
แค้นแสนรัก
ตอน 2
“งั้นฉันขอเงินที่ลงทุนของฉันคืน...แกก็รู้ว่านั่นคือเงินเก็บก้อนเดียวในชีวิตของฉัน”
“ไอ้ลัน...อย่างแกบอกใครเขาจะเชื่อว่าแกจะมีเงินเก็บเยอะขนาดนั้น เอาน่า...คราวต่อไปฉันจะแบ่งให้แกเยอะกว่านี้”
ใบหน้าของลวรรษซีดเผือด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เมื่อได้ยินคำพูดชั่วๆ ของเมชัช น้ำเสียง สีหน้า ไม่มีความสำนึกผิดสักเล็กน้อย ยังมีหน้ามาพูดกับเขาแบบนี้อีก
“นี่แกคิดจะโกงกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้หรือ ไอ้ชัช”
“ฉันจะบอกอะไรให้นะไอ้ลัน ในวงการธุรกิจมันไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันหรอก เล่ห์เหลี่ยมกลโกงมันมีเต็มไปหมด...ถ้าอยากยืนบนโลกแห่งธุรกิจ แกควรคิดหรือทำเสียว่าเรื่องที่กำลังเกิดกับแกเป็นเรื่องปกติ และวงการนี้มันเชื่อใจใครไม่ได้”
“แม้แต่เพื่อนอย่างแกหรือไอ้ชัช”
เสียงหัวเราะในลำคอของเมชัชยิ่งทำให้ลวรรษแค้นใจจนแทบกระอักเลือด ใช่...ตอนนี้เขาได้คำตอบแล้ว บนโลกใบนี้ไม่มีใครที่ไว้ใจได้สักคนเดียว แม้กระทั่งคนที่เขาคิดว่าเป็นเพื่อนแท้อย่างเมชัช
“ทุกอย่างมันเป็นไปตามวัฏจักรของมัน แกควรคิดอย่างนี้ไอ้ลัน”
ดวงตากร้าวเต็มไปด้วยโทสะและความผิดหวังมองข้ามไหล่ของลวรรษไปทันที เมื่อเห็นร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งเดินลงมาด้วยใบหน้าซีดเผือด เมื่อได้ยินเต็มสองหูในคำพูดของเมชัช เรียวปากหนาแย้มเหยียดออกมาอย่างเยาะเย้ย ประกายตากร้าวฉายวาบบนสองตาของเขา
“ถึงแม้ไอ้เงินที่แกโกงฉันไปมันจะแพงไปหน่อยกับการได้จับมือถือแขนลูบๆ คลำๆ น้องสาวแก แต่มันก็ถือได้ว่าคุ้ม ใครจะคิดว่านางฟ้าสูงส่งอย่างน้องสาวแกจะตาต่ำลงมาเกลือกกลั้วกับผู้ชายชนชั้นระดับล่างอย่างฉัน เอาวะ...ถือเสียว่าเป็นค่าตัวน้องแกก็แล้วกัน”
คราวนี้กลับกลายเป็นเมชัชที่ระงับความโกรธเอาไว้ไม่ไหว ดวงตาทั้งคู่ของเขาวาวโรจน์ไม่แพ้ดวงตาคู่คมของ ลวรรษแม้แต่น้อย
“ไอ้ลันแกพูดแบบนี้กับน้องสาวฉันได้ไง นกยูงไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้”
“พี่ลัน” มัญชุลิกาครางออกมาเสียงแผ่วเบา หัวใจของเธอหายวาบไปจากอก เมื่อสบแววตาเย็นชา เหยียดเยาะของชายหนุ่ม
