ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แค้นแสนรัก

แค้นแสนรัก

เมื่อความรักของเธอไม่มีพื้นที่ให้ความแค้น แต่หัวใจของเขากลับเต็มไปด้วยไฟพยาบาทที่ต้องชำระ เพราะความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ทำให้เขาตราหน้าว่าเธอคือผู้หญิงลวงโลกที่หลอกใช้ความจริงใจของเขาอย่างเลือดเย็น แม้เธอจะเทิดทูนเขาเป็นรักแท้เพียงหนึ่งเดียวและยอมอดทนต่อความเกลียดชังเพียงใด เขากลับมองเห็นเธอเป็นเพียงเครื่องมือระบายความโกรธแค้นเท่านั้น ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกเหยียดหยาม เธอจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจในเกมรักที่เดิมพันด้วยหยดน้ำตาได้หรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ฉันไม่มีสมบัติอะไรติดตัวอีกแล้ว นอกจากเสื้อผ้า ซึ่งฉันคงต้องรบกวนฝากไว้ที่บ้านแกก่อน ส่วนตัวฉันจะรีบไปทำในสิ่งที่ฉันสัญญาเอาไว้กับพี่ชัชให้เร็วที่สุด และเป็นสิ่งเดียวที่พี่ชัชอยากได้ยินก่อนตายนั่นก็คือคำยกโทษจากผู้ชายคนนั้นต่อให้เขาจะทุบจะตี โกรธและเกลียดฉันมากขนาดไหน ฉันก็จะพาเขามาอโหสิกรรมต่อหน้าเถ้ากระดูกของพี่ชัชให้ได้”

พอสิ้นเสียงสั่นสะท้านของมัญชุลิกาเท่านั้นหยาดน้ำตาแห่งความเสียใจก็ไหลรินออกมาอีกครั้ง นับตั้งแต่เมชัชสิ้นลมเธอก็ไม่เคยเห็นน้ำตาของเพื่อนสาวอีกเลยจนกระทั่งวันนี้ วันที่ร่างกายของเมชัชเหลือเพียงเถ้ากระดูก แต่พอพูดถึง ลวรรษ ความเสียใจ น้อยใจ สารพัดก็ถาโถมเข้าสู่หัวใจของเธอจนไม่อาจกินทนต่อความเจ็บปวดได้ไหว ทั้งๆ ที่เธอเพียรพยายามบอกตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าให้ลืมเขา แต่ยิ่งทำอย่างนั้นภาพของลวรรษก็ยิ่งตราตรึงในหัวใจของเธอแน่นกว่าเดิม

“แล้วแกรู้หรือว่าเขาอยู่ไหน”

ดวงตากลมโตฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำตาเหม่อมองยอดเมรุนั้นอีกครั้ง เธอไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเธอในภายภาคหน้า แต่สิ่งที่เธอสัญญากับเมชัชเอาไว้ เธอจะต้องทำให้ได้ ความหวาดหวั่นเกาะกินหัวใจดวงน้อยของเธอเมื่อคิดว่ายามที่เจอหน้า ได้เห็นหน้ากัน ลวรรษจะมองเธออย่างไร จะต้อนรับหรือขับไล่เธอ แต่คงเป็นอย่างหลังมากกว่า ตลอดเวลาเกือบหกปีที่ผ่านมาเขาจะเปลี่ยนแปลงไปแบบไหน รอยยิ้มที่อบอุ่นจะมีให้เธอเพียงคนเดียวเหมือนเดิมหรือเปล่า หรือมีใครที่เป็นเจ้าของรอยยิ้มนั้นแล้ว ยิ่งคิดความเจ็บช้ำก็ยิ่งบาดลึกหัวใจเธอจนเกิดเป็นแผลฉกรรจ์ จะอย่างไรก็ช่าง...เธอแค่ให้ ลวรรษอโหสิกรรมให้กับเมชัชเท่านั้นพอ และเมื่อถึงวันนั้น ถ้าเขาไม่ต้องการเธอ เธอจะหายไปจากสายตาของเขาเอง

