ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ไร่พสุธาล้อมรัก

ไร่พสุธาล้อมรัก

อภิยาเดินทางสู่ไร่เทียมพสุธาเพื่อทำงานชดใช้หนี้สินของพ่อแม่ผู้ล่วงลับตามความประสงค์ของอรรถพล ผู้มีพระคุณที่เธอเคารพรัก การปรากฏตัวของสาวน้อยผู้นี้ได้เข้ามาปัดเป่าความเงียบเหงาและเติมเต็มความชุ่มฉ่ำให้แก่หัวใจของพสุธา ทายาทเจ้าของไร่ผู้เคยยอมศิโรราบต่อคำสั่งบิดามาโดยตลอด ทว่าความรู้สึกดีๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นกลับทำให้เขาเลือกที่จะขัดใจพ่อเป็นครั้งแรกในชีวิต ท่ามกลางบททดสอบความรักที่ต้องเผชิญกับกำแพงความแค้นฝังลึกของอรรถพลที่กลายมาเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่
ตอน
แชร์

ตอน 1

“แน่ใจนะว่าใช้มือทำ”

“ต้มจืด ทำไมถึงใส่ในจาน ทำไมไม่เอาใส่ชาม”

“นี่อาหารหรือขนม ทำไมถึงหวานขนาดนี้ ไปทำมาใหม่”

ร่างเล็ก ๆ ที่เล็กกว่าเจ้าของเสียงสั่งเกินครึ่งตัว เดินเข้าออกระหว่างห้องครัวกับโต๊ะรับประทานอาหาร เริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดีขึ้นบ้างแล้ว

หญิงสาวเอื้อมมือหยิบอาหารที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ ออกจากตรงหน้าชายหนุ่มเจ้าของเสียงสั่งดุดันที่ตะเบ็งใส่เธอไม่หยุด เอากลับเข้าไปในครัว เพื่อทำอาหารออกมาบริการเขาใหม่อีกครั้ง

วางจานลงแล้ว เจ้าของไร่เทียมพสุธามองนิ่งครู่เดียว หยิบช้อนตัก ทันทีที่เอาเข้าปาก ยังไม่ทันได้เคี้ยวเลย เขาก็คายมันออกมาแล้ว ก่อนจะวางช้อนลงบนจานเสียงดังลั่น แล้วเงยหน้าขึ้นมองเธอ บอกเสียงห้วน

“จืดกว่าน้ำล้างเท้าหน้าบ้านอีก”

หญิงสาวตาโตอ้าปากน้อย ๆ ด้วยความตกใจ มองจ้องเขากลับ จะถามว่าเคยชิมน้ำล้างเท้าหน้าบ้านมาแล้วหรือ ถึงได้รู้ว่าจืด แต่แล้วก็ดูเหมือนว่าเขาจะอ่านความคิดของเธอออก จึงตวาดสั่งใหม่ว่า

“ไปทำยำรวมมิตรมา”

อภิยาเม้มปากแน่น มองเขาด้วยสายตาเคือง ๆ หันหลังไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงสั่งดังตามมาอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะไปได้ไกลมากกว่านั้น

“จานพวกนี้ เอาไปเก็บด้วย เต็มโต๊ะหมดแล้ว เห็นแล้วขวางหูขวางตาชะมัดเลย ฮึ้ย!”

เลยหยุดเท้า หันกลับไปคว้าจานที่เธอทำมาให้เขาจนเกือบเต็มโต๊ะแล้วจริง ๆ เอาไปเก็บที่ในครัว จนเวลาผ่านไปร่วมสามสิบนาทีได้ เธอยกยำมาวางที่ตรงหน้าเขา

ตาคมดุมองนิ่งที่จาน พร้อมส่งเสียงถาม

“เมื่อกี้สั่งยำรวมมิตร แล้วนี่ทำยำอะไร”

“คนละยำ!” เธอกระแทกเสียงถามเขา “ใช่ไหมคะ”

“ประชด? ขึ้นเสียง?” เขาถามด้วยท่าทีคุกคาม

อภิยายืนนิ่งจ้องคนพูดแล้วเอ่ยขึ้นว่า “นี่จานที่ห้าแล้วนะคะ”

