ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ไร่พสุธาล้อมรัก

ไร่พสุธาล้อมรัก

อภิยาเดินทางสู่ไร่เทียมพสุธาเพื่อทำงานชดใช้หนี้สินของพ่อแม่ผู้ล่วงลับตามความประสงค์ของอรรถพล ผู้มีพระคุณที่เธอเคารพรัก การปรากฏตัวของสาวน้อยผู้นี้ได้เข้ามาปัดเป่าความเงียบเหงาและเติมเต็มความชุ่มฉ่ำให้แก่หัวใจของพสุธา ทายาทเจ้าของไร่ผู้เคยยอมศิโรราบต่อคำสั่งบิดามาโดยตลอด ทว่าความรู้สึกดีๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นกลับทำให้เขาเลือกที่จะขัดใจพ่อเป็นครั้งแรกในชีวิต ท่ามกลางบททดสอบความรักที่ต้องเผชิญกับกำแพงความแค้นฝังลึกของอรรถพลที่กลายมาเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่
ตอน
แชร์

ตอน 2

เมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้

ที่งานฌาปนกิจศพของนายอภิรัฎฐ์ มีคนมาร่วมพิธีไม่ถึงยี่สิบคนดีด้วยซ้ำ พิธีการจบสิ้นลงในตอนบ่ายสามของวันนั้นเอง

ญาติผู้วายชนม์มีเพียงหญิงสาวในชุดนักศึกษา ที่ยืนหน้าซีดเซียวตรงศาลาวัดเพียงคนเดียว เดือนก่อนหญิงสาวเพิ่งสูญเสียมารดาไป ไม่นานจากนั้น บิดาก็มาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จากไปอีกคน

อีกทั้งวันนี้ยังเป็นวันสอบวันสุดท้ายของภาคเรียนที่สองอีกด้วย จึงจำใจต้องขออนุญาตลาอาจารย์ประจำคณะวิชา เพื่อมาจัดแจงส่งบิดาไปสู่สุคติให้เสร็จสิ้นไป

“แล้วจะกลับไปเรียนอีกไหม”

เสียงถามดังมาจากคุณลุงอรรถพล เพื่อนของบิดาที่เมตตาให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด อีกทั้งยังให้กู้ยืมเงินหลายต่อหลายก้อน จนตอนนี้หนี้พอกพูนเป็นดินพอกหางหมูไปแล้วด้วย

อภิยาสะอื้นเบา ๆ หันไปบอกยังคุณลุงอรรถพลว่า “หยินว่า...หยินคิดว่า...” เธอตอบด้วยเสียงที่ยังคงสะอึกสะอื้นอยู่ “หยินคิด...คิดว่า”

คนฟังอ้า ๆ หุบ ๆ ขยับปากตาม มองด้วยสายตาลุ้น ๆ ว่าหญิงสาวจะพูดจนจบประโยคได้หรือไม่ ก่อนจะปิดปากฉับลง เมื่อเจ้าหล่อนพูดออกมาจนจบประโยคได้ในที่สุด “หยินคิดว่า...หยินจะดรอปเรียนก่อนค่ะคุณลุง”

“ลุงส่งได้นะ เราจะเรียนก็เรียนไปเถอะ จบมาก็ค่อยหางานทำ ส่วนหนี้ที่พ่อแม่เรายืมไป ไม่ต้องคิดอะไรมาก ดอกเบี้ยลุงไม่ทบต้นทบดอกเหมือนพวกเจ้าหนี้จอมเขี้ยวทั่ว ๆ ไปที่พ่อแม่เราไปยืมมาหรอก” เงียบไปพักเดียว ท่านว่าต่อ “แต่ถ้าเป็นลุงนะ ลุงจะไม่เรียนต่อแล้วล่ะ ออกไปหางานทำดีกว่า สมัยลุง ลุงก็ไม่ได้เรียน ยังได้ดิบได้ดีจนถึงวันนี้ไง ลุงยังเคยคิดเลยนะว่าถ้ายังเรียนจนจบเหมือนพ่อเรา ลุงก็คงต้องไปเป็นลูกจ้างพนักงานบริษัทจน ๆ เป็นขี้ข้าเขาไปจนตาย ลุงไม่ได้ว่าพ่อเรานะ อย่าคิดมาก”

คุณลุงอรรถพลเงียบไปอึดใจ ถามขึ้นอีก “แล้วนี่คิดไว้หรือยัง ว่าอนาคตเรียนจบจะทำงานอะไร หรือทำงานตรงสายที่เราเรียนมา”

“จริง ๆ แล้วหยินอยากทำเกษตรอินทรีย์ ปลูกผักพื้นบ้าน ผลไม้ตามฤดูกาลแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมน่ะค่ะ”

อภิยาบอกความมุ่งหวังของตัวเองออกไปแล้ว ก็ถอนใจเบา ๆ ก้มลงมองที่พื้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงท้อแท้ “แต่คงต้องเปลี่ยนแผนก่อน หยินคิดว่า หยินคงต้องย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัยเปิดค่ะ เพราะค่าเทอมที่นี่ก็แพงอยู่ ไหนจะค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าวัสดุทำงานส่งอาจารย์อีก หยินเลยว่าจะไปหาสมัครงาน ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ส่วนเงินที่พ่อยืมคุณลุงมา เดี๋ยวหยินจะทยอยใช้คืนให้นะคะ”

แว่วเสียงถอนหายใจดังมาจากทางคุณลุงอรรถพล ก่อนจะตามมาด้วยเสียงแหบแฝงแววบางอย่างในน้ำเสียง “ลุงชอบความคิดของเรานะ เอาอย่างนี้ดีกว่า ลูกชายลุงมีสวนอยู่ที่ต่างจังหวัด ถ้าเรามุ่งมั่นอยากไปทางนั้นจริง ๆ ลุงจะสนับสนุนเอง ลุงจะฝากเรากับพี่เขา ที่นั่นเขาทำทั้งสวนอินทรีย์ เคมี อะไรของมันก็ไม่รู้ มันทำหมด เราไป ก็ไปเรียนรู้กับเขาเสียเลย เรียนมันนอกมหา’ลัยนี่แหละดีที่สุด เรียนไปด้วย ทำงาน ฝึกงานไปด้วย ความรู้จากประสบการณ์จริงแน่นกว่าเยอะ เชื่อลุง”

ได้ยินว่าท่านสนับสนุนความฝันแล้วยังจะเป็นธุระให้ด้วย อภิยาดีใจไม่น้อย “จริงหรือคะคุณลุง”

“จริงสิ ลุงจะหลอกเราทำไม” คุณลุงอรรถพลว่าจบ ขยับตัวเปลี่ยนท่าใหม่ แล้วว่า “ลูกชายลุงกำลังต้องการคนทำงานพอดี เราจัดการเรื่องย้ายที่เรียนทางนี้เรียบร้อยแล้วก็ไปได้เลย”

“เงินเดือนของหยิน...” อ้อมแอ้มจะบอกว่าไม่ต้องให้เงินเดือนตนหรอก แต่คุณลุงอรรถพลว่าสวนขึ้นมาเสียก่อน

“เรื่องเงินไม่ต้องห่วง ลุงจะบอกพี่เขาว่าให้เราเท่าวุฒิปริญญาตรีเลย แล้วเรื่องเรียน จะย้ายไปไหนก็ทำเรื่องเสียให้เรียบร้อยนะ”

“ไม่ได้ค่ะคุณลุง หยินไปฝึกงาน ไม่สมควรได้รับเงินนะคะ”

“เอาเถอะ ๆ เอาตามที่ลุงบอกนั่นแหละ”

คุณลุงอรรถพลขัด โบกมือให้หยุดพูด

อภิยาลดสายตาลงมองที่พื้นปูนตรงหน้า ตั้งใจว่าถ้าได้ไปที่นั่นจริง ๆ เธอจะบอกเรื่องเงินกับทางนั้นอีกที

เสียงถามดังขึ้นมาอีกครั้ง “แล้วนี่เราจะกลับเลยไหม ลุงจะไปส่ง”

“ยังค่ะ หยินว่าจะอยู่ช่วยทางวัดเก็บของก่อนค่ะ แล้วค่อยกลับ”

“ตามใจ มีอะไรโทรหาลุงได้ตลอดนะ ไม่ต้องเกรงใจ”

