ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ไร่พสุธาล้อมรัก

ไร่พสุธาล้อมรัก

อภิยาเดินทางสู่ไร่เทียมพสุธาเพื่อทำงานชดใช้หนี้สินของพ่อแม่ผู้ล่วงลับตามความประสงค์ของอรรถพล ผู้มีพระคุณที่เธอเคารพรัก การปรากฏตัวของสาวน้อยผู้นี้ได้เข้ามาปัดเป่าความเงียบเหงาและเติมเต็มความชุ่มฉ่ำให้แก่หัวใจของพสุธา ทายาทเจ้าของไร่ผู้เคยยอมศิโรราบต่อคำสั่งบิดามาโดยตลอด ทว่าความรู้สึกดีๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นกลับทำให้เขาเลือกที่จะขัดใจพ่อเป็นครั้งแรกในชีวิต ท่ามกลางบททดสอบความรักที่ต้องเผชิญกับกำแพงความแค้นฝังลึกของอรรถพลที่กลายมาเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่
ตอน
แชร์

ตอน 3

อภิยาอยู่ที่วัดเพื่อจัดการธุระเท่าที่เด็กสาวคนหนึ่งพอจะทำได้จนเสร็จสิ้นเรียบร้อยดีค่อยกลับเข้าบ้าน บ้านหลังนี้ติดจำนองกับธนาคาร หมายศาลคุณลุงอรรถพลช่วยเคลียร์ให้แล้ว

เงินที่เธอมีเท่าที่นับได้เป็นตัวเลขที่สี่หลักเท่านั้น

ให้กำลังใจตัวเอง นึกถึงคำที่พ่อและแม่เคยสอน ว่าเกิดเป็นคนแล้ว อย่าย่อท้อต่ออุปสรรค แล้วลงมือเก็บข้าวของที่เหลือจนเสร็จเรียบร้อยค่อยอาบน้ำเข้านอน ตื่นแต่เช้าตรู่ ไปแจ้งที่คณะเพื่อเข้าสอบในวิชาที่เธอขาดไป อาจารย์เห็นใจและเข้าใจเธอเป็นอย่างดี หลังสอบเสร็จ เธอแจ้งอาจารย์เรื่องย้ายมหาวิทยาลัยต่อจากนั้น ท่านสอบถามถึงปัญหาของเธอ เมื่อยื่นข้อเสนอให้กู้เรียน เธอคิดเอาไว้แล้วว่าคงจะแก้ปัญหาที่มีไม่ได้ จึงบอกท่านว่าอย่างไรก็คงต้องย้าย เนื่องจากหนี้สินมากมายที่มีอยู่ในตอนนี้เป็นปัญหาหลักของเธอ ท่านช่วยทำเรื่องให้ พร้อมอวยพรให้เธอประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้

แล้วแวะไปหาผู้มีพระคุณอีกสองคน ที่เกื้อหนุนเธอมาตลอด นอกจากช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาลของแม่แล้ว ยังให้งานเธอทำอีกด้วย พอพวกท่านรู้ว่าเธอย้ายไปเรียนที่ใหม่ที่เป็นมหาวิทยาลัยเปิด พวกท่านก็บอกว่าจะส่งเสียเธอเอง ได้ยินแล้วซาบซึ้งใจนัก แต่ที่เธอเคยได้รับมาจากพวกท่านก็มากโขแล้ว จึงบอกท่านทั้งสองไปว่าไม่ต้องห่วง ยกมือไหว้ลาพวกท่าน จากนั้นตรงกลับเข้าบ้าน

หอบกระเป๋าที่จัดไว้แล้ว ไปยังสถานีขนส่ง ซื้อตั๋วไปยังปลายทางตามที่ได้รับที่อยู่มาจากคุณลุงอรรถพล

นั่งรถจากต้นทางนานร่วมห้าชั่วโมงได้กว่าจะถึง

รถจอดที่ด้านหน้าของสวนขนาดใหญ่ ที่ซึ่งด้านหน้ามีป้ายเขียนข้อความมากมายบนนั้น บอกว่ามีกิจการอะไรตั้งอยู่ภายในบริเวณบ้าง นอกจากสวนแล้ว ยังมีร้านขายสินค้าแปรรูป คาเฟ่ ที่มีคำว่า ‘ไร่เทียมพสุธา’ พ่วงท้ายไว้ด้วยทุกอัน

