลย... ค้างได้ไหมครับ?”

“ไม่ได้ค่ะ”

“นะครับ...”

“เดี๋ยวพี่พราวกลับมาจะเจอนะคะ” เด็กสาวเอ่ยถึงคนต้นเหตุที่ทำให้เจ้าหล่อนนอนค้างกับเด็กหนุ่มไม่ได้

“จริงสินะ” เขาลืมเรื่องพี่สาวไปเลย

“พี่... อยากให้พี่พราวออกไปตรวจงานที่ต่างจังหวัดบ่อยๆ จังเลยเนอะ” เขาเปรยเสียงแหบพร่า ฟังแล้วรู้สึกเซ็กซี่จนขนลุกเกรียวชอบกล

เด็กสาวหัวเราะอย่างรู้ทัน

“ยังไม่กลับตอนนี้ก็ได้ค่ะ” หล่อนบอก เด็กหนุ่มตาลุกวาว

“จริงนะ”

“ค่ะ” เด็กน้ำตาลพยักหน้ารับ พร้อมยิ้มตาหยี

“วิเศษ” เขาและหล่อนต่างหัวเราะผสานเสียงกัน ร่างน้อยถูกอุ้มกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง...

ต่างก็ช่วยกันจนเจอในสิ่งที่เพิ่งจะรู้จัก โดยเฉพาะกับฝ่ายหญิง เธอถวิลหาอย่างไม่รู้อิ่ม ทำเอาเด็กหนุ่มแทบจะหมดเรี่ยวแรง แต่เขาก็มีพลังมากมายในการทำรักให้เด็กสาววัยอยากรู้อยากเห็นเรื่องเพศ แรกรสรักที่สาวน้อยได้รับมันตื่นเต้นซาบซ่าจนถึงขั้นแทบจะเดินไม่ไหวจริงๆ จนต้องขอให้เขาช่วยประคองหล่อนลงไปยังชั้นล่างของคอนโด

“พี่ขับรถไปส่งดีกว่าไหม...”

“ไม่เป็นไรค่ะ น้ำตาลไหว...”

“เดินยังไม่ไหวเลย”

“ก็เพราะใครละคะ?”

“พี่ถึงรับผิดชอบเราไง ให้พี่ไปส่งเรานะ”

“ไม่เป็นไร...”

“ไม่เป็นไรไม่ได้หรอกนะ... ยังมีแรงหรือไง?”

ทั้งสองมองตากันอย่างอาลัยอาวรณ์เมื่ออีกฝ่ายขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัยที่แอบเอาของพี่ชายมาขับเล่น

ชายหนุ่มเปิดประตูรถเข้าไปนั่งเข้ารั้งร่างเด็กหญิงมากอดจูบอีกครั้ง

“พรุ่งนี้เจอกันที่นี่... มาหาพี่อีกนะครับ” น้ำเสียงชายหนุ่มเจือแววออดอ้อน

“อืม... ก็ได้ค่ะ”

“พี่ปริญญ์คนนี้จะรอน้ำตาลนะครับ” เขาบอกเสียงกระเส่าถอนหายใจฟืดฟาด

ให้ตายเถอะ! หญิงสาวทำให้เขาแทบจะไม่มีความอดทนและยังต้องการหล่อนอีกมากมาย หากต้องตัดใจให้สาวน้อยจอมยั่วกลับบ้านไปก่อน

ชายหนุ่มยังมากไปด้วยไฟแห่งความปรารถนา...

เมื่อเขาเดินกลับขึ้นไปบนห้อง ทันใดนั้นเขาแทบคลั่ง เมื่อมีผู้หญิงข้างห้องคนหนึ่ง เรียกให้เปิดประตูให้

“พี่น่ะเอง... มีอะไรครับ”

หญิงสาวเจ้าของใบหน้าสวยจัด เจ้าหล่อนเป็นนักร้องออนไลน์ หล่อนยิ้มหวาน ปรายตาสุดเย้ายวนก่อนก้าวเข้าไปในห้อง

“พี่พราวไม่อยู่เหรอ?”

