ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ตรวนเสน่หา

ตรวนเสน่หา

ตระกูลพัฒนาธรสกุลของนายแพทย์เมธีถูกจองจำด้วยความผิดบาปที่มีต่อครอบครัวศรีสมบูรณ์ แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งขึ้นเมื่อหมอเขมินท์ผู้เป็นลูกชายกลับสร้างบ่วงเสน่หาใหม่ขึ้นมาผูกมัดตัวเองไว้จนยากจะถอนตัว แม้หม้ายสาวอย่างปรียาจะกุมความได้เปรียบและใช้มัสยาลูกชายของเธอเป็นเบี้ยในเกมอำนาจนี้ แต่ตัวมัสยากลับไม่ต้องการเหนี่ยวรั้งเขาไว้ด้วยความแค้น ในเมื่อเขาไร้ใจ การจองจำนี้จึงมีแต่ความเจ็บปวดที่ไร้ทางออกสำหรับทุกฝ่าย
ตอน
แชร์

ตอน 1

บทนำ

ทาวน์เฮ้าส์สองชั้นหลังกระทัดรัด ในเนื้อที่ยี่สิบสามตารางวา ปลูกเรียงกันเป็นแถว หันหน้าเข้าหากัน มีถนนคอนกรีตกว้างสีเมตรคั่งกลางเอาไว้

ลึกเข้าไปหลายซอย จะเป็นโซนบ้านเดี๋ยวชั้นเดียวในเนื้อที่เจ็ดสิบตารางวาไปหาสองร้อยตารางวา บ่งบอกว่าเจ้าของมีระดับขึ้นไปอีกขั้น

“ยะเอ้ย! ขนถุงขนมมาเร็วๆ สิลูก เดี๋ยวจะไปส่งร้านไม่ทันนะ”

สิงหา ศรีสมบูรณ์ ด้วยมือทั้งสองข้างมีถุงหิ้วใบใหญ่ด้านในใส่ขนมถุงเล็กๆ ไว้ เดินออกจากบ้านตรงไปหากระโปรงหลังรถญี่ปุ่นกลางเก่ากลางใหม่แล้วเอาขนมใส่ลงไปอย่างคนใจเย็น

ปากนั้นตะโกนบอกลูกที่ยังขลุกอยู่ด้านในไปด้วย

“หยาเอามาให้พ่อเร็วลูก เราต้องออกแล้วเดี๋ยวจะไม่ทันนัด” แล้วมองไปลูกสาวแสนสวยวัยยี่สิบปี มีชุดนักศึกษาหุ้มกายและหิ้วถุงใบโตเดินตามพ่อมาไม่ห่าง

“เดี๋ยวพ่อ หยายังไม่เสร็จเลย”

มัสยา ศรีสมบูรณ์ หยุดตรงประตูบ้าน แล้วใช้เท้าขาวบางเขี่ยรองเท้าจากชั้นให้ตกลงมาพื้นเพื่อหมายจะใส่ เพราะมือไม่ว่าง คนเป็นพ่อเห็นเลยต้องรีบตรงไปหยิบมาวางให้ลูกอย่างเป็นระเบียบ ประหนึ่งลูกยังเป็นเด็กน้อยก็ไม่ปาน

“เอามาให้พ่อดีกว่า แล้วกระเป๋ากับหนังสือหยาอยู่ไหนล่ะ” แล้วยังแย่งถุงทั้งสองจากมือลูกไปหิ้วไว้เองอีกต่างหาก

“ตายจริง! หยาลืมเลยค่ะ”

มัสยาต้องสลัดรองเท้าออกแล้วรีบวิ่งเข้าบ้านไปอีกรอบ กลับออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมของในมือ พ่อนั้นยืนส่ายหน้าน้อยๆ ให้ลูกอยู่กระโปรงหลัง มองลูกด้วยความรักและเอ็นดูยิ่ง

“พี่ไปก่อนเลยไป๊! เดี๋ยวแม่ไปเร่งลูกเอง”

