ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ลวงบ่วงรักเมษา

เล่ห์ลวงบ่วงรักเมษา

เพี้ยะ เพี้ยะ...!! กังสดาลยังยืนจ้องหน้าเมษา แล้วยกเรียวมือกางออกข่วน และตบลงไปบนผิวแก้มสีแทนนั่น สองสามที สลับซ้ายขวา “กังสดาล!!” ใบหน้าเข้มสะบัดหันไปตามแรงตบ เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบรอยนิ้วมือบนผิวไปมา ลิ้นเรียวใหญ่เลียเลือดตรงมุมปาก แววตาสีนิลเปล่งประกายแดงโรจน์ ค่อยๆ หันมองร่างบางที่ยืนตัวสั่นเทา “กะ…เกลียดนัก คนใจเลว!” ทำใจกล้าเปล่งเสียงเขียวสะบัดใส่ พร้อมทั้งไม่ยอมขยับร่างถอยหนี ถึงจะมีความหวาดกลัวต่อสายตาเพชฌฆาตคู่นั้น “คำก็เลว สองคำก็เกลียด ดี… ฉันจะทำให้เธอเกลียดฉันไปจนตลอดชีวิต ยัยเด็กร่าน!!!” คนร่างโตก้าวเดินย่างสามขุมเข้าไปหาหญิงสาวที่ยังยืนอวดดีปากเก่ง “ยะ…อย่าเข้ามานะ” ใบหน้าซีดกลัวคนตรงหน้า กังสดาลขยับปลายเท้าก้าวเดินถอยหนี เบี่ยงตัวหวังจะวิ่งหนีเขาไปยังห้องของมารดา “มานี่! วันนี้ฉันจะเลวให้เธอเห็น” เมษาเดือดดาล ใบหน้าถมึงทึง ยามนี้หลานสาวไม่คิดที่จะเอ่ยชื่อของเขาเอาเสียเลย คนตัวโตเดินตามรอยเท้าของเจ้าหล่อน แววตาสีนิลเปล่งประกายแดงโรจน์จับจ้องอยู่ที่ร่างบางด้วยความโกรธ ขืนเขามองนานๆ ร่างบางตรงหน้าอาจจะเป็นเถ้าถ่านแน่ เขารีบคว้าข้อมือเรียวบางกำกระชับแน่น ออกแรงกระชากให้หญิงสาวเข้ามาปะทะหน้าอก พร้อมทั้งโน้มใบหน้าลงบนช่วงลำคอระหง เรียวปากหยักซุกไซ้จูบสัมผัสไปตามผิวขาวนวลบนหัวไหล่ ปลายจมูกโด่งคมสันดมดอมกลิ่นจากผิวหอมตรงร่องทรวงอกอย่างบ้าคลั่ง “กรี๊ดดดด... ปล่อยเดี๋ยวนี้! คนเลว…เลวที่สุด ได้ยินไหม… ฮือออๆ” กังสดาลส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เธอหวาดกลัวเขา “เธอตายแน่ กังสดาล!” เสียงอันทรงพลังเปล่งออกมาอย่างน่ากลัว ตุ้บตับๆ… ผลั๊วะๆ… มือเรียวสวยข้างขวายกขึ้นผลักดันใบหน้าเขาให้ออกจากทรวงอก และอีกข้างก็ตบตีขีดข่วนไปตามหัวไหล่ ลำตัวและแผ่นหลังของเขา “หึๆ ฉันเลวได้แน่ คืนนี้แหละ... ฉันจะยัดเยียดความเลวร้ายให้กับเธอ ยัยผู้หญิงร่าน!!” เมษาเค้นเสียงเยือกเย็นจนสาวเจ้าหนาวเยือกเข้าไปในกระดูกสันหลัง เรียวปากหนายังซุกไซ้สัมผัสทั้งดูด ทั้งเล็มผิวขาวตามต้นคอระหง และยังไล่เลียผิวผ่องไปตามเรียวคางงาม
ตอน
แชร์