“ไม่อยู่”

“แล้วนายไม่ไปซ้อมดนตรีเหรอ”

“ไปมาแล้ว”

“ว่าแต่พี่... มาทำไม?” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงห้วน

“ก็... อยากแวะมาทักทาย ไม่ได้หรือไง?” เธอว่า ชายหนุ่มไม่ตอบ จะได้หรือไม่ได้ เจ้าหล่อนก็เข้ามาแล้วนี่นา

“พี่พราวไม่อยู่หรอกครับ ไปทำงานยังไม่กลับ” หญิงสาวคนนี้เป็นเพื่อนบ้านี่อยู่ใกล้ๆ ในคอนโดชั้นเดียวกัน จากที่ดูเธอคงอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับพราว พี่สาวของเขานั่นเอง

“พี่ไม่ได้มาหาพี่สาวเราหรอกนะจ๊ะ” ชายหนุ่มหันไปมองสบสายตาของสาวสวยผู้มาเยือน เขามองประสานสายตา

“ไม่ไปร้องเพลงหรือไง?” คนสวยถามมองมาด้วยสายตาพริ้งพราว

“ไปสิ... สักพักจะออกไปทำงานแล้ว แต่พอดีปวดหัวก็เลยโทรไปลาผู้จัดการ”

“ไปหาหมอสิ”

“ก็ว่าจะไปถ้ากินยาแล้วไม่ดีขึ้น”

“มียาป่าว”

“ไม่มี... ก็เข้ามาหา เพราะพี่คิดว่าพี่สาวเราจะมียา”

“ไม่แน่ใจนะ เดี๋ยวดูให้” พี่ผมชอบเก็บไว้ในตู้ยาสามัญประจำบ้าน

“รอเดี๋ยวนะ ผมจะไปเอามาให้ครับ” พูดจบเขาก็หมุนตัวจะเข้าไปในห้องนอนของพี่สาว หากทันทีนั้นเขาต้องสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงลงกลอนประตู

เด็กหนุ่มหันไปมองนักร้องสาวสวยสถานะ “เพื่อนบ้าน” เจ้าหล่อนยิ้มหวานเป็นเชิงยั่วยวน

“แม่นั่นถึงกับเดินไม่ไหวเพราะเธอเลยเหรอ”

“พี่แอบดูพวกเราเหรอครับ”

“แอบอะไรกัน... ใครๆ ก็เห็นทั้งนั้นล่ะ”

“ผมว่า... พี่อย่ายุ่งเรื่องของเราดีกว่านะครับ” เด็กหนุ่มสบถเจือแววหัวเสีย เขาไม่เข้าใจทำไมผู้หญิงคนนี้จะต้องมาถ้ำมองเขากับน้ำตาลด้วย มาสนใจเรื่องของเขาทำไม อีกอย่างถ้ารู้เรื่องแล้วจะไปปากโป้งกับพี่พราวขึ้นมา เขาไม่เอาไว้แน่ เขาจะไม่ไว้หน้าเลยคอยดู!

“พี่ก็ว่าจะไม่ยุ่ง... แต่มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”

“อะไรของพี่ครับเนี่ย แลกเปลี่ยนอะไรกันครับ?” น้ำเสียงเจือแววงงงวยและไม่พอใจนิด

“ท่าทางจะพลังช้างน่าดู” เจ้าหล่อนชื่นชม สายตาจับจ้องเขานิ่งแน่ว ไล้สายตาหวานเยิ้มลงไปยังส่วนแข็งแรงแก่งแข็งของชายหนุ่มอย่างหน้าไม่อาย เธอสื่อออกมาอย่างชัดเจนว่าต้องการส่วนนั้น ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือก อีกฝ่ายขยับเข้าไปหาและคว้ามือเขาไว้

เด็กหนุ่มสะดุ้ง เมื่อหล่อนจับมือเขาไปจับส่วนเว้าส่วนโค้งอิ่มเต็มของตนเองอย่างเชื้อชวน

“ชอบมั้ย...”

ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกใต้ฝ่ามือสัมผัสถึงความอ่อนนุ่ม เต็มตึงและปลุกเร้าเขาให้ร้อนแรงขึ้นมาทันใด

“บีบพี่สิ...” เสียงหวานกระเส่า เขาทำตามคำสั่งราวต้องมนต์สะกด “ดี... แรงขึ้นสิ”ว่าจบก็เบียดส่วนนั้นเข้าหาชายหนุ่มผู้อ่อนวัยกว่า เจ้าหล่อนสวมกอดเขาเอาไว้แน่น

“ช่วยปลดปล่อยพี่ได้หรือเปล่า...” เสียงเธอครางอย่างเว้าวอน

“พี่หมายความว่ายังไง?”

“พี่อยาก...”

“อยากอะไรครับ...” ทั้งที่รู้แก่ใจ เขากลับต้องการได้ยินจากปากของเจ้าหล่อนให้ชัดๆ

“พี่อยากเดินไม่ไหวแบบแม่เด็กนั่นบ้าง... เอาพี่สิ” เธอบอกถึงความต้องการอย่างชัดเจน

“พี่มั่นใจหรือครับ” ผู้หญิงนี่เป็นอะไรมาให้ “เอา” ถึงที่ ของฟรีๆ มันก็น่าลองอยู่หรอก นมโตเอวดีมีสะโพก เขากำลังแตกหนุ่มก็อยากลิ้มลองเป็นของธรรมดา

“พี่ต้องการนะ... เดี๋ยวนี้” เจ้าหล่อนกุมมือเขาแล้วชักพาให้เขาบีบเคล้นโนมเนื้อตัวเองอย่างเร่าร้อน

เด็กหนุ่มอยากจะปฏิเสธ หากเขาก็เหมือนไฟกับน้ำมัน ไม่พูดพร่ำทำเพลง ออกแรงผลักอีกฝ่ายลงไปบนพื้นพรมและโหมกระหน่ำทาบทับลงไปอย่างสุดตัว สาวเซ็กส์ซี่ที่มีศักดิ์เป็นเพื่อนบ้าน อาศัยในคอนโดเดียวกันแม้จะคนละชั้น แต่บางครั้งบางคราวก็เจอกันตามร้านสะดวกซื้อใต้ตึกบ้าง ที่นิติบ้าง หรือที่ห้องรับรองส่วนกลางของคอนโด แต่ถ้าเขากลั้นไม่ไหวไปมีอะไรกับผู้หญิงคนนี้ ต่อไปจะมองหน้ากับยังไงนะ

“คิดอะไรอยู่จ๊ะโป้ป... เร็วสิจ๊ะ”

“พี่แน่ใจหรือครับกับสิ่งที่เราจะทำ”

“ใช่จ้ะ”

“แต่ว่า...” เด็กหนุ่มรู้ดีแก่ใจว่าสาวสวยตรงหน้ามีแฟนแล้ว แม้ระยะหลังๆ เขาจะไม่เจอผู้ชายคนนั้นก็เถอะ เปล่าประโยชน์ที่จะถามถึง อีกอย่างเขาไม่เคยมีสายตาเพื่อมองผู้หญิงคนอื่นเลยนอกจากน้ำตาล แต่กระนั้นก็ตาม ต่อให้ใจแข็งสักแค่ไหน ถ้ามีสาวๆ สวยๆ รูปร่างอวบอิ่มน่าขยำมานั่งคร่อมร่างเขาอยู่แบบนี้ ใครมันจะไปต้านได้วะ เขาเองก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะโว้ย

“กลัวผัวพี่เหรอ... พี่เลิกกันแล้ว เขาไม่มาหาพี่หลายเดือนแล้ว”

“พี่หมายความว่า... ตอนนี้พี่โสดหรือครับ?”

“ใช่จ้ะ โสดสนิท แล้วก็ไม่คิดจะหาผัวใหม่ด้วย”

“แล้วพี่มายุ่งผมทำไม?”

