หน้าปกนวนิยาย เซ็นหย่าไม่รู้ว่าเสียอะไรไป

เซ็นหย่าไม่รู้ว่าเสียอะไรไป

8.6 / 10.0
ตลอด 4 ปี ภราดรเห็นภรรยาเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ไร้ค่า เมื่อแฟนเก่ากลับมา เขาก็พร้อมเขี่ยเธอทิ้งอย่างไม่ใยดี แม้วันที่เธอแจ้งข่าวตั้งครรภ์ เขากลับเลือกดูแลอีกฝ่ายที่แค่บาดเจ็บเล็กน้อย ความอดทนสิ้นสุดลง เธอจึงซ่อนใบหย่าไว้ในกองเอกสารให้เขาเซ็นเพราะความรีบร้อนเพื่อไปหาชู้รัก โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือการสละสิทธิ์ในตัวลูกและเมีย เธอตัดสินใจหนีไปเริ่มชีวิตใหม่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ทิ้งให้เขารู้ซึ้งถึงความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ไม่อาจเรียกคืนได้อีกตลอดกาล

เซ็นหย่าไม่รู้ว่าเสียอะไรไป ตอนที่ 1

สามีเซ็นใบหย่าโดยไม่รู้ตัว เพราะมัวแต่กกกอดอยู่กับแฟนเก่าที่เขาพาเข้ามาหยามเกียรติฉันถึงในบ้าน

ในมือฉันกำผลตรวจครรภ์ที่เขาไม่มีวันได้เห็นแน่น แต่มันไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว

เพราะวินาทีที่เขาจรดปากกาเซ็นชื่อลงไปโดยไม่อ่านเนื้อหา ฉันก็กลายเป็นอิสระจากนรกขุมนี้ทันที

ตลอด 4 ปีที่แต่งงานกันมา ฉันเป็นได้แค่ "เฟอร์นิเจอร์ที่เคลื่อนที่ได้" สำหรับภราดร เขาเย็นชา ไร้หัวใจ และเมื่ออิสรีย์ แฟนเก่าของเขากลับมา เขาก็พร้อมจะเขี่ยฉันทิ้งเหมือนขยะเพื่อเอาใจเธอ

ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นในวันที่ฉันไปโรงพยาบาลและพบว่าตัวเองตั้งท้อง ฉันโทรหาเขาด้วยความดีใจ แต่เขากลับตวาดใส่และบอกว่ากำลังยุ่งอยู่กับการดูแลอิสรีย์ที่แค่ "ข้อเท้าแพลง"

วินาทีนั้นฉันตาสว่าง ความรักที่ฉันมีให้เขามันตายไปพร้อมกับความหวัง ฉันวางแผนอย่างใจเย็น สอดไส้ใบหย่าไว้ใต้กองเอกสารวิจัยที่ให้เขาเซ็น

เขาเซ็นมันอย่างรวดเร็วเพื่อจะรีบไปหาชู้รัก โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือการเซ็นยกเลิกสิทธิ์ความเป็นพ่อและสามีของตัวเอง

ตอนนี้ฉันกำลังจะขึ้นเครื่องไปสวิตเซอร์แลนด์ เริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูกในท้อง

ส่วนภราดร... รอให้เขารู้ตัวตอนที่หิมะถล่มลงมาทับความรู้สึกผิดของเขาเถอะ ว่าเขาได้สูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปตลอดกาลแล้ว

บทที่ 1

รุ่งนภา POV:

กว่าสี่ปีที่ฉันใช้ชีวิตอยู่กับภราดร ฉันพยายามทำให้ทุกวันของการแต่งงานที่ไร้ซึ่งความรัก ให้มันมีความหมาย แต่ไม่เลย สุดท้ายฉันก็เป็นแค่อากาศธาตุในบ้านหลังใหญ่หลังนี้

ฉันหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาอย่างใจเย็น

มันหนักอึ้งในมือฉัน ไม่ใช่เพราะน้ำหนักของกระดาษ แต่เพราะน้ำหนักของการตัดสินใจ

มันคือเอกสารที่จะยุติทุกสิ่งทุกอย่าง

ใบหย่า

ฉันหันไปมองทนายความผู้ชำนาญการที่นั่งอยู่ตรงหน้า ฉายาของเขาคือ "ทนายผีดิบ" เพราะใบหน้าของเขาไม่เคยแสดงความรู้สึกใด ๆ

