![หน้าปกนวนิยาย พันธะรักโดยไม่ตั้ง [Bond Of Love - Accidence] SET : Bond Of Love](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/4a69a4a95001834806831279694/FNQ9c9wm7pQA.webp!15491.webp)
พันธะรักโดยไม่ตั้ง [Bond Of Love - Accidence] SET : Bond Of Love
ตอน 2
ปิ้ง! เสียงเตือนข้อความเข้าเมื่อชายร่างสูงผิวขาวดวงตาเข้มภายใต้กรอบเลนน์แว่นดำ เปิดเครื่องหลังจากลงมาจากเครื่องบินที่โดยสารมานานกว่าสิบสองชั่วโมงจากนิวยอร์กปลายทางกรุงเทพมหานคร ณ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ
‘ขอโทษทีว๊ะเพื่อน พอดีฉันมีปัญหาเกี่ยวกับงานที่ต้องจัดการด่วนหลายวัน ช่วงนี้แกไปเที่ยวพักผ่อนที่ภูเก็ตก่อน ฉันเตรียมทุกอย่างให้แกพร้อมเครื่องบรรณาการ(รับรองว่าเป็นในแบบที่แกชอบ) แล้วเจอกันที่ภูเก็ต’ ข้อความดังกล่าวทำให้วิลต้องมองหาคนที่จะพาเขาไปยังสนามบินสำหรับไฟล์บินในประเทศ
“คุณวิลนะครับ ผมถูกส่งมารับคุณไปต่อเครื่องที่สนามบินดอนเมืองครับ” วิลพยักหน้าและปล่อยกระเป๋าเดินทางของตนให้กับชายผิวเข้มอายุน่าจะสักสี่สิบได้แล้ว
การเดินทางอย่างต่อเนื่องแบบนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาถือเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่เมืองไทยที่เป็นบ้านเกิดของเขานั้น นี่เป็นการเหยียบแผ่นดินไทยครั้งแรกในรอบยี่สิบกว่าปีที่จากไปตอนนั้นเขาน่าจะสักห้าขวบ พ่อเขาเสียไปตั้งแต่เขาอายุได้สามขวบ ซึ่งสองปีต่อมาแม่เจอกับรักครั้งที่สองกับแจ็คสัน แม่และเขาจึงย้ายไปอยู่กับแจ็คสันที่นิวยอร์กนับตั้งแต่นั้น ซึ่งก็ผ่านไป20กว่าปีแล้ว เขาได้เดินทางกลับบ้านเกิดเป็นครั้งแรกตามคำเชิญของเพื่อนรักที่เป็นคนไทย เอกหรือเอกรินทร์ แต่การเดินทางมาครั้งนี้เผอิญเพื่อนเอกก็ติดงานด่วนจึงไม่สามารถมารับและดูแลเขาได้ตามที่นัดกันไว้
“คุณเอกได้เตรียมเรือยอร์ชไว้ให้คุณวิลล่องเรือเพื่อพักผ่อน แต่ท่านให้ทางคุณวิลตัดสินใจค่ะว่าจะล่องเรือทันทีที่มาถึงหรือจะพักโรงแรมก่อนสักหนึ่งคืน”
“ออกเรือเลยแล้วกัน” แสงสีเสียงสถานแหล่งบันเทิงสำหรับเขาไม่เคยขาดหายไปจากชีวิตยามที่เขาต้องพักผ่อน แต่คราวนี้เขาขอพักผ่อนแบบสงบพร้อมกับเครื่องบรรณาการเพื่อปลดปล่อยก็พอ
รถที่มารอรับที่สนามบินมุ่งหน้าสู่ท่าเรือโดยทันที สองฟากข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงและผืนท้องทะเล เขาจำเมืองไทยไม่ได้เลยจริงๆ เมื่อมาถึงคนขับรถยกกระเป๋าของเขาลากไปตามสะพานปลาที่ทอดยาว ขายาวค่อยๆก้าวลงสู่ลำเรือ แต่ว่าคนเฝ้าเรือไปไหนละเนี่ย
ตึกตึกตึก ไม่ทันที่จะได้มองหา เสียงฝีเท้าของชายร่างสูงกำลังวิ่งมาทางนี้ วิลหรี่ตามองดูจากการรูปร่างหน้าตาและการแต่งตัวแล้วไม่น่าจะใช่คนที่เขามองหา ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีอ่อนหยุดเมื่อมาถึงสุดทางเหมือนกำลังมองหาอะไร แต่จะมีอะไรนอกจากเรือกับน้ำทะเล
วิลสบตากับชายร่างสูงบนสะพานทั้งสองไม่ทันจะเอ่ยอะไรเสียงฝีเท้าอีกคู่กำลังวิิ่งมาทางนี้ วิลหันไปและคาดเดาได้ไม่ยากว่าคือคนที่เขามองหา