“ยุ่งที่ไหนกัน พี่แค่มาขอความช่วยเหลือน่ะ”

“แบบนี้ก็ได้หรือครับ?” น้ำเสียงเจือแววหงุดหงิด

“ช่วยพี่นะ พี่สัญญาจะไม่ทำโป้ปเดือดร้อน”

“มั่นใจเหรอครับ”

“จ้ะ พี่ไม่แสดงความเป็นเจ้าของ ไม่เรียกร้องอะไรทั้งนั้น... พี่อยากลองกับโป้ปสักครั้ง พี่เห็นเด็กนั่นแล้วอิจฉา” เธอว่าพลางลูบไล้แผงอกแกร่งของเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างเชื้อเชิญเจือเย้ายวน เธอต้องการเขามากจนล้นไปหมด เธอยิ้มหวานพลางขยับสะโพกกลมบนกล้ามท้องเขา แม้ว่าร่างทั้งสองจะมีเสื้อผ้าขวางกั้น แต่มันก็ไม่อาจปกปิดฤธิ์ของความปรารถนาอันร้อนแรงได้

“ผมเชื่อใจพี่ได้ใช่มั้ยครับ...”

“ได้สิจ๊ะโป้ป... สัมผัสพี่สิ” ว่าพลางกุมมือหนาของหนุ่มรุ่นน้องขึ้นมาสัมผัสไปทั่วอกอิ่ม ส่วนมืออีกข้างของเขา เธอก็ใช้มืออีกข้างกุมเอาไว้และนำพามาลูบไล้เหนือสะโพกกลมอย่างเชิญชวน ก่อนอ้อมมาด้านหน้าและกุมเอาไว้นิ่งนานบนอูมเนื้อเด่น

“มือโป้ปอุ่นเหลือเกิน...” เธอส่งเสียงกระเส่า “ลองลูบพี่เล่นดูสิคะ” ชายหนุ่มทำตามคำสั่ง เขารู้ตัวเองว่าตอนนี้ร่างกายในวัยหนุ่มของเขาก็กำลังพลุ่งพล่านกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

ผู้หญิงที่สะสวย รูปร่างอวบอิ่มผิวขาวผุดผ่อง สะโพกกลมกลึงดีดเด้ง น่าสนใจไปทั้งตัวแบบนี้ทำไมผัวทิ้งไปเสียได้

แต่เขาก็ไม่ผิดถ้าจะมีอะไรกับเจ้าหล่อนสักครั้ง ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่กับสาวสวยอายุมากกว่าผู้เปี่ยมประสบการณ์ แถมยังโสด ในเมื่อหล่อนเลิกกับผัวแล้ว

เขาเคล้นคลึงอกอิ่มอย่างสนุกมือ ขณะขยับโยกร่างให้ร่างอวบบนตัวเขาโยกน้อยๆ เมื่อหญิงสาวโน้มหน้าลงมาใกล้และละเลียดเลียซอกคอเขา จูบข้างแก้มและสูดดมแก้มเขา จมูกเขา มือหล่อนเองก็ซุกซนเกลี่ยวนบนหัวจุกนมของฝ่ายชายอย่างเป็นงานและเชี่ยวชาญสมเป็นหม้ายสาวผัวหนี

“พี่สวยมากครับ”

“ข้างในพี่ก็สวยนะ อยากดูมั้ย” สิ้นคำเธอก็ไขว้แขนเบื้องหน้า ให้สองมือจับชายเสื้อแล้วถกขึ้นสูงเหนือศีรษะ ร่างอวบอิ่มสวยสล้างกึ่งเปลือย มีเพียงบราแบบครึ่งเต้าที่รัดโนมเนื้อเต่งตึงเอาไว้ ส่วนอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ มันยั่วตาหนุ่มน้อยเสียเหลือเกิน

“สวยมากครับ”

“อยากดูดนมพี่มั้ยคะ?”

“ดูดได้หรือครับ?”

“ได้สิ... ให้พี่ป้อนนะ” เสียงอ้อนหวานว่าจบ เธอก็บีบเคล้นอกอิ่มของตัวเองโผล่พ้นบราขึ้นมาข้างหนึ่ง ก่อนโน้มตัวลงหาปากเขา

“อา.... ดีจัง” เธอครางรับเมื่อเด็กหนุ่มครอบยอดถันด้วยริมฝีปากร้อนแรง ความรู้สึกอบร้อนและชุ่มเปียกโอบล้อมยอดรวงของตน มันช่างวิเศษที่สุด