ตอน 3

“พี่รุตติ์ไม่มีกิจกรรมของโรงเรียนทำเหรอคะ..วันนี้?” กังสดาลยิ้มหวาน แล้วเอื้องใบหน้ามองคนตัวโตที่ก้าวเดินลงตามแต่ละขั้นของบันได

“ไม่มีครับ มา... พี่ถือกระเป๋าให้” นิรุตติ์รีบเดินไปดักหน้าคนตัวน้อย แล้วรั้งกระเป๋านักเรียนมาถือไว้ แล้วใช้มืออีกข้างจับจูงข้อมือน้องน้อยพาเดินไปยังลานจอดรถ

“พี่รุตติ์ เดี๋ยวค่ะ... เดินช้าๆ ก็ได้” กังสดาลไม่ได้ขัดขืนชายหนุ่ม เดินๆ วิ่งๆ ตามรอยเท้าของคนตัวโตไปยังรถมอเตอร์ไซค์

“มา... พี่ใส่ให้” นิรุตติ์หันไปเปิดเบาะรถมอเตอร์ไซค์ เอาหมวกอีกใบที่อยู่ในนั้นออกมา เขายืนหันหน้าเข้าหาหญิงสาวจัดแจงสวมใส่หมวกกันน็อก พร้อมทั้งกระชับช่วงล็อกตรงคางให้คนตัวน้อย

“ค่ะ” กังสดาลยื่นหมวกให้ชายหนุ่มที่นั่งคร่อมรถรออยู่แล้ว ร่างบอบบางขยับเข้าไปหาชายหนุ่มข้างบ้าน ที่เธอเคารพเหมือนพี่ชายจริงๆ

ทุกอิริยาบถของหนุ่มสาววัยเรียน ที่ยืนคุยกันกระหนุงกระหนิงนั้น อยู่ในสายตาของชายร่างโตที่นั่งอยู่ในรถกระบะคันโตสีเงิน เขาจอดรถอยู่ข้างทางหน้าโรงเรียน กลับมาจากไร่บนดอย นานๆ จะได้มีโอกาสเป็นคนมารับหลานสาวด้วยตัวเอง แต่กลับมาเจอภาพที่ไม่อยากจะเห็นเอาเสียเลย เรียวตาตี๋ๆ สีเข้มดุดันมองผ่านกระจกแว่นตาสีดำเรย์แบน ถ้าขืนเขาจ้องมองนานๆ อาจจะแผดเผากระจกแว่นตาได้เป็นแน่

ตุ้บบ!!

มือเรียวใหญ่ทุบลงไปบนพวงมาลัยรถกระบะคันโตสีเงินหนึ่งที อุตส่าห์ตั้งใจมาจอดรอรับกลับบ้าน ไหงแม่หลานตัวบาง ทำไมต้องไปกับไอ้เด็กข้างบ้านด้วยนะ! มันน่าจับมาตีก้นเสียเหลือเกิน!! แววตาดวงเข้มเปล่งประกายแดงโรจน์ เอาแต่จ้องมองหลานรักที่ทำหน้าระรื่น มองอย่างไรก็เห็นว่าหลานตัวน้อยใช้แขนสลวยสองข้าง โอบกอดเอวของไอ้เด็กหนุ่มนั่น อยากรู้จริงๆ ว่าจะพากันไปไหน....

เป็นเพราะความร้อนอบอ้าวเวลาบ่ายสี่ ทำให้การเดินเลือกซื้อของใช้ในตลาดสดต้องหยุดลง นิรุตติ์ที่ยังเดินเป็นบอดีการ์ดนั้น ได้ชวน และพากังสดาลนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปยังห้างฯ ดังแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด

“เรียนไม่ทันจบ ริอาจจะมีความรักเหรอ ยัยกั้ง!!” เปล่งเสียงเข้มบ่นอยู่คนเดียว เรียวมือใหญ่สีแทนกำกระชับพวงมาลัยแน่นยิ่งขึ้น เท้าก็เหยียบคันเร่ง ขับช้าบ้าง... เร็วบ้าง... ตามรถมอเตอร์ไซค์ของคนทั้งสองไป จนมาถึงหน้าห้างฯ ท็อปแลนด์ รถกระบะคันใหญ่จอดชะลออยู่ฝั่งตรงข้ามกับลานจอดมอเตอร์ไซค์ที่ทางห้างฯ ได้จัดไว้คนละฝั่ง

แป๊นๆ... แป๊นนน...!!!

