ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทอแสงจันทร์

ทอแสงจันทร์

หากพี่ชายของจันทร์เจ้าขาไม่พาคนรักซึ่งเป็นน้องสาวของคมเพชรหนีไป ชีวิตเธอคงไม่ต้องกลับมาพัวพันกับอดีตคนรักที่จบกันไม่สวยอีกครั้ง ความบาดหมางในอดีตจากการที่เธอเป็นฝ่ายบอกเลิกและหนุนหลังให้น้องสาวเขาหนีการแต่งงาน กลายเป็นเชื้อไฟให้คมเพชรกลับมาทวงแค้นอย่างสาสม แม้ลึกๆ ทั้งคู่จะยังรักกัน แต่ความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกกลับเปลี่ยนเป็นสงครามที่ต่างฝ่ายต่างพร้อมฟาดฟันกันให้พังทลายลงไปข้างหนึ่ง ท่ามกลางคำดูถูกที่คอยตอกย้ำว่าหยดน้ำตาของเธอไม่มีค่าพอให้เขาเห็นใจ
ตอน
แชร์

ตอน 2

สายเรียกเข้าที่โทรศัพท์มือถือหลายสายไม่ได้รับความสนใจจากเจ้าของเมื่อหญิงสาวผู้ครอบครองมันอย่างจันทร์เจ้าขา พรอัครเดชา สนใจสิ่งที่เพื่อนร่วมงานกำลังนำเสนออยู่บนจอโปรเจคเตอร์ขนาดเล็กมากกว่าสายเรียกเข้าจากหมายเลขที่ไม่คุ้นชิน ความตั้งใจและเข้มงวดในการทำงานเพราะต้องการเป็นแบบอย่างให้เพื่อนร่วมงานเพราะหญิงสาวเป็นครีเอทีฟที่ควบตำแหน่งผู้บริหาร บริษัท สกาย แอดเวอร์ทิส บริษัทโฆษณาเล็กๆ ในย่านทวีวัฒนา...

           หล่อนก่อตั้งบริษัทร่วมกับพี่ชายคืออาทิตยะกับรัศมีดาราน้องคนสุดท้องโดยได้ทุนจากค่าประกันชีวิตของบิดามารดาที่ลาลับไปและทิ้งมรดกไว้ให้คือค่าประกันชีวิตมากพอสำหรับสร้างกิจการเพื่อรองรับสายงานที่ทั้งสามคนได้เล่าเรียนมา

           “พี่พระจันทร์ ออกไปรับโทรศัพท์เถอะ... มันทั้งสว่างทั้งสั่นจนคนอื่นเสียสมาธิหมดแล้ว” รัศมีดาราน้องสุดท้องสะกิดพี่สาว เมื่อเห็นว่าสายเรียกเข้าที่เห็นเพียงหมายเลขนั้นเรียกเข้ามาหลายสายแต่จันทร์เจ้าขาไม่ยอมรับมัน ปล่อยให้สั่นจนคนที่พรีเซนต์งานโฆษณาชิ้นใหม่กับลูกค้าอยู่สะดุดหลายครั้งกับแสงวาบๆ ที่หน้าจอยามเมื่อต้องปิดห้องมืดเพื่อพรีเซนต์งาน...

           “เบอร์ใครก็ไม่รู้... ไม่ได้บันทึก แต่โทรมาสิบกว่าสายแล้ว เดี๋ยวค่อยโทรกลับ”

           จันทร์เจ้าขาหยิบโทรศัพท์มาปิดเครื่องแล้วฟังพรีเซ็นต์งานต่อ... เห็นใบหน้าพึงพอใจของลูกค้าเจ้าของผลิตภัณฑ์แล้วก็ค่อนข้างวางใจ งานนี้เป็นงานระดับนานาชาติที่หล่อนไปเปิดตลาดด้วยตัวเองในประเทศเพื่อนบ้าน แม้ว่าไม่ได้ก้าวไกลหรือว่ายิ่งใหญ่ แต่การเปิดตลาดเพื่อหาลูกค้าใหม่ๆ นับว่าเป็นการขยายงานที่น่าพึงพอใจ...