“ขอโทษครับนาย พอดีแถวนี้สัญญาณโทรศัพท์ไม่ค่อยดีนะครับ”
“ไปเถอะ” วิลไม่ได้ถือสาหาความในเรื่องเล็กๆ คนขับรถเดินออกมาจากในเรือและกระซิบบางอย่างกับวิลซึ่งวิลแค่พยักหน้ารับรู้ คนขับรถที่ทำหน้าที่ของตนเองเสร็จแล้วจึงลากลับ ต่อจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของคนเรือที่กระวีกระวาดปลดเชือกผูกเรือ วิลยังยืนอยู่แถวกาบเรือไม่ได้ที่จะรีบเข้าไปด้านใน แม้จะรู้ว่าเครื่องบรรณาการจะมารอแล้ว เรือค่อยๆห่างออกจากฝั่งอย่างช้าๆ ลมทะเลทำให้เขารู้สึกปลอดโปร่งผ่อนคลายความอ่อนล้าจากการเดินทางอย่างยาวนานได้ไม่น้อย
“โธ่เว้ย!!!!” เสียงคำรามที่ลอยมาตามลมของชายร่างสูงบนสะพานเข้าหูวิล แต่ธุระไม่ใช่ วิลจึงหันกลับไปมองผืนท้องทะเลที่ตอนนี้กำลังเปลี่ยนสีเมื่อเข้าสู่ยามเย็น
ซู่ซู่ซู่ เสียงน้ำในห้องน้ำขนาดเล็กยังดังอยู่อย่างต่อเนื่อง หญิงสาวที่อยู่ด้านในไม่สนใจว่าน้ำจืดบนเรือแบบนี้มีจำนวนจำกัด เพราะตอนนี้เธอรุ่มร้อนเหมือนร่างกายเธอจะระเบิด ฮื้อฮึกฮื้อ เสียงสะอื้นที่พยายามกลั้นไว้ก็ยังดังเล็ดรอดออกมา
ร่างบางที่เปียกปอนนั่งกอดเข่าตัวเองไว้แน่นใบหน้าทรุดแนบกดลงระหว่างเข่า ถ้ามองจากที่ไกลๆ ร่างนี้ก็เหมือนก้อน กลมๆ ขาวๆ มากกว่าจะเป็นร่างกาย เธอตัวสั่นไม่ใช่เพราะหนาว ตรงกันข้ามเธอร้อนดั่งถูกไฟเผาและเหมือนถูกเข็มเป็นร้อยเป็นพันทิ่มแทงอยู่ตลอดเวลา เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้เธอจะถูกวางยาบ้าๆ แบบนั้น
ณ ร้านอาหารไม่ไกลจากที่นี่นัก เธอก็แค่มาพักผ่อนตามคำแนะนำของคุณย่าที่อยากให้เธอมาเที่ยวทั้งๆ ที่เธอเองก็ปฎิเสธแต่ท่านบอกว่าได้แพ็คเกตฟรีมาทิ้งไปก็เสียดายเธอเลยยอมตกลง ทั้งๆ ที่แอบแปลกใจไม่น้อยว่าอย่างคุณย่าเยี่ยนะจะสนใจของฟรี แต่สิ่งที่เหนือการคาดหมายคือการได้พบกับอิทธิที่นี่ เขาบอกว่าบังเอิญตอนแรกเธอก็เชื่อ แต่พอเธอได้ยินพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งคุยโทรศัพท์กับใครสักคนด้วยอารามดีใจที่ได้ทิ๊ปพิเศษจากการใส่บางอย่างในเครื่องดื่มของเธอ เมื่อได้ยินแบบนั้นในตอนนั้นเธอจึงรีบออกจากร้านมาทันทีหลังจากที่รู้ตัวว่าได้ดื่มน้ำแก้วนั้นไปแล้ว เลวจริงๆ แต่เธอก็ไม่อาจไปแหกปากร้องกับใครได้ มีทางเดียวคือต้องหนี หนีให้ไกลจากคนพวกนั้นรอจนกว่ายาจะหมดฤทธิ์ แต่โอ้ยยยย....มันช่างทรมานเหลือเกินเธอกินไปมากแค่ไหนกัน หรือเด็กเสิร์ฟนั้นใส่ไปมากเกิน เธอจะหัวใจวายตายก่อนไม่นะ! เพราะตอนนี้ร่างกายเธอปวดร้าวไปหมดหัวใจเธอก็เต้นแรง เหงื่อตามร่างกายผุดขึ้นมาจนแยกไม่ออกว่าน้ำบนร่างกายเธอตอนนี้คือน้ำที่เธอราดตัวเองหรือเหงื่อกันแน่
!!! เสียงฝีเท้าจากด้านนอก ทำให้ธมนเงยหน้าขึ้นมา ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อมองคนที่ยืนอยู่ตรงขอบประตู เขามองเธอแต่เธอเห็นหน้าเขาไม่ชัดนัก เพราะดวงตาเธอพร่ามัว แต่เธอก็ยังสามารถแยกเพศได้
คุณอาจจะชอบ





