
เล่ห์ลวงบ่วงรักเมษา
ตอน 3
“พี่รุตติ์ไม่มีกิจกรรมของโรงเรียนทำเหรอคะ..วันนี้?” กังสดาลยิ้มหวาน แล้วเอื้องใบหน้ามองคนตัวโตที่ก้าวเดินลงตามแต่ละขั้นของบันได
“ไม่มีครับ มา... พี่ถือกระเป๋าให้” นิรุตติ์รีบเดินไปดักหน้าคนตัวน้อย แล้วรั้งกระเป๋านักเรียนมาถือไว้ แล้วใช้มืออีกข้างจับจูงข้อมือน้องน้อยพาเดินไปยังลานจอดรถ
“พี่รุตติ์ เดี๋ยวค่ะ... เดินช้าๆ ก็ได้” กังสดาลไม่ได้ขัดขืนชายหนุ่ม เดินๆ วิ่งๆ ตามรอยเท้าของคนตัวโตไปยังรถมอเตอร์ไซค์
“มา... พี่ใส่ให้” นิรุตติ์หันไปเปิดเบาะรถมอเตอร์ไซค์ เอาหมวกอีกใบที่อยู่ในนั้นออกมา เขายืนหันหน้าเข้าหาหญิงสาวจัดแจงสวมใส่หมวกกันน็อก พร้อมทั้งกระชับช่วงล็อกตรงคางให้คนตัวน้อย
“ค่ะ” กังสดาลยื่นหมวกให้ชายหนุ่มที่นั่งคร่อมรถรออยู่แล้ว ร่างบอบบางขยับเข้าไปหาชายหนุ่มข้างบ้าน ที่เธอเคารพเหมือนพี่ชายจริงๆ
ทุกอิริยาบถของหนุ่มสาววัยเรียน ที่ยืนคุยกันกระหนุงกระหนิงนั้น อยู่ในสายตาของชายร่างโตที่นั่งอยู่ในรถกระบะคันโตสีเงิน เขาจอดรถอยู่ข้างทางหน้าโรงเรียน กลับมาจากไร่บนดอย นานๆ จะได้มีโอกาสเป็นคนมารับหลานสาวด้วยตัวเอง แต่กลับมาเจอภาพที่ไม่อยากจะเห็นเอาเสียเลย เรียวตาตี๋ๆ สีเข้มดุดันมองผ่านกระจกแว่นตาสีดำเรย์แบน ถ้าขืนเขาจ้องมองนานๆ อาจจะแผดเผากระจกแว่นตาได้เป็นแน่
ตุ้บบ!!
มือเรียวใหญ่ทุบลงไปบนพวงมาลัยรถกระบะคันโตสีเงินหนึ่งที อุตส่าห์ตั้งใจมาจอดรอรับกลับบ้าน ไหงแม่หลานตัวบาง ทำไมต้องไปกับไอ้เด็กข้างบ้านด้วยนะ! มันน่าจับมาตีก้นเสียเหลือเกิน!! แววตาดวงเข้มเปล่งประกายแดงโรจน์ เอาแต่จ้องมองหลานรักที่ทำหน้าระรื่น มองอย่างไรก็เห็นว่าหลานตัวน้อยใช้แขนสลวยสองข้าง โอบกอดเอวของไอ้เด็กหนุ่มนั่น อยากรู้จริงๆ ว่าจะพากันไปไหน....
เป็นเพราะความร้อนอบอ้าวเวลาบ่ายสี่ ทำให้การเดินเลือกซื้อของใช้ในตลาดสดต้องหยุดลง นิรุตติ์ที่ยังเดินเป็นบอดีการ์ดนั้น ได้ชวน และพากังสดาลนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปยังห้างฯ ดังแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด
“เรียนไม่ทันจบ ริอาจจะมีความรักเหรอ ยัยกั้ง!!” เปล่งเสียงเข้มบ่นอยู่คนเดียว เรียวมือใหญ่สีแทนกำกระชับพวงมาลัยแน่นยิ่งขึ้น เท้าก็เหยียบคันเร่ง ขับช้าบ้าง... เร็วบ้าง... ตามรถมอเตอร์ไซค์ของคนทั้งสองไป จนมาถึงหน้าห้างฯ ท็อปแลนด์ รถกระบะคันใหญ่จอดชะลออยู่ฝั่งตรงข้ามกับลานจอดมอเตอร์ไซค์ที่ทางห้างฯ ได้จัดไว้คนละฝั่ง
แป๊นๆ... แป๊นนน...!!!