           บริษัทสกายเป็นบริษัทเล็กแต่พริกขี้หนู ด้วยมีทีมครีเอทีฟมือฉมังอยู่หลายคน ทุกคนล้วนอยู่ที่สกายด้วยใจรักงานและมีความสุขกับงานและเพื่อนร่วมงานแม้ว่าแต่ละคนจะอาร์ตบ้าง อินดี้บ้าง มีนิสัยบ้าๆ บวมๆ ไปคนละอย่างก็ตามแต่ผลงานก็การันตีได้ว่า พวกเขาเป็นกลุ่มเล็กแต่ทำงานที่ใหญ่ได้อย่างไม่บกพร่อง และแน่นอนว่าสกายต้องเติบโตได้อย่างภาคภูมิในอนาคต

           ปิดการพรีเซ็นต์ที่มีการแก้ไขตอนท้ายของโฆษณาตรงบทพูดแต่ว่าไม่มีการถ่ายทำใหม่แต่อย่างใด เจ้าของสินค้าเอ่ยลาหลังจากที่มอบสินค้าอีกตัวให้แก่ตัวแทนของสกายเพื่อเป็นคนทดลองหลังจากที่ส่งมาให้ทีมครีเอทีฟก่อนที่จะคิดงานโฆษณานี้ขึ้น เพื่อให้ทีมครีเอทีฟค้นหาจุดขายที่แท้จริงจากประสบการณ์ของผู้ใช้สินค้า ก่อนเดินจากไปลูกค้ารายใหม่ซึ่งเป็นนักธุรกิจเจ้าของเครื่องสำอางจากประเทศเพื่อนบ้านได้เอ่ยอย่างเสียดาย

           “ไม่รู้ว่าคุณดาราคือหนึ่งในกรรมการของบริษัท ไม่อย่างนั้นจะเสนอให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ ไม่ต้องไปจ้างนางเอกดังที่ไหน...”

           นี่ไม่ใช่ลูกค้าคนแรกที่เอ่ยปากอย่างนั้น เพราะว่ารัศมีดาราคือดาวดวงหนึ่งในวงการบันเทิงไทย และค่อนข้างมีชื่อเสียงอย่างมากในจีนและเวียตนามเพราะหล่อนเป็นเนตไอดอลก่อนจะก้าวมาเป็นนางแบบ และเข้าประกวดนางงาม แล้วเดินเข้าสู่สายงานแสดงอย่างเต็มตัว... แต่รัศมีดาราจันทร์เจ้าขาหรือว่าแม้แต่อาทิตยะที่หน้าตาโดดเด่นทั้งยามขึ้นกล้องและยามถูกมองด้วยตาเปล่าจนลูกค้าอยากจ้างเป็นพรีเซ็นเตอร์เสียเองนั้นไม่อยากเอาตัวเองไปอยู่หน้ากล้อง แต่อยากคิดงานครีเอทีฟอยู่เบื้องหลังมากกว่า

           “เอาไว้งานหน้านะคะ ดาราจะไม่ปฏิเสธ” รัศมีดาราได้แต่บอกลูกค้าไปอย่างนั้น และอีกไม่นานก็คงต้องรับหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์อย่างแน่นอน...

           อาทิตยะบอกว่ามันเป็นการทำการตลาดอย่างหนึ่ง... ยิ่งตอนนี้รัศมีดาราเริ่มมีชื่อเสียงติดลมบนงานยิ่งวิ่งเข้าชนมากขึ้น...

           “อีกหน่อยเราคงงานล้นมือ เพราะลูกค้ามาจ้างบริษัททำโฆษณา เพราะอยากให้น้องดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์” ครีเอทีฟคนหนึ่งได้กล่าวขึ้น

           “โธ่ ถ้าพี่พระจันทร์หรือพี่รพียอมเข้าวงการ ดาราไม่ดังหรอกค่ะ” รัศมีดาราเกาะแขนพี่สาวคนกลางอย่างอ้อนๆ จันทร์เจ้าขายิ้มพลางถอนใจ