ปรียา ศรีสมบูรณ์ หิ้วถุงขนมใบโตมาด้วยมือทั้งสองข้าง บอกคนเป็นสามีที่กำลังจะเข้าไปในรถ ลูกสาวก็กำลังจะทำแบบเดียวกัน จากนั้นก็ยกมือไหว้แม่

“แม่! หยาไปนะหวัดดีค่ะ”

แล้วเข้าไปนั่งคู่กับพ่อ ที่กำลังลดกระจกลงไปหาภรรยาคนสวย “เดี๋ยวเย็นพี่จะซื้ออาหารทะเลมานะ อย่าเพิ่งทำกับข้าวล่ะ”

“จ้ะพี่”

ปรียาโบกมือให้สามีกับลูกสาวแล้วเอาถุงขนมไปวางบนอานมอเตอร์ไซคล์ ส่วนสองพ่อลูกนั้น รถแล่นช้าๆ ออกพ้นประตูบ้านไปแล้ว ระหว่างทางก็แวะร้านขนมเพื่อเอาไปส่ง จากนั้นก็ตรงไปจอดให้ลูกสาวลงตรงหน้ามหาวิทยาลัย

“เอานี่ไว้ใช้นะหยา แต่ไม่ต้องบอกแม่กับยะล่ะ ถือว่าพ่อให้พิเศษค่าทำงานบ้าน ทำอาหารนะ”

สิงหาส่งแบงค์สีม่วงให้ลูก

“ขอบคุณค่ะพ่อ หยารักพ่อที่สุดเลย”

ส่วนลูกนั้นก็รับมาถือไว้ แล้วโน้นตัวไปสวมกอดพ่อ หอมแก้มพ่อข้างซ้ายทีขวาที ไม่ต่างจากสมัยที่ตัวเองยังเด็กสักนิด ทั้งที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสองแล้ว

“พ่อก็รักหยาจ้ะ ปะ! รีบไปเดี๋ยวพ่อไม่ทันนัดเจ้านาย”

ผู้พ่อส่งมือลูบกลุ่มผมลูกด้วยความรักไม่แพ้กัน

“หวัดดีค่ะพ่อ”

ลูกยกมือไหว้พ่อด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอีกครั้ง ส่วนพ่อก็ยิ้มให้ลูกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเช่นกัน ตาก็จ้องมองร่างเล็กๆ ของลูกออกจากรถไปยืนอยู่ข้างประตู

“หวัดดีจ้ะ ตั้งใจเรียนนะ เดี๋ยวถ้าพ่อเสร็จธุระกับเจ้านายไว พ่อจะแวะมารับกลับบ้านพร้อมกัน จะได้ไปกินต้มยำกุ้งกับหมึกย่างไงล่ะ”

“ค่ะพ่อ”

ลูกสาวยกมือโบกลาพ่อ แล้วยืนรอจนพ่อขับรถออกไปจนลับตาถึงได้หันหน้าเข้าประตูมหาวิทยาลัยไป

ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด!

มัสยาควานหามือถือมารับหลังเดินออกจากห้องเรียนได้ไม่กี่ก้าว “พี่หยาอยู่ไหน! แม่โทรตั้งหลายครั้งทำไมไม่รับสาย!”

ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรเสียงน้องชายแทรกเข้ามาก่อน

“พี่ปิดเครื่องไว้น่ะ กำลังเรียนอาจารย์ไม่ให้เปิดมือถือ มีอะไรเหรอ เสียงตื่นเต้นเชียว”

“พี่หยา! พ่อ! พ่อ!”

“พ่อเป็นอะไรเหรอยะ!”

เพราะน้องชายเสียงสั่นเหมือนคนร้องไห้ เสียงผู้คนรอบกายที่น้องโทรมาก็ดังวุ่นวายไปหมด ฟังไม่ได้ศัพท์

“พ่อถูกรถชน ตอนนี้เขาเอาพ่อไปไว้ที่โรงพยาบาลระยอง”

“ห๊า! แล้วพ่อเป็นอะไรมากไหมยะ” หญิงสาวยืนตาค้างด้วยความตกใจ และภาวนาขออย่าให้พ่อเป็นอะไรมาก

“ยังไม่รู้พี่! รีบๆ เก็บของแล้วมารออยู่แถวๆ หน้าวิท’ลัยนะ พอดีที่ทำงานพ่อกำลังให้คนขับรถมารับยะกับแม่อยู่ แล้วจะแวะรับพี่หยาแล้วก็ไปกันเลย”

“ได้ๆ พี่จะได้ไปลาอาจารย์คาบที่กำลังจะเข้าเรียนด้วย แล้วเจอกันนะ”

มัสยาพยายามสงบสติอารมณ์เอาไว้ ไม่ให้เสียใจไม่ให้ร้องไห้ แล้วรีบเดินไปหาอาจารย์ที่ห้อง ก็ไม่เจอ เลยไปดูที่ห้องเรียน

“งั้นมัสยาค่อยมาพรีเซ็นท์งานกับอาจารย์วันอื่นก็แล้วกันนะ ขอให้พ่ออย่าเป็นอะไรมาก”

“ขอบคุณค่ะอาจารย์”

หญิงสาวไหว้ลาอาจารย์ด้วยท่าทีนอบน้อม แล้วรีบเดินออกจากห้อง สวนกับเพื่อนนักศึกษาคนอื่นๆ ที่กำลังเดินเข้ามา แต่ก็ไม่ได้หันไปทักทายเพื่อนเพราะรีบไปหาที่นั่งรอน้องกับแม่

ราวครึ่งชั่วโมงรถก็แล่นมารับแล้ว มัสยาเห็นแม่ตาแดง คงเพราะร้องไห้ไปไม่นาน หน้าก็ซีดเผือด นั่นก็เพราะห่วงพ่อ ตัวเองกับน้องก็มีสภาพไม่ต่างกันนัก ระยะเวลาที่เดินทางไประยองนั้น รู้สึกเหมือนว่ายาวนานกว่าครั้งไหนๆ ก็ว่าได้

คนขับรถที่มัสยารู้มาจากการกระซิบบอกของน้องว่าเป็นพนักงานในบริษัทนั้น ก็ไม่เอ่ยอะไรออกมาเลย นอกจากขับรถไปเรื่อยๆ หรืออาจจะเป็นเพราะสามแม่ลูกไม่มีใครเอ่ยปากอะไรออกมาด้วยเช่นกัน เขาถึงได้เงียบ

“รอตรงนี้นะครับ เดี๋ยวผมเอารถไปจอดก่อนแล้วจะพาไป”

จะเอ่ยก็ตอนส่งทั้งสามจะลงจากรถแล้วเท่านั้น แล้วรีบออกรถลงจากทางลาดหน้าตึกไป ไม่ถึงสิบนาทีเขาก็เดินกลับมา

“ไปทางนี้กันครับ”

มัสยากับน้องชายจูงมือแม่คนละข้าง เดินตามชายที่ไม่เคยได้เห็นหน้ามาก่อน ไปตามทางเดินเล็กๆ มีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาไม่ขายสาย และอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเขาไม่พาไปห้องฉุกเฉิน หรือห้องไอซียูที่พ่อควรจะรักษาตัวอยู่ในนั้น

“นี่บอสพวกเราครับพี่”

ชายผู้นำทางหันมาหาปรียา เมื่อเดินมาถึงห้องที่มีป้ายเขียนไว้ตัวเบ่อเร่อว่า ห้องดับจิต แทบไม่ต้องรอให้ชายวัยกลางคนตรงหน้าที่ถูกเรียกว่าบอสบอกแต่อย่างใด ทุกคนก็รู้ได้ทันทีว่า

“พี่สิงห์!/พ่อ!”

ปรียาร้องไห้โฮออกมา ตั้งแต่ยังไม่เห็นศพของสามีอันเป็นที่รักแล้ว และไม่ได้สนใจกับสองชายตัวใหญ่เสื้อผ้าที่สวมใส่เปื้อนเลือดกำลังเดินตรงมาหา เพราะรีบก้าวขาตรงไปยังห้องพร้อมลูกทั้งสอง

และทันทีที่ประตูตู้สแตนเลสถูกเปิดออก

“พี่สิงห์! ไม่นะ! ไม่ๆๆ ไม๊!”

สิ้นเสียงร้อง ปรียาก็ทรุดฮวบลงตรงนั้น ยังผลให้ลูกสาวกับลูกชาย พร้อมชายแปลกหน้าทั้งสี่ที่อยู่ตรงประตู ต้องรีบวิ่งเข้าไปช่วยกันประคองออกไปข้างนอกก่อน

“พ่อ!”

ทิ้งให้สองพี่น้องยืนกอดร่างที่ไร้วิญญาณของพ่อด้วยความเสียใจไว้ชั่วครู่

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พิชญ์รัก
9.2
พิชญ์รัก:...เหตุเพราะน้องชายตัวดี ไปมีความสัมพันธ์ต้องห้าม กับศัตรู หัวเด็ดตีนขาด “เธอ” ก็ไม่มีวันยอมให้น้องชายลงเอยกับลูกสาวของตระกูลที่เคยดูถูกเธออย่างไม่มีดี . ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่เธอวางไว้ หากไม่เพราะ “เขา” ทายาทหนุ่มเสเพลของบ้านนั้น ที่ซ้อนแผนเอาคืนเธอ ทำเอางานนี้ เจ้าหล่อนจะต้องเลือกว่าจะยอมให้น้องชายได้ลงเอยในเรื่องความสัมพันธ์ หรือจะจนมุมไปกับจอมวางแผนที่ตนก็เพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้ว.... เขาช่างเจ้าคิดเจ้าแค้น และต้องการเอาชนะเธอมาตั้งแต่ต้น โดยมี “เรือนร่าง” เธอเป็นเดิมพัน +++++++++++++++++++++++++++++++ “ปล่อยฉันไปนะ นี่คุณเล่นบ้าอะไร?” “เล่นบ้าอะไรงั้นเหรอ... ก็เล่นผัวเมียกันยังไงล่ะ” “คนบ้า! มันใช่เวลามาล้อเล่นแบบนี้มั้ย ปล่อยฉันไปนะ!” “เล่นผัวเมียกันจริงๆ มีลูกด้วยกันจริงๆ สักคนสองคน” “คนบ้า เล่นไปคนเดียวเถอะ” “มีลูกกับผม คุณจะได้รู้... ความรู้สึกที่โดนพรากลูกพรากแม่มันเป็นยังไง” “เลว! นรกขุมไหนส่งคุณมาเกิดกัน คนบ้า!” สิ้นเสียงเล็ก จูบร้อนแรงถูกบดขยี้ลงมาอย่างร้ายกาจ เชลยในอ้อมกอดไม่อาจขัดขืนเขาได้แม้แต่น้อย หญิงสาวรู้ตัวดีว่า จุมพิตนี้หาใช่เกิดจากความรัก หากเขาต้องการแค่เพียงลงทัณฑ์เธอ... “คุณ... ไม่นะ พราวไม่อยากท้อง!” หญิงสาวบ่ายหน้าหนีจนหลุดพ้นพันธนาการจุมพิตร้าย ก่อนวอนขอ... “ไม่ทันแล้วครับ คุณต้องท้องและรับรู้ความเจ็บปวดว่าการถูกพรากลูกมันเป็นยังไง” “คนเลว... ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” “ถ้าปล่อย... ก็ยังไม่หายแค้นน่ะสิครับ” ถ้อยคำนั้นแสนธรรมดา หากเจือแววเยือกเย็นพร่าผลาญใจ ส่งให้เชลยสาวในอ้อมกอดรู้สึกหนาวยะเยือกกับสิ่งที่ต้องเจอนับจากนี้.... เรื่องราวเริ่มต้นจากชีวิตที่ดูเหมือนปกติ แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยรอยร้าวของความสัมพันธ์และความลับที
หน้าปกนวนิยาย เมียใบ้บำเรอรัก
9.1
ม่านไหมต้องทนรองรับอารมณ์ใคร่ที่รุนแรงจากเจ้านายผู้เป็นเจ้าของชีวิต แม้ร่างกายจะแหลกสลายจากบทรักที่หนักหน่วงเพียงใด เธอกลับไม่อาจห้ามใจไม่ให้รักเขาได้เลย ความพิการที่ทำให้เธอพูดไม่ได้กลายเป็นช่องว่างให้เขาตักตวงความสุขตามอำเภอใจโดยไม่สนความเจ็บปวด สำหรับเขาแล้วเธอเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ที่มีไว้ตอบสนองตัณหาบนเตียงเท่านั้น ไร้ซึ่งค่า ไร้ความผูกพัน และไม่มีวันได้รับความรักตอบแทนกลับมาแม้แต่น้อย