ไม่ผิดหรอกแบบนี้

เธอมาไม่ผิดที่แน่

อภิยาจับสายกระเป๋าเป้ขึ้นคล้องไหล่ทั้งสองข้างให้กระชับ แล้วเดินมุ่งหน้าไปตามทางปูนลาดยาว ตรงเข้าไปยังด้านใน เดินได้เดี๋ยวเดียวเสียงบีบแตรดังลั่นที่ด้านหลัง ขยับหลบเข้าข้างทาง เห็นว่าตัวเองก็เดินชิดริมทางแล้วนี่นา แต่ทางนั้นก็ยังคงบีบแตรเสียงดังลั่นอยู่ จึงหันกลับไปมอง

เขาจอดรถข้างเธอ ถามอย่างเป็นมิตรว่า “มาหาใครหรือหนู”

“มาหาคุณพสุธาค่ะ”

“คุณพุธหรือ” ทางนั้นทวนชื่องึมงำเบา ๆ กับตัวเอง แล้วชวนเธอ “ขึ้นมาสิ กว่าจะเดินเข้าไปถึงข้างในขาได้ลากกันก่อนพอดี”

อภิยายิ้ม มองอีกฝ่ายที่อยู่ในชุดไม่ต่างจากชาวสวนทั่วไป ใบหน้าแววตาใจดี เขาขยับที่ให้เธอนั่งได้บนเบาะรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง ขึ้นนั่ง ย้ายกระเป๋าที่สะพายอยู่ด้านหลังเอามากอดไว้แนบอก พร้อมกับจับที่เหล็กข้าง ๆ เบาะรถแน่น ตามองสองข้างทางพร้อมสูดอากาศเข้าปอดจนสุด ไม่ได้คุยอะไรกับคนที่อาสามาส่ง

ไม่นานเขาจอดรถให้ลงที่หน้าบ้านหลังย่อมที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ “ลงตรงหน้านี้เลยหนู แล้วเดินเข้าไปถามกับคุณน้อมนะ บอกเขาอย่างที่บอกอาเมื่อกี้นั่นแหละว่ามาหาคุณพสุธาหรือคุณพุธก็ได้”

“ขอบคุณค่ะ”

อภิยายกมือไหว้อีกฝ่าย เขายิ้ม มองด้วยสายตาเอ็นดู แล้วขับรถออกจากตรงนั้นไป เธอจึงหันกลับมาที่บ้านหลังตรงหน้าอีกครั้ง

“มาหาใคร”

เสียงถามดังขึ้นมาก่อนตัวเสียอีก เธอมองหาที่มาของเสียงจนเห็นร่างผอมสูงของหญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากตัวบ้านมองนิ่งที่เธอ จึงตอบกลับไปว่า “คือ คุณลุงอรรถพลให้มาทำงานที่นี่ค่ะ”

“ฉันถามว่ามาหาใคร ไม่ได้ถามว่าใครส่งเธอมา”

อภิยายิ้ม ก่อนจะนึกในใจว่าทำไมคนตรงหน้าของเธอถึงได้ดุจัง หวังว่าเจ้าของไร่จะไม่ดุแบบนี้หรอกนะ แล้วตอบไปว่า “มาหาคุณพสุธาค่ะ”

อีกฝ่ายมองเธอนิ่ง ถามพร้อมมองด้วยสายตาสำรวจ “คุณท่านส่งเธอมาหรือ”

เข้าใจไปเองว่าคุณท่านที่อีกฝ่ายถามน่าจะเป็นคุณลุงอรรถพล จึงตอบไปสั่น ๆ ว่า “ค่ะ”

“ห้องพักคนงานอยู่ด้านหลัง”

บอกจบคนพูดหันหลังทำท่าจะเข้าบ้านไป อภิยาขยับเดินตาม พร้อมถามหญิงคนนั้น “แล้วได้ทำงานเลยไหมคะ”

“คุณท่านบอกเธอว่ายังไงล่ะ”

