ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย

ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย

หญิงสาวผู้จบชีวิตด้วยความแค้น กลับต้องข้ามภพมาอย่างไม่ตั้งใจจนพบกับชายผู้เฝ้ารอเธอมาเนิ่นนาน ท่ามกลางความสับสนในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย เธอถูกเขาตั้งคำถามว่าเป็นปีศาจหรือไม่ ทว่าภายใต้ท่าทีเหล่านั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ยากจะหักห้ามใจ แม้คนหนึ่งอยากลืมแต่อีกคนกลับจำฝังใจ สายตาและสัมผัสที่รุกเร้าบีบให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ในการเดินทางข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยเสน่หาและบททดสอบของหัวใจครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

กลางดึกที่เงียบสงัด เงียบจนทำให้เสียงบางอย่างดังเข้ามาในโสตประสาท ใช่! มันเป็นเสียงลมหายใจที่ดังสลับกับเสียงริมฝีปากที่กำลังดูดเม้มโรมรันเนินเนื้ออิสตรีเป็นเสียงจ๊วบๆ

               “……” ริมฝีปากที่กำลังดูดเม้ม อีกทั้งเรียวลิ้นที่กำลังตวัดเลียใจกลางความงามแห่งอิสตรี ทำเจ้าของร่างงามถึงกับแทบดีดดิ้น ส่งเสียงครางครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ยิ่งเสียงดังมากเท่าไหร่ กลับยิ่งกระตุ้นให้เรียวลิ้นสัมผัสหนักหน่วงมากเท่านั้น ราวกับจะปลุกปั่นให้เจ้าของเนินทรมานจนต้องบิดกายเร่าๆ จะว่าไปมันก็คงเป็นความทรมานที่แสนหวาน เพราะยิ่งทรมานมากเท่าไหร่ สองขาเรียวก็ยิ่งถ่างอ้าโดยไม่รู้ตัว และนั่นก็ยิ่งเป็นการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายกระหน่ำโรมรันลึกซึ้งมากขึ้น

               “อ๊ะ…อื้อ…” เสียงหวานครางสะท้าน เมื่อไม่ใช่แค่ลิ้นที่กำลังคลุกเคล้าละเลียดชิมเนินเนื้อนั้น แต่ยังมีนิ้วเรียวที่ถูกส่งพรวดเข้าไปยังความนุ่มลึกภายใน

               กระทั่งตอนนี้เธอก็ยังไม่เห็นหน้าคนที่กำลังรุกล้ำความสาวของตัวเอง ไม่แม้แต่จะได้ยินเสียงคนผู้นั้นด้วยซ้ำ มีเพียงเสียงจ๊วบๆ จากเรียวลิ้นและริมฝีปากที่กำลังกระหวัดเลียเนินสาวที่หยาดเยิ้มไปด้วยน้ำหวานมากมายเท่านั้น ไม่สิ! ไม่ใช่แค่เสียงนี้ แต่ยังมีเสียงนิ้วกระทบเนื้อที่ขยับเข้าออกแข่งกับเสียงครางหวีดหวิวของเธอ

               หญิงสาวค่อยๆ ผงกหัวขึ้น พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะมองหน้าคนที่กำลังรุกล้ำละเลงเลียเนินสวาทหยาดเยิ้มของตัวเอง แต่ด้วยแสงไฟสลัวๆ กอปรกับที่ฝ่ายนั้นเอาแต่ก้มหน้าก้มตาฟอนฟัดหว่างขาของเธออย่างเอาเป็นเอาตาย น่าแปลกที่เธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจสัมผัสนี้เลยสักนิด ตรงกันข้ามเธอกลับรู้สึกเหมือนกำลังหลงระเริงไปกับมัน กระทั่ง…

               “อ๊า…!” คนที่พยายามจะดันตัวขึ้นมามองจำต้องทิ้งตัวนอนราบลงไป ทันทีที่ติ่งสยิวถูกดูดดึง แรงดูดทำกายสาวบิดเร่าทุรนทุราย สองมือจิกขยุ้มไปบนที่นอนหวังช่วยคลายความเสียดเสียวให้บรรเทาเบาบาง ก่อนที่มือนั้นจะเลื่อนมาขยุ้มศีรษะที่อยู่ตรงกลางระหว่างขาทั้งสองข้างของตัวเอง และกดใบหน้านั้นให้แนบชิดลงมามากกว่าเดิม