“ฮ่ะฮ่ะ ไอ้ชัช แกบอกเองไม่ใช่หรือว่าทุกอย่างมันเป็นวัฏจักรของโลก...วัฏจักรของฉันมันก็เป็นแบบนี้แหละ อ้อ...ฉันจะเตือนให้เอาบุญ วันหลังอย่าเอาน้องแกไปเร่ขายแบบนี้อีกนะ เพราะคนโง่คงไม่ใช่ฉันเพียงคนเดียว”
เมชัชง้างหมัดขึ้นสูงเตรียมจะทำร้ายคนที่พูดจาดูถูกน้องน้อยของเขาตรงหน้าถ้าไม่เห็นสายตาเข้มจัดของลวรรษที่มองเขม็งใส่เขาอย่างเอาจริง และถ้ามันเป็นไฟมันคงจะเผาผลาญร่างกายของเขาจะหมดสิ้นไปแล้ว
“ถือเสียว่าเงินก้อนนั้นฉันให้แกเป็นค่าสึกหรอของน้องแกละกันนะ...ว่าไปแล้วฉันก็โชคดีอยู่หรอกที่ดอกฟ้าอย่างน้องแกโน้มตัวลงมาให้หมาวัดอย่างฉันดอมดม เผื่อต่อไปใครถามฉันว่าพวกสังคมไฮโซเนื้อตัวมันหอมขนาดไหนฉันจะได้ตอบถูกว่ามันไม่ได้หอมสดชื่นอย่างภาพที่เห็น แต่ความจริงมันสกปรกโสโครก น่าสะอิดสะเอียนที่สุด สิ้นสุดกับเสียทีระหว่างแกกับฉัน และคนของแก!”
สายตาเจ็บช้ำแดงก่ำของลวรรษมองตรงไปยังร่างบางตรงหน้าของเขาอีกครั้งก่อนจะก้าวออกไป ร่างสูงเดินผ่านกระทบไหล่บอบบางของมัญชุลิกาโดยไม่เหลือบมองเธอแม้แต่น้อย จนร่างบางของเธอเซถอยไปหลายก้าวและนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้เห็นหน้าลวรรษ เพราะหลังจากนั้นพี่ชายของเธอก็โดนโกง ธุรกิจพังไม่เป็นท่า หนี้สินท่วมตัวและป่วยด้วยโรคร้าย นี่คือกรรมเวรที่เมชัชควรได้รับหรือ... ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอก็อยากแบ่งเบามันมาจากพี่ชายบ้าง เพราะอย่างไรเสีย เมชัชก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่ชายที่ทั้งรักและหวงน้องสาวอย่างมัญชุลิกาอย่างยิ่ง
“ลัน...ลัน ฉันขอโทษยกโทษให้ฉันด้วย...ลัน”
น้ำตาร้อนผ่าวของมัญชุลิกาไหลรินออกมาอีกครั้ง มือบางจับกระชับมือหนาของพี่ชายเอาไว้แน่น เมื่อเมชัชละเมอขอโทษลวรรษครั้งแล้วครั้งเล่า ดวงตาของพี่ชายเหม่อลอยไร้จุดหมาย มือบางอีกข้างหนึ่งของมัญชุลิกายกขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้เพราะกลัวเสียงสะอื้นไห้ของเธอจะเล็ดลอดออกมาทำให้พี่ชายกังวลใจ หญิงสาวขบริมฝีปากตัวเองแน่นจนรู้สึกถึงรสเค็มนิดๆ ของเลือดภายในช่องปากของเธอ เพียงครู่เดียว...ลมหายใจแผ่วเบาของเมชัชก็ค่อยๆ เลือนหายไป มือผอมซีดเซียวหล่นจากมือบางของเธอ เมื่อเจ้าของมือนั้นหมดแรงที่จะฝืนเอาไว้ได้อีก อกที่เคยกระเพื่อมขึ้นลงอย่างช้าๆ นิ่งสนิท ห้องทั้งห้องเงียบกริบไม่มีแม้แต่เสียงหายใจอยู่เลย