"คุณมั่นใจแล้วใช่ไหมครับ คุณรุ่งนภา" เสียงของเขาราบเรียบ

ฉันพยักหน้าช้า ๆ

"ฉันคิดเรื่องนี้มานานพอแล้วค่ะ"

จริง ๆ แล้วมันนานเกินไป

นานเกินกว่าที่คนคนหนึ่งควรจะเสียเวลาให้กับการแต่งงานที่ว่างเปล่าเช่นนี้

ทนายผีดิบจ้องมองฉันด้วยแววตาที่ว่างเปล่า

ฉันรู้ดีว่าในสายตาเขา ฉันคงเป็นแค่ผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

ผู้หญิงที่ตาบอดเพราะความรัก

ผู้หญิงที่คิดว่าเงินทองและอำนาจจะซื้อความสุขที่แท้จริงได้

"คุณดูผอมลงไปมาก" เขาพูดขึ้นอย่างไม่คาดคิด

คำพูดนั้นทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าเบา ๆ

ฉันรู้ว่าตัวเองผอมลง

นอนไม่หลับมาหลายเดือนแล้ว

แต่ฉันก็ไม่อยากได้ความเห็นอกเห็นใจจากเขา

หรือจากใครก็ตาม

"ไม่เป็นไรค่ะ" ฉันตอบสั้น ๆ "ฉันดูแลตัวเองได้"

ทนายผีดิบเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

"คุณแน่ใจนะครับว่าคุณไม่ต้องการส่วนแบ่งในทรัพย์สิน"

"ฉันไม่ต้องการอะไรเลยค่ะ" ฉันตอบทันที น้ำเสียงของฉันหนักแน่น "แค่เพียงอิสรภาพของฉัน"

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง

"คุณภราดรคงไม่ยอมง่าย ๆ หรอกนะครับ"

"เขาจะยอมค่ะ" ฉันพูดอย่างมั่นใจ

ฉันรู้ว่าภราดรจะเซ็นมัน

เพราะเขาไม่เคยใส่ใจในสิ่งที่ฉันทำ

เขาไม่เคยมองเห็นฉันเลยด้วยซ้ำ

ฉันวางซองเอกสารลงบนโต๊ะของทนายผีดิบ

"ฉันจะให้เขาเซ็นเอง"

"คุณจะทำแบบนั้นเหรอครับ"

"ฉันมีวิธีของฉันค่ะ"

ฉันยิ้มอย่างเย็นชา

"พรุ่งนี้เช้าฉันจะนำเอกสารที่เซ็นแล้วมาให้คุณ"

ฉันไม่ต้องการให้เขาสงสัย

ไม่ต้องการให้เขารู้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยของฉัน

ฉันลุกขึ้นยืน

ความรู้สึกหนักอึ้งในอกเริ่มเบาบางลงบ้างแล้ว

ฉันกำลังจะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ

เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์จันทร์งาม อันโอ่อ่าแต่ว่างเปล่า ฉันเดินผ่านโถงทางเดินกว้างขวาง

ไม่มีใครทักทายฉัน

ไม่มีใครเงยหน้าขึ้นมอง

เหมือนฉันเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่เคลื่อนที่ได้

ฉันเคยรู้สึกเหมือนเป็นแค่วัตถุ สิ่งของ

ไม่มีชีวิตจิตใจ

ไม่มีความรู้สึก

แต่ตอนนี้ฉันจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว

ฉันเดินตรงไปยังห้องทำงานของภราดร เสียงหัวเราะดังเล็ดลอดออกมา

เสียงหัวเราะของอิสรีย์

กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกของเธอฟุ้งกระจายไปทั่วคฤหาสน์

ฉันจำได้ว่าภราดรเกลียดกลิ่นน้ำหอมแรง ๆ

แต่ตอนนี้เขากลับปล่อยให้มันอบอวลไปทั่วบ้านของเขา

บ้านของเรา

ฉันผลักบานประตูห้องทำงานเข้าไป

ภาพที่เห็นทำให้หัวใจฉันบีบรัด

ภราดรกำลังโอบอิสรีย์ไว้ในอ้อมแขน

อิสรีย์หัวเราะร่าอย่างมีความสุข

พวกเขาดูผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ

ต่างจากเวลาที่อยู่กับฉันโดยสิ้นเชิง

รอยยิ้มบนใบหน้าของภราดรหายไปทันทีเมื่อเขาเห็นฉัน

ใบหน้าของเขาแข็งกระด้างขึ้น

อิสรีย์หันมามองฉันอย่างไม่พอใจ

"อ้าว รุ่งนภา มาได้ยังไงเนี่ย" อิสรีย์พูดด้วยน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็นเป็นมิตร แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววเย้ยหยัน

