ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หนี้ร้อนซ่อนสวาท

หนี้ร้อนซ่อนสวาท

เมื่อครอบครัวติดหนี้ร้อยล้าน 'จันทร์ศิตางค์' สาวนักเรียนนอกจึงต้องกลายเป็นพี่เลี้ยงในบ้าน 'อติภัทร' นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหญ่ผู้เป็นเจ้าหนี้ เพื่อสืบหาความจริงเรื่องหนี้สินภายใต้การปลอมตัวเป็น 'ลูกจันทร์' สาวบ้านนอกแสนซื่อ ทว่าแผนการลับต้องสั่นคลอนเมื่อเธอค้นพบความลับบางอย่างของเขา พร้อมกับต้องเผชิญหน้ากับเสน่ห์อันเย้ายวนและการเล้าโลมที่ยากจะต้านทาน แม้จะพยายามขัดขืนเพียงใด แต่สุดท้ายเธอกลับติดกับดักเสน่หาและแรงปรารถนาของเจ้าหนี้หนุ่มรูปงามเสียเอง
ตอน
แชร์

ตอน 2

“หา! วะ… ว่าไงนะ เพิ่งนั่งด้วยนะเนี่ย ยังไม่ได้ดื่มด้วยเลยคุณซี”

“บอกแล้วว่าจะรีบกลับไปหาตัวแสบ ไม่รู้ป่านนี้ทำการบ้านหรือยัง”

“เฮ้ย! อายุ 14 แล้วนะ เป็นวัยรุ่นแล้ว เป็นฝรั่งด้วย ปล่อยๆ บ้างนะซี”

“เป็นฝรั่งลูกเสี้ยว และเป็นลูกฉัน เรียกเด็กมาเก็บเงินดีกว่า จะกลับจริงๆ ไว้โอกาสหน้าฉันจะมาใหม่”

“ก็ยังดีวะที่ช่วยเรียกแขกให้วันนี้ ลูกค้าสาวๆ เพียบ เพราะเขาพากันเข้ามา นั่งมองหน้าแกคนเดียวเลย กลับเหอะเรื่องเครื่องดื่มเดี๋ยวฉันจัดการเอง”

“เอางั้นก็ได้” พูดจบอติภัทรก็หยิบกระเป๋าเงินออกมาพร้อมกับควักแบงค์ สีเทาวางไว้บนโต๊ะให้หนึ่งใบ เพราะเขาสามารถคำนวณได้ด้วยตาว่าหมดไม่เกินนี้ และเหล้ามันไม่ได้แพงขนาดนั้น

“บอกแล้วว่าไม่ต้อง เดี๋ยวจัดการเอง” เพื่อนรักบอกอย่างเกรงใจ

“ฉันมาอุดหนุนไม่ได้มากินฟรีเสียหน่อย”

“อ๋อครับท่าน เดินทางปลอดภัย” ในเมื่อเลี้ยงฟรีไม่ได้ก็จำเป็นต้องรับ เงินเพื่อนอย่างจำใจ

“บายวะเพื่อน” จากนั้นอติภัทรก็ลุกออกไปจากร้านทันที ความจริงแล้ว อติภัทรไม่ได้มานั่งดื่มเพียงลำพัง หากแต่บรรดาผู้ติดตามประมาณสามคนพากัน นั่งดื่มอยู่ตรงหน้าร้านตามมารยาท ที่ไม่อยากจะเข้าไปรบกวนเจ้านายเท่านั้นเอง และเมื่อทั้งสามคนเห็นเจ้านายเดินออกมาก็ต่างลุกจากเก้าอี้ทันที

“คือ จะกลับแล้วเหรอครับ” ผู้ติดตามคนหนึ่งถามขึ้นอย่างแปลกใจเพราะ อติภัทรเข้าร้านเพียงแปบเดียวเท่านั้น

“อืม จะกลับแล้ว อยากกลับหรือยังล่ะ” อติภัทรถามกลับเพราะคิดว่าลูกน้องคงอยากอยู่ต่อ

“เอ่อ กลับก็ได้ครับคุณท่าน” ฟังน้ำเสียงดูจะไม่อยากกลับสักเท่าไหร่

“ไม่ต้องเกรงใจ ถ้าอยากดื่มก็ดื่มกันเถอะ เดี๋ยวฉันขับรถกลับเองได้ นั่งแท็กซี่กลับได้หรือเปล่าล่ะ” ดูเหมือนว่าคืนนี้เจ้านายจะให้อิสระลูกน้องสินะ