เสียงร่ำไห้ของมัญชุลิกาดังออกมาลั่นภายในบ้านหลังใหญ่ทันที เมื่อรู้ว่าพี่ชายเพียงคนเดียวได้จากเธอไปอย่างไม่มีวันกลับและเธอก็ไม่รู้ว่าจะเข้มแข็งไปเพื่ออะไร ภาพในวันวานกลับเข้ามาในหัวสมองเธอเวียนไปเวียนมาหลายร้อยภาพ หญิงสาวเพิ่งทราบว่าบ้านหลังใหญ่ของเธอกำลังจะโดนยึดอีกไม่กี่วันนี้ เงินทองในธนาคารก็ร่อยหรอแทบจะไม่เหลือ มีเพียงเงินประกันชีวิตของบิดากับมารดาที่ถูกแบ่งไว้ให้เธอกับเมชัชคนล่ะครึ่งเท่านั้นที่ยังติดอยู่ในบัญชีของเธอ เมื่อก่อนนั้นครอบครัวของเธอไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินเลย แต่พอบิดากับมารดาเสียชีวิตครอบครัวเธอก็เริ่มระส่ำระส่าย เมชัชเริ่มมีเพื่อนมากหน้าหลายตาเข้ามา และหนึ่งในนั้นก็เป็นคนชวนพี่ชายของเธอเข้าสู่วงจรการพนัน นับวันเมชัชก็ยิ่งติดการพนันมากขึ้นเรื่อยๆ พี่ชายของเธอแอบเอาบ้านไปจำนอง และเรื่องร้ายก็วิ่งเข้าสู่ครอบครัวเธออย่างจัง เมื่อเมชัชล้มเจ็บด้วยโรคร้ายและเธอต้องเบิกถอนเงินมาเพื่อใช้รักษาเมชัช มัญชุลิกาแทบช็อกเมื่อรู้ว่าเงินในบัญชีไม่เหลือแม้แต่สักบาทเพราะเมชัชเบิกออกไปหมดแล้ว และก็แทบช็อกอีกครั้งเมื่อบ้านหลังเดียว ทรัพย์สมบัติเพียงชิ้นเดียวของเธอกำลังจะโดนยึด
เมื่อคิดถึงตรงนี้หญิงสาวก็ร่ำไห้ออกมาเสียงดัง คราวนี้เธอไม่ต้องเก็บกักความเสียใจ ความเดียวดาย ความอ้างว้างที่ถูกทิ้งขว้างให้อยู่บนโลกใบใหญ่เพียงคนเดียวอีกต่อไป หัวใจส่วนลึกของหญิงสาวกลับคิดถึงใครอีกคน คนที่จากไปพร้อมกับสายตาเย็นชาเจ็บปวด ตอนนี้แม้แต่ความเป็นเพื่อน...ลวรรษคงไม่เหลือให้กับเธออีกต่อไป แต่ก็สมควรแล้ว ครอบครัวของเธอทำผิดไว้กับเขาอย่างมากมาย ถ้าเขาจะโกรธจะเกลียด...มันก็สมควรแล้ว
นิ้วเรียวถือสร้อยทองเส้นเล็กที่ร้อยแหวนเงินวงน้อยเอาไว้ก่อนจะกุมไว้แน่น เพื่อเรียกกำลังใจให้กับตัวเอง นี่คือสมบัติชิ้นสุดท้ายของเธอ แหวนที่ไร้ค่า แต่กลับมีคุณค่าทางจิตใจเธออย่างยิ่ง แหวนวงนี้ลวรรษให้เธอไว้เป็นของขวัญวันเกิด ของขวัญชิ้นแรก ชิ้นเดียว และชิ้นสุดท้าย พี่ลันที่เคยยิ้ม เคยหัวเราะ มองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนอ่อนหวาน ตอนนี้คงไม่เหลือแล้ว ดวงตาที่หยาดเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตามองร่างที่แน่นิ่งไร้ลมหายใจของพี่ชายอีกครั้ง