ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ลวงบ่วงรักเมษา

เล่ห์ลวงบ่วงรักเมษา

ตอน
แชร์

ตอน 2

“กั้ง!” นิรุตติ์ นักเรียนชายรุ่นพี่ชั้น มอ.6 รวมทั้งเพื่อนรุ่นเดียวกัน พวกเขาต่างพากันมายืนออรอกังสดาลและเพื่อนนักเรียนหญิงรุ่นน้องอยู่หน้าห้องเรียนแบบนี้ทุกวัน

“พี่รุตติ์... พี่อัต... สวัสดีค่ะ” กังสดาลหยุดยืนตรงชั้นบันได แล้วส่งยิ้มหวานให้คนตรงหน้า คนตัวน้อยยกมือไหว้ชายหนุ่มรุ่นพี่ทั้งสองที่ชอบมายืนรอพวกเธอ

“กั้ง กลับบ้านพร้อมพี่นะครับ?”

“วันนี้คงไม่ได้ค่ะ” กังสดาลเปรยบอกชายหนุ่มตรงหน้า

“ทำไมละครับ กั้งจะไปไหน?” นิรุตติ์ยืนขวางทางเดินของสาวน้อยทั้งสองไว้ มือข้างขวาเกาะราวบันได ส่วนอีกข้างจับกระเป๋าเป้นักเรียน ใบหน้าเรียวคมสันเงยขึ้นมองน้องแน่งน้อยในดวงใจ เขายื่นมือเข้าไปคว้ากระเป๋านักเรียนของกังสดาลหวังช่วยถือให้

“พี่รุตติ์ มายืนดักรอยัยกั้งทุกวันแบบนี้ ไม่เบื่อมั่งเหรอคะ?” สุนิสา เพื่อนรักของกังสดาลเปรยเสียงล้อเลียนถามชายหนุ่มรุ่นพี่ โดยที่ไม่ต้องให้เพื่อนสาวอย่างกังสดาลถาม

“แหม... น้องสุครับ ไอ้รุตติ์มันจะเบื่อหัวใจของมันได้ไงครับ” อัตถพรยิ้มกรุ้มกริ่ม พร้อมทั้งยักคิ้วข้างเดียวส่งให้สุนิสา ที่หล่อนยืนเป็นไม้กันหมา พร้อมทั้งชำเลืองสายตามองเพื่อนที่เอาแต่ยืนจ้องมองกังสดาลไม่วางตา

“นั่นสินะ.. ถ้าเบื่อหัวใจตัวเอง ก็คงจะเข้าโรงพยาบาลให้หมอผ่าตัดแน่เลย” สุนิสาส่งสายตาแพรวพราวหันไปมองเพื่อน แล้วก้มมองหน้าสองหนุ่ม ที่พากันยืนเกาะราวบันไดเหมือนลิงเกาะต้นไม้ ใบหน้าของชายหนุ่มทั้งสองยังแหงนมองมายังพวกเธอ

“นี่น้องสุครับ พี่จะบอกอะไรให้ ไอ้รุตติ์น่ะ มันมีสองหัวใจ… ดวงหนึ่งอยู่ข้างในด้านซ้าย ส่วนอีกดวงก็อยู่แถวนี้แหละ” อัตถพรยกมือป้องปากของตัวเอง แล้วเอ่ยเสียงกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันเพียงแค่สี่คน เขายกมือขึ้นใช้นิ้วชี้จิ้มๆ บนอกแกร่งด้านซ้ายของนิรุตติ์ แล้วเหลือบสายตามองกังสดาลที่ยังยืนอมยิ้ม ใบหน้าของเจ้าหล่อนแดงระเรื่ออมชมพู คงเป็นเพราะความเขินอายแน่เลย

“ไอ้อัต มึงหยุดพูดได้แล้ว” นิรุตติ์ไม่ยอมหันหน้าอันแดงก่ำไปมองเพื่อนที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่เขากลับใช้ข้อศอกอันแข็งแกร่งกระทุ้งไปสองทีที่หน้าท้องของเพื่อน ที่ชอบทำให้เขาเก้อเขินทุกที

“อุ๊ยย!! ไอ้รุตติ์...กูเจ็บนะ กระทุ้งมาได้!” อัตถพรร้องเสียงหลง แล้วยกมือขึ้นลูบหน้าท้องตรงที่โดนกระทำไปมา

“มึงจะไปไหนก็ไป!” นิรุตติ์เอ่ยเสียงเข้มบอกเพื่อนรัก ที่ชอบขัดใจเขาทุกเรื่อง แต่ชายหนุ่มไม่ยอมหันไปมองเพื่อนเลย เพราะอายเพื่อน ใบหน้าสีเข้มปนแดงก่ำยังจับจ้องมองมองหน้าหวานๆ ของสาวน้อย ที่ยังยืน เอาแต่อมยิ้มอยู่ตรงหน้า

“ทำมาเป็นไล่ ทีเมื่อกี้ชวนกูยิกๆ ให้มาเป็นเพื่อน” อัตถพรบ่นให้เพื่อน

“หยุดพูดเลย” นิรุตติ์หันไปมองหน้าเพื่อนที่เอาแต่บ่น เขายกมือขึ้นชี้นิ้วชี้ไปยังหน้าของเพื่อน บอกเป็นนัยๆ ว่า ‘มึงจะไปไหนก็ไปอย่าพูดมาก!’