           “บ้านนี้มีเราเป็นดาราคนเดียวก็พอแล้ว ขี้เกียจสร้างบ้านเพิ่มเพราะต้องเอามาเก็บของขวัญจากแฟนคลับ...” อ้างเหตุผลไปข้างๆ คูๆ หากแต่ทุกคนก็รู้กันว่าจันทร์เจ้าขากับพี่ชายไม่อยากทำงานหน้ากล้องเพราะว่ารักความเป็นส่วนตัวและอยากเป็นคนธรรมดามากกว่า แม้ว่าหน้าตาจะหล่อเหลาสวยงามหาตัวจับได้ยาก แต่ว่าก็ยังพอยืนอยู่ในหมู่ผู้คนได้สบายๆ แต่หากเป็นดาราเมื่อไหร่คงต้องทุกสายตามาเฝ้าสังเกตและแอบเก็บภาพแทบทุกอิริยาบถซึ่งก็คงไม่มีทางรับได้... มีแต่น้องนุชสุดท้องคนเดียวที่ยอมเข้าวงการเพราะหล่อนชอบงานด้านนี้และไปได้ดีกับงานที่ทำจึงยอมเสียความเป็นส่วนตัวไป...

           “อ้อ... พี่พระจันทร์ ไม่โทรกลับหาสายปริศนาหน่อยหรือคะ ตอนนี้ว่างแล้วนี่ ดาราว่าคงเป็นคนรู้จักพี่แน่ๆ ถึงได้กระหน่ำโทรแบบนั้น”

           “อืม... พี่กำลังจะโทรเหมือนกัน” จันทร์เจ้าขาเดินแยกกับทุกคนไปที่โต๊ะทำงาน เมื่อต่างคนต่างแยกย้ายหลังจากพรีเซ็นต์งาน โดยมีบางคนยังนั่งจับกลุ่มคุยเกี่ยวกับงานที่เพิ่งนำเสนอไปเมื่อครู่ จันทร์เจ้าขาเดินไปหาที่เงียบๆ ต่อสายหาหมายเลขที่กระหน่ำโทรหาหล่อนอย่างอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อยว่าเป็นใครที่เรียกสายเข้ามาที่เบอร์ส่วนตัวซึ่งน้อยคนนักจะรู้จัก...

           “พระจันทร์ นี่ผมเอง คมเพชร” เสียงห้วนๆ ตอบกลับมาหลังจากที่โทรไปแล้วถามไปว่าได้โทรหาตนเองหรือเปล่า... โทรศัพท์หลุดจากมือจันทร์เจ้าขาเพราะมือหล่อนอ่อนกะทันหัน... แต่หล่อนก็มีสติยกมันขึ้นมาแนบหูใหม่ ด้วยมืออันสั่นเทากว่าเดิม...

           เป็นปีแล้ว ที่ไม่ได้มีสายเรียกเข้าจากเขา

           เป็นปีอีกเช่นกันที่ไม่ได้ยินเสียงผู้ชายคนนี้พูดกับหล่อน... หลังจากที่ หล่อนเลือกที่จะตัดขาดความสัมพันธ์ฉันแฟน แล้วบอกเลิกเขาด้วยการควงหนุ่มคนใหม่หยามเขา จนเขายอมเลิกรากับหล่อนไปด้วยความเสียหน้าที่สุดที่คนอย่างหล่อนเป็นคนบอกเลิกและตีจาก...

           หล่อนรู้ว่าเขาคงเกลียดหล่อนไปเลยเพราะเขาไม่ติดต่อมาเป็นปีและทำเหมือนว่าอยู่คนละโลกกันไป แต่เขาคงมีเรื่องสำคัญมากที่จะคุยกับหล่อนถึงได้โทรหาก่อน...

           “คุณมีอะไรถึงโทรมาคะ” เสียงถามอย่างเคลือบแคลงหลุดจากปากหล่อน...

           “ไม่ต้องตกใจ ผมไม่ได้โทรหาคุณ” น้ำเสียงหยันๆ ทำให้คนที่วิตกอยู่นั้นคอแข็งขึ้นมา... ฉุนเหลือเกินที่เขาพูดแบบนั้น... ไม่ได้โทรหาหล่อนแล้วนี่หล่อนคุยอยู่กับใครกันล่ะ

           “ผมหมายถึง ผมไม่ได้โทรมาเพื่อพูดเรื่องเก่าๆ ที่ไร้ความหมายของเราอย่างที่คุณคิด แต่ผมมีธุระเรื่องอื่นจะคุย” พอหล่อนเงียบ เหมือนจะรู้ว่าหล่อนคิดต่อว่าเขาอย่างไร เขาก็แก้ตัวเองเสร็จสรรพ...