               “อืม…” เสียงทุ้มครางพอใจกับการตอบสนองที่เต็มไปด้วยความกำหนัดของเธอ นิ้วเรียวที่เคยสอดลึกถูกดึงออกอย่างรวดเร็ว ทำเอากายสาวถึงกับผวาตาม

               ทันใดนั้นความสะเทิ้นสะท้านก็กลายเป็นความซ่านกระสัน เมื่อจู่ๆ ใบหน้านั้นก็ผละออกแล้วใช้สองมือแหวกกลีบสาวทั้งสองข้าง ก่อนก้มหน้ายื่นลิ้นลงไปตวัดเลียติ่งเกสรตรงกลางเป็นจังหวะรัวเร็ว กระทั่งลิ้นร้อนค่อยๆ ชำแรกแทรกผ่านลงไปในความนุ่มลึกภายใน

               “อ๊า…” เสียงหวานครางลั่น เพราะในขณะที่เรียวลิ้นจุ่มจ่อมในความนุ่มลึก ปลายจมูกก็กำลังเสียดสีกับปุ่มกระสันให้เธอแทบคลั่ง ดูเหมือนความกระสันจะยังไม่จบแค่นั้น เมื่อมือข้างหนึ่งดันละจากความอวบอูมแล้วเลื่อนขึ้นไปบีบขยำฟอนเฟ้นก้อนเนื้อกลมกลึงด้านบนสลับกันไปมา

               “ไม่…ได้โปรด” หญิงสาวแทบไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป ถ้ามันเป็นจิตใต้สำนึก เธอก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าร่างกายของเธอกำลังต้องการสัมผัสจากชายนิรนามผู้นี้อย่างหน้าไม่อาย โดยเฉพาะเมื่อเรียวลิ้นถูกเลื่อนไล้ขึ้นมาจากเนินสาว ผ่านหน้าท้องแบนราบ เรื่อยมากระทั่งมาหยุดอยู่ที่ความกลมกลึงทั้งสองข้าง

               “อ๊ะ!” เธอครางพลางแอ่นอกยกตัว เมื่อสิ่งที่กำลังสัมผัสความตูมเต่งไม่ใช่มือ แต่เป็นปากและลิ้นที่กำลังโลมเลียอกอวบ ราวกับมันคือขนมหวานแสนอร่อยที่กินเท่าไรก็ไม่รู้จักอิ่ม

               กระทั่งเมื่อฟอนฟัดความตูมเต่งจนหนำใจ ใบหน้าคมคร้ามก็ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมา ตอนนี้เองที่เธอเพิ่งมีโอกาสได้มองหน้าชายนิรนามให้ชัดๆ

               อา…นี่มันเทพบุตรชัดๆ ต้องยอมรับว่าชายตรงหน้าดูดีจนแทบละสายตาไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นนัยน์ตาดุๆ จมูกเชิดๆ แล้วก็ริมฝีปากที่…มีคราบบางอย่างติดอยู่

‘เฮ้ย! คิดอะไรอยู่เนี่ย’ เธอสะบัดหน้าแรงๆ หลังเผลอคิดเตลิดไปไกล เพียงเพราะคราบเปียกๆ ที่ยังติดอยู่รอบๆ ปากเขา แน่นอนว่าไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันเป็นคราบอะไร

               หญิงสาวรีบดึงสติกลับมาจ้องมองใบหน้าคมคร้ามที่ถึงแม้จะดูดุจนน่าเกรงขาม แต่มันกลับไม่ได้น่ากลัวสำหรับเธอ ตรงกันข้ามมันกลับดูมีเสน่ห์ดึงดูดจนไม่อาจละสายตา และเธอก็กำลังหลงเสน่ห์จนเผลอมองเขานิ่งนานจนกระทั่ง…

               “อ๊ะ” เธอสะดุ้งเฮือกทันทีที่เนินอิสตรีเบื้องล่างถูกรุกล้ำ โดยนิ้วเรียวที่จู่ๆ ก็ส่งพรวดเข้ามา

