ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย BLOOD NIGHT รัตติกาลสีเลือด

BLOOD NIGHT รัตติกาลสีเลือด

โชคชะตาที่ผูกพันด้วยพันธสัญญาในอดีต ความรักที่แสนหวาน และเงาแห่งความตายที่คืบคลานเข้ามา สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนาที่ค้างคาใจเธอมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางบรรยากาศของรัตติกาลอันลึกลับ เธอต้องเผชิญหน้ากับคำถามที่ไร้คำตอบว่าแท้จริงแล้วเกิดเหตุการณ์พลิกผันอะไรขึ้นกันแน่เมื่อหนึ่งพันปีก่อน ความลับที่ถูกฝังไว้ในกาลเวลากำลังจะถูกเปิดเผยในเรื่องราวของแวมไพร์สุดเข้มข้นที่ผสมผสานความโรแมนติกและแฟนตาซีได้อย่างลงตัวเพื่อค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ข้าลืมไป” ผมเอ่ยเบาๆ เมื่อสมองมันดันนึกถึงบางเรื่องที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา และทันใดนั้นเสียงโหวกเหวกโวยวายของใครบางคนก็ดังขึ้น

“พ่อครับ! ผมได้ยินว่ามีคนบุกปราสาท” สำเนียงการพูดและคำศัพท์ของคนยุคใหม่ทำให้ผมต้องหันไปมองมัน จะเป็นใครซะอีกล่ะถ้าไม่ใช่ไอ้เด็กคาร์เตอร์ที่พวกผมเพิ่งพูดถึงไปเมื่อครู่ ผมคิดว่าใช่นะ... ก็มันเรียกเคาท์เตสว่าพ่อนี่

“ไม่ใช่คน... ข้าเอง” ผมเอ่ยพร้อมกับหรี่ตามองมัน ในขณะที่เจ้าเด็กคาร์เตอร์ก็อ้าปากหวอเหมือนเห็นผี

เหอะ... การป้องกันโคตรหละหลวมยังจะมาทำเป็นตื่นเต้น

“อาครูซ... หูย ภาษาโคตรโบราณ” ท้ายประโยคมันแซะจนอยากถลาเข้าไปแพ่นกบาลมันซะ คนเราไม่ได้เจอกันตั้งนานดูมันทักสิ

“ก็พ่อแกชวนฉันคุยภาษานี้ก่อน” ผมเท้าสะเอวพร้อมกับเอ่ยออกไปอย่างเอือมๆ ปกติแล้วผมก็ไม่ได้พูดโบร่ำโบราณแบบนี้ซะหน่อย โด่ว!

“ผมจะรู้หรอ พ่อครับ... บอกกี่ทีแล้วให้พูดเหมือนมนุษย์สมัยนี้” คาร์เตอร์หันไปเอ่ยกับผู้เป็นพ่อที่ดูยังไงก็เหมือนพี่ชายมากกว่า เคาท์เตสดูไม่แก่ไปจากครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันเลยสักนิด

“ข้าไม่ชิน บางทีเจ้าอาจหน้าโบราณ” ท้ายประโยคเคาท์เตสหันมาเอ่ยกับผมด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

ให้ตายสิ... เดี๋ยวก็จับฆ่าทิ้งมันทั้งพ่อทั้งลูกเลยนี่

“ท่านเกิดก่อนข้าอีกนะอย่าลืม” ผมเอ่ยอย่างไม่ถูกใจนัก คนหล่ออย่างผมกำลังถูกพวกเจ้าเล่ห์รวมหัวกันแซะ เหอะ!

“ไป... ไปนั่งคุยกันเถอะ เย็นนี้ข้าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับเจ้า” เคาท์เตสเอ่ยพร้อมกับดันหลังผมให้เดินเข้าไปข้างในในตอนที่ผมเริ่มทำหน้ามุ่ย

“ปาร์ตี้ก็ได้มั้ย” ไอ้คาร์เตอร์ยังไม่หยุดแซะพ่อตัวเอง

เหอะ... พ่อคนรุ่นใหม่

หลังจากนั้นพวกเราก็คุยกันอีกพักใหญ่ ถามสารทุกข์สุกดิบต่างๆ นาๆ ตามประสาคนที่ไม่ได้คุยกันมานาน ผมเพิ่งจะรู้ว่าตอนนี้ตัวเองมีญาติโกโหติกามากมายไปหมด ไม่ต้องนึกถึงตอนทานดินเนอร์เลย... ใครมั่งก็ไม่รู้ มาเรียกอาครูซบ้าง น้าครูซบ้าง ทั้งๆ ที่พวกมันก็ดูโตกันหมดแล้ว รับไม่ได้... ผมแก่แล้วหรอ