“ขอบคุณคุณลุงมาก ๆ ค่ะที่เมตตาหยิน”

“ที่อยู่กับเบอร์ติดต่อของที่นั่น ลุงส่งข้อความเข้าไปให้แล้ว ไปเองนะ โตแล้วอย่าต้องให้ใครมาคอยประคบประหงมมากนักจะได้แกร่ง ๆ”

“หยินไปได้ค่ะ หยินไปไหนเองออกบ่อย ขอบพระคุณคุณลุงอีกครั้งนะคะ”

คุณลุงอรรถพลรับไหว้เธอแล้ว เดินออกจากลานวัด ตรงไปยังรถเก๋งคันใหญ่ ชายวัยหกสิบหยิบโทรศัพท์ขึ้นปลดล็อกหน้าจอเพื่อต่อสาย รออยู่เป็นนานทางนั้นก็ไม่รับ จึงได้โทรกลับไปใหม่อีกสี่หน กว่าที่สัญญาณจะเชื่อมต่อกันได้

“มัวทำอะไรอยู่ ทำไมไม่รับสายพ่อ”

ได้ยินทางนั้นตอบมาว่าสัญญาณไม่ดี และกำลังง่วนอยู่กับงาน จึงเลิกสนใจ จัดแจงสั่งการไปว่า “พ่อส่งเด็กนั่นไปที่ไร่ของแกแล้ว อย่าลืมจัดการตามที่พ่อบอกด้วย เข้าใจไหม!”

ปลายสายเงียบไปเป็นนาน ไม่ตอบรับ อรรถพลกระแทกเสียงถามอย่างมีโมโหอีกที “ว่ายังไง! ได้ยินที่พ่อสั่งหรือเปล่า”

นั่นเองปลายสายจึงตอบรับกลับมาว่า “ครับ”

อรรถพลจึงได้กดตัดสายทิ้งไป แววตาที่ดูเหมือนใจดีเปลี่ยนเป็นอาฆาตขึ้นในตอนนั้น ศัตรูหัวใจของเขามาชิงจากไปเสียก่อน เขาจะเอาความแค้นที่มีต่อมันไปลงที่ไหนได้ ก็ต้องเอาไปลงที่ลูกสาวคนเดียวของมันน่ะสิ

วิญญาณของมันน่าจะได้ดูอนาคตของลูกสาวที่แสนบอบบางของมัน นังลูกสาวนั่นจะต้องพบกับความชอกช้ำ ชีวิตจะต้องมัวหมอง ฉิบหายวายวอดอย่างที่ไม่เคยได้รับความเลวร้ายเหล่านี้จากที่ไหนได้อีกเลย นอกจากที่ไร่ของบุตรชายของเขา

อรรถพลคิดอย่างสะใจ ก่อนส่งสายตาสั่งคนของตนเอง ให้ขับรถออกไปจากบริเวณของลานวัดเสียที