เสียงแตรรถบีบติดกันหลายครั้งดังระงม จนทำให้ทุกคนตามท้องถนนรวมทั้งร่างสองหนุ่มสาว ที่ยังพากันนั่งอยู่บนเบาะรถมอเตอร์ไซค์หันไปมอง

“ไม่คิดเกรงใจชาวบ้านมั่งเลย บีบแตรเสียงดังแบบนี้ มีหวังโดนด่าแน่” กังสดาลขยับร่างเพรียวลมลงมายืนอยู่ตรงข้างๆ นิรุตติ์ เรียวปากบางอมชมพูบ่นให้กับเสียงแตรรถที่ดังอยู่ข้างหลัง ห่างจากเธอและนิรุตติ์เพียงสองเมตร เธอได้แต่ชำเลืองไปมอง แต่ไม่คิดสนใจ... มันยิ่งเพิ่มความขุ่นเคืองให้คนร่างโตที่ยังหงุดหงิดอยู่ในรถกระบะ

“นั่นสิครับ ไร้มารยาทจริง!” นิรุตติ์ที่ยังนั่งคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ หันหน้าสะบัดหางตาส่องมองคนในรถ แต่มองไม่ถนัด เพราะกระจกรถสีดำมืดสนิท

“พี่รุตติ์ กั้งแกะที่ล็อกไม่ได้” กังสดาลพยายามทั้งดึง ทั้งแกะสายล็อกของหมวกกันน็อก

“มา... เดี๋ยวพี่ถอดให้” นิรุตติ์ยังนั่งอยู่ที่เดิม หันข้างไปหากังสดาล แล้วยื่นมือไปรั้งสายล็อกหมวกกันน็อกแกะออกให้คนตัวบาง

แป๊นนน...!!!

การกระทำของคนทั้งสองยังอยู่ในสายตาของเมษา ใบหน้าสีแทนแดงก่ำ เขาบีบแตรรถส่งเสียงดังอีกครั้ง เพราะคิดว่าคนทั้งสองไม่ได้ยิน พร้อมทั้งเปิดประตูลงจากรถ ก้าวเท้าย่างสมขุมเดินเข้าไปหาคนทั้งสอง มันรู้สึกหน่วงๆ และหวงหลานสาวขึ้นมาทันที ยามเห็นไอ้หนุ่มนั่น มันกำลังช่วยกังสดาลถอดหมวกกันน็อก โดยที่ไอ้หลานสาวก็ดูจะเต็มใจให้มันช่วยเหลืออำนวยความสะดวกเสียเหลือเกิน

“น้าเมฆ!!” / “พี่เมฆ!!” กังสดาลและนิรุตติ์หันไปมองตามเสียงอีกครั้ง แต่ก็ต้องตกใจ พากันเปรยเสียงแผ่วเบาพร้อมกัน ยามได้หันไปเห็นคนตัวโตที่กำลังเดินเข้ามาหา

“น้าเมฆ” กังสดาลรีบผลักออกจากนิรุตติ์ แล้วรีบวิ่งเข้าหาคนตัวโตที่เดินมายังเธอ เขาและเธอหยุดยืนมองหน้ากัน เขาสูงใหญ่จริงๆ กังสดาลต้องเป็นคนแหงนมองหน้าน้าชาย แต่ก็ต้องยกเรียวมือป้องหน้าไว้เพราะแสงแดดแยงตา

เมษารีบรั้งร่างบางให้มายืนตรงหน้า ใช้ร่างกายที่สูงใหญ่เกินมาตรฐานชายไทยช่วยบดบังแสงแดดให้ได้เป็นอย่างดี

