
BLOOD NIGHT รัตติกาลสีเลือด
ตอน 3
[Cruz’s part]
หลายอาทิตย์ต่อมา
“ครูซ... เจ้าน่าจะอยู่ที่นี่ต่ออีกสักวันสองวัน” เสียงทุ้มของผู้เป็นพี่ชายดังขึ้นในตอนที่ผมกำลังจะก้าวเท้าออกจากปราสาท ผมกลับมาที่นี่เพราะต้องการข้อมูลเกี่ยวกับเซน และตอนนี้ผมได้แล้ว... สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือการตามหามัน
“ข้ามีธุระที่ต้องกลับไปสะสางน่ะ อีกอย่าง... ที่นั่นมีคนรอข้าอยู่” ผมเอ่ยพลางตบไหล่พี่ชายที่ยืนทำหน้านิ่ง แต่ผมรู้หรอกว่าที่จริงมันไม่อยากให้ผมไป สองสามอาทิตย์ที่ผมอยู่ที่นี่เคาท์เตสเกาะติดผมไม่ห่าง... ผมเองก็คิดถึงมันนะ แต่ทุกอย่างจะดีกว่านี้ถ้าเซนอยู่ที่นี่ด้วย
ผมต้องตามหาเซน... เราจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง
“ข้าเองก็รอเจ้ามาตั้งพันปี” เคาท์เตสเริ่มเกริ่นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ จนผมหลุดยิ้ม พอเงยหน้าขึ้นมองถึงได้เห็นว่าคนขี้เก็กทำเป็นแสร้งเสสายตาไปทางอื่นตอนที่ถูกผมจับได้ว่ามันกำลังเขิน เคาท์เตสเป็นพวกไม่ชอบแสดงออก... แต่ผมรู้ว่ามันรักและเป็นห่วงผมกับเซนมากแค่ไหน
“จากนี้ไม่ต้องรอแล้ว... ถ้าคิดถึงข้าก็โทรมา เดี๋ยวข้าจะมาหาท่านเอง... เคาท์เตส” ผมเอ่ยพร้อมกับตบบ่าคนตรงหน้าสองสามที ก่อนที่คนฟังจะพยักหน้ารับอย่างจำใจ
“เดินทางปลอดภัย อย่าหายเงียบไปเป็นพันปีอีกล่ะ” จบประโยคผมก็พยักหน้ารับ ก่อนจะกวาดมองปราสาทโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า รวมไปถึงป่าสนทึบที่ตัวเองเคยเข้าไปวิ่งเล่นตอนเด็กๆ
ไว้จะกลับมาใหม่นะ...
เวลาต่อมา
[“ครูซ... ดูเหมือนผู้ชายที่นายฝากให้ฉันดูแลจะความจำเสื่อมน่ะ เขาฟื้นขึ้นมาแล้วจำอะไรไม่ได้เลย... ทำไงดี”]
นั่นเป็นคำพูดของชีฟองตอนที่ผมคุยโทรศัพท์กับเธอเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน และนี่แหละคืออีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผมต้องรีบกลับเร็วกว่ากำหนด เป็กซ์... เกิดอะไรขึ้นกับหมอนั่นอีกนะ หรือว่าตอนที่ผมทำการแลกเปลี่ยนกับมันผมพลาดอะไรไป
อ้อ... ก่อนหน้านี้เกิดเรื่องระหว่างผมกับเป็กซ์ขึ้นนิดหน่อยน่ะ เป็นเรื่องที่อธิบายยาก... แต่ที่แน่ๆ คือผมจะปล่อยให้มันอยู่ในสภาพนี้ไม่ได้เด็ดขาด... เพราะว่ามันเป็นเพื่อนผม
“หยุด... นายหยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงแหลมที่ดังลอดออกมาจากบานประตูมันทำให้เท้าทั้งสองข้างของผมชะงักกึกอย่างอัตโนมัติ คือตอนนี้ผมอยู่ที่คอนโดของชีฟองน่ะ แถมยังอยู่หน้าห้องเธอด้วย... เกิดอะไรขึ้นวะ
คิดดังนั้นผมก็เลยจะเปิดประตูเข้าไป แต่ดูเหมือนจะออกแรงเยอะเกินไปหน่อยมันเลยพังซะอย่างนั้น
ปัง!