“คุณลุงท่านว่า ท่านบอกทางนี้ไว้ให้แล้วค่ะ”

หญิงคนนั้นหยุดเดินแล้วหันกลับมามองเธอ ก่อนมองเลยออกไปที่ด้านนอก “คุณพุธกลับมาพอดี” เธอหันไปมองตามบ้าง

พบว่าเขาลงจากรถยนต์คันใหญ่ เดินมาทางนี้แล้ว ชายคนนั้นไม่ได้สนใจจะมองที่ใคร ทำท่าจะตรงเข้าบ้าน คนที่คุยกับเธอก็รี่เข้าไปหาเขาเพื่อรายงาน “คุณพุธคะ แม่คนนี้บอกว่าคุณท่านส่งมาค่ะ”

อภิยามองไปที่คุณพุธ ลอบพินิจเขาเงียบ ๆ คนนี้เอง ลูกชายของคุณลุงอรรถพล หน้าตาไม่ค่อยคล้ายพ่อเท่าไรเลย ที่สำคัญดวงตาสีดำของเขาก็ดูออกจะดุกว่าคุณลุงอรรถพลอีกด้วย คงเพราะรูม่านตานั่นแทบจะกลืนไปกับตาดำล่ะมั้งเลยทำให้ดูดุ

เจ้าของดวงตาสีดำที่อภิยาลงความเห็นว่าดุ หันมองเธออย่างสำรวจเฉกเช่นเดียวกัน แค่เสี้ยววินาทีเขาก็เลิกสนใจ ตั้งท่าจะเดินเลยเข้าไปด้านในเสียอย่างนั้น “เอาของไปเก็บ พรุ่งนี้ค่อยไปที่ออฟฟิศ ให้ทางนั้นจัดหางานให้”

ได้ยินว่าเขาจะส่งไปที่ออฟฟิศ อภิยาก็อึกอัก เพราะผิดจากที่ตั้งใจไว้ แล้วเสียงของหญิงคนนั้นก็ท้วงเขาว่า “แต่คุณพุธคะ งานในออฟฟิศคนทำเต็มแล้วนะคะ ทำไมไม่ให้ทำงานที่นี่ไปก่อน งานในบ้านก็เยอะเหมือนกัน คนทำแค่หยิบมือเดียวเองค่ะ”

หญิงคนนั้นบอกจบ พสุธาหันมาถามว่า

“คุณน้อมหรือผมกันแน่ที่เป็นเจ้าของไร่”