“จานที่ห้าแล้วยังไง ในเมื่อมันกินไม่ได้ เธอก็ต้องไปทำมาใหม่”

หญิงสาวชักทนไม่ไหว แววตาใส ๆ แปรเปลี่ยนเป็นประกายขึ้นเล็กน้อย ยื่นมือไปเอาจานอาหาร จะนำไปเปลี่ยนมาให้ใหม่ แต่เพราะเหนื่อยอ่อนจากงานที่ทำมาทั้งวัน ไหนจะเดินเข้าออกครัวเพื่อทำอาหารให้เขากินอีกตั้งเป็นหลายรอบ หยิบขึ้นได้ก็เปลี้ย ทำจานหล่นลงพื้น

พอเห็นอาหารหกกระจาย ก็ให้หน้าเหวอ หันมองทางเจ้าของไร่เทียมพสุธา บอกเสียงสั่นเครือกับเขา

“พอก่อนเถอะค่ะพี่พุธ”

แววตาดุดันเมื่อนาทีก่อนหน้านี้พลันอ่อนแสงลงทันที แต่ยังไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากปากของเขา

อภิยาก็เบ้ปาก บอกออกมาอีกประโยค “หยินว่ามันดูยุ่งยากอย่างที่พี่พุธบอกจริง ๆ นั่นแหละค่ะ” ว่าจบเธอลากเก้าอี้ข้างเขามานั่งลงอย่างหมดเรี่ยวแรงแล้วจริง ๆ

พสุธาดันเก้าอี้ของเขาออก แล้วตรงเข้ามาบีบนวดไหล่เล็ก ๆ ของเธออาการเอาใจ พร้อมส่งเสียงขรึมที่ไร้แววดุดัน ถามกลับว่า “เป็นยังไงล่ะทีนี้ พอพี่ทำดุใส่หยิน หยินก็รับพี่ไม่ไหวอีก ก็แล้วทำไมหยินจะต้องมานั่งเล่นละครตบตาแบบนี้ด้วยเล่า”

จากใบหน้าที่เรียบขรึมดุดันในทีแรก ค่อยเปลี่ยนเป็นอ่อนลง มองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนไม่น้อย “บอกพ่อพี่ไปตามตรงเลยไม่ดีกว่าหรือไงว่าเรารักกัน”

ได้ยินอย่างนั้น เธอรีบส่ายหน้าไว ๆ บอกเขากลับไปว่า

“ไม่ดีค่ะ ไม่ได้เด็ดขาดเลยนะคะ”

“ทำไมครับ ทำไมถึงจะไม่ดี ทำไมถึงไม่ได้”

ชายเจ้าของไร่เทียมพสุธาผู้เงียบขรึมถามจี้เธอราวกับเจ้าหนูจำไม อภิยาวางมือทาบบนหลังมือของเขา พร้อมเอียงคอลงด้วยกิริยาออดอ้อน บอกเหตุผลของตนเองตอบกลับไปว่า

“ก็เพราะว่าคุณลุงจงใจส่งหยินมาใช้หนี้ขัดดอกทั้งหมดที่พ่อกับแม่ของหยินเอาไปนี่คะ ท่านทำเพราะคิดจะทำลายหยิน ถ้าเกิดท่านรู้ว่าเรารักกัน ไม่แน่ว่าท่านอาจจะจับเราแยกจากกัน แล้วเอาหยินไปขัดดอกเสียเอง หรืออาจเอาให้พี่ ไม่ก็น้องชายของพี่พุธไปขัดดอกแทน หยินจะทำยังไงล่ะคะ”

ใบหน้าของพสุธาพลันบิดเบ้ แววตาดูเกรี้ยวกราดขึ้นในทันทีต่อจากนั้นเองที่ได้ยินว่าพ่อของเขา ไม่ก็พี่ชายหรืออาจจะเป็นน้องชายของเขา จะเอาหญิงสาวไปขัดดอกเสียเอง เขาดึงมือตัวเองออก แล้วประคองร่างเล็ก ๆ ของเธอลุกออกจากเก้าอี้กอดแนบอกแน่นอย่างหวงแหน

