
บ่วงเล่ห์บำเรอรัก
ตอน 3
นี่สิน่ากลุ้ม!!
“ผู้หญิงนี่วุ่นวายฉิบหาย!!”
แวซ็องสบถ เขาเดินออกจากหลังโต๊ะทำงาน เหม่อมองไปยังทิวทัศน์ด้านนอกที่มีแต่อาคารสูงๆ
“ฉันขอไปพักสมองสักเดือนได้ไหมวะ เซดริก”
เขาไม่ได้อยากมีเรื่อง มีราวกับคนในตระกูลเดียวกัน เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุด คือการหลบฉากไปก่อน
“ตามสบายพี่ชาย...ขอให้สนุก”
เซดริกผุดลุกขึ้นยืน เขาเห็นใจดิดิเย่ร์ เมื่อน้องชายกลายเป็นเหยื่อ ต้องถูกจูงจมูกจากคนที่ตัวเองรัก เรื่องนี้ต้องโทษลิเดีย หล่อนรู้ทั้งรู้ว่าแวซ็-องไม่ได้ปรารถนา แต่กลับทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของ จนพี่ชายเขาทนไม่ไหว เลยฉีกหน้าหล่อนเสียยับ...เรื่องความรัก อย่าได้มาถามแวซ็องพี่ชายของเขาเลย คนเย็นชาแบบนั้น ไม่รู้จักความอ่อนหวานของความรู้สึกหรอก...
แต่ก็ไม่แน่...
พรหมลิขิตอาจจะขีดเขี่ย ชักจูงให้คนหัวใจชากระด้าง...ได้รู้จักความรักเอาตอนนี้ก็ได้...
ไม่มีมนุษย์ตนใด ฝืนทางเดินที่พระพรหมบันดาลได้สักคน
ทุกคนที่เกิดมาถูกบงการไว้แล้วแทบทั้งนั้น...
มันขึ้นอยู่กับว่าใครจะเจอช้าหรือเจอเร็ว...
ตัวเขาเองก็คงไม่รอด เพียงแต่ยังไม่ใช่เร็วๆ นี้
“ฉันไปล่ะ...แน่ใจนะว่าจะไม่อยู่ร่วมงานวิวาห์ของดิเย่ร์มัน” เซดริกยังไม่วายกระเซ้า
แวซ็องหันกลับมา เขายิ้มเย็นๆ “ฉันกลัวงานจะล่มน่ะสิ...แม่นั่นทำตามใจตัวเองตลอด จนไม่สนใจคนรอบข้าง หากฉันไม่อยู่งานนี้คงราบรื่นขึ้น”
แวซ็องคาดการณ์ไม่ผิด ลิเดียแค่ต้องการประชด เพราะฉะนั้นหากเขาโผล่หน้าเข้าไปในงานวิวาห์ของหล่อน หล่อนคงผวามาเกาะเขา จนอาจทำให้ดิดิเย่ร์เสียหน้า ทางที่ดีเขาควรไปไกลๆ ดีกว่า จนกว่าเรื่องราวทุกอย่างจะสงบลง
ความวุ่นวายทำให้แวซ็องตัดสินใจเลือกที่จะเดินทางไปเที่ยวในประเทศเล็กๆ แทนที่จะจะสนุกอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ที่มีแต่ความศิวิไลซ์...ขอสงบสติอารมณ์กับธรรมชาติดีกว่า...รอให้ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดี จากนั้นทุกอย่างคงกลับเข้าสู่รูปรอยเดิม
แต่ชายหนุ่มไม่รู้ การออกเดินทางครั้งนี้...
กลับสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้เขามากกว่าทุกเรื่องที่เคยเกิดขึ้น!!
เขากำลังเดินเข้าสู่กรงขัง
หมดสิ้นอิสรภาพที่ตัวเองปรารถนา...
แต่จะได้พบกับความรู้สึกอ่อนหวาน...ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นในหัวใจ
แล้วคนเย็นชาอย่างเขา...จะจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไรดี?
ในวันที่ฝนตกหนัก สายฝนรินเหมือนท้องฟ้ารั่ว ผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งฝ่าสายฝนมาจนเปียกชุ่มไปทั้งตัว ผมสีดำดั่งนิลลีบติดหนังศีรษะ หยดน้ำเย็นเฉียบเกาะพราวทั่วใบหน้าหวาน แพขนตางามงอนเปียกฉ่ำจนรวมตัวเป็นกระจุก ผู้หญิงคนนั้นคือพนักงานสาวคนหนึ่งในร้านสะดวกซื้อ เป็นพนักงานประจำที่ขยันขันแข็งเป็นอย่างมาก เธอมีใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโต ริมฝีปากอิ่มย้อยสีระเรื่อแลดูเซ็กซี่ หากได้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ดูดีกว่านี้ หาใช่ชุดพนักงานที่ดาษดื่นเหมือนกันไปหมด เธอคงสวยพิศชวนมองไม่แพ้ใครๆ เมวิกา สาระวีคือหญิงสาวที่กล่าวมาข้างต้น...เธอเหนื่อยสายตัวแทบขาดเพราะเธอกรำงานหนักตั้งแต่เช้าจรดค่ำ หลังกริ่งสัญญาณบอกเวลาเลิกงาน เจ้าตัวจึงรีบหอบสังขารกลับมายังห้องเช่าราคาถูก แม้จะต้องฝ่าสายฝนที่กระหน่ำสาดซัดไม่หยุด เธออยากจะอาบน้ำและซุกหัวนอนก่อนที่จะหมดแรงไปเสียก่อน
ชีวิตผู้หญิงตัวคนเดียวที่พึ่งจะย้ายตัวเองออกมาจากบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้า เนื่องจากอายุเกินกว่าที่ทาง ‘บ้านน้ำริน’ จะให้ที่อยู่ที่กินได้ สาวน้อยจึงต้องออกมาจากบ้านที่เติบโตมาอย่างอาลัย แต่ก็ไม่วายแวะกลับไปเยี่ยมทุกครั้งในวันหยุดงาน เพื่อแบ่งเบาภาระให้กับครูพี่เลี้ยง กับอาจารย์ใหญ่ที่ทำงานอยู่ในบ้านหลังนั้น เธอมักจะเจียดเงินเดือนของตัวเองส่วนหนึ่งให้กับน้องๆ เพื่อแบ่งปันโอกาสให้กับพวกเขา เหมือนดั่งที่ตัวเองเคยได้รับ ความรู้แค่หางอึ่งของเธอ ทำให้ต้องขายแรงงานเพื่อหาเลี้ยงปากท้องตัวเอง
เมวิกาแบ่งเงินเป็น3 ส่วน ส่วนที่หนึ่งกินใช้เพื่อตัวเอง มันรวมถึงค่าเช่าห้อง อีกส่วนมอบให้น้องๆ ที่บ้านน้ำริน ส่วนสุดท้ายเก็บไว้เพื่อการศึกษา เธอลงเรียนในมหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่ง จุดมุ่งหมายเพื่ออนาคตที่ดีกว่าเก่า เรียนต่อให้สูงขึ้น...ใช้เงินที่หามาได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ไม่เกี่ยงงาน หากมีเวลาว่างเธอยินดีทำ แม้จะเป็นงานที่ต่ำต้อย อย่างการขัดล้างบ้าน หากมีคนว่าจ้างเมวิกาไม่เคยปฏิเสธ เธอจำเป็นต้องใช้เงินอีกเยอะ
คุณอาจจะชอบ