           จันทร์เจ้าขาเม้มปาก ถามเสียงขุ่นกลับไป “มีอะไรจะคุยไม่ทราบ”

           “พลอยหนีออกจากบ้านไป... เขาอยู่ที่บ้านกับคุณไหม” วาวพลอยเป็นเพื่อนสนิทจันทร์เจ้าขาที่ไปมาหาสู่กันบ่อยๆ และเป็นน้องสาวของเขาเอง...

           “ยายพลอยไม่ได้อยู่ที่บ้านฉันหรอกค่ะ... คิดว่าน่าจะไปร่วมงานคริสมาสต์กับเพื่อนที่ฮ่องกงมากกว่า เห็นบอกว่าจะไป...” จันทร์เจ้าขาบอกไปเท่าที่รู้เพราะวาวพลอยบอกหล่อนเอง... แต่วาวพลอยคงลืมบอกพี่ชายตัวเองหรือไม่ก็พี่ชายวาวพลอยงานยุ่งมากจนไม่มีเวลาใส่ใจน้องสาว พอวันสำคัญอย่างวันคริสมาสต์อีฟเขาอยากให้ของขวัญน้องสาวแล้วหาไม่พบถึงได้โทรมาถามหล่อนอย่างเดือดร้อน...

           “ผมรู้ว่าคุณปกปิดช่วยยายพลอย... แต่ผมจะให้โอกาสพวกคุณ คืนน้องสาวผมให้ผม... อย่าชักชวนยายพลอยเถลไถล น้องสาวผมกำลังจะแต่งงานในอีกไม่กี่วัน ไม่ควรหายตัวไปแล้วติดต่อไม่ได้อย่างนี้”

           “คุณเข้าใจผิดมากไปแล้วค่ะ ยายพลอยไม่ได้ค้างที่นี่... คุณลองเช็คดูที่อื่นที่น่าจะเป็นไปได้ดูหน่อยไหมคะ”

           “ผมไม่เข้าใจผิด และรู้ว่าพลอยอยู่กับพวกคุณ บอกพลอยกลับบ้านด้วย”

           เขาบอกห้วนๆ ก่อนจะวางสายไป ปล่อยให้จันทร์เจ้าขางุนงง ว่าเขาโทรมาด้วยเรื่องไร้สาระแบบนี้หลังจากที่ไม่ได้คุยกันมาเป็นปี แถมเขายังปรักปรำหล่อนผ่านน้ำเสียงแสนเย่อหยิ่งราวกับมั่นใจว่าหล่อนรู้ว่าวาวพลอยอยู่ที่ไหน หล่อนเป็นเพื่อนที่วาวพลอยสนิทที่สุดก็จริงแต่ว่าก็ใช่จะรู้ทุกฝีก้าวที่วาวพลอยไปเสียที่ไหนกัน

           “หรือว่ายายพลอยจะหนีงานแต่ง” หล่อนนึกในใจ... เพราะรู้ว่าวาวพลอยไม่ได้รักคู่หมั้นคือน้ำเงินซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของคมเพชรเลย แต่ว่าพี่ชายของหล่อนบังคับและบอกว่าเลือกสิ่งที่ดีให้ วาวพลอยถูกจับแต่งงานแต่ก็ไม่ได้มีท่าทางว่าทุกข์และเดือดร้อนจนจะหนีงานแต่งงานได้...

           “เขาคงคิดไปเอง... และคิดมากไปด้วย ถึงได้ยอมลดศักดิ์ศรีโทรหาเราก่อน...”

           จันทร์เจ้าขาถอนหายใจ ลองแชทคุยกับวาวพลอยก็ได้รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ดีมีสุข ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่อยากอยู่ฉลองวันคริสต์มาสกับเพื่อนแบบอิสระๆ ที่ต่างจังหวัดเลยไม่ยอมรับสายพี่ชายเพราะคงโดนดุ วาวพลอยชวนจันทร์เจ้าขาแต่แรกแล้วแต่หล่อนติดงานจึงไม่ได้ตามไป...