“พี่ไม่มีทางให้พ่อทำแบบนั้น พี่จะคุยกับพ่อเอง”

“หยินว่าเราอย่าเพิ่งให้ท่านรู้เรื่องของเราจะดีกว่านะคะ”

พสุธากอดรัดร่างเล็กพร้อมพยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย เธออยากให้เรื่องของเราเป็นไปอย่างไหน เขาก็มีแต่ยอมตามนั้น

ก่อนจะตาลุกวาวขึ้นเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร อภิยาดันตัวออกจากอกของเขา พสุธาเบี่ยงตัวของเขาบังเธอไว้ พร้อมส่งเสียงตวาดถามดังลั่นห้องว่า

“ใครให้เข้ามา!”

เป็นเด็กสาวที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่แทนคนงานชุดเก่าที่เขาไล่ออกไปทั้งชุด เด็กสาวได้ยินเสียงราวกับฟ้าผ่าก็หน้าซีด คอหด ไหล่งองุ้มจะร้องไห้ ละล่ำละลักบอกเสียงสั่นว่า “ขะ...ขอโทษค่ะคุณพุธ หนะ หนูไม่รู้ว่าคุณพุธอยู่ในนี้”

“รู้แล้วก็ออกไป!” เสียงเข้มบอกกลับอย่างไร้ความปรานี

เธอเห็นอย่างนั้นแล้วอดสงสารเด็กสาวไม่ได้ ตอนเธอมาทำงานที่นี่ใหม่ ๆ ก็แบบนี้เลย โดนขู่ โดนดุ โดนตวาดใส่ แล้วยกมือลูบต้นแขนเขาเบา ๆ ส่งเสียงบอกเด็กสาวคนนั้นไปว่า

“ออกไปเถอะสุดา”

“ค่ะ ค่ะ สุดาไปแล้วค่ะ” เด็กสาวบอกลนลาน รีบออกจากห้องนั้นไปแทบทันที

พสุธาบอกตัวเองว่าที่จริงแล้วเขาไม่ใช่คนอารมณ์หงุดหงิดจนติดเป็นนิสัยเสียหน่อย แต่ที่เขาตวาดไปแบบนั้นเพราะเขากำลังเครียด และกังวลกับเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ในอนาคตมากกว่า

ว่าแล้วก็ดึงร่างเล็กของเธอเข้าไปกอดแนบอกอีกครั้ง พร้อมทอดถอนใจออกมาอีกเฮือกใหญ่

ชีวิตของเขามีแค่งานกับงาน ทั้งชีวิตเขาอยู่ใต้คำบัญชาของพ่อมาโดยตลอด ชนิดที่ว่าไม่เคยแตกแถวมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยคิดเลยว่าต่อจากนี้ เขาอาจจะต้องมีปัญหากับพ่อเพราะเรื่องของผู้หญิงคนนี้

ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่เข้ามาในชีวิตของเขา เข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เคยแข็งกร้าวให้อ่อนยวบลง รวมถึงหัวใจของเขานี่ด้วย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย จอมทมิฬต้องมนต์
9.2
แพรฟ้าเติบโตมาท่ามกลางความยากแค้นโดยมีเพียงแม่เป็นที่พึ่งพา ในวัยเยาว์เธอเคยหลงใหลชายสูงศักดิ์ผู้เพียบพร้อมราวกับเทพบุตรเพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอกที่งดงาม แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนเธอเติบโตขึ้น ความจริงที่น่าหวาดหวั่นกลับปรากฏชัดว่าชายในฝันที่เธอเคยชื่นชมแท้จริงคือจอมทมิฬผู้ไร้ความปรานี ความโง่เขลาในอดีตกลายเป็นบทเรียนราคาแพง เมื่อเทพบุตรที่เธอเคยเฝ้ามองจากบ้านหลังเล็กอันซอมซ่อกลับกลายเป็นคนที่ใจร้ายที่สุดเท่าที่เธอเคยพบเจอ
หน้าปกนวนิยาย Like Daddy, Like Baby แด๊ดดี้ครับ...
9.6
ชีวิตของกานต์ เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีต้องพลิกผันเมื่อสูญเสียมารดาไปอย่างกะทันหัน แต่เขากลับพบความจริงที่น่าตกใจว่าตนเองมีพ่อเลี้ยงอย่าง ออสติน สเวน นักธุรกิจชาวอเมริกันผู้ก้าวเข้ามาพร้อมยื่นข้อเสนอในการดูแลจนกว่าเขาจะบรรลุนิติภาวะ กานต์ที่ไร้ที่พึ่งจึงต้องยอมรับฐานะเด็กในปกครอง ความใกล้ชิดกับผู้ปกครองทรงเสน่ห์เริ่มทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหว จากความกตัญญูกลายเป็นความรักที่ยากจะห้ามใจ จนเด็กแสนดีคนนี้เริ่มอยากจะเกเรเพื่อพิชิตใจเจ้าของชีวิตคนใหม่ของเขา
หน้าปกนวนิยาย รักแรกชั่วนิรันดร์
8.2
เตชินท์ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อพิมพ์ชนกคนรักจากไปอย่างกะทันหันเพราะอุบัติเหตุ ความโกรธแค้นทำให้เขามุ่งทำลายชีวิตฟ้าลดาผู้ที่เป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ทว่าปาฏิหาริย์กลับนำดวงวิญญาณของพิมพ์ชนกมาเข้าร่างศัตรูที่เขาเกลียดชังที่สุด เธอต้องพยายามพิสูจน์ตัวตนภายใต้รูปลักษณ์ของหญิงสาวที่เขาปรารถนาจะล้างแค้น ท่ามกลางความเกลียดชังที่แผดเผา พิมพ์ชนกจะสามารถทำให้เตชินท์กลับมารักเธอได้อีกครั้งหรือไม่ในร่างของคนที่เขาจองเวร
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 2
8.4
จากอดีตผู้รอดชีวิตในดินแดนซอมบี้สู่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบ ฉินหลิวซีต้องเผชิญกับความแร้นแค้นและการกดขี่จากญาติพี่น้องที่เห็นแก่ตัว เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้เธอมาอยู่ในครอบครัวที่ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้และใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะของทุกคนให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง เป้าหมายเดียวของเธอในชาตินี้คือการถลกแขนเสื้อจัดการปัญหาและนำพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่งให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย หย่าปุ๊บ แต่งงานใหม่ปั๊บ
9.5
เจียงว่านหนิงยอมทำทุกทางเพื่อเย่เชิน แต่ความรักที่ภักดีกลับถูกตอบแทนด้วยการดูหมิ่น เมื่อเขาบังคับให้เธอคุกเข่าต่อหน้าคนรักเก่าเพื่อรักษาหน้าผู้อื่น เธอจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่ขมขื่นแล้วเริ่มต้นใหม่กับฟู่จิงเซิน ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลทันที แม้เย่เชินจะตราหน้าว่าเธอเพียงต้องการใช้ตระกูลฟู่เป็นเครื่องมือแก้แค้น แต่สามีใหม่ของเธอกลับยินดีมอบทั้งอำนาจและเงินทองให้เธอใช้ตามใจชอบเพื่อปกป้องผู้หญิงที่เขาเลือกเอง
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียร้ายท้วงรัก ซีรี่ย์ สี่หนุ่มมาเฟีย
9.3
คาลอสทายาทมาเฟียหนุ่มผู้ดื้อรั้นพยายามหนีการคลุมถุงชนกับชาครียา หญิงสาวที่แม่เขารับมาดูแลจนต้องระเห็จไปไกลถึงต่างแดน เพราะความอคติและคำสบประมาททำให้เขาประกาศกร้าวว่าจะไม่มีวันแต่งงานกับยัยกาฝากสุดเชยคนนั้นเด็ดขาด แต่เมื่อเขากลับมาอีกครั้งกลับต้องตะลึงกับรูปลักษณ์ใหม่ของเธอที่สวยสง่าจนจำไม่ได้ คาลอสตกหลุมรักเธอทันทีโดยไม่รู้ความจริง ความปรารถนาที่อยากครอบครองทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายตัวเองพยายามหาทางง้อขอเธอแต่งงานทั้งที่เคยลั่นวาจาไว้เสียดิบดี