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อันดาวายุ
9.2
“คิดถึงเราบ้างไหม” “ก็... คิดถึง” เธอตอบเขาเสียงสั่นๆ ใจสั่นยิ่งกว่าอะไร “ชื่นใจเหมือนกันนะ มีคนบอกว่าคิดถึง” เขาเลื่อนมือมาจับมือเธอเอาไว้ ประสานเข้าหากัน มือที่กุมเข้ามาหาทำให้เธอหน้าแดงหนักกว่าเก่า เธอไม่ได้ดึงมือหนีเพราะมันรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข “ใกล้ปีใหม่แล้วเนอะลม” เธอชวนเขาคุย ท่าทีเขินอายทำให้เขามองแก้มสาวไม่วาง “อืม... แก่ขึ้นอีกปีแล้ว” “กลัวแก่เหรอ” “เปล่า แค่รู้สึกว่าเวลามันช่างเดินไปเร็วเหลือเกิน อันดาว่าไหมแป๊บเดียวก็จะขึ้นปีสองแล้ว รู้สึกเหมือนเพิ่งรับน้องไปเมื่อวานเอง” “อยากกลับไปรับน้องใหม่เหรอ” เธอถามขำๆ หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยุดกึกมองหน้าเขา สบตาอย่างเผลอไผล “เวลาอันดายิ้มหรือหัวเราะแล้วน่ารัก” เขาไล้แก้มสาวเบาๆ คนถูกชมเขินอายหนักกว่าเก่า “เอ่อ...” เธอก้มงุด สัมผัสของเขาให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด “ฝนยังตกหนักอยู่เลย อันดาไม่ได้พาร่มมา” เธอเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น มองมือตัวเองที่อยู่ในอุ้งมือเขาแล้วใจสั่นรัว “ตกก็ดีนะ จะได้นั่งอยู่แบบนี้นานๆ” เธอเงยหน้ามองเขาก็หน้าร้อน ก้มงุดอีกรอบ เขาเชยคางสาวให้แหงนขึ้นสบตา อันดารู้สึกใจเต้นแรงกับสัมผัสของเขา “อันดาตัวสั่น” เขาจับบ่าของเธอเบาๆ อันดายิ่งสั่น เขินอายอย่างหนัก เกิดมาไม่เคยถูกผู้ชายสัมผัสในทำนองนี้มาก่อน แม้เขาจะไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินมากมาย แค่จับมือส่งสายตามาให้เธอก็วาบหวามอย่างไม่อาจควบคุมได้ “กลัวเราเหรอ” “เปล่า” “แล้วทำไมตัวสั่น” “เขิน” เธอตอบแล้วเขินหนักกว่าเก่า เขาหลุดหัวเราะเบาๆ กับคำตอบน่ารักนั้น “ก็เห็นแอบมองเราทุกวัน” “แอบมอง?” เธอเงยหน้าขึ้นมอง สบตาแล้วก้มงุด กัดปากตัวเองเบาๆ เขารู้ด้วยเหรอว่าเธอแอบมอง “แอบมองอยู่ที่บานเกล็ดหน้าต่าง ลมจำได้เลยว่าห้องนอนอันดาอยู่ตรงไหน” “เห็นได้ยังไง” เธอถามเสียงเบาหวิว “บานเกล็ดมันยกขึ้น เลยเห็นว่าแอบมอง” เขายิ้มขำคนทำหน้าเหลอหลา เธอเขินหนักมาก ไม่รู้จะวางไม้วางมือตรงไหนดี “ทีหลังไม่ต้องแอบมองก็ได้ จะถอดเสื้อให้มองเต็มๆ ตา” “ลมน่ะ” เขามาพูดอะไรแบบนี้ ใครจะอยากไปมองเขาถอดเสื้อผ้ากันเล่า! โอ๊ย! คนบ้า ถ้าไม่ติดว่าฝนกำลังตกหนัก เธอคงวิ่งหนีไปแล้ว วายุยกยิ้มมุมปาก เห็นคนขี้อายแล้วหยิกแก้มเบาๆ “อุ๊ย!” เธอยกมือขึ้นลูบแก้มไปมา อยากจะมุดพื้นหนีเสียตั้งแต่ตอนนี้ถ้าทำได้ *** “อันดาอยากมีลูกสักกี่คนครับ” “คะ?” เธอหันมามองเขาแล้วหน้าแดง มาถามอะไรแบบนี้ “ไม่รู้สิ” เธอก้มงุดตักข้าวต้มกินอย่างขัดเขิน “สักโหลดีไหม ตั้งทีมฟุตบอล” “บ้าเหรอ เราไม่ใช่แม่หมูนะ” “อันดาจะเป็นเมียเราเหรอ” เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบถาม คนถูกถามหน้าแดงร้อนเห่อกว่าเก่า “ไม่รู้ไม่ชี้” *** “อันดา เรามีอะไรจะบอก” “อะไรจ๊ะ อื้อ...” เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อถามเขา เลยโดนหอมแก้มฟอดใหญ่ “จะบอกว่าแก้มหอม” “คนเจ้าเล่ห์” เธอยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง ลูบไปมาเบาๆ มองร่างสูงที่เดินออกไปรอเธอนอกบ้านด้วยความขัดเขิน