คุณน้อมเงียบ สีหน้าไม่สบอารมณ์นักขณะตอบไปว่า

“คุณพุธค่ะ”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อันดาวายุ
9.2
“คิดถึงเราบ้างไหม” “ก็... คิดถึง” เธอตอบเขาเสียงสั่นๆ ใจสั่นยิ่งกว่าอะไร “ชื่นใจเหมือนกันนะ มีคนบอกว่าคิดถึง” เขาเลื่อนมือมาจับมือเธอเอาไว้ ประสานเข้าหากัน มือที่กุมเข้ามาหาทำให้เธอหน้าแดงหนักกว่าเก่า เธอไม่ได้ดึงมือหนีเพราะมันรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข “ใกล้ปีใหม่แล้วเนอะลม” เธอชวนเขาคุย ท่าทีเขินอายทำให้เขามองแก้มสาวไม่วาง “อืม... แก่ขึ้นอีกปีแล้ว” “กลัวแก่เหรอ” “เปล่า แค่รู้สึกว่าเวลามันช่างเดินไปเร็วเหลือเกิน อันดาว่าไหมแป๊บเดียวก็จะขึ้นปีสองแล้ว รู้สึกเหมือนเพิ่งรับน้องไปเมื่อวานเอง” “อยากกลับไปรับน้องใหม่เหรอ” เธอถามขำๆ หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยุดกึกมองหน้าเขา สบตาอย่างเผลอไผล “เวลาอันดายิ้มหรือหัวเราะแล้วน่ารัก” เขาไล้แก้มสาวเบาๆ คนถูกชมเขินอายหนักกว่าเก่า “เอ่อ...” เธอก้มงุด สัมผัสของเขาให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด “ฝนยังตกหนักอยู่เลย อันดาไม่ได้พาร่มมา” เธอเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น มองมือตัวเองที่อยู่ในอุ้งมือเขาแล้วใจสั่นรัว “ตกก็ดีนะ จะได้นั่งอยู่แบบนี้นานๆ” เธอเงยหน้ามองเขาก็หน้าร้อน ก้มงุดอีกรอบ เขาเชยคางสาวให้แหงนขึ้นสบตา อันดารู้สึกใจเต้นแรงกับสัมผัสของเขา “อันดาตัวสั่น” เขาจับบ่าของเธอเบาๆ อันดายิ่งสั่น เขินอายอย่างหนัก เกิดมาไม่เคยถูกผู้ชายสัมผัสในทำนองนี้มาก่อน แม้เขาจะไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินมากมาย แค่จับมือส่งสายตามาให้เธอก็วาบหวามอย่างไม่อาจควบคุมได้ “กลัวเราเหรอ” “เปล่า” “แล้วทำไมตัวสั่น” “เขิน” เธอตอบแล้วเขินหนักกว่าเก่า เขาหลุดหัวเราะเบาๆ กับคำตอบน่ารักนั้น “ก็เห็นแอบมองเราทุกวัน” “แอบมอง?” เธอเงยหน้าขึ้นมอง สบตาแล้วก้มงุด กัดปากตัวเองเบาๆ เขารู้ด้วยเหรอว่าเธอแอบมอง “แอบมองอยู่ที่บานเกล็ดหน้าต่าง ลมจำได้เลยว่าห้องนอนอันดาอยู่ตรงไหน” “เห็นได้ยังไง” เธอถามเสียงเบาหวิว “บานเกล็ดมันยกขึ้น เลยเห็นว่าแอบมอง” เขายิ้มขำคนทำหน้าเหลอหลา เธอเขินหนักมาก ไม่รู้จะวางไม้วางมือตรงไหนดี “ทีหลังไม่ต้องแอบมองก็ได้ จะถอดเสื้อให้มองเต็มๆ ตา” “ลมน่ะ” เขามาพูดอะไรแบบนี้ ใครจะอยากไปมองเขาถอดเสื้อผ้ากันเล่า! โอ๊ย! คนบ้า ถ้าไม่ติดว่าฝนกำลังตกหนัก เธอคงวิ่งหนีไปแล้ว วายุยกยิ้มมุมปาก เห็นคนขี้อายแล้วหยิกแก้มเบาๆ “อุ๊ย!” เธอยกมือขึ้นลูบแก้มไปมา อยากจะมุดพื้นหนีเสียตั้งแต่ตอนนี้ถ้าทำได้ *** “อันดาอยากมีลูกสักกี่คนครับ” “คะ?” เธอหันมามองเขาแล้วหน้าแดง มาถามอะไรแบบนี้ “ไม่รู้สิ” เธอก้มงุดตักข้าวต้มกินอย่างขัดเขิน “สักโหลดีไหม ตั้งทีมฟุตบอล” “บ้าเหรอ เราไม่ใช่แม่หมูนะ” “อันดาจะเป็นเมียเราเหรอ” เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบถาม คนถูกถามหน้าแดงร้อนเห่อกว่าเก่า “ไม่รู้ไม่ชี้” *** “อันดา เรามีอะไรจะบอก” “อะไรจ๊ะ อื้อ...” เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อถามเขา เลยโดนหอมแก้มฟอดใหญ่ “จะบอกว่าแก้มหอม” “คนเจ้าเล่ห์” เธอยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง ลูบไปมาเบาๆ มองร่างสูงที่เดินออกไปรอเธอนอกบ้านด้วยความขัดเขิน