ผมหลุบมองซากประตูที่กองอยู่ตรงเท้าของตัวเอง... เวรกรรม ครูซไม่ผิดนะครูซไม่ได้ตั้งใจ
“โทษที เผลอออกแรงเยอะไปหน่อย” ผมเอ่ยกับบุคคลสองคนตรงหน้าก่อนจะยิ้มแหยๆ แต่พอสังเกตได้ว่าตอนนี้บรรยากาศมันมาคุผิดปกติก็เลยหลุดปากถามออกไป
“เธอเป็นไรอ่ะ” ผมถามชีฟองที่เอาแต่ก้มมองพื้นพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น ในขณะที่เป็กซ์กลับมองหน้าผมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดปนสงสัย แต่มันก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“เป็กซ์... ชีฟองเป็นอะไรอ่ะ ทะเลาะกันอ่อ” ผมถามร่างสูงตรงหน้าที่ยังเอาแต่จ้องกันไม่เลิก จนกระทั่งมันถามกลับด้วยน้ำเสียงแข็งๆ
“นายเป็นใคร” อ้าว...
“ฉัน... อ่อ นายความจำเสื่อมนี่หว่า” ท้ายประโยคผมบ่นกับตัวเองเบาๆ ดันลืมเรื่องสำคัญไปซะได้นี่
“ไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ฉันคือครูซ” ผมเอ่ยทักทายคนตรงหน้าเสียงใส ในขณะที่คนฟังก็ถึงกับเบิกตากว้างทันทีเหมือนว่ามันเริ่มจะรู้จักผมขึ้นมาบ้างแล้ว
ทว่าทันใดนั้น... จู่ๆ กลุ่มคนชุดดำที่ผมเห็นพวกมันแอบซุ่มอยู่ที่หน้าคอนโดก่อนหน้านี้ก็บุกเข้ามาในห้องกันมากมาย
“เพื่อความสะดวก กรุณาให้ความร่วมมือด้วยครับ” หนึ่งในนั้นเอ่ยก่อนที่ผมจะถูกรวบตัวเอาไว้อย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ
“โอ๊ะโอ๋” ผมไปทำให้ใครโกรธเข้าล่ะเนี่ย... ถึงได้มาลักพาตัวกันไปแบบนี้
หลังจากนั้นผมกับชีฟองก็ถูกพวกมันจับยัดเข้าไปในรถตู้ที่จอดรออยู่หน้าคอนโด ผมเป็นคนไม่ดื้อครับ... ก็เลยทำตามอย่างว่าง่าย เขาสั่งให้ไปไหนก็ไป... ไว้มันดูอันตรายค่อยฆ่าทิ้งทีเดียวก็คงไม่สายเนอะ
ณ ฐานทัพ
เป็นการต้อนรับการกลับมาของผมที่โครตเซอร์ไพรส์เลย...
ผมคิดก่อนจะกวาดตามองไอ้หน้าโหดที่นั่งอยู่ตรงหน้า ผมจำมันได้... หมอนี่ชื่อโคลด์ หัวหน้าแก๊งมาเฟียของไอ้เป็กซ์มัน แถมยังเป็นแวมไพร์เทียมอีกต่างหาก เทียมยังไงหรอ... อ่ะไม่บอก
ก่อนหน้านี้เราเคยเจอกันมาแล้วแต่ผมเมา เหล้าของพวกมนุษย์ยุคนี้นี่แรงถึงใจดีจริงๆ ว่ามั้ย
“เอาล่ะ ขอถามหน่อยว่าจับฉันมาทำไม” ผมถามพร้อมกับกวาดตามองผู้คนที่นั่งอยู่บนโซฟาในบริเวณรอบๆ ที่นี่ดูเหมือนห้องรับรองแขก แต่มันดูอลังการเว่อวังสุดๆ ตามแบบฉบับคนมีเงินเหลือใช้
ตอนนี้เราอยู่กันแค่ห้าคนหลังจากที่ชายชุดดำพวกนั้นออกจากห้องไปแล้ว มีผม โคลด์ ชีฟอง เป็กซ์ และสุดท้ายก็เพื่อนของไอ้เป็กซ์ที่ชื่อแวมพ์... ผมจำได้
“ไม่ได้จับ แค่อยากเชิญนายมาตอบคำถามอะไรนิดหน่อย” โคลด์เอ่ยขึ้นเหมือนไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ โอเค... เชิญก็เชิญ
“แล้วลากชีฟองมาด้วยทำไม” ผมถามอย่างงงๆ พร้อมกับหันไปมองคนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา แถมยังก้มหน้ามองตักของตัวเองเหมือนว่ามันมีอะไรให้น่าดูนักหนา
พอเสสายตากลับไปมองโคลด์ หมอนั่นก็หันไปมองแวมพ์ต่อ
“สงสัยลูกน้องฉันหิ้วติดมือมาน่ะ” แวมพ์เอ่ยก่อนจะยักไหล่น้อยๆ แล้วหยิบมือถือขึ้นมากดเล่น
“อยากถามอะไรก็ถามมา คิดอยู่แล้วว่าต้องโดนซักฟอกเรื่องหมอนี่” ผมเอ่ยพร้อมกับพยักพเยิดไปที่เป็กซ์ และมันก็มองกลับมานิ่งๆ
คุณอาจจะชอบ