แสงแดดร้อนผ่าวที่แผดเผาต้นไม้ใบหญ้าให้แห้งตายคาที่ทำให้เหงื่อเม็ดใหญ่ที่ไหลซึมจนเปียกชุ่มเส้นผมข้างใบหูของลวรรษ มือหนายกขึ้นปาดเหงื่อพร้อมกับกวาดสายตามองไปทั่วอาณาเขตไร่อ้อยหลายร้อยไร่ที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ความมานะบากบั่นทุ่มเทแรงกายทั้งหมดในชีวิตลงไปกับไร่อ้อยพวกนี้ กำไรจึงคืนย้อนกลับมาหาเขาอย่างภาคภูมิใจ นับตั้งแต่วันนั้นวันที่เขาเดินออกมาจากบ้านของเมชัช เขาก็ตัดสองพี่น้องนี้ออกจากความทรงจำของเขาหมดสิ้น เรียวปากหนาเหยียดขึ้นราวกับเยาะตัวเองอีกครั้งกับความโง่ของตัวเอง...วันนั้นเขาเสียใจเป็นอย่างมาก เสียใจที่โดนเพื่อนรักหักหลัง เสียใจทีต้องจากมัญชุลิกามา ในความคิดหลายครั้งที่ร้องบอกตัวเองว่ามัญชุลิกาไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่พอนึกถึงสิ่งที่เมชัชทำกับเขา เขาก็ทำใจไม่ได้เสียทุกครั้ง ความโกรธและแค้นกลับฝังลึกในหัวใจจนยากจะถอนออก วันที่เกิดเรื่องเขากินเหล้าเมามายแทบไม่เป็นผู้เป็นคนและเกือบมีเรื่องกับนักเลงประจำถิ่น ถ้าไม่ได้ผู้หญิงคนหนึ่งช่วยเอาไว้ และผู้หญิงคนนั้นก็เป็นคนพาเขามาทำงานที่นี่ ได้รู้จักกับคุณโชค ผู้ใหญ่ใจบุญอีกคนหนึ่งซึ่งเขานับถือราวกับบิดาของตัวเอง ถึงแม้ตอนแรกลวรรษจะไม่เชื่อใจเพราะความเจ็บช้ำที่เคยเกิดขึ้นกับเขามันทำให้เขาเชื่อใจคนยาก แต่ความเมตตาของโชคก็สามารถชนะหัวใจอันหวาดหวั่นของเขาได้และผู้หญิงคนนั้นก็คือ ชงโค ลูกสาวเพียงคนเดียวของโชคนั่นเอง โชคเอ็นดูกับความสู้ชีวิตของเขา เมื่อเขาเล่าทุกอย่างให้โชคฟังไม่ปิดแม้กระทั่งเรื่องของมัญชุลิกา ผู้หญิงที่เขาเพียรโกหกตัวเองตลอดเวลาจนถึงตอนนี้ว่าเขาเกลียดเธอที่สุด

บิดาของชงโคให้การสนับสนุน ออกทุน และขายที่ดินส่วนตรงนี้ให้เขาในราคาถูกเพื่อให้ลวรรษสร้างอนาคต เกือบหกปี เขาเพียรพยายามบากบั่น ถางเตียนทุ่งที่มีแต่หญ้าจนกลายเป็นไร่อ้อยที่กว้างสุดลูกหูลูกตา และนำมาซึ่งกำไรมหาศาลให้กับเขา เพียงระยะเวลาไม่กี่ปี เขาใช้เงินคืนโชคได้หมดทั้งๆ ที่บิดาของชงโคปฏิเสธที่จะไม่รับ แต่เขาไม่อยากติดหนี้บุญคุณโชคมากกว่านี้จึงหว่านล้อมยกแม่น้ำทั้งห้า ในที่สุดโชคจึงตกลงรับเงิน และเซ็นขายที่ดินเกือบพันไร่ให้กับลวรรษเมื่อสามปีที่แล้วนี่เอง