“อืม...” เธอครางหวาน บดเบียดร่างเข้าหาเขาอย่างเว้าวอน ตอนนี้มือหนาใหญ่ลูบไล้สัมผัสบนร่างเธอไปตลอดทั้งเนื้อทั้งตัว ทั้งสองร่างนัวเนียพัวพันกนอย่างหิวโหย มารู้ตัวอีกทีคนทั้งสองก็นอนพันกันด้วยร่างเปลือยเปล่า

“รูปร่างเธอน่ากินมากนะโป้ป” เธอคราง

“ก็กินได้นะครับ”

“พี่อยากชิมแล้วสิ” เธอว่าพลางเอื้อมมือลงไปกอบกุมส่วนเรียบลื่นหากทว่าแข็งเกร็งของเขา ปลายหยักบานมีน้ำใสๆ ฉ่ำออกมา สีของเขาน่ากินยิ่งกว่าใคร หญิงสาวเลียริมฝีปากอย่างเบาแผ่ว ก่อนก้มลงหาผิวสัมผัสเรียบลื่นในอุ้งมือนั้น นาทีเดียวเท่านั้นสาวสวยกลายเป็นนางในวรรณคดีที่กำลังถวายบัวให้ชายหนุ่มที่เจ้าหล่อนเฝ้าปรารถนา

“อา....” เขาครางหลุดรอดออกมาทันทีที่หญิงสาวครอบปากลงไป เธอชำนาญให้การปรนเปรอท่อนลำเอ็นของผู้ชาย ช่างเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่ชวนตื่นเต้นและทำเอาโป้ปถึงกับลำคอแห้งผาก สาวเจ้าอมเข้าไปสุดท่อนยาวใหญ่นั้นจนเขาเกร็งตัว ไม่นานความชำนาญของเธอก็ทำเขาเสร็จในปากเธอ เขามองเธอดื่มกินเขา ชายหนุ่มเอื้อมมือไปรวบผมของเจ้าหล่อนเอาไว้ ไม่นานเขาก็ค้างเกร็งด้วยความสุข

“ดูดนมให้พี่บ้างสิคะ”

“ครับ” เขามีความสุขกับประสบการณ์แปลกใหม่ในบทรักร้อนแรงอย่างถึงพริกถึงขิง เขาไม่เคยได้รับจากน้ำหวาน แน่นอนเขาจะสอนสาวน้อยคนรักให้ชำนาญและมีชั่วโมงบินสูงแบบนี้ แต่ตอนนี้เขาจะต้องจดจำบทเรียนร้อนแรงทุกเม็ด ทุกท่วงท่าและเสพสุขให้มากเท่ามาก

เขาพลิกตัวขึ้นมาอยู่ด้านบน แล้วบดจูบลงบนอกอิ่มและดูดดื่มเนิ่นนานจนบริเวณนั่นเปียกชุ่มจากปากเขา มือหนาอ้อมหลังสะโพกกลม ลูบไล้และบีบเคล้นเป็นจังหวะ ก่อนที่จะสอดนิ้วรุกล้ำในร่องหลืบอันชุ่มฉ่ำของเจ้าหล่อน

“อื้อ... โป้ปเอาพี่สักที อา... เสียวไปหมดแล้ว”

เธอครางเมื่อชายหนุ่มแกว่งนิ้วภายในนั้นจนเจ้าหล่อนเสร็จไปหลายครั้ง เธอต้องการสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านิ้วเขา

ชายหนุ่มโล้ตัวขึ้นมา ก่อนผลักเรียวขาเปิดเปลือย เขาทดสอบความชุ่มฉ่ำของเธออีกครั้งด้วยการลากไล้นิ้วลงไปกลางร่องสาว

“อา.... เสียว” เธอครวญ ขณะนั้นเอง ชายหนุ่มก็โย้ตัวขึ้น จับประคองท่อนเอนผ่าวร้อนขึ้นลากเสียดสีเบาแผ่วกับร่องชุ่มฉ่ำนั้นเพื่อปลุกเพลิงปรารถนา

“อ๊ะ พี่เสียว”

“พี่แฉะมากแล้วครับ”