“พูดความจริงทำเป็นโมโห” อัตถพรยังไม่หยุดยั่วเพื่อนรัก เขายังยืนพูดทำให้เพื่อนอับอายอยู่อย่างนั้น

“มึงจะไปไหนก็รีบไป อย่ามาพูดมาก!” นิรุตติ์หันไปกระซิบเสียงดุใส่เพื่อนรัก

“เออๆ กูไปก็ได้วะ น้องสุครับ กลับบ้านพร้อมพี่ไหมครับ?” อัตถพรทำหน้าฮึดฮัดมองเสี้ยวหน้าเพื่อน แล้วเงยหน้าส่งแววตากรุ้มกริ่มมองหน้าสาวร่างอวบอั๋นอย่างสุนิสา ชวนเธอกลับบ้านพร้อมกัน

“ไปคนเดียวเถอะ พี่อัต... สุกลับคนเดียวได้” ใบหน้ากลมบ้องแบ๊วสะบัดหนีไม่ยอมมองหน้าของคนที่ชวนกลับบ้านด้วย

“ไปกันเถอะกั้ง” สุนิสาหันไปยิ้มให้เพื่อนที่ยังยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยเสียงห้าวๆ สะกิดกังสดาล มือเรียวอวบยื่นไปกุมมือของเพื่อนไว้ แล้วพาเดินลงบันได

“น้องสุครับ จะอยู่เป็นก้างปลาทำไมครับ ไป!...กลับบ้านพร้อมพี่” อัตถพรเดินหน้ามุ่ยเข้าไปดักหญิงสาวที่เขาแอบรักอยู่เหมือนกัน มือเรียวใหญ่รั้งกระเป๋านักเรียนของเธอมาถือแล้วคว้าข้อมือน้อยฉุดให้เดินตามลงบันไดไปยังข้างล่าง

“พี่อัตปล่อยมือสุนะ” มือเรียวอวบทุบตีมือเรียวหนา ปากก็ร้องห้ามปราม ร่างอวบเดินลงบันไดแทบไม่ทัน เพราะโดนชายหนุ่มฉุดรั้งพาเดินไปยังลานจอดรถมอเตอร์ไซค์

“เดินดีๆ เดี๋ยวก็พากันร่วงลงบันไดไม่รู้นะ” อัตถพรหันมาเอ่ยเสียงเข้มดุสุนิสา

“พี่อัตก็ปล่อยมือสุก่อนสิคะ สุเดินเองได้!”

“พูดมาก เอากระเป๋ามา เดี๋ยวพี่ถือให้!”

“ปล่อยสิคะ อายใครต่อใครมั่ง สุมีพ่อมีแม่นะ จะมาฉุดรั้งกันแบบนี้ไม่ได้นะ!”

“ถ้าไม่อยากอายใครต่อใครก็เดินดีๆ ให้พี่จูงสิ!”

“พี่อัต…”

“ครับ…”

“สุไม่ใช่หมูใช่หมานะ จะมาจูงกัน ปล่อยค่ะ!” สุนิสาพยายามสะบัดมือออกจากมือเรียวใหญ่ เธอรู้สึกได้ว่าเขาจะกำกระชับแน่นยิ่งขึ้น

กังสดาลอมยิ้มให้กับคนทั้งสอง เจ้าหล่อนชะเง้อคอยาวมองตามราวบันได ฟังเสียงของคนคู่นั้น ที่ยังถกเถียงกันอยู่ไม่หยุด เธอส่ายหน้าไปมา รับรู้ว่าอัตถพรนั้นแอบรักสุนิสามาตั้งแต่เธออยู่มอ.ต้น แล้ว

“กั้ง…ว่ายังไงครับ? จะกลับบ้านเลยไหม?” นิรุตติ์ยังยืนเกาะราวบันได ส่งแววตาตี๋ๆ สีนิล จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าเนียนใสอมชมพูนั่น

“กั้งว่าจะเข้าตลาด ไปหาซื้อไหมพรมน่ะค่ะ พี่รุตติ์กลับก่อนกั้งเลยค่ะ” กังสดาลยื่นมือเข้าไปรั้งกระเป๋าหนังนักเรียนแบบถือสีดำจากมือของชายหนุ่ม ร่างบางก็เลี่ยงเดินลงบันได

“ให้พี่ไปด้วยนะ”

“พี่รุตติ์จะไปทำไมคะ ร้านขายไหมพรมมีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น”

