
หนี้ร้อนซ่อนสวาท
ตอน 2
“หา! วะ… ว่าไงนะ เพิ่งนั่งด้วยนะเนี่ย ยังไม่ได้ดื่มด้วยเลยคุณซี”
“บอกแล้วว่าจะรีบกลับไปหาตัวแสบ ไม่รู้ป่านนี้ทำการบ้านหรือยัง”
“เฮ้ย! อายุ 14 แล้วนะ เป็นวัยรุ่นแล้ว เป็นฝรั่งด้วย ปล่อยๆ บ้างนะซี”
“เป็นฝรั่งลูกเสี้ยว และเป็นลูกฉัน เรียกเด็กมาเก็บเงินดีกว่า จะกลับจริงๆ ไว้โอกาสหน้าฉันจะมาใหม่”
“ก็ยังดีวะที่ช่วยเรียกแขกให้วันนี้ ลูกค้าสาวๆ เพียบ เพราะเขาพากันเข้ามา นั่งมองหน้าแกคนเดียวเลย กลับเหอะเรื่องเครื่องดื่มเดี๋ยวฉันจัดการเอง”
“เอางั้นก็ได้” พูดจบอติภัทรก็หยิบกระเป๋าเงินออกมาพร้อมกับควักแบงค์ สีเทาวางไว้บนโต๊ะให้หนึ่งใบ เพราะเขาสามารถคำนวณได้ด้วยตาว่าหมดไม่เกินนี้ และเหล้ามันไม่ได้แพงขนาดนั้น
“บอกแล้วว่าไม่ต้อง เดี๋ยวจัดการเอง” เพื่อนรักบอกอย่างเกรงใจ
“ฉันมาอุดหนุนไม่ได้มากินฟรีเสียหน่อย”
“อ๋อครับท่าน เดินทางปลอดภัย” ในเมื่อเลี้ยงฟรีไม่ได้ก็จำเป็นต้องรับ เงินเพื่อนอย่างจำใจ
“บายวะเพื่อน” จากนั้นอติภัทรก็ลุกออกไปจากร้านทันที ความจริงแล้ว อติภัทรไม่ได้มานั่งดื่มเพียงลำพัง หากแต่บรรดาผู้ติดตามประมาณสามคนพากัน นั่งดื่มอยู่ตรงหน้าร้านตามมารยาท ที่ไม่อยากจะเข้าไปรบกวนเจ้านายเท่านั้นเอง และเมื่อทั้งสามคนเห็นเจ้านายเดินออกมาก็ต่างลุกจากเก้าอี้ทันที
“คือ จะกลับแล้วเหรอครับ” ผู้ติดตามคนหนึ่งถามขึ้นอย่างแปลกใจเพราะ อติภัทรเข้าร้านเพียงแปบเดียวเท่านั้น
“อืม จะกลับแล้ว อยากกลับหรือยังล่ะ” อติภัทรถามกลับเพราะคิดว่าลูกน้องคงอยากอยู่ต่อ
“เอ่อ กลับก็ได้ครับคุณท่าน” ฟังน้ำเสียงดูจะไม่อยากกลับสักเท่าไหร่
“ไม่ต้องเกรงใจ ถ้าอยากดื่มก็ดื่มกันเถอะ เดี๋ยวฉันขับรถกลับเองได้ นั่งแท็กซี่กลับได้หรือเปล่าล่ะ” ดูเหมือนว่าคืนนี้เจ้านายจะให้อิสระลูกน้องสินะ
“พวกเราพาคุณท่านกลับดีกว่าครับ ขับรถเองมันอันตราย”
“ไม่ต้องห่วงนะ ตามสบายเถอะไม่ได้พักผ่อนกันมานานแล้วนี่” พูดจบอติภัทรก็หยิบกระเป๋าเงินออกมาจากเสื้อสูทพร้อมกับควักเงินจำนวนไม่น้อยให้กับลูกน้อง ดื่มกินได้อย่างตามใจ
“เอ่อ ไม่ดีกว่าครับ” ลูกน้องหนุ่มบอกด้วยความเกรงใจ
“ไม่เป็นไร รับไปเถอะ” อติภัทรบอกอย่างอ่อนโยน สามหนุ่มจึงรับไปอย่างขอบคุณแล้วก็ยื่นกุญแจรถให้ อติภัทรจึงได้ปลีกตัวกลับเพียงลำพัง และขับรถเอง ในรอบหนึ่งอาทิตย์กระมัง เพราะส่วนใหญ่แล้วลูกน้องเป็นคนขับให้เสียมากกว่า
เป็นอีกครั้งที่อติภัทรกลับบ้านเพียงลำพัง พร้อมกับอารมณ์เคร่งเครียด บวกกับความเหงาที่เกาะกินใจมานานหลายปี มันอธิบายไม่ถูกว่าเพราะอะไร หรือเขาต้องการมากกว่าพี่เลี้ยงให้ลูกหรือเปล่า เขาคิดแต่ก็พยายามปฏิเสธว่ามันไม่ใช่ กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เขาก็ขับรถมาถึงบ้านหลังใหญ่สีขาว ไม่ใช่คฤหาสน์ หากแต่เป็นบ้านสไตล์โมเดิล ทรงสี่เหลี่ยม มีกระจกรอบด้าน พร้อมกับ ปลูกต้นไม้สีเขียวให้ร่มรื่นและประตูรั้วรอบขอบชิด
เมื่อเสียงรถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน คนรับใช้วิ่งไปเปิดประตูให้และ ปิดเรียบร้อย จากนั้นอติภัทรก็ขับรถแล่นมาจอดเทียบทางขึ้นบ้านพอดี คนที่รออยู่ก่อนแล้วก็วิ่งออกมารับด้วยความดีใจ แม้จะกำลังทำการบ้านรออยู่ก็ตาม เพราะใจจดจ่อกับการกลับบ้านของผู้เป็นบิดา
“คุณพ่อ!” เด็กหนุ่มวัยสิบสี่ปี รูปร่างสูง ผมสีบรอนเข้ม ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้ารวมๆ คือฝรั่งน้อย เอ่ยเรียกผู้เป็นบิดาด้วยสำเนียงไทยที่ชัดเจน
“คุณพ่อกลับช้า ทำไมไม่โทรบอกผม” ดูเหมือนหนุ่มน้อยแดเนียลจะดีใจ ได้สักครู่ก็หลุดปากตำหนิบิดาเล็กน้อย
“แวะคุยธุระกับเพื่อนน่ะ” อติภัทรเปิดประตูลงจากรถแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“อ้าวแล้ว คนขับรถละครับ ทำไมให้พ่อกลับมาคนเดียว” แดเนียลถาม ด้วยความแปลกใจ
“พ่อให้เขาไปเที่ยวน่ะ เข้าบ้านดีกว่า” พูดจบอติภัทรก็คว้าแขนบุตรชาย ให้เดินตามเข้าบ้านทันที
“ทานข้าวเย็นหรือยัง การบ้านทำแล้วเหรอ” เมื่อเข้ามาในห้องนั่งเล่นอติภัทร ก็ถามด้วยความเป็นห่วง
“ทานข้าวเย็นแล้ว กำลังทำการบ้านครับ นั่งดูโทรทัศน์รอคุณพ่อด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นก็นั่งทำการบ้านตรงนี้ พ่อจะขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า” ขณะที่อติภัทรกำลังคุยกับอยู่บุตรชายอยู่นั้น แม่บ้านก็เดินเข้ามาหาพอดีเนื่องจากได้ยิน เสียงรถและคิดว่าเจ้านายหนุ่มคงจะหิวข้าวด้วย
“คุณผู้ชาย ให้จัดอาหารไหมคะ” ป้านวลแม่บ้านวัยชรากว่าหกสิบปีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ไม่ต้องหรอกฉันไม่หิว ไปพักผ่อนได้แล้วไป” อติภัทรตอบปฏิเสธพลางไล่ไปพักผ่อนเสียดื้อๆ ทั้งที่ไม่ใช่เวลา
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวนวลรอเก็บบ้านสักพักแล้วจะกลับเรือนเล็ก”
“อืม” อติภัทรพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาตัวหนาอย่างผ่อนคลาย ซึ่งตอนแรกคิดที่จะขึ้นไปอาบน้ำเสียก่อน ขณะที่บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนนั่งลงพื้น เพื่อทำการบ้านต่อไป ทว่าจากร่องรอยและกลิ่นฉุนที่เขาแอบไปดื่มเหล้าก่อนกลับนั้น มันคละคลุ้งจนได้กลิ่นเลยทีเดียว
“ไม่ไปอาบน้ำก่อนเหรอครับ ดูเหมือนจะเหนื่อยด้วย” บุตรชายถามด้วยความเป็นห่วง
“ขอนั่งพักแปบนึง” อติภัทรตอบกลับเสียงเรียบพลางถอนหายใจยาว
“คุณพ่อไปดื่มเหล้ามาเหรอครับ” บุตรชายถามพลางขมวดคิ้วเมื่อได้กลิ่นฉุนๆ
“พ่อแวะไปหาเพื่อนที่ร้านอาหารน่ะ” อติภัทรตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลียพลางยกมือขึ้นบีบขมับตัวเอง
“ดื่มเหล้ามันทำให้ปวดหัว แล้วคุณพ่อจะดื่มทำไมครับเนี่ย”
“ไม่ได้ดื่มเยอะเสียหน่อย สักสองแก้วน่าจะได้ ไม่ได้ปวดหัวเพราะเหล้า แต่เครียดกับ
อย่างอื่น”
“เครียดเรื่องผมหรือเปล่า ผมขอโทษครับที่ทำให้คุณพ่อปวดหัวเรื่องพี่เลี้ยง” บุตรชายรู้ดีว่าบิดาของตนกำลังมีปัญหาที่จะหาพี่เลี้ยงคนใหม่มาให้
“ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เรานะตาแดน ไม่รู้สิพ่อคิดว่าเขาเข้ากับเราไม่ได้ ก็เท่านั้นเอง”
“ผมจะพยายามเป็นเด็กดีก็แล้วกันครับ จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนพี่เลี้ยงบ่อยๆ” เด็กหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงหม่น คิดว่าเปลี่ยนพี่เลี้ยงบ่อยก็เพราะตนเอง และความจริงก็คือเขาก็ไม่ชอบพี่เลี้ยงด้วยเพราะเอาแต่อ่อยพ่อ งานการไม่ได้เรื่อง
“พ่อไม่ได้ว่าเรานะไม่ต้องเครียด พ่อต่างหากที่จะต้องเครียด ไม่รู้จะหา แบบไหนที่เหมาะกับบ้านเรา”
“ค่อยๆ หาไปครับ ตอนนี้ผมก็ดูแลตัวเองได้ไม่ต้องห่วง”
“ก็ดูแลตัวเองได้ในบางอย่าง แต่กับบางอย่างก็ต้องอาศัยพี่เลี้ยง เวลาพ่อ ไม่อยู่เขาจะได้ดูแลเราไง”
“ครับคุณพ่อ” บุตรชายตอบยิ้มๆ ก่อนจะก้มหน้าทำการบ้านต่อไป
“พ่อไปอาบน้ำก่อนละกัน ถ้าทำการบ้านเสร็จก็ขึ้นบ้านได้แล้วนะ หืม” พูดจบอติภัทรก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะบุตรชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
“ไม่หิวข้าวเหรอครับ ไม่กินอะไรก่อน”
“พ่อไม่หิวน่ะ ขออาบน้ำนอนดีกว่า กู้ดไนท์ลูก” พอจบคำอติภัทรก็เดินเข้าไปใกล้ๆ บุตรชายก่อนจะโน้มใบหน้าลงแล้วจูบเบาๆ ที่กลางศีรษะเรียกได้ว่าทำเป็นประจำตลอดเวลาสิบสี่ปีจนเกิดเป็นความเคยชินเลยทีเดียว
“กู้ดไนท์ครับ” บุตรชายรับคำ พลางมองตามร่างสูงใหญ่ของบิดาที่ยังหนุ่มแน่น จนกระทั่งเดินขึ้นบันไดไป แล้วค่อยหันกลับมาตั้งหน้าทำการบ้านต่อ
ส่วนอติภัทรก็เดินขึ้นบนบ้านด้วยอารมณ์เครียดที่ยากจะหาเหตุผลว่า เกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องหาพี่เลี้ยงให้แดเนียล เรื่องพี่เลี้ยงนั้นไม่เท่าไหร่แต่เรื่องงานนี้สิที่กำลังรุมเร้าทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้ เมื่อกลับขึ้นมา บนห้องได้ อติภัทรก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อที่จะได้อาบน้ำ แต่หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยอยู่ๆ เขาก็นึกถึงงานขึ้นมาเสียดื้อๆ ไม่สิมันเรียกว่าเรื่องชวนปวดหัว ที่บิดาของเขาเอามาสุ่มให้ต่างหาก
“พ่ออยากจะให้แกจัดการเรื่องหนี้สินของเพื่อนพ่อ”
“หนี้สินของเพื่อนพ่อ ทำไมพ่อไม่จัดการเองล่ะ ผมไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย กู้ พ่อก็เป็นคนปล่อยกู้ไม่ใช่เหรอครับ”
“มันเกี่ยวเพราะว่าเพื่อนพ่อ ไม่มีเงินจ่ายน่ะสิ หาเงินไม่ทันธุรกิจตอนนี้ไม่โอเคเท่าไหร่”
“แต่คุณพ่อก็ปล่อยให้เขากู้นะครับเนี่ย แล้วเป็นหนี้เท่าไหร่ครับ”
“หนึ่งร้อยล้าน” ฝ่ายบิดาตอบน้ำเสียงอ่อยๆ
“ร้อยล้าน! ให้ตายสิ เวรแท้ๆ แล้วพ่อจะทำยังไง ให้ผมจัดการเพื่ออะไรครับ”
“ก็... เขาเป็นเพื่อนพ่อ มีลูกสาว สวยน่ารัก”
คุณอาจจะชอบ