“รออยู่นะคะ อื้อ...” สาวเจ้าจิกเล็บลงหน้าขาแข็งแกร่งนั้นเพื่อบรรเทาความซ่านสยิว

‘เด็กบ้านี่... เป็นงานใช้ได้ มิน่ายายเด็กนั่นถึงแทบเดินไม่ไหว’ สาวกร้านรุ่นพี่มากประสบการณ์คิดในใจ ลอบยิ้มพึงพอใจอยู่ลึกๆ

“โป้ป... เร็วสิ เข้ามาในตัวพี่” เธอเว้าวอนราวเด็กขอของเล่น

ชายหนุ่มส่งนิ้วสอดใส่เข้าไปก่อนจนมิด หมุนวนจนร่างสาวบิด ก่อนมืออีกข้างจะจับท่อนเอ็นแข็งร้อนเสือกเสยเข้าไปอย่างช้าๆ เธออ้าขาตอบรับ และขยับส่ายสะโพกรอต้อนรับท่อนลำอันยิ่งใหญ่ของหนุ่มน้อย

“โอ... ดีเหลือเกิน” เธอครางพึงพอใจ

ระหว่างท่อนใหญ่ทะลวงลึก เขาใช้นิ้วมืออีกข้างเกลี่ยตุ่มติ่งน้อยๆ นั้นสลับเคล้นคลึงจนน้ำหวานล้นทะลักออกมา เจ้าหล่อนตอบสนองเขาเป็นอย่างดี ร่องหลืบลื่นไปด้วยน้ำหวานสวาทที่เขาปลุกเร้า เขาเบียดตัวเขาลึกเข้าไป ขยับไปตามจังหวะเนิบช้า รางเพลงบรรเลงเปียโนเพื่อผ่อนคลาย เขาบังคับจังหวะรุกล้ำเร็วและแรงขึ้นอีก แรงขึ้นอีก สองร่างขยับโยกประสานกันจนตัวโยน

“อื้อ...” เธอจุกแทบแตกปริ เขายิ่งใหญ่และแข็งแรงเกินกว่าคาดไว้มาก

“อืม...” หนุ่มน้อยครางกระหึ่มเป็นจังหวะ เขาแรงเยอะมาก เธอร้องครางไม่เป็นภาษา ทั้งสนุกหฤหรรษ์และหวาดเสียวไปหมดทั้งร่าง ทั้งสองควบขยับเข้าหากันแล้วกันจนสุขสมไปหลายครั้งหลายครา ความร้อนแรงไม่มีแผ่ว เหมือนได้ขึ้นสวรรค์และโบยบินอยู่บนสายรุ้งแห่งความสุข ชีวิตนี้สาวเจ้านักร้องสาวไซด์ไลน์ไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มมัธยมเพื่อนบ้านที่ภายนอกดุจะธรรมดาไปบ้าง แต่ดูนานๆ เขาหน้าตาดีใช้ได้ พอได้เห็นเนื้อในยามเขาเปลือยเปล่าเธอแทบละลาย ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะทำรักได้อย่างเร่าร้อนถึงพริกถึงขิงเป็นที่ถูกใจได้จัดจ้านถึงขนาดนี้!