ส่วนเรื่องของเซน... คาร์เตอร์บอกว่ามันไม่ค่อยมีความคืบหน้าอะไรมากนัก รู้แค่ว่ามีพวกมนุษย์จับเซนไป... กลุ่มมนุษย์ที่มีอำนาจและการโจมตีที่แข็งแกร่งพอจะล่าแวมไพร์สักตัวได้ สิ่งเดียวที่ผมคิดออกคือพวกมาเฟีย... ช่วงนี้ผมพัวพันกับคนพวกนี้อยู่ แต่ผมไม่รู้ว่ามันคือแก๊งไหนกันแน่

แต่สาบาน... ว่าผมจะต้องตามล่าพวกมันให้ได้... ผมจะพาเซนกลับมา

[Kat’s Part]

“ไม่นะ ไม่ๆๆๆๆๆ” ฉันร้องขึ้นด้วยความลุกลี้ลุกลนและตกใจ เมื่อขนมที่อยู่ในเตาอบจู่ๆ ก็ถูกเพิ่มอุณหภูมิสูงขึ้นเสียจนดำเมี่ยมเป็นตอตะโก และอีกไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น...

ปุ้ง!

“ว้าย!” คงไม่ต้องให้ฉันบอกนะว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เตาอบมันระเบิดน่ะสิ... เป็นแบบนี้อีกแล้ว

“ตายแล้วพี่แคท... เกิดอะไรขึ้นคะ!” พนักงานในร้านที่ชื่อฝนเอ่ยขึ้นตอนที่เธอรีบวิ่งเข้ามาเพราะได้ยินเสียงฉันร้อง ตอนนี้ในครัวมีควันโขมงเลย... ฉันจึงต้องใช้มือปัดอากาศไปมาเพราะหายใจไม่ออกและมองไม่เห็นบรรยากาศรอบๆ

“อย่าบอกนะคะว่าพี่ทำเตาพังอีกแล้วน่ะ” พนักงานอีกคนที่ชื่อส้มเอ่ย ก่อนที่เธอจะรีบกะวีกะวาดไปดูเตาอบซึ่งอยู่ในสภาพเละเทะและไม่น่าจะเอากลับมาใช้ได้อีกแล้วแน่ๆ

“จ้ะ... คือพี่ยังไม่ทันทำอะไรเลยนะ แค่ยืนมองเฉยๆ อยู่ดีๆ มันก็ระเบิดปุ้งเลย” ฉันพูดพร้อมกับยิ้มแหยๆ เพราะเรื่องแบบนี้มันเคยเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว

“แปลกจังเลย ช่วงนี้พี่แคททำเตาระเบิดบ่อยเนอะ” ฝนหันไปเอ่ยกับส้มที่ยืนอยู่ข้างๆ ในขณะที่ฉันก็ทำได้เพียงแค่หุบปากสนิทเท่านั้น... เพราะฉันรู้ดีน่ะสิว่ามันเป็นเพราะอะไร

“อย่างกับพวกมีพลังวิเศษแหนะ แค่ยืนมองเตาก็ระเบิดได้” ส้มเอ่ยขำขันก่อนจะเดินไปหยิบอุปกรณ์มาทำความสะอาดตรงที่พอจะทำได้ ส่วนเตาน่ะคงต้องซื้อใหม่อีกแล้ว

“ขอโทษด้วยนะจ๊ะ พี่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” ฉันเอ่ยเสียงอ่อย ตอนที่มองไปยังน้องพนักงานสองคนนั้นที่ต้องมาเก็บกวาดในสิ่งที่ฉันทำเลอะเทอะ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่แคท ทำไมต้องทำหน้าหงอยแบบนั้นด้วยล่ะ” ฝนหันมาพูดกับฉันด้วยท่าทีเป็นห่วงในขณะที่ส้มก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย ฉันก้มลงมองฝ่ามือที่ว่างเปล่าของตัวเองก่อนจะถอนหายใจออกมา