มือหนาจับหมวกคาวบอยที่สวมศีรษะบังแสงแดดเอาไว้แน่น ก่อนจะยกขึ้นมาโบกไปมาตรงใบหน้าของตัวเองเพื่อขับไล่ความร้อนและละอองฝุ่นดินที่ลอยคละคลุ้งบริเวณนั้น รถไถคันใหญ่กำลังลงมือไถแปร ยกร่องดินเพื่อเพาะปลูกอีกในไม่กี่วันข้างหน้าอย่างขะมักเขม้น ส่วนคนงานอีกกลุ่มหนึ่งก็กำลังตัดพันธุ์อ้อยที่เขาแบ่งเอาไว้เพื่อเพาะปลูกเรียงใส่ตะกร้าหวายใบใหญ่เพื่อสะดวกในการเพาะปลูกอีกไม่กี่วัน

“ยกร่องเกือบเสร็จแล้วครับคุณลัน เหลืออีกไม่กี่ไร่เท่านั้น เราน่าจะทันฤดูเพาะปลูกแน่นอน”

กษิน ผู้จัดการไร่ เป็นคนที่คุณโชคหามาให้เขาเดินมาบอกความคืบหน้าให้ชายหนุ่มได้รับรู้ กษินมองใบหน้าเคร่งขรึมของลวรรษอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาทำงานกับลวรรษมาหลายปี บากบั่นฝ่าฟันเรื่องร้ายมาด้วยกันก็หลายหน นับว่าเขากับลวรรษเป็นเพื่อนกันมากกว่าเจ้านายกับลูกน้องเสียอีก แต่แปลกตรงที่ลวรรษยังไว้ตัวเสมอ เขารู้สึกเหมือนกับมีช่องว่างระหว่างเขากับลวรรษอยู่ ผู้ชายคนนี้ยังไม่ไว้ใจเขาถึงขั้นสนิทชิดเชื้อซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

“ดี เมื่อเสร็จหน้าเพาะปลูก เราคงได้หยุดกันอาทิตย์สองอาทิตย์”

เสียงเฮของคนงานดังออกมาเป็นระยะ เมื่อได้ยินเจ้านายพูดออกมาแบบนั้น ลวรรษเป็นที่รักของคนงานเหล่านั้น ถึงแม้นายหนุ่มจะทำหน้าบึ้งตึง ยิ้มยาก แต่เขาก็ใจดี ให้ความเป็นธรรม ไม่เอาเปรียบและให้การดูแลรักษาอย่างดี คนงานที่นี่เลยรักและนับถือชายหนุ่มเป็นอย่างมากโดยเฉพาะคนงานต่างด้าว ลวรรษให้กษินพาไปทำบัตรต่างด้าวทุกคน คนงานที่นี่เลยไม่ต้องหวาดกลัวตำรวจหรือใครทั้งสิ้น เพราะพวกเขาทำตามกฎหมายทุกอย่าง

“คุณลันครับ ผมมีเรื่องจะปรึกษา เรื่องที่เราจะบุกเบิกที่ตรงติดกับภูเขาเป็นไร่มะนาวจะเริ่มเมื่อไรดีครับ ถ้าช้าไปกว่านี้หมดเข้าหน้าแล้งมะนาวพวกนั้นจะตายได้นะครับ”

ถึงแม้มะนาวหน้าแล้งจะขายได้ดี แต่ถ้าเริ่มเพาะปลูกฤดูนั้น กว่ามะนาวจะโตจนขายได้เขาว่ามันต้องตายเพราะแดดเผาเสียก่อนแน่ๆ

“คงสักเดือนหน้านี่แหละ ต้นพันธุ์ฉันสั่งเขาไว้แล้วและคงจะมาส่งให้เราเลี้ยงบำรุงก่อนไม่เกินอาทิตย์สองอาทิตย์นี้หรอก...ษิน”

กษินพยักหน้าเร็วๆ ก่อนจะหันไปมองเมื่อเจ้านายพยักหน้าให้เขามองไปด้านเดียวกับที่ลวรรษมองอยู่

“ให้คนงานเปลี่ยนเวรกับนายสืบได้แล้ว...ษิน ฉันเห็นนายสืบขับรถไถมาพักใหญ่แล้วแบ่งๆ กันทำงานจะได้ไม่หนักที่ใครคนเดียว”