หน้าปกนวนิยาย เหตุวุ่นลุ้นรักท่านประธานNC18+
9.5
เมื่อพนักงานสาวพยายามปฏิเสธความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืนที่ไร้ความผูกพันในย่านทองหล่อ แต่ท่านประธานหนุ่มกลับยื่นข้อเสนอที่แสนตรงไปตรงมาว่าเขาไม่ต้องการความรักที่ลึกซึ้งนอกจากความสนุกทางกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน เธอต้องตัดสินใจว่าจะยอมรับเงื่อนไขสุดเร่าร้อนที่เน้นความพึงพอใจโดยไม่มีข้อผูกมัดหัวใจนี้ได้หรือไม่ ในเกมรักที่เดิมพันด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา
หน้าปกนวนิยาย ตกหลุมรักคุณพ่อสุดหล่อ
8.2
นิชาสาวน้อยวัยสิบแปดปีผู้มีเสน่ห์อันโดดเด่นด้วยใบหน้าสวยสะดุดตาอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวขาวเนียนละเอียดและดวงตากลมโตที่ดูสดใส ความเป็นสาวสะพรั่งของเธอเริ่มฉายแววชัดเจนขึ้นในทุกวัน จนกระทั่งโชคชะตาทำให้เธอต้องมาใช้ชีวิตใกล้ชิดกับพ่อเลี้ยงหนุ่มสุดหล่อเหลา ความผูกพันที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวท่ามกลางความใกล้ชิดในบ้านหลังเดียวกัน ทำให้หัวใจดวงน้อยของเธอเริ่มสั่นคลอนและตกหลุมรักเขาอย่างรุนแรงจนยากจะห้ามความรู้สึกนี้ได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย คุณหมอขอรักนะคะ
8.2
เมื่ออาจารย์หมอหนุ่มสุดหล่อที่นิวารินแอบรักมานานกำลังจะถูกจับคลุมถุงชน เธอจึงไม่อาจอยู่เฉยเป็นมดแดงแฝงพวงมะม่วงได้อีกต่อไป หญิงสาวพร้อมงัดทุกกลเม็ดเด็ดพรายมามัดใจเขาเพื่อครอบครองตำแหน่งสามีในอนาคตให้ได้ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความปรารถนาอันเร่าร้อนนำพาไปสู่บทรักที่ลึกซึ้งและหนักแน่น วชิรวิชญ์ไม่อาจต้านทานเสน่ห์เย้ายวนของเธอได้เลย ท่ามกลางกระแสความต้องการที่โหมกระหน่ำ ทั้งคู่ต่างจมดิ่งสู่ห้วงอารมณ์ที่แสนรัญจวนใจเกินกว่าจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย รักนะคะคนเถื่อนของฉัน
8.2
ดารณานั่งมองแผ่นหลังของจอมที่กำลังแสดงอาการงอนอย่างเห็นได้ชัด แม้ชายหนุ่มจะปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้หึงหวงและตะคอกใส่อย่างดุดันเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก แต่หญิงสาวที่รู้จักเขาดีกลับไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด เธอยังคงใช้ความอ่อนหวานเข้าสู้และถามซ้ำด้วยรอยยิ้มจนคนตัวโตยิ่งโมโหที่ถูกรู้ทัน จอมได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจว่าหากไม่ติดว่ารักผู้หญิงตรงหน้าสุดหัวใจ เขาคงจะอาละวาดให้หนักกว่านี้ไปแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศพ่อแง่แม่งอนที่แสนอบอวล
หน้าปกนวนิยาย คุณใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณตามลำพัง
9.2
ในวันที่ฉันเข้าพิธีวิวาห์กับทายาทตระกูลดัง กลับไร้เงาญาติพี่น้องฝ่ายชายมาร่วมงาน มีเพียงสายเรียกเข้าจากคุณยายของเขาที่ยื่นข้อเสนอเดิมพันครั้งใหญ่ หากภายในสามปีความรักของพวกเรายังมั่นคง ท่านจะยอมรับฉันเข้าสู่ครอบครัว แต่ถ้าล้มเหลว ฉันต้องเดินจากไปเพื่อให้ผู้หญิงที่เหมาะสมมาแทนที่ ฉันตอบตกลงอย่างมั่นใจ เพราะสามีผู้แสนดีเคยยอมสละทุกอย่างเพื่อเลือกฉัน ทว่าเมื่อเข้าสู่ปีที่สาม เขากลับทรยศความเชื่อใจด้วยการนอกใจอย่างคาดไม่ถึง