“พี่ก็แค่เบื่อตัวเองน่ะ... ฝากด้วยนะจ๊ะ” เอ่ยจบฉันก็เดินเซ็งๆ ออกมาจากส่วนครัว ซึ่งนั่นมันพอดีกับที่ร่างบางของใครคนหนึ่งเปิดประตูร้านเข้ามา

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อชีฟอง... เป็นพนักงานใหม่ของที่นี่ค่ะ” เธอคนนั้นเอ่ยทักทายทุกคนอย่างร่าเริง ฉันจึงรีบเดินเข้าไปต้อนรับเธอพร้อมกับรอยยิ้ม

“สวัสดีจ้ะน้องชีฟอง พี่ก็นึกว่าเราจะไม่มาซะแล้ว ไม่งั้นร้านพี่แย่แน่เลย” ท้ายประโยคฉันเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงกระเหง้ากระหงอด เพราะพักนี้ที่ร้านลูกค้าเยอะจนพนักงานแทบจะทำไม่ไหว นี่ก็เปิดรับพนักงานเพิ่มมาตั้งนานแล้ว... แต่เพิ่งมีชีฟองคนเดียวนี่แหละที่สมัครเข้ามา

หลังจากนั้นฉันก็รีบพาชีฟองไปสอนงานด้านในเพราะใกล้เวลาเปิดร้านเต็มที โชคดีนะที่เธอเป็นคนหัวไวมากอธิบายแค่แปบเดียวก็เข้าใจ นั่นจึงทำให้ฉันวางใจว่าวันนี้ร้านของฉันจะไปได้สวยอีกหนึ่งวัน ที่เหลือก็มีแต่ฉันเท่านั้นแหละที่เป็นปัญหา...

เอาล่ะ... ฉันมีความลับอะไรจะบอก

ฉันรู้ว่าตัวเองมีบางอย่างที่แตกต่างจากคนทั่วไป... ฉันรู้... รู้ตั้งแต่ตัวเองจำความได้ และไม่เคยปริปากกับใครแม้กระทั่งพ่อแม่ของตัวเอง ฉันมีพลังบางอย่างที่คนอื่นไม่มี... พลังลึกลับที่ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มันยิ่งแรงกล้าขึ้นในทุกๆ วันที่ฉันเติบโต

เหมือนกับความฝันแปลกๆ พวกนั้นที่นับวันยิ่งชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ

“คุณเป็นใครกันแน่นะ... ผู้ชายผมทองคนนั้นน่ะ"