เสียงแตรรถบีบติดกันหลายครั้งดังระงม จนทำให้ทุกคนตามท้องถนนรวมทั้งร่างสองหนุ่มสาว ที่ยังพากันนั่งอยู่บนเบาะรถมอเตอร์ไซค์หันไปมอง
“ไม่คิดเกรงใจชาวบ้านมั่งเลย บีบแตรเสียงดังแบบนี้ มีหวังโดนด่าแน่” กังสดาลขยับร่างเพรียวลมลงมายืนอยู่ตรงข้างๆ นิรุตติ์ เรียวปากบางอมชมพูบ่นให้กับเสียงแตรรถที่ดังอยู่ข้างหลัง ห่างจากเธอและนิรุตติ์เพียงสองเมตร เธอได้แต่ชำเลืองไปมอง แต่ไม่คิดสนใจ... มันยิ่งเพิ่มความขุ่นเคืองให้คนร่างโตที่ยังหงุดหงิดอยู่ในรถกระบะ
“นั่นสิครับ ไร้มารยาทจริง!” นิรุตติ์ที่ยังนั่งคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ หันหน้าสะบัดหางตาส่องมองคนในรถ แต่มองไม่ถนัด เพราะกระจกรถสีดำมืดสนิท
“พี่รุตติ์ กั้งแกะที่ล็อกไม่ได้” กังสดาลพยายามทั้งดึง ทั้งแกะสายล็อกของหมวกกันน็อก
“มา... เดี๋ยวพี่ถอดให้” นิรุตติ์ยังนั่งอยู่ที่เดิม หันข้างไปหากังสดาล แล้วยื่นมือไปรั้งสายล็อกหมวกกันน็อกแกะออกให้คนตัวบาง
แป๊นนน...!!!
การกระทำของคนทั้งสองยังอยู่ในสายตาของเมษา ใบหน้าสีแทนแดงก่ำ เขาบีบแตรรถส่งเสียงดังอีกครั้ง เพราะคิดว่าคนทั้งสองไม่ได้ยิน พร้อมทั้งเปิดประตูลงจากรถ ก้าวเท้าย่างสมขุมเดินเข้าไปหาคนทั้งสอง มันรู้สึกหน่วงๆ และหวงหลานสาวขึ้นมาทันที ยามเห็นไอ้หนุ่มนั่น มันกำลังช่วยกังสดาลถอดหมวกกันน็อก โดยที่ไอ้หลานสาวก็ดูจะเต็มใจให้มันช่วยเหลืออำนวยความสะดวกเสียเหลือเกิน
“น้าเมฆ!!” / “พี่เมฆ!!” กังสดาลและนิรุตติ์หันไปมองตามเสียงอีกครั้ง แต่ก็ต้องตกใจ พากันเปรยเสียงแผ่วเบาพร้อมกัน ยามได้หันไปเห็นคนตัวโตที่กำลังเดินเข้ามาหา
“น้าเมฆ” กังสดาลรีบผลักออกจากนิรุตติ์ แล้วรีบวิ่งเข้าหาคนตัวโตที่เดินมายังเธอ เขาและเธอหยุดยืนมองหน้ากัน เขาสูงใหญ่จริงๆ กังสดาลต้องเป็นคนแหงนมองหน้าน้าชาย แต่ก็ต้องยกเรียวมือป้องหน้าไว้เพราะแสงแดดแยงตา
เมษารีบรั้งร่างบางให้มายืนตรงหน้า ใช้ร่างกายที่สูงใหญ่เกินมาตรฐานชายไทยช่วยบดบังแสงแดดให้ได้เป็นอย่างดี
“มาทำอะไรที่นี่?” เขาเอ่ยดุดันถามหลานสาว เป็นคำแรกของคนตัวโตที่ยืนประชันหน้าร่างแน่งน้อย คนหวงของไม่อยากให้ใครเข้ามายุ่งวุ่นวายกับสาวน้อยตรงเอาเสียเลย
“น้าเมฆมาได้ไงคะ?” เรียวมือบางนุ่มนิ่มยื่นเข้าไปเกาะแขนแกร่งของน้าชายไว้แน่น ดีใจมากแค่ไหนที่ได้เจอ ห้าเดือนเต็มๆ แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้ากัน เพราะชายหนุ่มจะใช้เวลาทุ่มเทตัวเองดูแลกิจการโรงแรมที่อยู่บนดอยเขาค้อ
“ถ้าไม่มา... คงไม่เห็นอะไรที่มันดูไม่ดีแน่!”
“น้าเมฆพูดแปลกจัง กั้งงงนะคะ” เด็กสาววัยใสซื่อไม่ทันคำพูดของคนตัวโต ได้แต่มองหน้าของน้าชายแล้วส่งรอยยิ้มหวานให้อีก
“รอยยิ้มแบบนี้...น้าขอได้ไหม อย่าไปยิ้มให้ใครเด็ดขาด!” น้าชายมีสมองคิดไม่ซื่อกับหลานสาว ตั้งแต่ตอนไหนนั้นหัวใจของเขาไม่อาจรู้ได้ เขาอยากจะจับรั้งร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด แล้วลงทัณฑ์เธอด้วยเรียวปากเสียเหลือเกิน
“คะ?” งงกับท่าทีเปลี่ยนแปลงของเมษา
“เลิกเรียนแล้วทำไมไม่กลับบ้านฮ่ะ!” คนห่วงหลานเห็นท่าทีของหลานที่ใสซื่อบ้องแบ๊ว เขากลบเกลื่อนไม่อยากให้เธอมารับรู้ว่าใจเขาคิดอะไรกับเธอ โดยการยกมือขึ้นรั้งและจับช่วงลำแขนสลวยไว้แล้วขย้ำเล็กน้อย แววตาสีเข้มมองผ่านกระจกแว่นตากันแดดสีดำทรงเรย์แบน หวังปกปิดซ่อนเร้นความผิดปกติภายในใจ
คุณอาจจะชอบ