“มาทำอะไรที่นี่?” เขาเอ่ยดุดันถามหลานสาว เป็นคำแรกของคนตัวโตที่ยืนประชันหน้าร่างแน่งน้อย คนหวงของไม่อยากให้ใครเข้ามายุ่งวุ่นวายกับสาวน้อยตรงเอาเสียเลย

“น้าเมฆมาได้ไงคะ?” เรียวมือบางนุ่มนิ่มยื่นเข้าไปเกาะแขนแกร่งของน้าชายไว้แน่น ดีใจมากแค่ไหนที่ได้เจอ ห้าเดือนเต็มๆ แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้ากัน เพราะชายหนุ่มจะใช้เวลาทุ่มเทตัวเองดูแลกิจการโรงแรมที่อยู่บนดอยเขาค้อ

“ถ้าไม่มา... คงไม่เห็นอะไรที่มันดูไม่ดีแน่!”

“น้าเมฆพูดแปลกจัง กั้งงงนะคะ” เด็กสาววัยใสซื่อไม่ทันคำพูดของคนตัวโต ได้แต่มองหน้าของน้าชายแล้วส่งรอยยิ้มหวานให้อีก

“รอยยิ้มแบบนี้...น้าขอได้ไหม อย่าไปยิ้มให้ใครเด็ดขาด!” น้าชายมีสมองคิดไม่ซื่อกับหลานสาว ตั้งแต่ตอนไหนนั้นหัวใจของเขาไม่อาจรู้ได้ เขาอยากจะจับรั้งร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด แล้วลงทัณฑ์เธอด้วยเรียวปากเสียเหลือเกิน