ภราดรขยับตัวเล็กน้อย ปล่อยอิสรีย์ออกจากอ้อมแขนอย่างช้า ๆ

"รุ่ง" เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์

ไม่มีคำว่า "ที่รัก" หรือ "ภรรยา"

มีแค่ "รุ่ง" เท่านั้น

ฉันพยักหน้าเบา ๆ

"ฉันมาเอาเอกสารให้คุณเซ็นค่ะ"

อิสรีย์หัวเราะคิกคัก

"โอ๊ย รุ่งนภา เธอทำตัวเหมือนเมียหลวงในละครเลยนะเนี่ย ดร. เขากำลังยุ่งอยู่"

"ไม่เป็นไรหรอกอิส" ภราดรพูด "เอกสารอะไร"

ฉันเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน วางซองเอกสารสีน้ำตาลลงตรงหน้าเขา

เสียงของกระดาษกระทบกับไม้ดังชัดเจนในความเงียบที่เกิดขึ้นกะทันหัน

ภราดรเหลือบมองซองเอกสารเพียงแวบเดียว

เขากำลังยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ แต่เมื่อเห็นซองเอกสาร มือของเขาก็ชะงักกลางอากาศ

ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย

"เอกสารอะไร" เขาทวนคำ

ฉันวางเอกสารวิจัยที่ฉันต้องเซ็นกำกับในแต่ละหน้าทับลงไป

"เอกสารวิจัยค่ะ ที่ฉันจะต้องใช้ในการยื่นขอทุนการศึกษา" ฉันโกหก "ฉันต้องการให้คุณเซ็นกำกับในหน้าสุดท้าย เพื่อยืนยันว่าคุณรับทราบเรื่องที่ฉันจะไปศึกษาต่อต่างประเทศค่ะ"

คำโกหกนั้นเจ็บปวดกว่าที่ฉันคิด

มันเจ็บปวดที่ต้องโกหกคนที่ฉันเคยรักมากที่สุด

แต่ฉันไม่มีทางเลือก

ครอบครัวของฉันเป็นหนี้บุญคุณตระกูลของภราดร

เขาช่วยปลดหนี้ให้พ่อแม่ของฉัน

ฉันจึงต้องแต่งงานกับเขา

เพื่อชดใช้หนี้

ฉันกลัวว่าเขาจะปฏิเสธที่จะเซ็น

ฉันกลัวว่าเขาจะกักขังฉันไว้ในกรงทองแห่งนี้ตลอดไป

ภราดรลังเลเล็กน้อย

อิสรีย์เห็นท่าทีของเขา จึงรีบเข้ามาแทรกแซง

เธอวางมือลงบนแขนของภราดรเบา ๆ อย่างเอาใจ

"ดร. คะ เซ็น ๆ ไปเถอะค่ะ" เธอบอก "เอกสารแค่นี้เอง ดร. ก็เซ็นมาตั้งเยอะแล้วนี่นา"

ภราดรมองอิสรีย์

จากนั้นเขาก็หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นอย่างรวดเร็ว

หัวใจฉันเต้นระรัว

ฉันรีบดึงเอกสารกลับมาทันที

"ขอบคุณค่ะ" ฉันพูดเสียงเรียบ

อิสรีย์หัวเราะเยาะ

"รีบไปไหนเนี่ย หรือว่ากลัวว่าใครจะเห็นว่าเธอกับดร. ยังอยู่ด้วยกัน"

ฉันไม่ตอบ

ฉันหันหลังเดินออกจากห้องทำงานของภราดรไปอย่างช้า ๆ

มือของฉันเย็นเฉียบและสั่นเทา

ฉันกำเอกสารแน่นราวกับกลัวว่ามันจะหลุดมือไป

เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง เสียงหัวเราะของอิสรีย์ก็ดังขึ้น

เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยชัยชนะ

แต่เธอไม่รู้หรอกว่าคืนนี้ใครคือผู้ชนะที่แท้จริง

ฉันก้าวเดินออกไปจากห้องนั้น

ไปจากชีวิตที่ว่างเปล่านี้

คำว่า "อิสรภาพ" มันช่างหอมหวานเหลือเกิน

อ่านต่อ

สารบัญ เซ็นหย่าไม่รู้ว่าเสียอะไรไป

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย อาญารัก ข้ามขอบฟ้า
8.2
คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มลูกครึ่งผู้มั่งคั่ง เดินทางมาเมืองไทยเพื่อตามหาแหวนเพชรล้ำค่าที่เป็นมรดกทางใจของปู่ จนได้พบว่ามันอยู่กับน้ำริน พยาบาลสาวชาวไทยอย่างน่าสงสัย เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือหัวขโมย จึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปยังญี่ปุ่นเพื่อเค้นความจริง น้ำรินที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ว่ามีคนมอบของสำคัญนี้ให้เธอมาเอง ท่ามกลางความขัดแย้งและปริศนาที่รอการพิสูจน์ความจริงระหว่างเขากับเธอ
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย Oops sorry ผู้ชายคนนี้เป็นของหนู
8.4
เมื่อความปรารถนาในตัวชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบกลายเป็นเป้าหมายหลักที่เธอต้องคว้ามาให้ได้ หญิงสาวจึงต้องเผชิญกับบททดสอบของความอดทนอย่างหนักหน่วง ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและดุดันจากฝ่ายชาย เธอจำเป็นต้องเตรียมใจรับมือกับความเหนือชั้นทางร่างกายที่เขาพร้อมจะมอบให้ในทุกค่ำคืน หากเธอตัดสินใจแล้วว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่ใช่ เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้มแข็งและทนทานต่อความต้องการอันมหาศาลของเขาเพื่อให้ได้ครอบครองเขาไว้อย่างสมใจ
หน้าปกนวนิยาย ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
เมื่อฮันเตอร์ ทายาทราชาหมาป่าหิมะแห่งเผ่าอาร์กติกมีเวลาเหลือเพียงห้าปีในการสร้างทายาทเพื่อรักษาอำนาจในเมืองไลแคนโทรป เขาจึงจ้างปริ๊น มนุษย์โลกข้ามมิติมาสอนร้องเพลงเพราะความหลงใหลในเสียงดนตรี ทว่าความสัมพันธ์นี้กลับสั่นคลอนตำแหน่งผู้นำ เมื่อปริ๊นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรตามกฎเกณฑ์ได้ ขณะที่ศัตรูต่างเผ่ากำลังจ้องทำลาย ท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสัญชาตญาณดิบและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ที่กำลังจะสิ้นสุดลง
หน้าปกนวนิยาย หวงรักเมียบังเอิญ
9.0
พบูสาวโสดวัยยี่สิบสี่ปีที่เพิ่งตกงาน ตัดสินใจออกเดินทางพักใจบนเรือสำราญหรูด้วยตั๋วฟรีที่ได้มาอย่างโชคดี ทว่าทริปในฝันกลับกลายเป็นพันธนาการที่เธอไม่อาจหลีกหนี เมื่อได้พบกับอาเชอร์ ชายหนุ่มผู้มั่งคั่งที่ถูกดึงดูดด้วยความงามราวกับดอกไม้ของเธอ เขาพยายามเข้าหาด้วยเล่ห์กลเพื่อเอาชนะการต่อต้านของหญิงสาว แต่เมื่อเขาได้ครอบครองเธอสมใจและตั้งใจจะสลัดทิ้ง อาเชอร์กลับพบว่าความรู้สึกที่มีต่อเมียบังเอิญคนนี้ซับซ้อนเกินกว่าจะตัดใจได้ง่ายอย่างที่คิดไว้
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวคาวโลกีย์
8.1
เมื่อชายหนุ่มผู้หวงแหนชีวิตโสดไม่อยากแต่งงานตามคำสั่งของมารดาที่แสนจู้จี้ เขาจึงต้องเฟ้นหาผู้หญิงที่แซ่บและเร้าใจมาเป็นไม้กันหมาเพื่อคานอำนาจภายในครอบครัว จนได้พบกับณดา สาวมั่นที่เชื่อมั่นว่ามีเงินทองมากมายก็ไม่จำเป็นต้องมีสามี แต่เมื่อเธอตัดสินใจรับงานรับจ้างเป็นเจ้าสาวกำมะลอเพื่อช่วยเขา แผนการตบตาครั้งนี้กลับกลายเป็นบททดสอบหัวใจที่แสนอันตราย เมื่อเธอต้องเผชิญกับไฟเสน่หาที่ร้อนแรงเกินกว่าจะต้านทานได้ไหวในความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์จึงแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาที่แผดเผาทุกสิ่ง
ตอน
อ่านเลย
แชร์