หน้าปกนวนิยาย เหตุวุ่นลุ้นรักท่านประธานNC18+
9.5
เมื่อพนักงานสาวพยายามปฏิเสธความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืนที่ไร้ความผูกพันในย่านทองหล่อ แต่ท่านประธานหนุ่มกลับยื่นข้อเสนอที่แสนตรงไปตรงมาว่าเขาไม่ต้องการความรักที่ลึกซึ้งนอกจากความสนุกทางกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน เธอต้องตัดสินใจว่าจะยอมรับเงื่อนไขสุดเร่าร้อนที่เน้นความพึงพอใจโดยไม่มีข้อผูกมัดหัวใจนี้ได้หรือไม่ ในเกมรักที่เดิมพันด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา
หน้าปกนวนิยาย ตกหลุมรักคุณพ่อสุดหล่อ
8.2
นิชาสาวน้อยวัยสิบแปดปีผู้มีเสน่ห์อันโดดเด่นด้วยใบหน้าสวยสะดุดตาอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวขาวเนียนละเอียดและดวงตากลมโตที่ดูสดใส ความเป็นสาวสะพรั่งของเธอเริ่มฉายแววชัดเจนขึ้นในทุกวัน จนกระทั่งโชคชะตาทำให้เธอต้องมาใช้ชีวิตใกล้ชิดกับพ่อเลี้ยงหนุ่มสุดหล่อเหลา ความผูกพันที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวท่ามกลางความใกล้ชิดในบ้านหลังเดียวกัน ทำให้หัวใจดวงน้อยของเธอเริ่มสั่นคลอนและตกหลุมรักเขาอย่างรุนแรงจนยากจะห้ามความรู้สึกนี้ได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย คุณหมอขอรักนะคะ
8.2
เมื่ออาจารย์หมอหนุ่มสุดหล่อที่นิวารินแอบรักมานานกำลังจะถูกจับคลุมถุงชน เธอจึงไม่อาจอยู่เฉยเป็นมดแดงแฝงพวงมะม่วงได้อีกต่อไป หญิงสาวพร้อมงัดทุกกลเม็ดเด็ดพรายมามัดใจเขาเพื่อครอบครองตำแหน่งสามีในอนาคตให้ได้ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความปรารถนาอันเร่าร้อนนำพาไปสู่บทรักที่ลึกซึ้งและหนักแน่น วชิรวิชญ์ไม่อาจต้านทานเสน่ห์เย้ายวนของเธอได้เลย ท่ามกลางกระแสความต้องการที่โหมกระหน่ำ ทั้งคู่ต่างจมดิ่งสู่ห้วงอารมณ์ที่แสนรัญจวนใจเกินกว่าจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย รักนะคะคนเถื่อนของฉัน
8.2
ดารณานั่งมองแผ่นหลังของจอมที่กำลังแสดงอาการงอนอย่างเห็นได้ชัด แม้ชายหนุ่มจะปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้หึงหวงและตะคอกใส่อย่างดุดันเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก แต่หญิงสาวที่รู้จักเขาดีกลับไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด เธอยังคงใช้ความอ่อนหวานเข้าสู้และถามซ้ำด้วยรอยยิ้มจนคนตัวโตยิ่งโมโหที่ถูกรู้ทัน จอมได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจว่าหากไม่ติดว่ารักผู้หญิงตรงหน้าสุดหัวใจ เขาคงจะอาละวาดให้หนักกว่านี้ไปแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศพ่อแง่แม่งอนที่แสนอบอวล
หน้าปกนวนิยาย คุณใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณตามลำพัง
9.2
ในวันที่ฉันเข้าพิธีวิวาห์กับทายาทตระกูลดัง กลับไร้เงาญาติพี่น้องฝ่ายชายมาร่วมงาน มีเพียงสายเรียกเข้าจากคุณยายของเขาที่ยื่นข้อเสนอเดิมพันครั้งใหญ่ หากภายในสามปีความรักของพวกเรายังมั่นคง ท่านจะยอมรับฉันเข้าสู่ครอบครัว แต่ถ้าล้มเหลว ฉันต้องเดินจากไปเพื่อให้ผู้หญิงที่เหมาะสมมาแทนที่ ฉันตอบตกลงอย่างมั่นใจ เพราะสามีผู้แสนดีเคยยอมสละทุกอย่างเพื่อเลือกฉัน ทว่าเมื่อเข้าสู่ปีที่สาม เขากลับทรยศความเชื่อใจด้วยการนอกใจอย่างคาดไม่ถึง