               “ร่างกายนี้เป็นของข้า และเจ้าเองก็เป็นของข้า” คนที่กำลังกัดเม้มริมฝีปากด้วยความเสียดเสียวจำต้องเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงทุ้มที่ราวกับจะประกาศสิทธิ์ในตัวเธออีกครั้ง

               “คะคุณ…เป็นใคร” เธอพยายามถามแต่ก็เป็นไปด้วยเสียงกระท่อนกระแท่น เพราะขณะที่เธออ้าปากถาม นิ้วที่กำลังจุ่มจ่อมอยู่ในความนุ่มลึกก็เริ่มขยับเร็วขึ้น

               “อ๊ะ…ไม่…ดะเดี๋ยว…อื้อ” เธอครางประท้วง แต่เสียงนั้นก็ถูกกลืนหาย เมื่อชายตรงหน้าก้มลงมาประกบริมฝีปากแบบไม่ทันตั้งตัว  ไหนจะเรียวนิ้วเบื้องล่างที่ยังคงขยับสอดลึกสลับถอดถอน เปลี่ยนเสียงครางประท้วงให้กลายเป็นเสียงครางหวีดหวิว แต่แล้วจู่ๆ เขาก็ผละออกไป

               “หากถึงเวลาเจ้าจะรู้เองว่าข้าเป็นใคร ถึงตอนนั้นข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกัน…ชั่วนิรันดร์” เขาบอกพลางลุกขึ้นยืดตัวเต็มความสูง

               “ทะทำไม…” เธออยากถามใจจะขาดว่าเวลานั้นมันคือเวลาไหน แต่สายตาเจ้ากรรมก็เผลอเลื่อนลงมองลอนหน้าท้อง ไม่หรอก เธอไม่ได้มองแค่หน้าท้อง แต่เธอมองต่ำกว่านั้น

               เอื๊อก…! หญิงสาวผงะตาโตด้วยความตกใจ แต่แทนที่จะรีบหันไปอีกทาง เธอกลับยังจ้องมันอยู่อย่างนั้น ราวกับมันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่เธอต้องเก็บรายละเอียด กระทั่งเสียงทุ้มๆ ก็ดึงสติที่กำลังเตลิดให้กลับมา

               “มันเป็นของเจ้า ไม่ว่าตัวข้าหรือแม้กระทั่ง…หัวใจของข้าล้วนเป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว รีบกลับมา กลับมาหาข้า…ลู่อวี๋กลับมาหาข้า” เขาบอกพลางยื่นมือมาให้เธอจับ แต่ตัวเขากลับขยับห่างออกไปเรื่อยๆ ราวกับถูกใครฉุดเอาไว้เบื้องหลัง ทำให้เธอต้องรีบยื่นมือออกไปหวังจะคว้ามือนั้น แต่มันก็ช้าไป เมื่อทุกอย่างพลันหายวับ เหลือเพียงเสียงทุ้มที่ยังดังก้องอยู่