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย วุ่นรักมนตรา คำสาปบุปผา NC20+
9.1
องค์หญิงโจวเจ้าเว่ยผู้เลอโฉมจากเผ่าบุปผาจำต้องแบกรับคำสาปร้ายที่ว่าหากริรักจะต้องวายชนม์ นางและพี่ชายฝาแฝดจึงออกเดินทางข้ามมิติด้วยขลุ่ยวิเศษเพื่อหาวิธีแก้คำสาปนี้ จนกระทั่งนางต้องเข้าพิธีอภิเษกสมรสทางการเมืองกับฝูจื่อหรง ฮ่องเต้หนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงหุ่นเชิด แม้เขาจะมองว่าสตรีเป็นเพียงเครื่องมือสร้างความมั่นคงให้บัลลังก์ แต่เสน่ห์และความลับของเจ้าเว่ยกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยเย็นชา ท่ามกลางไฟปรารถนาที่แผดเผาและความจริงที่ต้องปกปิดเพื่อความอยู่รอดของทั้งสองคน
หน้าปกนวนิยาย การเกิดใหม่ของนางร้ายหลงยุค (ยุค80)
8.0
เมื่อวิญญาณนางร้ายตัวแม่ต้องมาเกิดใหม่ในร่าง หลิงชิงเย่ว หญิงสาวผู้น่าสงสารในยุค 80 ที่ถูกสามีหมางเมินและแม่สามีบีบคั้นให้รับเมียน้อยซึ่งเป็นคนรักเก่าของเขาเข้ามาในบ้าน แทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ท่านยมบาลส่งมาผิดพลาด เธอตัดสินใจสะบัดบ๊อบใส่พระเอกงี่เง่าแล้วขอใช้ชีวิตสวยรวยเก่งด้วยพรวิเศษ 3 ข้อที่ได้รับมา เตรียมพบกับการแก้แค้นฉบับตัวมารดาที่จะหย่าขาดจากความทุกข์เพื่อก้าวสู่ความมั่งคั่งและเริดเชิดยิ่งกว่าใครในปฐพี
หน้าปกนวนิยาย สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 1
8.8
เมื่อสองอาหลานแห่งราชวงศ์จิ่งต้องมาพ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์ของภรรยาตนเอง ชุนเสี่ยวป๋ายจึงตัดสินใจเดินหน้าเกี้ยวบัณฑิตหนุ่มรูปงามอย่างเหลียนไช่ด้วยตนเอง เพราะหากมัวแต่รอช้าคงไม่มีวันได้ครองคู่ จนเขาไม่อาจต้านทานความน่ารักของนางได้อีกต่อไป ขณะที่จักรพรรดิจิ่งซานหวงพยายามหาทางเลี่ยงการร่วมเตียงกับอู่ซุนต้าเอ่อร์ด้วยกลอุบายต่างๆ แต่นางกลับไม่ยอมแพ้และเผลอถีบเขาตกเตียงโดยไม่ตั้งใจ ท่ามกลางความวุ่นวายของความรักที่สุดท้ายเขาก็ยังหาทางจับนางกินจนได้ในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย คู่แท้ที่เขาไม่ต้องการ คือ หมาป่าขาวผู้เร้นกาย
8.7
ลลินซ่อนตัวตนหมาป่าขาวผู้ทรงพลังมานานนับสิบปีเพื่อปกป้องมินนี่ ลูกสาวสุดที่รัก แต่ชีวิตที่เงียบสงบกลับพังทลายเมื่อวิน อัลฟ่าสามีผู้เป็นคู่แท้ทรยศเธอด้วยการยกตำแหน่งฝึกงานที่มินนี่หามาได้ให้แก่ลูกสาวของชู้รัก ซ้ำร้ายเขายังนิ่งเฉยเมื่อลูกสาวถูกทรมานและสั่งเฆี่ยนตีลลินอย่างทารุณพร้อมประกาศว่าไม่รู้จักเธอ ทว่าวินหารู้ไม่ว่าลลินมีอำนาจลึกลับหนุนหลัง ทันทีที่เธอทวงคำสาบานโบราณ กองทัพสภาสูงก็บุกเข้ามาเพื่อก้มหัวรับคำสั่งจากลูน่าลลินผู้ที่พวกเขาเคยเหยียดหยาม
หน้าปกนวนิยาย กลายเป็นท่านเทพ
7.8
หลัวเจิงอดีตนายน้อยผู้ตกอับสู่จุดต่ำสุดในฐานะทาสได้ค้นพบความลับในการขัดเกลาร่างกายตนเองให้กลายเป็นสุดยอดอาวุธโดยบังเอิญ ท่ามกลางไฟสงครามและการแย่งชิงความเป็นใหญ่ของเหล่านักรบหลากหลายเผ่าพันธุ์ เขาได้ใช้ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเข้าห้ำหั่นกับศัตรูทั่วสารทิศเพื่อชำระแค้นและทะยานสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งดุจสมบัติวิเศษ เขาจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคบนเส้นทางแห่งเทพเพื่อครอบครองความเป็นอมตะได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ท่านอ๋องโปรดมอบหนังสือหย่าให้ข้าเถิด
9.3
หยางจื่อเหยียน บุตรสาวอนุผู้ถูกไทเฮาส่งตัวไปเป็นไส้ศึกในจวนฉีอ๋องเพื่อสืบความลับของบุรุษที่เป็นภัยต่อราชสำนัก ทว่าในวันวิวาห์เธอกลับถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าจวนโดยอ้างว่าเจ้าบ่าวล้มป่วย แต่ด้วยคำขู่ถึงชีวิตจากไทเฮา จื่อเหยียนจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ฉีไป่อวี้รับเธอเป็นพระชายาให้ได้ แม้จุดประสงค์เดียวที่เธอต้องการคือการรอวันหย่าขาดจากเขาในภายหลัง ท่ามกลางความขัดแย้งและเดิมพันด้วยชีวิตในวังวนอำนาจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง