ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คำมั่นเขา  หายนะเธอ

คำมั่นเขา หายนะเธอ

ชีวิตสถาปนิกของฉันพังทลายเมื่อคเชนทร์คู่หมั้นทรยศด้วยการยกผลงานฉันให้รักแรกของเขา เขาปล่อยให้เธอทำร้ายฉันและขึ้นบัญชีดำฉันจากวงการ แม้ฉันจะอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ แต่เขากลับผลักฉันล้มลงอย่างเลือดเย็นที่โรงพยาบาลแล้วทิ้งไป ความเจ็บปวดทำให้ฉันตัดสินใจหนีไปต่างประเทศพร้อมลูกในครรภ์ เปลี่ยนตัวตนใหม่และตัดขาดจากอดีตโดยสิ้นเชิง ห้าปีผ่านไปในฐานะคนแปลกหน้า ฉันจะไม่ยอมกลับไปเป็นเหยื่อให้คำสัญญาจอมปลอมของเขาอีกต่อไป
ตอน
แชร์

ตอน 1

ค่ำคืนนี้ควรจะเป็นค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงานของฉัน

ฉันคือตัวเต็งสำหรับรางวัลสถาปัตยกรรมยอดเยี่ยมแห่งปี เกียรติยศสูงสุดในวงการสถาปนิก

แต่รางวัลกลับตกเป็นของใครก็ไม่รู้...รักแรกของคู่หมั้นฉัน ภรรยาม่ายของพี่ชายเขา

คเชนทร์ คู่หมั้นของฉัน ผู้ชายที่ควรจะสร้างผลงานชิ้นเอกที่ฉันออกแบบ กลับหยิบยื่นผลงานทั้งชีวิตของฉันไปให้เธอ

เขาบอกว่าเธอต้องการมันมากกว่า

จากนั้นเขาก็บังคับให้ฉันเป็นพี่เลี้ยงให้เธอ ปล่อยให้เธอรับหน้าเอาผลงานของฉันไปเป็นของตัวเอง

ระหว่างการถ่ายทำโปรโมตโปรเจกต์ เขายืนมองเฉยๆ ปล่อยให้เธอตบหน้าฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยอ้างว่า “เพื่อให้ได้ภาพที่สมจริง”

และเมื่อฉันตบเธอกลับ เขาก็ไล่ฉันออกจากงานและขึ้นบัญชีดำฉันจากทั้งวงการ

แต่เขายังไม่หยุดแค่นั้น

เขาผลักฉันล้มลงกับพื้นทางเดินในโรงพยาบาลจนฉันเลือดออก แล้วทิ้งฉันไป

เขาทั้งหมดนี้...ในขณะที่ฉันกำลังตั้งท้องลูกของเขา

ตอนที่นอนอยู่บนพื้นโรงพยาบาลอันเย็นเฉียบ ฉันตัดสินใจแล้ว

ฉันพาลูกในท้องของฉันหายไป

ฉันบินไปประเทศใหม่ เปลี่ยนชื่อ ตัดขาดทุกการติดต่อ

ห้าปีเต็ม...เราสองคนเป็นเหมือนวิญญาณที่ไร้ตัวตน

บทที่ 1

อากาศในห้องโถงใหญ่หนาหนักไปด้วยความคาดหวัง

ฉันลูบชุดราตรีผ้าไหมของตัวเองให้เรียบ หัวใจเต้นระรัวอยู่ในอกราวกับจะทะลุออกมา

คืนนี้คือคืนที่ฉันทุ่มเทมาทั้งชีวิตการทำงาน

รางวัลสถาปัตยกรรมยอดเยี่ยมแห่งปี

ผลงานออกแบบของฉัน “สุริยาศิลา” คือตัวเต็งอันดับหนึ่ง

มันไม่ใช่แค่ตึก แต่มันคือจิตวิญญาณของฉันที่หลอมรวมขึ้นจากแก้วและเหล็กกล้า

อาจารย์อาทิตย์ สถาปนิกรุ่นใหญ่ที่ฉันนับถือ ตบไหล่ฉันเบาๆ

“ขอแสดงความยินดีล่วงหน้านะคีตา ชัยชนะที่คู่ควรจริงๆ สุริยาศิลาคือผลงานชิ้นเอก”

ฉันส่งยิ้มขอบคุณให้เขา แม้จะประหม่าอยู่บ้าง “ขอบคุณค่ะอาจารย์ อย่าเพิ่งพูดเป็นลางไปเลยค่ะ”

เขาหัวเราะเบาๆ “อัจฉริยะน่ะไม่มีอะไรมาขวางได้หรอก”

คเชนทร์ วรโชติ คู่หมั้นของฉัน ควรจะอยู่เคียงข้างฉันในคืนนี้

เขาคือเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในกรุงเทพฯ ผู้ชายที่จะเป็นคนสร้างสุริยาศิลาให้กลายเป็นจริง

แต่เขาโทรมาเมื่อชั่วโมงก่อน บอกว่าติดประชุมด่วน

เขาสัญญาว่าจะชดเชยให้ฉัน

พิธีกรบนเวทีก้าวขึ้นมาหน้าโพเดียม “และบัดนี้ ก็ถึงช่วงเวลาที่ทุกท่านรอคอย รางวัลสถาปัตยกรรมยอดเยี่ยมแห่งปี ได้แก่...”

ฉันกลั้นหายใจ รอยยิ้มเริ่มปรากฏบนริมฝีปาก

“...คุณพิมดาว กับผลงาน ‘หลิวลู่ลม’”

ชื่อนั้นกระแทกเข้ามาในหูฉันเหมือนโดนค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางอก

มันไม่สมเหตุสมผลเลย หลิวลู่ลมเป็นงานที่ลอกเลียนแบบและไม่มีแรงบันดาลใจ

พิมดาวเป็นใครก็ไม่รู้ ไม่มีใครรู้จัก

ความเย็นเยียบแล่นจับขั้วหัวใจ มือของฉันชาด้าน

ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาทุกคู่ในห้องโถงที่จับจ้องมาที่ฉัน ตัวเต็งที่เพิ่งถูกหักหน้ากลางเวที

ฉันฝืนปรบมือ แข็งทื่อราวกับหุ่นยนต์

ฉันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เบาะกำมะหยี่นุ่มๆ ให้ความรู้สึกเหมือนก้อนหิน

รอยยิ้มที่ฝืนปั้นไว้บนใบหน้าเหมือนกำลังจะแตกร้าว

สายตาฉันกวาดไปทั่วฝูงชน มองหาอะไรก็ได้ที่จะทำให้เรื่องนี้สมเหตุสมผล

และแล้วฉันก็เห็นเขา

คเชนทร์

เขาไม่ได้ประชุมอยู่

เขานั่งอยู่ตรงนั้น แถวที่สาม ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดอย่างดี

เขาไม่ได้มองมาที่ฉัน

สายตาของเขาจับจ้องอยู่บนเวที จับจ้องผู้หญิงที่กำลังเดินไปยังโพเดียม

พิมดาว...รักแรกของคู่หมั้นฉัน ภรรยาม่ายของพี่ชายเขา

การมาของเขาที่นี่ ไม่ใช่เพื่อฉัน

แต่เพื่อเธอ

เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นรอบตัวฉัน อื้ออึงไปด้วยความสับสนและสงสัย

“พิมดาวเหรอ? เธอเป็นใครกัน?”

“ได้ยินว่าเธอมีความเกี่ยวข้องกับวรโชติ กรุ๊ป สปอนเซอร์หลักของงานนี้นี่”

“มันรู้สึก...แปลกๆ นะ สุริยาศิลาเป็นผู้ชนะที่ชัดเจนกว่าเยอะ”

สมองของฉันปะติดปะต่อเรื่องราวได้อย่างชัดเจนและโหดร้าย

คเชนทร์เป็นคนทำเรื่องนี้

เขาแย่งรางวัลของฉันไปให้เธอ

ฉันจำบทสนทนาเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนได้

พิมดาวร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในห้องนั่งเล่นของเรา เรื่องอาชีพการงานที่ไม่ก้าวหน้าและไม่มีวันไปถึงฝัน

ฉันจำได้ว่าคเชนทร์กอดเธอไว้ แล้วกระซิบคำสัญญา

“พี่จะทำให้มันเกิดขึ้นเองพิม พี่สัญญา พี่เป็นหนี้เธอ”

เขาเป็นหนี้เธอ...สำหรับเหตุการณ์ในอดีตที่คลุมเครือไปด้วยความรู้สึกผิด เรื่องราวที่เขาไม่เคยเล่าให้ฉันฟังจนจบ

เรื่องราวที่เขาเชื่อว่าพิมดาวเคยช่วยชีวิตเขาไว้

สิบปีในชีวิตของฉัน

คืนที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอน การเสียสละ การทุ่มเททุกอย่างให้กับงาน...ทั้งหมดนั้นมาจบลงในวินาทีนี้

วินาทีที่เขายกมันไปประเคนให้เธอบนพานเงินพานทอง เพียงเพราะเธออ่อนแอและเขารู้สึกผิด

พิธีมอบรางวัลจบลงอย่างพร่าเลือน ฉันนั่งนิ่งแข็งทื่อจนกระทั่งห้องโถงเริ่มว่างเปล่า

ในที่สุดคเชนทร์ก็เดินมาหาฉัน สีหน้าของเขาอ่านไม่ออก

“คีตา”

ฉันลุกขึ้นยืน เสียงของฉันสงบนิ่งจนน่ากลัว “ทำไมคะพี่เคน”

เขากล้าดียังไงทำหน้าสับสน “มันก็แค่รางวัล ไม่ได้ลดทอนความสามารถของคุณซะหน่อย”

“แต่มันเป็นรางวัลของฉัน” ฉันพูด เสียงสั่นเครือ “มันคือรางวัลสถาปัตยกรรมยอดเยี่ยมแห่งปี คุณจะยกมันให้ใครไปง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้”

“พิมต้องการมันมากกว่า มันเป็นบันไดให้เธอ”

การปัดความทุ่มเททั้งชีวิตของฉันทิ้งอย่างไม่ใยดีของเขา ทำให้เส้นความอดทนของฉันขาดผึง

“เธอต้องการมันเหรอ? แล้วสิ่งที่ฉันต้องการล่ะ? สิ่งที่ฉันสมควรได้รับล่ะ? ฉันทุ่มเทชีวิตสิบปีเพื่อมาถึงจุดนี้! เกียรติของฉัน ชื่อเสียงของฉัน อนาคตของฉัน...นั่นคือสิ่งที่รางวัลนี้เป็นตัวแทน!”

ฉันตัวสั่นจนแทบยืนไม่ไหว คำพูดพรั่งพรูออกมาเหมือนเขื่อนแห่งความเจ็บปวดและทรยศที่พังทลาย

“มันไม่ใช่แค่รางวัล! มันคือทุกสิ่งทุกอย่าง!”

ฉันจุกจนพูดไม่ออก

ชั่ววินาทีหนึ่ง ฉันเห็นบางอย่างวูบไหวในดวงตาของเขา...อาจจะเป็นความรู้สึกผิด

แต่มันก็หายไปเร็วพอๆ กับที่ปรากฏขึ้น

“ผมจะหาอย่างอื่นให้คุณเองคีตา โปรเจกต์ที่ใหญ่กว่านี้ แค่ปล่อยเรื่องนี้ไป”

คำสัญญาที่ว่างเปล่า ดูถูกกันสิ้นดี

เขาไม่เข้าใจ เขาไม่เคยใส่ใจ

“ฉันไม่ต้องการให้คุณหาอะไรให้” ฉันพูด เสียงแผ่วลงจนเกือบเป็นกระซิบ “ฉันหามาได้ด้วยตัวเอง”

ทันใดนั้น เสียงใสๆ ก็ดังขึ้น

“พี่เคน!”

พิมดาวที่กำลังกอดถ้วยรางวัลสีทองหนักอึ้งวิ่งมาหาเรา

เธอโผเข้ากอดคอคเชนทร์ ไม่แม้แต่จะชายตามองฉัน

เธอผละออกมา ดวงตาเป็นประกาย “พิมไม่อยากจะเชื่อเลย ขอบคุณนะคะ ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ!”

ใบหน้าของคเชนทร์อ่อนโยนลงเมื่อมองเธอ เขาปัดผมเธอทัดหู

“พิมสมควรได้รับมัน ความสามารถของพิมสมควรได้รับการมองเห็น”

สมควรได้รับมัน...คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในห้องโถงที่ว่างเปล่า เหมือนเสียงหัวเราะเยาะเย้ยหยัน

เธอไม่ได้อดหลับอดนอนเพื่อขัดเกลาแบบแม้แต่คืนเดียว

เธอไม่ได้ต่อสู้เพื่อทุกเส้นสาย ทุกมุม ทุกเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณที่ฉันทุ่มเทลงไป

เธอแค่ร้องไห้...แล้วเขาก็ทำให้ฝันของเธอเป็นจริง

ฉันทนดูต่อไปอีกวินาทีเดียวก็ไม่ไหว

ฉันหันหลังเดินจากไป ปล่อยให้เสียงพูดคุยอย่างมีความสุขของพวกเขาสองคนไล่หลังฉันออกไปสู่ค่ำคืนที่หนาวเหน็บ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมียเช่า
8.0
เพียงคืนเดียวที่รอยมลทินถูกยัดเยียดให้ เธอต้องแบกรับคำตราหน้าอันแสนเจ็บปวดว่าเป็นเพียงผู้หญิงขายตัว ทั้งที่ความเลวร้ายนี้เกิดจากการทรยศของคนใกล้ชิดไม่ใช่ความยินยอมของเธอเลย ทว่าชายหนุ่มผู้พรากพรหมจารีไปกลับไม่ยอมจบเพียงเท่านั้น ความลุ่มหลงทำให้เขาตามรังควานพร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธเพื่อผูกมัดเธอไว้ จากสถานะเมียเช่าชั่วคราวที่เขาเคยดูแคลน กลับถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเมียถาวรที่เขาปรารถนาจะครอบครองไว้เพียงผู้เดียวตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย แพ้รักนางบำเรอชั่วคราว
8.8
วีรยาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อภาระหนี้สินของบิดากลายเป็นกรงขังที่บีบให้เธอต้องชดใช้ด้วยร่างกาย ในฐานะนางบำเรอชั่วคราวแทนที่น้องสาวตามความต้องการของพ่อเลี้ยง การเสียสละอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและพันธนาการที่ยากจะดิ้นรน ท่ามกลางความทุกข์ทนที่ดูเหมือนไร้ทางออก ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นอย่างผิดที่ผิดเวลาอาจเป็นได้ทั้งยาพิษที่ทำลายชีวิตหรือเป็นหยาดน้ำชุบเลี้ยงหัวใจให้ก้าวผ่านโชคชะตาอันโหดร้ายนี้ไปได้
หน้าปกนวนิยาย รอยแผลพิศวาส
8.5
จำปาแม่ม่ายลูกอ่อนผู้โหยหาความอบอุ่นต้องตกอยู่ในบ่วงกามารมณ์ของลุงเข้ม ชายผู้เจนจัดในกามราคะที่รู้วิธีปลุกเร้าอารมณ์หญิงสาวได้อย่างเชี่ยวชาญ มือหยาบกร้านบีบเค้นทรวงอกอวบอิ่มที่มีน้ำนมไหลซึมอย่างรุนแรง สลับกับการใช้ลิ้นและนิ้วรุกรานจุดอ่อนไหวจนหล่อนสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่านอย่างที่ไม่เคยได้รับจากสามีเก่า ลีลาการเล้าโลมที่ดุดันและเหนือชั้นของลุงเข้มทำให้จำปาไร้ทางขัดขืน ยอมสยบให้แก่สัมผัสอันเร่าร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย กำราบรักมัดใจนางบำเรอ
9.7
พลอยชมพูต้องเผชิญกับความหวาดหวั่นเมื่อตกอยู่ในเงื้อมมือของเอเดน มหาเศรษฐีรุ่นใหญ่ผู้มีแววตากระหายและท่าทางดุดัน เขาตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าในตัวเธอด้วยวาจาเชือดเฉือนประหนึ่งเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ แม้เธอจะหวาดกลัวในความป่าเถื่อนของชายคราวพ่อที่มีหนวดเคราปกคลุมใบหน้า แต่เสน่ห์อันเหลือร้ายและความหล่อเหลาของเขากลับทำให้เธอเริ่มหวั่นไหวอย่างน่าประหลาด หากต้องสูญเสียความบริสุทธิ์ให้ชายผู้นี้ เธอก็พร้อมจะปล่อยใจไปกับแรงปรารถนาที่เขามอบให้
หน้าปกนวนิยาย หลังจากแต่งงานแล้ว ฉันจึงรู้ว่าฉันคือแสงจันทร์สีขาวของเจ้านาย
9.0
อดีตคุณหนูวินเซียนเล่อผู้เย่อหยิ่งเคยอุปถัมภ์ซางซือซวี่เด็กหนุ่มยากจนผู้เย็นชา แปดปีผ่านไปโชคชะตากลับพลิกผัน เมื่อเธอกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัวที่ถูกกดขี่ แต่เขากลับก้าวขึ้นเป็นนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล การกลับมาพบกันอีกครั้งเต็มไปด้วยความแค้น ซางซือซวี่ประกาศว่าความเกลียดชังต่อเธอคือแรงผลักดันให้เขาสำเร็จ ทว่าท่ามกลางพายุอารมณ์และความโกรธแค้น เขากลับแสดงความครอบครองอย่างบ้าคลั่งโดยสั่งห้ามไม่ให้เธอเป็นของชายอื่นนอกจากเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย ปรารถนามายาลวง
8.8
เมื่อความรักถูกอาบด้วยคำลวงจนกลายเป็นการทรยศ ความเจ็บปวดจากการดิ้นรนไขว่คว้าจึงกลายเป็นบทเรียนที่แสนเหนื่อยล้า แม้หัวใจจะบอบช้ำจนอยากหยุดพัก แต่ลึกๆ กลับยังมีคำถามว่าเหตุใดมนุษย์ยังโหยหาความรักอยู่เสมอ แท้จริงแล้วรักอาจสมบูรณ์ในตัวเองเพียงแค่ได้รู้สึก แม้ไม่ได้ครอบครองหรือได้รับรักตอบกลับมา แต่นิยามของการแอบรักฝ่ายเดียวก็ยังคงทิ้งความทรงจำที่งดงามไว้ในใจว่าครั้งหนึ่งเราเคยได้รักใครสักคนอย่างสุดหัวใจ