           หล่อนไม่ได้บอกวาวพลอยว่าพี่ชายของวาวพลอยโทรตามหาเจ้าตัวที่หล่อน และเมื่อวาวพลอยไม่ได้หายไปอย่างที่ถูกกว่าวหาหล่อนก็เลิกสนใจคมเพชรไป เพราะไม่อยากเก็บเรื่องเขาให้รกสมอง เพราะเลือกจะตัดขาดจากเขาแล้วในวันที่บอกเลิกเขา ดังนั้นเขาจึงไม่มีความสำคัญใดๆ กับหล่อนอีกต่อไป...

           คมเพชรวางรูปถ่ายหลายใบที่ได้จากนักสืบที่ส่งให้ตามน้องสาวตัวเองลงที่โต๊ะแรงๆ เขาไม่มีคำตอบให้เพื่อนสนิทที่กำลังจะกลายมาเป็นน้องเขยเขาเลยว่าเขาจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง

           “ถ้ามันยังยุ่งกับพลอยทั้งที่พลอยจะแต่งงานกับฉันแล้วแถมยังยื้อพลอยเอาไว้ข้างมัน ฉันก็คิดว่าน่าจะต้องลุย” น้ำเงินบอกด้วยเสียงหงุดหงิด

           คมเพชรเลิกคิ้วมองหน้าอีกฝ่ายอย่างชั่งใจ...

           “ลุยก็ลุย... ฉันไม่อยากให้น้องสาวไปยุ่งเกี่ยวกับคนบ้านนั้นนักหรอก... แต่เขามายุ่งกับยายพลอยเอง เล่นไม่ซื่อกันอย่างนี้ ก็คงต้องเล่นงานกันหน่อย”

           “ดี” น้ำเงินพึงใจที่เพื่อนเห็นด้วย... “ฉันไม่ยอมเสียพลอยไปหรอกนะ”

           “ฉันก็ไม่ยอมเสียน้องฉันให้คนอื่นเหมือนกัน... ถ้าจะมีใครจะต้องสูญเสียอะไรไป ก็เป็นเรื่องที่จะเกิดกับคนบ้านนั้นเท่านั้น” คมเพชรบอกอย่างหมายมาด... ดวงตาคมทอประกายไฟแห่งความพิโรธเจิดจ้าพร้อมจะแผดเผาทุกคนที่เลือกยืนคนละข้างกับเขา...