“คะ?” งงกับท่าทีเปลี่ยนแปลงของเมษา

“เลิกเรียนแล้วทำไมไม่กลับบ้านฮ่ะ!” คนห่วงหลานเห็นท่าทีของหลานที่ใสซื่อบ้องแบ๊ว เขากลบเกลื่อนไม่อยากให้เธอมารับรู้ว่าใจเขาคิดอะไรกับเธอ โดยการยกมือขึ้นรั้งและจับช่วงลำแขนสลวยไว้แล้วขย้ำเล็กน้อย แววตาสีเข้มมองผ่านกระจกแว่นตากันแดดสีดำทรงเรย์แบน หวังปกปิดซ่อนเร้นความผิดปกติภายในใจ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย RULE SET : กฎของรามสูร
8.0
ชีวิตของแอรีสต้องพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง เมื่อเธอตัดสินใจเข้าทำงานและได้พบกับรามสูร ชายหนุ่มผู้เฉื่อยชาและเย็นชาที่ยื่นข้อเสนอให้เธอเป็นหมอนข้างส่วนตัวของเขา ด้วยความอวดดีทำให้เธอตกปากรับคำโดยไม่รู้เลยว่าการใกล้ชิดเขาจะทำให้เธอต้องสูญเสียทั้งตัวและหัวใจจนกลายเป็นของเขาในที่สุด รามสูรแสดงความเป็นเจ้าของอย่างดุดัน พร้อมประกาศกร้าวว่าเธอคือเมียของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และเขาจะไม่ยอมให้ชายหน้าไหนมาแตะต้องเธอเด็ดขาด หากใครกล้าฝ่าฝืนกฎนี้เขาพร้อมจะจัดการให้ถึงตาย
หน้าปกนวนิยาย ตราบาปร้ายคล้องใจรัก
9.7
จากคุณหนูผู้มั่งคั่ง นิชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อความลับดำมืดของบิดาถูกเปิดเผย ทรัพย์สินทั้งหมดสูญสิ้นพร้อมการจากไปของพ่อ เธอถูกเพื่อนทรยศหลอกขายให้แก่ เอริค มาเฟียหนุ่มผู้เย็นชาที่เข็ดขยาดกับความรัก ค่ำคืนที่ไม่ได้ตั้งใจนำมาซึ่งการตั้งครรภ์โดยที่เขาไม่รับรู้ นิชาต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องดิ้นรนในโลกที่โหดร้าย ท่ามกลางความแค้นในอดีตและโซ่ตรวนแห่งโชคชะตาที่ผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
หน้าปกนวนิยาย ขังใจร้ายนายอสูร
8.9
ทอฝันถูกบังคับให้ทิ้งทิวา ชายหนุ่มผู้ยากไร้เพื่อไปหมั้นหมายตามคำสั่งพ่อ จนเมื่อครอบครัวล้มละลายและถูกถอนหมั้น โชคชะตาเหวี่ยงเธอกลับมาหาทิวาอีกครั้งในฐานะลูกจ้าง ทว่าเขากลายเป็นทายาทเศรษฐีผู้เย็นชาที่รอคอยชำระแค้นความเจ็บปวดในอดีต ท่ามกลางอุปสรรคจากบุษบาที่จ้องฮุบสมบัติและความลับของแพรวา น้องสาวบุญธรรมที่ต้องรับเคราะห์กรรมแทน อีกทั้งยังมีภูดิษฐ์ พ่อเลี้ยงหนุ่มผู้จมกองทุกข์ที่พร้อมจะทำลายทุกคนที่ทำร้ายหัวใจเขาให้พังพินาศไม่ต่างกัน
หน้าปกนวนิยาย กู๊ดบาย นายสุดที่รัก
9.0
หลังฟื้นจากอุบัติเหตุ เจียงหว่านฉือต้องใจสลายเมื่อสามีที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาสามปีกลับเมินเฉยต่อเธอ เพื่อไปดูแลหญิงอื่นในห้องข้างๆ แถมเขายังข่มขู่จะส่งเธอเข้าคุกเพื่อปกป้องผู้หญิงคนนั้น เธอจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่แสนอดทนนี้ด้วยการขอหย่า พร้อมเรียกค่าเสียหายก้อนโตเป็นบทเรียนสุดท้าย เจียงหว่านฉือเลือกทิ้งอดีตที่โง่เขลาเพื่อกลับไปรับช่วงต่อมรดกมหาศาลของตระกูลตนเอง และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะทายาทเศรษฐีผู้มั่งคั่งอย่างสง่างาม
หน้าปกนวนิยาย พันธะร้ายนายวิศวะ
8.2
รีนลดาตกอยู่ในสถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อเธอไม่ได้ครองตัวโสดอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ แต่ความสัมพันธ์ที่มีอยู่นั้นกลับซับซ้อนเกินกว่าจะเรียกว่าแฟน เพราะเธอได้ก้าวข้ามขีดจำกัดบางอย่างไปไกลแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศในมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยความลับ เธอต้องเผชิญหน้ากับรุ่นพี่วิศวะจอมบงการที่เคยสั่งห้ามไม่ให้เธอทำตัวสนิทสนมหรือแม้แต่ทำเป็นรู้จักกันในที่สาธารณะ ความอึดอัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความท้าทายเมื่อเธอตัดสินใจเชิดหน้าสู้เพื่อพิสูจน์จุดยืนของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย มนตร์เสน่หาอสูร
9.1
เมื่อสาวน้อยแสนซนเดินทางไปต่างแดนครั้งแรกกลับต้องพบกับอสูรร้ายทรงเสน่ห์ที่จ้องจะงับเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น แม้เขาจะเป็นหนุ่มฮอตที่มีสาวๆ รุมล้อม แต่เธอกลับประกาศตัวเป็นศัตรูเพราะเขาดันกลั่นแกล้งเธอตั้งแต่เริ่ม ทว่ายิ่งหนีกลับยิ่งถูกเขาไล่ล่าด้วยไฟพิศวาสที่ยากจะต้านทาน เขาตั้งใจจะสั่งสอนบทเรียนรักให้เธอติดบ่วงจนดิ้นไม่หลุด เธอจึงต้องพยายามต่อต้านสุดกำลังเพื่อรักษาหัวใจและศักดิ์ศรี ไม่ให้ตัวเองกลายเป็นเพียงของเล่นชั่วคราวบนเตียงของเขา