               “ข้าจะรอเจ้า”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย กลร้ายทรายเสน่หา
8.0
มิลินถูกจับตัวไปผจญภัยในทะเลทรายอันร้อนระอุโดยพระเอกหนุ่มที่ต้องการเอาคืนหลังถูกเธอใส่ร้ายจนเสียชื่อเสียง แม้จะรู้ภายหลังว่าเป็นความเข้าใจผิด แต่เขาก็ยังบังคับให้เธอทำงานหนักเพื่อแลกกับอาหารและที่พัก ท่ามกลางอันตรายจากโจรทะเลทรายและการปะทะคารมที่ดุเดือด ความใกล้ชิดในกระโจมพักกลับค่อยๆ เปลี่ยนความบาดหมางให้กลายเป็นความเสน่หา จากคู่กัดที่พร้อมจะข่วนหน้ากันจึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำที่อบอวลไปทั่วผืนทราย
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักในรอยทราย
9.1
มินทราภาต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อถูกชายปริศนาบุกรุกเข้าหาถึงในห้องพักโรงแรม แม้เธอจะพยายามป้องกันตัวแต่กลับพบว่าเขาคือแขกคนสำคัญ ความเข้าใจผิดนำไปสู่ความสัมพันธ์อันซับซ้อน เมื่อจอมโอหังอย่างเจ้าชายคริสตินเริ่มมีใจให้สาวงามที่เขาเคยสบประมาท เขาจึงวางแผนพาเธอไปยังดินแดนของตนเพื่อพิสูจน์รักแท้ ทว่ามินทราภากลับถูกลักพาตัวไปหมายเอาชีวิตท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ทั้งคู่ต้องร่วมกันฟันฝ่าอันตรายเพื่อรักษาชีวิตและความรักที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ชะตารักบุปผางาม
8.2
โชคชะตาที่ยากจะคาดเดานำพาหญิงสาวผู้หนึ่งย้อนเวลากลับสู่อดีตเพื่อแก้ไขความผิดพลาดที่เธอเคยทำไว้โดยไม่ตั้งใจ การเดินทางครั้งนี้ทำให้เธอได้พบกับบุรุษจากชนเผ่าฮู่เหลียนผู้แสนป่าเถื่อนในสายตาผู้อื่น ทว่าเธอกลับมองเห็นตัวตนที่แท้จริงและแง่มุมที่ดีงามของเขา ท่ามกลางอุปสรรคมากมายที่ถาโถมเข้ามา เธอกลับพบว่าตนเองต้องติดอยู่กลางความรักอันยิ่งใหญ่กับชายหนุ่มถึงสองคน สุดท้ายแล้วบทสรุปของหัวใจจะเป็นไปตามอำนาจแห่งฟ้าดินหรือจะเป็นตัวเธอเองที่ลิขิตเส้นทางรักนี้
หน้าปกนวนิยาย องค์หญิงอย่าคิดหนี
8.1
องค์หญิงหลิวอี้เฟยต้องเผชิญชะตากรรมที่เลือกไม่ได้ เมื่อถูกส่งตัวไปวิวาห์กับอ๋องชราต่างแดน ทว่าระหว่างการเดินทางนางกลับบังเอิญล่วงรู้ความลับดำมืดของหัวหน้าองครักษ์ผู้เย็นชา ทำให้เขามุ่งหมายจะปลิดชีพนางเพื่อปิดปาก ท่ามกลางอันตรายรอบด้านและความตายที่ไล่ล่า องค์หญิงจึงต้องหาทางหลบหนีสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอดจากน้ำมือของบุรุษเหี้ยมโหดผู้นี้ให้ได้ เรื่องราวความรักท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบในรูปแบบโรมานซ์ที่จบอย่างมีความสุข
หน้าปกนวนิยาย บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1
8.2
อานนท์ ชายหนุ่มสู้ชีวิตจากบ้านเด็กกำพร้าที่ทำงานหนักจนเสียชีวิต ได้รับโอกาสเกิดใหม่ในร่างของ จางอี้หมิง เด็กน้อยวัย 5 ขวบในครอบครัวบัณฑิตจาง ทว่าโชคชะตาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อครอบครัวของเขาถูกบ้านหลักขับไล่ให้มาตกระกำลำบากในชนบท แม้จะได้มีพ่อแม่และย่าตามที่เคยใฝ่ฝัน แต่ความยากจนข้นแค้นกลับเป็นบททดสอบใหญ่ที่เขาต้องเผชิญ ชีวิตใหม่ครั้งนี้จึงกลายเป็นการต่อสู้ที่หนักหนายิ่งกว่าชาติก่อน เพื่อรักษาความอบอุ่นของครอบครัวที่เขาเพิ่งได้รับมาให้คงอยู่ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ท่านอ๋องบัดซบ!!! «王爷! 您是昏庸人。»
8.9
จากอ๋องน้อยผู้แสนน่ารักกลับกลายเป็นคนเสเพลที่เลื่องชื่อว่าบัดซบที่สุดในแผ่นดิน ทว่าเบื้องหลังความไร้แก่นสารนี้คือความลับของพ่อมดจากต่างมิติที่ต้องดิ้นรนในโลกแห่งลมปราณ ซึ่งมองว่าเวทมนตร์เป็นเพียงพลังสวะไร้ค่า เขาจึงจำเป็นต้องแสร้งทำตัวเหลวแหลกเพื่อหลีกหนีจากภาระหน้าที่และการแย่งชิงบัลลังก์อันวุ่นวาย พลิกผันชีวิตจากยอดจอมเวทสู่การเป็นท่านอ๋องจอมลวงโลกเพื่อเอาตัวรอดในดินแดนที่ตัดสินทุกอย่างด้วยกำลังภายใน