กษินพยักหน้ารับคำก่อนจะตะโกนเสียงดังสั่งให้ลูกน้องอีกคนหนึ่งไปแทนเวรนายสืบอย่างที่ลวรรษสั่ง เสียงรถยนต์ดังแว่วเข้ามาพร้อมกับฝุ่นละอองของลูกรังแดง และดินลอยคละคลุ้งไล่หลังรถยนต์สี่ประตูคันใหญ่สีน้ำเงินเข้มจน พอเห็นว่าเป็นรถของใคร แววตากษินที่มองนายหนุ่มจึงมีแววล้อเลียน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะกลัวเจ้านายจะตวัดสายตาเข้มๆ ใส่เขา

ชงโคสนิทกับคนงานทุกคนในไร่ เธอให้ความเป็นกันเอง รอยยิ้มหวานๆ ของเธอจึงทำให้คนงานที่นี่รักและเคารพไม่ต่างจากลวรรษสักเท่าไร เพราะพวกคนงานเหล่านั้นต่างรู้ดีว่าอนาคตนายผู้หญิงของไร่นี้เป็นชงโคแน่นอน ในตำบลดอนยี่โถจึงร่ำลือกันว่า ชงโคเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดและเหมาะสมกับลวรรษที่สุดด้วยเช่นเดียวกัน

“สวัสดีค่ะลัน สวัสดีค่ะคุณกษิน”

เสียงหวานดังออกมาทำให้ลวรรษกับกษินยิ้มออกมาทันที ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาถึงแม้ลวรรษจะไม่ออกปากยอมรับถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา แต่ทุกครั้งที่มีข่าวลือ หรือคนงานในไร่พูดกันหนาหู ชายหนุ่มก็ไม่เคยออกมาปฏิเสธ นั่นก็เท่ากับเป็นคำตอบให้กับเธอเป็นอย่างดีนั่นเอง ชงโคคิดพร้อมกับยิ้มหวานส่งให้ลวรรษอีกครั้ง

“สวัสดีครับคุณชงโค ไม่เห็นหน้าแค่สามวันคุณชงโคสวยขึ้นเยอะเลยนะครับ”

ดวงตาคมเข้มของลวรรษตวัดมองผู้จัดการไร่ทันที แต่มีหรือกษินจะกลัว ชายหนุ่มกลับยิ้มให้ใบหน้าบึ้งตึงของ ลวรรษเสียอีก

“แหม...คุณกษินก็พูดเกินไปค่ะ ชงโคเขินนะคะพูดแบบนี้”

ใบหน้าหวานของชงโคร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแดดหรือคำชมของกษินกันแน่ แต่สายตาหวานของหญิงสาวก็มองเพียงแค่ลวรรษเพียงคนเดียว

“สวัสดีครับชงโค มีอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่โทร. มาบอกให้ผมไปที่บ้านล่ะครับ ขับมาเองแบบนี้ให้ลำบากทำไม ทั้งแดดทั้งฝุ่น”

ลวรรษพูดพร้อมกับเดินไปใกล้กับหญิงสาวและยื่นหมวกปีกกว้างของตัวเองใส่บนศีรษะของชงโคอย่างสนิทชิดเชื้อ และการกระทำแบบนั้นก็เรียกร้อยยิ้มพร้อมกับเสียงโห่น้อยๆ ของคนงานที่เห็นภาพหวานนั้นเข้า แต่ก็ต้องหยุดและลงมือทำงานต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและไม่เห็นอะไรทั้งสิ้นเมื่อสบตาคมเข้มของลวรรษ

“ไปทำงานต่อกันได้แล้ว ถ้าฉันเห็นใครอู้ล่ะก็โดนหักเงินแน่นอน โดยเฉพาะนาย...กษิน”

เสียงหัวเราะของคนงานเฮดังลั่นอีกครั้งเมื่อกษินกลับเป็นฝ่ายที่โดนเล่นงาน ใบหน้าที่ยิ้มกริ่มของกษินเปลี่ยนเป็นยิ้มแหยลงทันที ก่อนจะส่งเสียงดังสั่งให้คนงานทำงานแก้อาการเขินของตัวเอง แต่ก็ยังไม่วายพูดออกมาเปรยๆ เอ่ยปากหยอกคนทำหน้าบึ้งตรงหน้าอีกนิด

“ทำเป็นไล่คนโน้นคนนี้ ที่จริงอยากอยู่กับสาวสองต่อสองว่าอย่างนั้นเหอะ”

ชงโคแอบยิ้มเล็กน้อยกับคำพูดของกษิน ในขณะที่เจ้านายมองตามหลังคนพูดเขม็ง ก่อนจะหันมายิ้มอ่อนโยนให้กับหญิงสาวตรงหน้า

“กลับเข้าบ้านกันดีกว่าครับ ตรงนี้แดดร้อน”

ลวรรษพูดพร้อมกับแตะข้อศอกของชงโคให้เดินไปพร้อมกับเขา ตั้งแต่รู้จักกันมาลวรรษไม่เคยถูกเนื้อต้องตัวให้เธอได้เสื่อมเสียเลยสักครั้ง เขาปฏิบัติต่อเธอได้อย่างสุภาพ ถึงแม้ยามอยู่ด้วยกันสองคนก็เถอะ และสิ่งนี้เองที่ทำให้ชงโคชื่นชมลวรรษมากขึ้นอีก

“คุณพ่อให้มาเชิญลันไปกินข้าวเย็นด้วยค่ะ ไม่เห็นหน้ากันนานบ่นคิดถึง ลันว่างไหมคะ”

สายตาอ่อนโยนของชงโคมองใบหน้าที่เปื้อนเหงื่อนั้นด้วยความชื่นชม เธอไม่เคยรังเกียจสิ่งที่อยู่บนตัวลวรรษแม้แต่น้อย ครั้งแรกที่เห็นชายหนุ่มเธอกลับถูกชะตากับเขาไม่น้อย และความถูกชะตานั่นเองเลยทำให้เธอพาเขามาที่นี่โดยไม่หวั่นเกรงต่อภูมิหลังของเขา ไม่อยากรู้ว่าทำไมเขาถึงได้เมามายแทบไม่เป็นผู้เป็นคนในคืนนั้น และไม่สนใจอดีตที่เธอจับต้องไม่ได้ เธอสนใจเพียงอนาคตเท่านั้น อนาคตของเขาในเวลานี้มีเธอเป็นส่วนร่วมในชีวิต ในตอนนั้นวันที่ลวรรษเมาไม่ได้สติ เธอกำลังไปสังสรรค์กับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานนับตั้งแต่เรียนจบเพราะเธอกลับไปทำงานที่บ้านเกิด และเพื่อนหลายคนก็เช่นเดียวกัน กว่าจะนัดเจอกันได้ก็ใช้เวลานาน เพียงแค่เห็นหน้าเธอกลับถูกชะตาเขาอย่างประหลาดและในเวลานั้นเขาก็อยู่ในสายตาเธอตลอดเช่นเดียวกัน

ร่างโซซัดโซเซเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เขาไปชนเข้ากับใครคนหนึ่ง และนั่นเองก็ทำให้เกิดเรื่องชุลมุนกันเกิดขึ้น เมื่อผู้ชายคนนั้นไม่ยอมให้เรื่องจบกลับผลักอกของลวรรษและทำท่าว่าเรื่องราวมันจะใหญ่โตไปอีก ตอนนั้นนั่นเองแฟนของเพื่อนสาวเธอคนหนึ่งซึ่งเป็นตำรวจออกมาเคลียร์ทุกอย่าง เธอถึงเข้าไปช่วยเขาไว้ และพาออกมาจากผับแห่งนั้น คนขับรถเห็นเจ้านายสาวพาใครอีกคนมาด้วยจึงวิ่งหน้าตาตื่นออกมาและเมื่อรู้ทุกอย่างจากปากของนายสาวเขาก็ขับรถพาชายหนุ่มผู้นั้นออกมาจากความวุ่นวาย

กว่าลวรรษจะพอมีสติบ้างก็กินเวลาไปหลายชั่วโมง เธอไม่รู้ว่าบ้านเขาอยู่ไหน เธอจึงสั่งให้คนขับรถจอดรถข้างทางและรอให้เขามีสติอีกครั้งและพอที่จะสื่อสารกับเธอได้อย่างรู้เรื่อง ลวรรษไม่ยอมเล่าเหตุการณ์อะไรให้เธอฟังแม้แต่น้อย เขาเพียงแต่เอ่ยปากมาว่า พาเขาไปจากตรงนั้นที เขาขอไปตายเอาดาบหน้า ไม่ขออยู่ที่นี่อีกแล้ว เพียงเขาพูดในตอนนั้นชงโคก็ตัดสินใจพาเขามาทำงานที่ไร่เธอทันที และทันทีที่เห็นบิดาเธอก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้บิดาฟัง คุณโชคพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ลูกสาวพูด และยอมให้ลวรรษเข้ามาทำงานในไร่ ดูจากลักษณะขันแข็งเอาการเอางานของลวรรษแล้วทำให้คุณโชคไว้วางใจมอบตำแหน่งผู้จัดการไร่ให้ในเวลาต่อมา เมื่อสนิทกันมากขึ้นคุณโชคเลยเอ่ยปากถามถึงเรื่องราวทั้งหมดและอะไรทำให้ลวรรษทำหน้าตาราวกับโกรธคนทั้งโลก ในตอนนั้นลวรรษตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้โชคฟัง และเอ่ยขอโอกาสจากโชค ขอสร้างตัวอีกครั้ง

โชคตัดสินใจให้โอกาสและช่วยเหลือลวรรษ เพราะเขาดูแล้วว่าลวรรษเป็นคนเอาการเอางาน หนักเอาเบาสู้ คนแบบนี้แหละจะเจริญในภายภาคหน้า และลวรรษในเวลานี้ก็ไม่ทำให้เขาผิดหวังใดๆ ทั้งสิ้น เขายืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเอง สมแล้วที่บิดาของเธอเอ่ยชื่นชมเขาทุกครั้งที่พูดถึง

“ไปสิครับ ผมไม่ได้เจอคุณโชคมาเกือบสองอาทิตย์แล้ว มัวแต่ยุ่งกับการลงอ้อยครั้งใหม่ คิดว่าจะไปหาอยู่พอดี แต่ไม่สบโอกาสสักที ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวให้คุณยุรินทำแกงส้มชะอมทอดเอาไปฝากคุณโชคด้วยดีกว่า ท่านชอบ”

รอยยิ้มของชมโคจืดไปนิดเมื่อชายหนุ่มเอ่ยถึงมยุรินแม่บ้านสาวซึ่งเป็นญาติห่างๆ ของกษิน มยุรินถืออำนาจที่ ลวรรษไว้ใจให้เธอดูแลบ้านหลังใหญ่ของเขา ดูแลเรื่องอาหาร เสื้อผ้า ตลอดจนเรื่องส่วนตัวบางเรื่องจนคิดเข้าข้างตัวเองว่าลวรรษอาจจะมีใจให้ เธอจึงวางอำนาจและคอยเป็นศัตรูกับผู้หญิงทุกคนที่แวะเวียนเข้าใกล้ตัวลวรรษ รวมไปถึงชงโคด้วย แต่เธอก็ไม่พูดอะไรตราบใดที่ลวรรษยังให้ความสำคัญกับเธอต่อหน้ามยุรินอยู่

ความคิดของหญิงสาวหยุดลงทันทีเมื่อรถสี่ประตูคันใหญ่ของตัวเองที่ลวรรษทำหน้าที่เป็นคนขับให้เลี้ยวเข้าสู่บริเวณบ้านไม้สองชั้นหลังใหญ่และสวยงามมาก ลวรรษละเอียดกับการสร้างบ้านหลังนี้เป็นอย่างมากและมีหลายคนเข้าใจว่าเขาจะใช้บ้านหลังใหญ่หลังนี้เป็นเรือนหอ แต่ทุกอย่างก็ยังไม่ได้คำตอบที่แน่นอนเมื่อลวรรษยังเงียบเฉยไม่ตอบโต้คำลือที่ลอยเข้าหูใดๆ ทั้งสิ้น