“พี่อยากไปเป็นเพื่อนกั้ง ยืนรออยู่นอกร้านก็ได้ นะ.. นะ.. ให้พี่ไปด้วย”

“ลำบากพี่รุตติ์อีกแล้ว”

“พี่เต็มใจ ให้พี่เดินเป็นเพื่อนนะ” นิรุตติ์เอ่ยเสียงนุ่มทุ้ม แล้วเดินเข้าไปประชิดด้านหลัง ก้าวลงบันไดแต่ละขั้นตามร่างแน่งน้อยต้อยๆ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักจอมบงการ
8.6
มลธิยาเผชิญหน้ากับอาณาฆินทร์อีกครั้งในฐานะคนแปลกหน้า ท่ามกลางสายตาดูแคลนจากอดีตคนรักที่มองว่าเธอไร้ค่า เธอจึงเลือกสวมรอยเป็นสาวขายบริการเพื่อยั่วโทสะอาริสสา แฟนใหม่ของเขา โดยการป่าวประกาศถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งในอดีตที่แลกมาด้วยเงินมหาศาล แม้คำพูดเหน็บแนมของอาณาฆินทร์จะกรีดลึกจนเธอเจ็บปวดเจียนตาย แต่มลธิยาก็ยังคงท้าทายโชคชะตาและยอมเล่นไปตามเกมทำลายความรู้สึกนี้ให้ถึงที่สุด ท่ามกลางความเข้าใจผิดที่กัดกินใจของทั้งคู่มาอย่างยาวนาน
หน้าปกนวนิยาย พิศวาสร้ายเมียในนาม
9.6
เพราะความชิงชังที่ฝังรากลึก เขาจึงมอบให้เธอเป็นเพียงเมียในนามที่ไร้ความสำคัญ ทว่าในวันที่เธอตัดสินใจเรียกร้องอิสรภาพด้วยการขอหย่าขาด ชายหนุ่มผู้แสนทะนงตนกลับไม่ยอมปล่อยมือ เขาเลือกที่จะกักขังเธอไว้ในกรงทองแห่งพันธนาการ พร้อมใช้เล่ห์กลแห่งความเสน่หาและเพลิงสวาทที่ร้อนแรงเกินต้านทานมาหลอกล่อ เพื่อผูกมัดเธอไว้กับเขาตลอดกาลในวังวนแห่งความปรารถนาที่ยากจะถอนตัวได้
หน้าปกนวนิยาย แอบรักลุงข้างบ้าน
8.4
เด็กสาวผู้โดดเดี่ยวจากการเป็นส่วนเกินของครอบครัวตัดสินใจหนีมาพึ่งพายาย จนได้พบกับชายสูงวัยข้างบ้านผู้มีบาดแผลในใจ ทั้งสองเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ช่วยเยียวยากันและกัน ทว่าเธอกลับไม่ได้แค่ลอบเข้ามาในบ้านของเขาเท่านั้น แต่ยังสั่นคลอนหัวใจที่เคยด้านชาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง จนชายหนุ่มรุ่นใหญ่เริ่มสงสัยว่าเสน่ห์อันเหลือล้นในอดีตของตนจะยังกุมหัวใจเด็กสาวคนนี้ได้หรือไม่ ท่ามกลางความวุ่นวายใจที่เขาต้องรับมือกับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90
8.9
หลินจิงซูผู้เคยมีชีวิตล้มเหลวเพราะครอบครัวที่เห็นแก่ตัว ได้รับโอกาสครั้งที่สองให้ย้อนเวลากลับไปยังปี 1990 เธอจึงใช้ความรู้จากอนาคตเข้าคว้าโอกาสทองทางธุรกิจเพื่อสร้างฐานะจนมั่งคั่งและก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีนีผู้ทรงอิทธิพล การกลับมาครั้งนี้เธอไม่ได้ต้องการเพียงความสำเร็จ แต่ยังมุ่งมั่นที่จะเอาคืนและบดขยี้ทุกคนที่เคยสร้างความเจ็บปวดให้เธอในอดีตอย่างสาสม ท่ามกลางสมรภูมิการค้าที่เธอกลายเป็นผู้คุมเกมทั้งหมด
หน้าปกนวนิยาย การหวนกลับมาของราชัน
9.6
หลินเฟิงถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงเขยแต่งเข้าบ้านที่ไร้ค่าและถูกครอบครัวฝั่งภรรยาดูถูกเหยียดหยามยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน จนกระทั่งเขาตกเป็นเหยื่อของแผนการร้ายและถูกขับไล่ออกจากตระกูลซูอย่างน่าอับอาย ทว่าท่ามกลางความตกต่ำนั้นไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการกำเนิดราชันผู้ยิ่งใหญ่ที่จะสั่นสะเทือนไปทั้งปฐพี ในฐานะผู้พิชิตเหนือโลกที่ทุกคนต้องหวั่นเกรงต่ออำนาจของเขา