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย จากการทรยศริมผา สู่รักนิรันดร์
8.1
รดาถูกภาคินสามีที่รักกันมาห้าปีผลักตกหน้าผาหวังฆ่าปิดปากเพื่อไปเสวยสุขกับชู้รักอย่างชลิตา ท่ามกลางพายุฝนและความเจ็บปวดเจียนตาย เธอได้ยินแผนร้ายที่เขาเตรียมจัดฉากให้การตายของเธอเป็นเพียงอุบัติเหตุจากความประมาท ความแค้นจึงปะทุขึ้นในใจแทนที่ความสิ้นหวัง ในนาทีที่ลมหายใจโรยริน จูเลียน ธีรเดชวงศ์ มหาเศรษฐีหนุ่มซึ่งเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของภาคินได้ปรากฏตัวขึ้น เขาคือความหวังเดียวที่จะช่วยให้เธอรอดชีวิตกลับไปทวงคืนความยุติธรรมและทำลายทุกอย่างที่ภาคินรักให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย บ่วงซ่อนรัก Love of the Devil
9.0
เมลดา นางแบบสาวระดับอินเตอร์ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทย แต่ชีวิตต้องพลิกผันเมื่อเธอพลาดมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับชานนท์ นายตำรวจหนุ่มเพื่อนสนิทของพี่ชายที่ต้องการแสดงความรับผิดชอบ ทว่าในขณะที่ความรักกำลังเบ่งบาน โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องสูญเสียลูกและสูญเสียความทรงจำจนลืมสิ้นทุกความผูกพัน ชานนท์จึงต้องทำทุกทางเพื่อรื้อฟื้นความรักครั้งนี้กลับมาอีกครั้ง แม้ต้องเริ่มใหม่กี่รอบแต่พรหมลิขิตยังคงนำพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันในวังวนแห่งรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หน้าปกนวนิยาย บอกแล้วไงว่าจะไม่รัก
9.6
เมื่อความผิดปกติทางร่างกายกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวาย เมื่อเขาถูกคุกคามด้วยข้อเสนอที่เกินจะรับไหว แม้จะเผชิญกับอุปสรรคส่วนตัวแต่เขาก็ยืนกรานที่จะปฏิเสธความสัมพันธ์ที่น่าเหลือเชื่อนี้อย่างเต็มกำลัง เพราะการยอมรับข้อเสนอนั้นอาจนำมาซึ่งหายนะที่เขาหวาดกลัวเกินกว่าจะจินตนาการได้ เขาจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาศักดิ์ศรีและจุดยืนของตนเองเอาไว้ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้นและชวนให้สับสนในความรู้สึกอย่างที่สุด
หน้าปกนวนิยาย รับผมเป็นพ่อของลูกนะครับ[Mpreg]
9.7
ในยุคที่ผู้ชายบางกลุ่มสามารถตั้งครรภ์ได้ นภัทร เดือนคณะสุดฮอตดันพลาดพลั้งมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับสิงหา หนุ่มหล่อมาดนิ่งเพราะความเมามาย เรื่องราวควรจะจบลงทว่านภัทรกลับหายตัวไปและกลับมาพร้อมกับ น้องณดา เด็กหญิงตัวน้อยที่สิงหามั่นใจว่าเป็นลูกสาวของตน แม้นภัทรจะพยายามปฏิเสธความจริงเพียงใด แต่สิงหาก็ไม่ยอมแพ้ เขาตัดสินใจเริ่มแผนการพิชิตใจลูกสาวตัวจิ๋วเพื่อทวงคืนตำแหน่งคุณพ่อและพิสูจน์ความจริงให้ได้ว่าเด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักผู้ชายสารเลว
9.7
ชีวิตของฉันขับเคลื่อนด้วยภารกิจอันยิ่งใหญ่เพียงอย่างเดียว คือการได้อยู่เคียงข้างชายที่เป็นรักแรกอย่างพี่ลูคัส ฉันยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่างและก้าวเข้าสู่เส้นทางนางแบบถ่ายภาพนิ่งในลักษณะโป๊เปลือยเพียงเพื่อดึงดูดสายตาจากเขา ความทุ่มเททั้งหมดที่ฉันทำลงไปนั้นมีจุดประสงค์เดียวคือการได้รับความรักตอบแทนจากผู้ชายคนนี้ แม้ว่าเส้นทางที่เลือกเดินจะเต็มไปด้วยความเสี่ยงและคำครหา แต่นั่นคือราคาที่ฉันเต็มใจจ่ายเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับเขามากขึ้น
หน้าปกนวนิยาย แรงแค้นจิตรกร : รักที่ได้รับการไถ่ถอน
8.2
อลินต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมในงานแต่งงานครั้งที่สาม เมื่อเดมอนคู่หมั้นของเธอเลือกปกป้องไอรินและทำร้ายเธออย่างทารุณท่ามกลางสายฝน หลังจากถูกทำลายทั้งร่างกายและอาชีพจิตรกรจนดับวูบ อลินที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดในป่าลึกตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อรักษาครอบครัวและธุรกิจเอาไว้ เธอติดต่อบุคคลลึกลับในต่างแดนเพื่อทำข้อตกลงแต่งงานแลกกับการโอนทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย พร้อมเตรียมตัวหนีไปจากขุมนรกนี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และรับการไถ่ถอนจากความแค้นที่ฝังลึก