“พวกเราพาคุณท่านกลับดีกว่าครับ ขับรถเองมันอันตราย”

“ไม่ต้องห่วงนะ ตามสบายเถอะไม่ได้พักผ่อนกันมานานแล้วนี่” พูดจบอติภัทรก็หยิบกระเป๋าเงินออกมาจากเสื้อสูทพร้อมกับควักเงินจำนวนไม่น้อยให้กับลูกน้อง ดื่มกินได้อย่างตามใจ

“เอ่อ ไม่ดีกว่าครับ” ลูกน้องหนุ่มบอกด้วยความเกรงใจ

“ไม่เป็นไร รับไปเถอะ” อติภัทรบอกอย่างอ่อนโยน สามหนุ่มจึงรับไปอย่างขอบคุณแล้วก็ยื่นกุญแจรถให้ อติภัทรจึงได้ปลีกตัวกลับเพียงลำพัง และขับรถเอง ในรอบหนึ่งอาทิตย์กระมัง เพราะส่วนใหญ่แล้วลูกน้องเป็นคนขับให้เสียมากกว่า

เป็นอีกครั้งที่อติภัทรกลับบ้านเพียงลำพัง พร้อมกับอารมณ์เคร่งเครียด บวกกับความเหงาที่เกาะกินใจมานานหลายปี มันอธิบายไม่ถูกว่าเพราะอะไร หรือเขาต้องการมากกว่าพี่เลี้ยงให้ลูกหรือเปล่า เขาคิดแต่ก็พยายามปฏิเสธว่ามันไม่ใช่ กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เขาก็ขับรถมาถึงบ้านหลังใหญ่สีขาว ไม่ใช่คฤหาสน์ หากแต่เป็นบ้านสไตล์โมเดิล ทรงสี่เหลี่ยม มีกระจกรอบด้าน พร้อมกับ ปลูกต้นไม้สีเขียวให้ร่มรื่นและประตูรั้วรอบขอบชิด

เมื่อเสียงรถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน คนรับใช้วิ่งไปเปิดประตูให้และ ปิดเรียบร้อย จากนั้นอติภัทรก็ขับรถแล่นมาจอดเทียบทางขึ้นบ้านพอดี คนที่รออยู่ก่อนแล้วก็วิ่งออกมารับด้วยความดีใจ แม้จะกำลังทำการบ้านรออยู่ก็ตาม เพราะใจจดจ่อกับการกลับบ้านของผู้เป็นบิดา

“คุณพ่อ!” เด็กหนุ่มวัยสิบสี่ปี รูปร่างสูง ผมสีบรอนเข้ม ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้ารวมๆ คือฝรั่งน้อย เอ่ยเรียกผู้เป็นบิดาด้วยสำเนียงไทยที่ชัดเจน

“คุณพ่อกลับช้า ทำไมไม่โทรบอกผม” ดูเหมือนหนุ่มน้อยแดเนียลจะดีใจ ได้สักครู่ก็หลุดปากตำหนิบิดาเล็กน้อย

“แวะคุยธุระกับเพื่อนน่ะ” อติภัทรเปิดประตูลงจากรถแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“อ้าวแล้ว คนขับรถละครับ ทำไมให้พ่อกลับมาคนเดียว” แดเนียลถาม ด้วยความแปลกใจ

“พ่อให้เขาไปเที่ยวน่ะ เข้าบ้านดีกว่า” พูดจบอติภัทรก็คว้าแขนบุตรชาย ให้เดินตามเข้าบ้านทันที

“ทานข้าวเย็นหรือยัง การบ้านทำแล้วเหรอ” เมื่อเข้ามาในห้องนั่งเล่นอติภัทร ก็ถามด้วยความเป็นห่วง

“ทานข้าวเย็นแล้ว กำลังทำการบ้านครับ นั่งดูโทรทัศน์รอคุณพ่อด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นก็นั่งทำการบ้านตรงนี้ พ่อจะขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า” ขณะที่อติภัทรกำลังคุยกับอยู่บุตรชายอยู่นั้น แม่บ้านก็เดินเข้ามาหาพอดีเนื่องจากได้ยิน เสียงรถและคิดว่าเจ้านายหนุ่มคงจะหิวข้าวด้วย

“คุณผู้ชาย ให้จัดอาหารไหมคะ” ป้านวลแม่บ้านวัยชรากว่าหกสิบปีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ไม่ต้องหรอกฉันไม่หิว ไปพักผ่อนได้แล้วไป” อติภัทรตอบปฏิเสธพลางไล่ไปพักผ่อนเสียดื้อๆ ทั้งที่ไม่ใช่เวลา

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวนวลรอเก็บบ้านสักพักแล้วจะกลับเรือนเล็ก”

“อืม” อติภัทรพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาตัวหนาอย่างผ่อนคลาย ซึ่งตอนแรกคิดที่จะขึ้นไปอาบน้ำเสียก่อน ขณะที่บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนนั่งลงพื้น เพื่อทำการบ้านต่อไป ทว่าจากร่องรอยและกลิ่นฉุนที่เขาแอบไปดื่มเหล้าก่อนกลับนั้น มันคละคลุ้งจนได้กลิ่นเลยทีเดียว

“ไม่ไปอาบน้ำก่อนเหรอครับ ดูเหมือนจะเหนื่อยด้วย” บุตรชายถามด้วยความเป็นห่วง

“ขอนั่งพักแปบนึง” อติภัทรตอบกลับเสียงเรียบพลางถอนหายใจยาว

“คุณพ่อไปดื่มเหล้ามาเหรอครับ” บุตรชายถามพลางขมวดคิ้วเมื่อได้กลิ่นฉุนๆ

“พ่อแวะไปหาเพื่อนที่ร้านอาหารน่ะ” อติภัทรตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลียพลางยกมือขึ้นบีบขมับตัวเอง

“ดื่มเหล้ามันทำให้ปวดหัว แล้วคุณพ่อจะดื่มทำไมครับเนี่ย”

“ไม่ได้ดื่มเยอะเสียหน่อย สักสองแก้วน่าจะได้ ไม่ได้ปวดหัวเพราะเหล้า แต่เครียดกับ

อย่างอื่น”

“เครียดเรื่องผมหรือเปล่า ผมขอโทษครับที่ทำให้คุณพ่อปวดหัวเรื่องพี่เลี้ยง” บุตรชายรู้ดีว่าบิดาของตนกำลังมีปัญหาที่จะหาพี่เลี้ยงคนใหม่มาให้

“ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เรานะตาแดน ไม่รู้สิพ่อคิดว่าเขาเข้ากับเราไม่ได้ ก็เท่านั้นเอง”

“ผมจะพยายามเป็นเด็กดีก็แล้วกันครับ จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนพี่เลี้ยงบ่อยๆ” เด็กหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงหม่น คิดว่าเปลี่ยนพี่เลี้ยงบ่อยก็เพราะตนเอง และความจริงก็คือเขาก็ไม่ชอบพี่เลี้ยงด้วยเพราะเอาแต่อ่อยพ่อ งานการไม่ได้เรื่อง

“พ่อไม่ได้ว่าเรานะไม่ต้องเครียด พ่อต่างหากที่จะต้องเครียด ไม่รู้จะหา แบบไหนที่เหมาะกับบ้านเรา”

“ค่อยๆ หาไปครับ ตอนนี้ผมก็ดูแลตัวเองได้ไม่ต้องห่วง”

“ก็ดูแลตัวเองได้ในบางอย่าง แต่กับบางอย่างก็ต้องอาศัยพี่เลี้ยง เวลาพ่อ ไม่อยู่เขาจะได้ดูแลเราไง”

“ครับคุณพ่อ” บุตรชายตอบยิ้มๆ ก่อนจะก้มหน้าทำการบ้านต่อไป

“พ่อไปอาบน้ำก่อนละกัน ถ้าทำการบ้านเสร็จก็ขึ้นบ้านได้แล้วนะ หืม” พูดจบอติภัทรก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะบุตรชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดู

“ไม่หิวข้าวเหรอครับ ไม่กินอะไรก่อน”

“พ่อไม่หิวน่ะ ขออาบน้ำนอนดีกว่า กู้ดไนท์ลูก” พอจบคำอติภัทรก็เดินเข้าไปใกล้ๆ บุตรชายก่อนจะโน้มใบหน้าลงแล้วจูบเบาๆ ที่กลางศีรษะเรียกได้ว่าทำเป็นประจำตลอดเวลาสิบสี่ปีจนเกิดเป็นความเคยชินเลยทีเดียว

“กู้ดไนท์ครับ” บุตรชายรับคำ พลางมองตามร่างสูงใหญ่ของบิดาที่ยังหนุ่มแน่น จนกระทั่งเดินขึ้นบันไดไป แล้วค่อยหันกลับมาตั้งหน้าทำการบ้านต่อ

ส่วนอติภัทรก็เดินขึ้นบนบ้านด้วยอารมณ์เครียดที่ยากจะหาเหตุผลว่า เกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องหาพี่เลี้ยงให้แดเนียล เรื่องพี่เลี้ยงนั้นไม่เท่าไหร่แต่เรื่องงานนี้สิที่กำลังรุมเร้าทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้ เมื่อกลับขึ้นมา บนห้องได้ อติภัทรก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อที่จะได้อาบน้ำ แต่หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยอยู่ๆ เขาก็นึกถึงงานขึ้นมาเสียดื้อๆ ไม่สิมันเรียกว่าเรื่องชวนปวดหัว ที่บิดาของเขาเอามาสุ่มให้ต่างหาก

“พ่ออยากจะให้แกจัดการเรื่องหนี้สินของเพื่อนพ่อ”

“หนี้สินของเพื่อนพ่อ ทำไมพ่อไม่จัดการเองล่ะ ผมไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย กู้ พ่อก็เป็นคนปล่อยกู้ไม่ใช่เหรอครับ”

“มันเกี่ยวเพราะว่าเพื่อนพ่อ ไม่มีเงินจ่ายน่ะสิ หาเงินไม่ทันธุรกิจตอนนี้ไม่โอเคเท่าไหร่”

“แต่คุณพ่อก็ปล่อยให้เขากู้นะครับเนี่ย แล้วเป็นหนี้เท่าไหร่ครับ”

“หนึ่งร้อยล้าน” ฝ่ายบิดาตอบน้ำเสียงอ่อยๆ

“ร้อยล้าน! ให้ตายสิ เวรแท้ๆ แล้วพ่อจะทำยังไง ให้ผมจัดการเพื่ออะไรครับ”

“ก็... เขาเป็นเพื่อนพ่อ มีลูกสาว สวยน่ารัก”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นเลือกรักเก่า ฉันวิวาห์ฟ้าแลบ
8.9
สามวันก่อนวิวาห์ ซวี่โม่พบความจริงที่เจ็บปวดว่าแฟนหนุ่มที่รักกันมาสามปีแอบจัดงานแต่งกับเพื่อนสนิท โดยอ้างเหตุผลว่าฝ่ายหญิงป่วยเป็นอัลไซเมอร์และต้องการทำตามความหวังสุดท้ายของเธอ เขาขอเลื่อนงานแต่งกับซวี่โม่ไปอย่างไร้กำหนดจนกว่าคนรักเก่าจะลืมเขาได้สนิท เธอตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้อย่างเยือกเย็นและโทรหาครอบครัวเพื่อรับข้อเสนอวิวาห์ทางการเมืองกับทายาทผู้เย็นชาแห่งตระกูลฟู่แทน โดยสั่งให้เตรียมตัวมารับเธอเป็นเจ้าสาวในอีกสามวันข้างหน้าทันที
หน้าปกนวนิยาย สะดุดรัก Lady cook.
9.1
นักธุรกิจหนุ่มผู้เย็นชาและสมบูรณ์แบบจนเป็นที่หมายปองของสาวๆ กลับไม่เคยเปิดตัวคนรักจนใครก็ต่างสงสัย แต่โชคชะตานำพาให้เขาต้องมาพัวพันกับองุ่น อดีตสาวสวยผู้ผกผันมาเป็นแม่ค้าขายอาหารตามสั่งรสเลิศจนเป็นขวัญใจลูกค้าโรงงาน ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับเริ่มต้นด้วยหนี้สิน เมื่อเขาตามทวงเงินลงทุนคืนจากเธอทั้งต้นและดอกเบี้ย บทสรุปความรักของเศรษฐีหนุ่มและแม่ค้าสาวสวยจะเป็นเช่นไรในภาคต่อของซีรีส์ชุด Follow your heart ที่จะมาทำให้คุณประทับใจไปกับหัวใจของพวกเขา
หน้าปกนวนิยาย เมีย(คู่นอน)พาร์ทไทม์
8.3
ฟาเบียน หนุ่มลูกครึ่งมหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจชิปปิ้งผู้เบื่อหน่ายผู้หญิงที่หวังเกาะกิน เขาจึงประกาศชัดว่าหากต้องการเซ็กซ์เขาจะซื้อกินเองแทนการผูกมัด ในขณะเดียวกัน จิล นักศึกษาปีสุดท้ายกำลังเผชิญวิกฤตครอบครัวถูกโกงจนใกล้ล้มละลาย เมื่อเธอได้ยินเรื่องของเขาโดยบังเอิญที่ร้านทำผม เธอจึงตัดสินใจเสนอขายพรหมจรรย์เพื่อแลกกับเงินประทังชีวิต ฟาเบียนที่ถูกใจเธอตั้งแต่แรกพบจึงตอบรับข้อเสนอและเปลี่ยนสถานะให้เธอเป็นเมียพาร์ทไทม์เพื่อปรนเปรอความหิวของเขา
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์สวาทจอมลวง
8.5
แองเจลโร่ โรเรนโซ่ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลแห่งกรุงโรมและหนึ่งในสามขั้วอำนาจใหญ่ของอิตาลี ต้องรับมือกับวินเซ้นต์ ลูกชายวัยห้าขวบที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพ่อมากกว่าการไปโรงเรียน จนกระทั่งเขาได้พบกับมณีริน คุณครูสาวชาวไทยผู้ซ่อนรูปโฉมงดงามไว้ใต้กรอบแว่นหนาเตอะ เธอเดินทางมาทำงานเพื่อสร้างตัวโดยไม่คิดเรื่องความรัก แต่กลับต้องตกปากรับคำหนูน้อยวินเซ้นต์เพื่อช่วยประสานรอยร้าวและกระตุ้นให้มาเฟียหนุ่มหันกลับมาดูแลใส่ใจลูกชายของตนเองให้มากขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เปิดเผยตัวตน ดับฝันแฟนหนุ่มที่อ้างว่าเป็นมหาเศรษฐี
8.5
ในวันเปิดเทอม ฉันถูกเพื่อนร่วมห้องนิสัยเสียดูถูกสารพัด ทั้งหาว่าใช้กระเป๋าแบรนด์เนมปลอม และใส่ความว่าฉันมีเสี่ยเลี้ยงคอยเปย์ที่พักให้ เพียงเพราะเห็นพ่อมหาเศรษฐีของฉันมาหาที่หอพัก เธอถึงขั้นเยาะเย้ยแผนการแต่งงานหลังเรียนจบของฉันว่าเป็นพวกเกาะผู้ชายกิน โดยหารู้ไม่ว่าความจริงแล้ว แฟนหนุ่มที่เธอกล่าวชมว่าดูรวยนักหนา แท้จริงเป็นเพียงลูกชายคนขับรถที่บ้านฉันเท่านั้น ส่วนคนที่เธอหาว่าเป็นคนแก่เลี้ยงต้อย ก็คือคุณพ่อมหาเศรษฐีตัวจริงของฉันเอง
หน้าปกนวนิยาย ลุ้นเสียว...กับหมอสาว
9.3
นาดา หรือหมอดา แพทย์สาวจบใหม่ผู้เพียบพร้อมด้วยฐานะลูกสาวเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนยักษ์ใหญ่ แม้ภาพลักษณ์ภายนอกของเธอจะดูเป็นคุณหมอผู้เคร่งขรึมและจริงจังกับการทำงานอย่างยิ่ง แต่ภายใต้หน้ากากอันแสนเป็นทางการนั้น เธอกลับซ่อนเร้นความปรารถนาส่วนตัวที่สวนทางกับบุคลิกอย่างสิ้นเชิง นาดาหลงใหลในความตื่นเต้นและกิจกรรมเร้าอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา ร่วมสัมผัสแง่มุมลับที่ไม่มีใครล่วงรู้และเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยความเสียวซ่านของเธอได้ในผลงานเรื่องนี้