เสียงรถทำให้มยุรินที่กำลังสั่งงานกับสาวใช้อยู่นิ่วหน้าและหันไปมองรถคันที่เธอไม่อยากจะคุ้นหูคุ้นตานั่นเสียเลย แต่พอเห็นร่างสูงของลวรรษเดินลงจากรถรอยยิ้มของมยุรินก็แย้มออกมาบนใบหน้าของเธอทันที ร่างบางถลาเข้าไปหาลวรรษอย่างยินดี แต่รอยยิ้มของแม่บ้านสาวก็ต้องเลือนหายไปจากใบหน้าเช่นเดียวกันเมื่อเห็นร่างบางของชงโคลงมาพร้อม

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ปวดใจรักหลงรักนายมาเฟีย
9.0
ลลิลไม่เคยคาดคิดเลยว่าเพื่อนร่วมชั้นหนุ่มมาดนิ่งที่เธอแอบสงสัยจะเป็นถึงทายาทมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล แม้จุดเริ่มต้นจะเกิดจากความเข้าใจผิดและการปะทะคารมในมหาวิทยาลัย แต่เธอกลับเผลอใจไปรักเขาโดยไม่รู้ตัว ทว่าการก้าวเข้าไปในโลกของเขากลับนำมาซึ่งความวุ่นวายและอันตรายที่ทำให้ชีวิตอันสงบสุขของเธอต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อความรักครั้งนี้ต้องแลกมาด้วยเรื่องราวปวดหัวและการพัวพันกับอำนาจมืดที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย เขาเลือกลูกชายลับๆ ของเขา เหนือลูกน้อยในท้องของเรา
8.6
ชีวิตรักห้าปีของเอลินากับอธิป ซีอีโอหนุ่มชื่อดังพังทลายลง เมื่อเธอพบความจริงว่าเขามีลูกลับๆ กับเน็ตไอดอลคนหนึ่ง ในงานกาล่าครั้งสำคัญ เด็กคนนั้นกลับกล่าวหาเธอจนอธิปพลั้งมือผลักเธอจนล้มลง เหตุการณ์นี้ทำให้เอลินาสูญเสียลูกในท้องไปอย่างน่าเวทนา ทว่าอธิปกลับเลือกทอดทิ้งเธอเพื่อไปดูแลครอบครัวใหม่ ซ้ำร้ายเธอยังถูกสั่งเก็บจนพลัดตกหน้าผา เอลินาตัดสินใจใช้ความตายหลอกๆ นี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะสถาปนิกที่ซูริกและละทิ้งอดีตอันแสนเจ็บปวดไว้เบื้องหลังตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย หวานใจเฮียมังกร
9.0
เมื่ออุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันนำพาให้ 'เฮียมังกร' เจ้าของฟาร์มโคนมจอมเจ้าชู้ผู้รักความสนุก ต้องมาสลับร่างกับ 'น้ำมนต์' ครูสาวผู้อ่อนหวานที่เพิ่งย้ายจากเมืองกรุงมาใช้ชีวิตในชนบทได้ไม่นาน การเปลี่ยนผ่านชีวิตที่ต่างกันสุดขั้วครั้งนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่สั่นคลอนหัวใจเพลย์บอยหนุ่มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท่ามกลางอุปสรรคในการปรับตัวและการใช้ชีวิตในร่างของกันและกัน ทั้งคู่จะจัดการกับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย สามีของเธอป่วยหนักและกำลังจะเสียชีวิต เธอไปส่งไป๋เยว่กวงไปคลอดลูก
8.2
ในวันวาเลนไทน์ที่ควรจะมีความสุข ฉันกลับได้รับข่าวร้ายว่าตนเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่ถึงเดือน ท่ามกลางความสิ้นหวัง ป๋อซือเหนียนสามีของฉันกลับสารภาพว่าเขาหลงรักผู้หญิงคนอื่น แม้เขาจะยืนยันว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางกายและยังรักฉันที่สุด แต่หัวใจของเขาก็เปลี่ยนไปแล้ว ฉันที่ไร้เรี่ยวแรงจะยื้อแย่งจึงยอมตกลงให้พวกเขาคบกัน เพราะสำหรับคนที่กำลังจะตายอย่างฉัน การโวยวายหรือโกรธเคืองนั้นไม่มีความหมายอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ความรักเป็นพิษ