หน้าปกนวนิยาย แม่ทูนหัวโคตรเลิศ
8.0
เฉียววานทายาทมหาเศรษฐีผู้ผ่านการฝึกลับจากรัฐบาลล้มเหลวในการหาครอบครัวบุญธรรมถึงสามครั้ง จนกระทั่งตระกูลฮั่วรับเธอไปดูแลพร้อมมอบความรักและทรัพย์สินให้อย่างมหาศาล ท่ามกลางข่าวลือว่าเธอไร้ความสามารถ เฉียววานกลับเผยตัวตนจริงในฐานะศาสตราจารย์อัจฉริยะ บอสใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล และแฮกเกอร์ระดับโลกที่ทุกคนต้องสยบ ขณะที่ความลับถูกเปิดเผย กู้ซือหานหนุ่มทรงอำนาจก็ปรากฏตัวขึ้นเพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นสามีพร้อมข้อเสนอสุดเย้ายวนใจให้เธอกลับไปสร้างครอบครัวกับเขา
หน้าปกนวนิยาย คุณอาไม่แท้
9.0
ติณภพตัดสินใจรับอุปการะเด็กสาวกำพร้าคนหนึ่งเพื่อมุ่งหวังที่จะทดแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณตามความตั้งใจอันแรงกล้าของตนเอง ในช่วงแรกเขาขีดเส้นใต้ความสัมพันธ์ไว้อย่างชัดเจนและไม่เคยมีความคิดเชิงชู้สาวกับเด็กในปกครองเลยแม้แต่น้อย ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้า ความใกล้ชิดและการได้เห็นเธอเติบโตกลับทำให้ความรู้สึกภายในใจของเขาเริ่มสั่นคลอน จนกระทั่งมุมมองที่มีต่อเธอเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ปราบรักซาตาน
9.7
ความพยายามห้าปีของชาคริยาในการเป็นภรรยาที่แสนดี ไม่เคยทำให้รวิชญ์หันมามอบความรักให้เธอได้เลย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีแต่ความหมางเมินราวกับความทุ่มเทนั้นสูญเปล่า ทว่าความเจ็บปวดในใจยังถูกซ้ำเติม เมื่อเธอพบว่าตนเองป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้ายและเหลือเวลาบนโลกอีกไม่มาก เมื่อรู้ว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ชาคริยาจึงตัดสินใจเอ่ยปากขอร้องสามีผู้เย็นชาเป็นหนสุดท้าย เธอเพียงอยากขอเวลาสิบเดือนจากเขา เพื่อใช้ชีวิตร่วมกันก่อนที่ลมหายใจของเธอจะสูญสลายและต้องจากโลกใบนี้ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ลวง
8.1
ห้าปีของชีวิตสมรสพังทลายลงเมื่อฉันพบความจริงที่ตลาดวัวควาย สามีที่แสนดีอยู่กับลูกพี่ลูกน้องที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว พร้อมลูกชายที่เป็นพยานรักของพวกเขา งานแต่งงานนี้เป็นเพียงฉากบังหน้าที่สามีและย่าของฉันร่วมมือกันสร้างเพื่อปกป้องฆาตกรที่เคยหมายเอาชีวิตฉัน ในวันที่พวกเขาวางแผนวางยาฉันเพื่อไปฉลองวันเกิดลูกอย่างมีความสุข ฉันจึงตัดสินใจเซ็นยกมรดกทั้งหมด ยื่นฟ้องหย่า และอันตรธานหายไปจากชีวิตลวงโลกนี้ตลอดกาล