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แฟนฉันที่เป็น CEO หนีฉันไป 1,314 ครั้ง ฉันเลยแต่งงานกับคนอื่น
8.9
ตลอดสิบปีที่ผ่านมา งานวิวาห์ของฉันถูกยกเลิกไปถึง 1314 ครั้ง เพราะแฟนหนุ่มซีอีโอเลือกทิ้งฉันไปหาหญิงสาวอีกคนเสมอ เพียงแค่เธอมีแผลเล็กน้อยเขาก็รีบบึ่งไปหาอย่างร้อนรน ทิ้งให้ฉันเผชิญความอับอายต่อหน้าแขกเหรื่อพร้อมคำพูดเห็นแก่ตัวที่ให้เลื่อนงานออกไปอย่างไม่ใส่ใจ โดยอ้างความผูกพันวัยเด็กกับเธอคนนั้น ในเมื่อเขาไม่เคยให้ความสำคัญกับรักครั้งนี้ เมื่อการทิ้งกันครั้งที่ 1314 เกิดขึ้น ฉันจึงตัดสินใจดำเนินพิธีต่อไป แต่เปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวเป็นคนใหม่แทน
หน้าปกนวนิยาย ผู้หญิงของมาเฟีย My Girl
8.8
อนรรฆ มาเฟียกาสิโนผู้เย็นชาต้องเผชิญกับความหวั่นไหวเมื่อ อรินรดา เด็กสาวในปกครองเริ่มเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง แม้สถานะพี่น้องบุญธรรมจะเป็นปราการกั้นขวางความรู้สึก แต่เมื่อความจริงเปิดเผยว่าทั้งคู่ไร้ซึ่งสายเลือดเดียวกัน ปณิธานที่เคยยึดมั่นจึงสั่นคลอน อรินรดาพยายามหักห้ามใจจากสัมผัสที่เร่าร้อนของเขา ทว่าร่างกายกลับโหยหาการควบคุมจากมาเฟียหนุ่มอย่างไม่อาจต้านทานได้ ท่ามกลางความสัมพันธ์ต้องห้ามที่แปรเปลี่ยนเป็นความรักอันตราตรึงใจในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย หลังสลับคู่ ฉันจะพลิกผันชะตากรรม
8.2
ซูชิงหยวนเคยถูกหลิงโม่เฉินทรยศและขโมยผลงานจนต้องจบชีวิต ส่วนน้องสาวอย่างซูหยูรานก็เผชิญความโดดเดี่ยวจนตายพร้อมลูก เมื่อทั้งคู่ได้โอกาสเกิดใหม่ น้องสาวจึงรีบคว้าอดีตสามีพี่มาหวังความรุ่งโรจน์ โดยไม่รู้ว่านั่นคือกับดักเดิม ขณะที่ชิงหยวนเลือกแต่งงานใหม่กับหลิงเยี่ยนโจวภายใต้ข้อตกลงลับ ทว่าท่ามกลางอุปสรรค เขากลับประกาศกร้าวจะปกป้องเธอเพียงผู้เดียว การสลับคู่ครั้งนี้จะช่วยให้พวกเธอหลุดพ้นจากโศกนาฏกรรมในชาติก่อนและเปลี่ยนชะตาชีวิตให้กลายเป็นความสุขได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย  友人 MA Friend'XXX เปลี่ยนเพื่อนให้เป็นแฟน
9.5
เมื่อก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยจนเกือบจะจบปีสี่ แต่ชีวิตรักกลับยังคงว่างเปล่าไร้คนเคียงข้าง ฉันจึงต้องเอ่ยปากปลอบใจพร้อมตบบ่า 'นุ่น' เพื่อนสนิทที่กำลังเป็นกังวลกับสถานะโสดสนิทของฉันอย่างหนัก เพื่อคลายความสงสัยและยุติความวุ่นวายใจทั้งหมด ฉันเลยตัดสินใจประกาศกร้าวออกไปอย่างมั่นใจว่า หากสุดท้ายแล้วชีวิตนี้ฉันยังหาแฟนไม่ได้จริงๆ คนที่จะมาเป็นคนรักของฉันก็คงหนีไม่พ้นเพื่อนรักอย่างมันนี่แหละ
หน้าปกนวนิยาย เพลิงแค้นซาตาน
9.0
เหนือตะวันแบกความแค้นจากการเห็นพ่อแม่ถูกสังหารมาทั้งชีวิต เมื่อโอกาสแก้แค้นมาถึง เขาจึงเริ่มทำลายศัตรูรวมถึง เอื้อมดาว หญิงสาวผู้ภักดีที่ต้องรับกรรมแทนครอบครัว แม้เธอจะยอมตกเป็นเหยื่อเพื่อหวังดับไฟในใจเขา แต่ความทรมานที่เขามอบให้กลับย้อนมาทำร้ายความรู้สึกตนเองอย่างประหลาด เมื่อเห็นน้ำตาของเธอแทนที่จะสะใจ เขากลับต้องเจ็บปวดรวดร้าวเสียเอง จนเริ่มสับสนว่าควรจัดการกับหัวใจและหนี้แค้นครั้งนี้อย่างไรดี
หน้าปกนวนิยาย รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้
8.5
วิมานศิลป์คือแกลเลอรีที่เป็นดั่งชีวิตของฉัน แต่ภัทรวุฒิสามีที่รักกลับยกมันให้นภัสสรน้องสาวทรยศ เขาพยายามฆ่าฉันด้วยสร้อยดอกมะลิที่ฉันแพ้รุนแรงในวันเกิดเพื่อไปหาชู้รัก นภัสสรโทรมาเย้ยหยันว่าเขาแต่งงานกับฉันเพียงเพื่อปกป้องเธอ และการแท้งลูกของฉันก็คือแผนการของพวกเขา เมื่อสูญเสียทุกอย่างฉันจึงจัดฉากระเบิดเรือยอชต์ฆ่าตัวตายเพื่อหนีจากฝันร้าย พร้อมส่งอีเมลแฉความชั่วช้าทั้งหมดให้ภัทรวุฒิได้รับรู้ก่อนที่ลมหายใจของฉันจะดับสูญไป