9.4
เจียนเยว่เคยมีชีวิตที่ขัดสนก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากคุณอา ทว่าความผูกพันกลับกลายเป็นรักต้องห้ามที่ไม่อาจสมหวัง เมื่อเขากำลังจะแต่งงานและส่งเธอไปเรียนต่อต่างประเทศ เจียนเยว่จึงกลับมาในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านบุรุษวิทยาชื่อดังเพื่อแก้แค้น เมื่อทั้งคู่กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งในห้องนอนส่วนตัว เขาจึงท้าทายให้เธอตรวจร่างกายของเขาเพื่อพิสูจน์ความแข็งแรง เจียนเยว่เยาะเย้ยถึงสาเหตุที่เขาเลื่อนงานแต่งงานบ่อยครั้งว่าอาจเป็นเพราะสมรรถภาพที่เสื่อมถอยลง
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยของอาพจน์
9.2
เขาหายไปนานหลายปีและกลับมาช่วยเหลือเธอเอาไว้จากมารดาเลี้ยงใจร้าย... +++ “เอกสารสำคัญให้ผมเป็นผู้ปกครองของดรุณีต่อจากนี้เป็นต้นไป” “ได้ยังไงกัน ยายหนูดีเป็นลูกเลี้ยงของฉัน จะยกให้ใครง่ายๆ ได้ไง” “หนี้สินของคุณผมก็จ่ายให้แล้ว จะเอายังไงอีก” พจน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดัน “คุณพจน์เป็นผู้ชาย จะยกเด็กผู้หญิงให้อยู่ในการดูแลได้ยังไง ไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย” จินตนาเริ่มหัวหมอ “แล้วจะเอายังไงครับ ผมไม่ชอบอ้อมค้อมมากความคุณก็รู้ดี” “ยายหนูดีอายุสิบแปด แต่งงานได้แล้ว คุณจะแต่งงานกับยายหนูดีไหมล่ะ ถ้ายอมแต่งถึงจะพาไปได้” คนหัวหมอยังพูดต่อ ดรุณีได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับตาโต หันไปมองหน้าพจน์ พจน์รักสันโดษและหวงความโสดเป็นอันมาก คงไม่ยอมแต่งงานกับเธอง่ายๆ ดรุณีคิดอย่างเศร้าใจ แต่ประโยคตอบกลับของพจน์ทำให้เธอต้องเงยหน้ามองเขาอย่างตกตะลึง “ผมยินดีรับหนูดีเป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายตอนนี้เลย ถ้าคุณต้องการแบบนั้น” +++ “มาอยู่กับอาเป็นภรรยาของอา ก็มีชีวิตใหม่นะ ลืมอดีตเสียให้หมด” “ค่ะอาพจน์ ขอบคุณอาพจน์มากๆ นะคะ” เธอกราบที่อกของเขา ไม่อยากนึกถึงความเลวร้ายในอดีตอีก และยังดีที่เธอเอาตัวรอดจากปากเหยี่ยวปากกามาได้ “อาบน้ำกันเถอะ” ประโยคของพจน์ทำให้ดรุณีหน้าแดง เพราะเธอคิดว่าคืนนี้เป็นคืนเข้าหอ เขาคงไม่ปล่อยให้เธอนอนสบายเหมือนคืนก่อนๆ แต่เธอก็คิดว่าตัวเองเป็นภรรยาของเขา หากเขาต้องการและปรารถนาเธอก็ไม่ควรจะเกี่ยงงอน พจน์อุ้มร่างน้อยของเธอขึ้นสู่อ้อมแขน ร่างกายเปลือยเปล่านั้นสั่นสะท้านยามที่เขาแนบชิด ดรุณีก้มงุดๆ ให้เขาพาไปวางในอ่างอาบน้ำใบโตที่บรรจุครีมอาบน้ำหอมกรุ่นจรุงใจ ก่อนที่ร่างสูงแข็งแรงจะก้าวลงมาในอ่างอย่างไม่รีบร้อน ดรุณียิ่งหน้าแดงเมื่อได้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของผู้ชายเป็นครั้งแรก