
บ่วงเล่ห์บำเรอรัก
ตอน 2
“คุณกล้า!!” ลิเดียโกรธจนหน้ามืด เธอหมดสิ้นความเกรงใจ จากนี้ไปแวซ็องจะได้รู้เขาไม่ควรปล่อยมือจากเธอ
“หืม...”
“หากฉันก้าวออกจากห้องนี้ ทุกอย่างระหว่างเราจะสิ้นสุดลงทันที” หญิงสาวพูดเหมือนเป็นต่อ เธอรู้ว่าคนฉลาดอย่างแวซ็องคงไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ เมื่อเธอมีบางอย่างที่สามารถเกื้อกูลเขาได้ในอนาคต
แต่...ลิเดียคิดผิด...คนอย่างแวซ็อง ออกัสตัส คิดไม่เหมือนคนอื่น
เขาไม่ต้องการยืมจมูกคนอื่นมาหายใจ!!
“เชิญ!!”
ดังนั้นเขาจึงทำตรงกันข้ามกับที่ลิเดีย สกอฟิลด์คิดไว้...
“แล้วคุณจะรู้ว่าคุณตัดสินใจผิด แวซ็อง!!”
เสียงตอบกลับมาสั่นพร่า ดวงตาคมกริบเออคลอด้วยหยาดน้ำตา ก่อนที่หล่อนจะสะบัดใบหน้า เดินคอตั้งเชิดหน้าออกไปจากห้องสวีท ทิ้งให้แวซ็องส่ายศีรษะทอดสายตามองตาม
“ผู้หญิง!!”
เขาเบ้ปาก มองลิเดีย สลับกับแม่สาวทรงโตที่นอนแผ่หลากลางเตียงด้วยสายตาเฉยชา...ผู้หญิงทุกคน! ...ก็เป็นได้แค่เครื่องบำบัดความใคร่ พวกหล่อนไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย มีดีแค่ครางเสียงดังๆ เวลาเขาเข้าไปอยู่ในร่างกายของหล่อน กับดิ้นพล่านด้วยความสะใจ หลังเขาโขยก ขย่มหล่อนสุดแรง...มีแค่นี้จริงๆ
เช้าวันใหม่...
แวซ็องเบี่ยงปลายเท้าก้าวลงจากรถสปอร์ตหรูของตัวเอง เขาตวัดแว่นตากันแดดขึ้นสวมทับ แล้วจึงยืดกายเต็มความสูง สายตามองตรงไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่ เดินเอื่อยๆ ตรงไปยังอาณาจักรของตัวเอง ‘ออกัสตัสอินเตอร์เทรต’ อาณาจักรแสนยิ่งใหญ่ที่เขาฟูมฟักมาหลายปี จนตอนนี้มันแกร่งกล้า ผงาดอยู่เหนือคนอื่นๆ หลายขุม...
มีเสียงซุบซิบดังเบาๆ หลังขบวนของเขาก้าวผ่าน ชายหนุ่มขมวดคิ้วก่อนจะเอี้ยวตัวหันหลังมาถามบอดี้การ์ดคู่ใจ
“มีอะไรที่ฉันควรรู้ไหม?”
ชายร่างใหญ่หน้าตึงยิ่งกว่าผืนผ้าที่ขึ้นไว้บนสะดึงปักผ้า เขาทำหน้าปั้นยาก ระหว่างควรพูด หรือหุบปากแน่นๆ ดี
แต่ก่อนที่บอดี้การ์ดจะตอบ “เฮ! พี่ชาย...นายไปทำอีท่าไหนกันล่ะ ลิเดีย สกอฟิลด์ถึงชิ่งหนี” เสียงทักทายดังจากทางด้านหลัง จากผู้ชายที่หน้าตาคล้ายๆ เขาแต่วัยอ่อนกว่า2 ปี เซดริก ออกัสตัส น้องชายสุดแสบและปากมันหมากว่าใครเพื่อน
แวซ็องกลอกตา เขาพ่นลมหายใจแรงๆ “เข้าใจใหม่ด้วยไอ้น้องเวร!! ฉันกับยัยนั่นไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย ฉันไม่เคยแตะหล่อน แม้แต่ปลายนิ้วก้อย” ชายหนุ่มตอบแบบเซ็งสุดขีด แค่ควงกันกินข้าว ฟังเพลง ไม่มีอะไรเกินเลย แต่ทำไมทุกๆ คนรอบตัวถึงชอบเข้าใจผิดไปเสียหมด
“ฉันรู้...แต่สังคมเข้าใจกันแบบนั้นนี่พี่ ข่าวพี่กับหล่อนออกมาถี่ยิบ...ใครเห็นก็เชื่อทั้งนั้นแหละ”
“ฉันต้องแคร์ด้วยหรือไงล่ะ?” ชายหนุ่มไหวไหล่ย้อนถาม “ว่าแต่มันมีอะไรมากกว่านี้ไหมว่ะ”
เซดริกยิ้มแป้น เขาโยนหนังสือพิมพ์ฉบับล่าสุดของเช้าวันนี้ให้พี่ชาย หัวข้อข่าวโจ่งครึ่ม!! เรื่อง ‘สกอฟิลด์’ จะมีงานมงคลกับ 'ออกัสตัส' แต่ไม่ใช่แว ซ็อง...
“เห้อ!! ไหงกลายเป็นดิดิเย่ร์ได้ว่ะ?”
น้องชายห่างๆ อีกคนของชายหนุ่ม เขาถูกดึงมามีเอี่ยวด้วยได้ยังไง แวซ็องพยายามทำความเข้าใจ แต่ก็ยังสับสนอยู่
“แปลกตรงไหน...ฉันเห็นไอ้ดิเย่ร์มันเดินตามก้นแม่นั่นมาสอง สามปี...มาห่างๆ ช่วงที่หล่อนมาติดพันพี่นี่แหละ...ไม่คิดว่าลิเดียจะเล่นไม้นี้ หล่อนเจ้าเล่ห์ไม่เบาเลยเหมือนกันนะ” เซดริกไหวไหล่ เขาดันประตูห้องทำงานของพี่ชายให้เปิดออกพร้อมกับเดินนำหน้า ไปทรุดนั่งสบายๆ บนโซฟาตัวใหญ่ที่มีไว้สำหรับรับรองอาคันตุกะ
“คงไม่มีเรื่องให้ฉันปวดหัวอีกนะ...มันน่าจะจบแล้วใช่ไหม?”
ชายหนุ่มเอื้อนเอ่ยแบบไม่ใคร่มั่นใจ
เซดริกกระตุกยิ้ม... “มันจบง่ายๆ ก็ไม่สนุกสิพี่...เรื่องนี้คงอีกยาว แม่นั้นนะผูกใจเจ็บพี่แล้วนี่...หล่อนน่าจะกำลังหาทางเอาคืน คงปั่นหัวดิดิเย่ร์จนหัวหมุน ยังไงก็ระวังตัวด้วยนะพี่ชาย” อารมณ์หึง หวง ผู้หญิงมักจะทำอะไรได้มากกว่าที่ใครๆ คาดคิด และยิ่งเป็นลิเดียด้วยแล้ว หล่อนเคยเป็นนางพญามีแต่คนยอมศิโรราบให้ แบบนี้เท่ากับหล่อนถูกฉีกหน้า...ลิเดียคงไม่ยอมจบง่ายๆ และคนที่หล่อนสามารถปั่นหัวได้ ดันเป็นญาติสนิทของเขาอีกต่างหาก
คุณอาจจะชอบ