ลมหายใจสั่นสะท้านถูกสูดเข้าปอดเพื่อเรียกความเข็มแข็งที่เหลือเพียงน้อยนิดของเธอให้กลับคืนมา มือบางหยิบโทรศัพท์มือถือพร้อมกับกดหมายเลขเพียงหมายเลขเดียวที่เธอจำได้ขึ้นใจ และเพียงได้ยินเสียงตอบกลับเข้ามา ความเข็มแข็งที่ฝืนเอาไว้ก็ทลายลงสิ้น มีเพียงเสียงร่ำไห้อย่างเสียใจของหญิงสาวเพียงเท่านั้น และนั่นก็ทำให้วาวา เพื่อนเพียงคนเดียวของเธอถึงกับตกอกตกใจและรีบแล่นมาหาเพื่อนสาวในทันทีเช่นเดียวกัน
งานศพของเมชัชถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะครอบครัวของเธอมีญาติเพียงไม่กี่คนเท่านั้น คนที่จัดการเรื่องทั้งหมดก็คือบิดามารดาของวาวานั่นเอง ตลอดทุกคืนมีวาวาคอยอยู่เป็นเพื่อนเสมอ ตอนนี้ก็เช่นเดียวกัน มัญชุลิกาเงยหน้าขึ้นมองควันไฟที่ลอยล่องออกจากยอดเมรุ ชีวิตคนเรามันก็แค่นี้ ตายไปแล้วก็ไม่สามารถเอาอะไรติดตัวไปได้แม้แต่อย่างเดียว มือบางของหญิงสาวถูกบีบแน่นจากมือของวาวา มัญชุลิกาหันไปมองเพื่อนสาวด้วยรอยยิ้มที่ซีดเซียวและฝืนที่สุด เธอไม่อยากให้วาวาเป็นห่วงมากไปกว่านี้ เธอจึงฝืนและพยายามอย่างที่สุดเพื่อให้เพื่อนสาวรู้ว่าเธอเข้มแข็งได้และสามารถยืนหยัดต่อไปได้
“ฉันไม่เป็นไรหรอกวาวา ฉันสัญญากับพี่ชัชเอาไว้แล้วว่า ฉันจะพาผู้ชายคนนั้นมาอโหสิกรรมให้พี่ชัชให้ได้ ต่อให้ต้องว่ายน้ำลุยไฟหนักขนาดไหนฉันก็ต้องทำให้ได้ เพื่อที่วิญญาณของพี่ชัชจะได้สงบสุข”
วาวามองใบหน้าซีดเผือดของมัญชุลิกาอีกครั้งด้วยประกายตาเป็นห่วง เธอรับรู้เรื่องราวทั้งหมดระหว่างเพื่อนสาวกับลวรรษเป็นอย่างดี เพราะมัญชุลิกาไม่เคยปิดบังเธอ รักครั้งแรกของหญิงสาว แต่ก็ต้องพังทลายไม่เป็นท่าเพียงเพราะพี่ชายของเธอทรยศต่อความเป็นเพื่อนกับลวรรษนั่นเอง วาวาทราบดีเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดรวมไปถึงสภาพทางการเงิน หลายครั้งที่ครอบครัวของเธอพยายามจะช่วยเหลือเพื่อนสาว แต่มัญชุลิกาก็ไม่ยอม บอกว่าให้เธอหมดหนทางสู้ก่อนจะยอมให้ครอบครัวของวาวาช่วยเหลือเธอทันที
“อย่าเพิ่งคิดเรื่องอื่นเลย...ตอนนี้แกย้ายไปอยู่บ้านฉันก่อนแล้วกัน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน”
มัญชุลิกาหันมามองหน้าเพื่อนรักช้าๆ ก่อนจะหันกลับไปมองยอดเมรุนั้นอีกครั้ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแหบพร่าบ่งบอกความเสียใจที่ยังมีอยู่อย่างสุดซึ้ง
คุณอาจจะชอบ





