
คุณครับ...ผิดคิว
ตอน 2
Cue 1
บ้านหลังขนาดใหญ่ในหมู่บ้านจัดสรรกลางเมืองหลวง
“คุณพ่อว่ายังไงนะครับ” เนย์ที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้ามพ่อและแม่ถามอย่างไม่มั่นใจ
“พ่ออยากให้แกหมั้นกับคีย์ ลูกชายของเพื่อนพ่อ ถ้าลูกจำได้ตอนเด็กก็เจอกันบ่อยอยู่”
“พ่อมีเหตุผลอย่างอื่นหรือเปล่าครับ” เนย์หรี่ตามองผู้เป็นพ่ออย่างรู้ทัน
“จริง ๆ แล้วสินมันอยากได้ลูกเป็นลูกสะใภ้แล้วก็อยากให้ลูกช่วยดูแลเจ้าคีย์มันน่ะสิ เห็นว่าช่วงนี้หนักเอาเรื่องอยู่”
“พี่คีย์เป็นอะไรครับพ่อ ส่วนเรื่องหมั้น พี่คีย์เขาโอเคหรอครับ ไม่ใช่ว่าเขามีแฟนอยู่แล้วหรอ”
“เพิ่งโดนสาวบอกเลิกมาน่ะสิ แถมยังได้เงินไปอีกไม่น้อย คีย์โกรธและเสียใจหนักเอาเรื่องอยู่”
“ผมไม่อะไรหรอกครับ ถ้าจะหมั้นก็หมั้น ผมเองก็ยังโสดลองดูกันไปก่อนก็ได้ ถ้าพี่คีย์เขาโอเคน่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะครับถ้ามีสาว ๆ หรือแฟนเก่าเขามาตามหาเรื่องนี่ผมไม่ยอมนะ” เขาเองก็จำพี่คีย์ได้อยู่หรอก แถมเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันจะไม่เคยเห็นหน้ากันเลยก็แปลกแล้ว อีกอย่างตอนเด็ก ๆ พี่คีย์ก็คอยดูแลเขาไม่น้อยตอนที่พ่อกับแม่ต้องบินไปทำงานต่างประเทศ ถ้าเขาช่วยให้พี่คีย์หายเศร้าได้เร็วก็คงดี
เนย์ไม่ได้เป็นคนมองโลกในแง่ดีแต่เพราะครอบครัวของเขาและพี่คีย์นั้นสนิทกันมานาน แม้ว่าช่วงหลายปีหลังเขาจะไม่ได้ไปเจอกับบ้านพี่คีย์เพราะเรียนและทำงานหนักแต่ก็ยังคงได้ยินข่าวเรื่อย ๆ
“งั้นเดี๋ยวเย็นนี้ลูกอย่าเพิ่งออกไปไหนนะ สินมันจะพาคีย์มาทานข้าวเย็นด้วย” เนย์หยักหน้ารับก่อนจะขอตัวขึ้นไปพักที่ห้อง เขาเพิ่งกลับมาจากงานแสดงคอนเสิร์ตที่เข้าไปเซตอัพตั้งแต่เมื่อคืน ที่จริงวันนี้ต้องเข้าไปอีกแต่หัวหน้าบอกให้เขากลับมาพักและค่อยไปอีกทีพรุ่งนี้เช้า ได้นอนสักตื่นน่าจะดี
เขารู้สึกตัวอีกครั้งตอนที่ได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง
“ครับบ” ตะโกนตอบรับไปโดยที่ตายังไม่ได้ลืม ได้ยินเสียงเปิดประตูน่าจะเป็นแม่บ้านที่เข้ามาปลุก
แต่ผ่านไปนานเกือบนาทีเขาก็ยังไม่ได้ยินเสียงพูดจึงค่อย ๆ ฝืนลืมตาขึ้นมา
“อ๊ะ พี่คีย์สวัสดีครับ เดี๋ยวผมล้างหน้าแล้วจะรีบตามลงไป ขอโทษที่ทำให้ต้องขึ้นมาปลุกนะครับ” เขารีบขยับตัวลุกออกจากที่นอนแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าให้ตัวเองตื่น
แต่เนย์ต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคีย์ยังคงนั่งอยู่ปลายเตียงของเขา
“พี่คีย์มีอะไรหรือเปล่าครับ” เนย์ตัดสินใจถามไปตรง ๆ
“เรื่องหมั้น เราโอเคหรือเปล่า” คีย์มองหน้าน้องชายที่เคยเล่นด้วยมาตั้งแต่เด็ก ๆ เขาลืมน้องคนนี้ไปได้ยังไงกันนะ น้องที่คอยเดินตามหลังและเรียกหาเขาไม่หยุด โตขึ้นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“ผมไม่มีปัญหาอะไรครับ ผมยังโสดถ้าเราเข้ากันไม่ได้รอสักปีค่อยขอคุณพ่อกับคุณอาถอนหมั้นท่านก็คงไม่น่าจะว่าอะไร พี่คีย์เถอะครับโอเคจริง ๆ หรือเปล่า” เนย์ถามกลับ ตัวเขานั้นรู้ตัวเองมานานแล้วว่าคงไม่สามารถแต่งงานกับผู้หญิงได้ แต่คนตรงหน้าเขานั้นไม่เคยมีข่าวหรือวี่แววว่าจะชอบผู้ชายมาก่อนเสียด้วยซ้ำไม่รู้คุณอาสินคิดยังไงเรื่องให้พวกเขาหมั้นกัน
“ไม่รู้สิ แต่คงดีกว่าตอนนี้ที่ต้องอยู่คนเดียวล่ะมั้ง” คีย์ตอบพลางมองหน้าเนย์
ดูท่าทางอกหักครั้งนี้คงเอาเรื่องอยู่สินะ
“ลงไปทานข้าวกันก่อนเถอะครับ ส่วนเรื่องหมั้นเดี๋ยวค่อยคุยพร้อมกับพวกคุณพ่อคุณแม่” เนย์บอกก่อนจะเดินนำร่างสูงไปยังห้องอาหารที่มีพ่อกับแม่ของเขาและพ่อแม่ของพี่คีย์นั่งคุยกันอยู่แล้ว
“อาสิน น้าพลอยสวัสดีครับ ขอโทษที่ทำให้รอนะครับพอดีเนย์หลับเพลิน” เขาสวัสดีก่อนจะขอโทษที่ทำให้ผู้ใหญ่ต้องนั่งรอ
“โอยเรื่องแค่นี้ไม่ต้องขอโทษหรอก อาเองก็มากะทันหันเหมือนกัน กฤตมันเล่าให้อาฟังแล้วว่าเราออกไปทำงานตั้งแต่เมื่อคืนเพิ่งจะกลับมาเมื่อเช้า ใจจริงอาไม่อยากให้ไปปลุกด้วยซ้ำแต่กฤตมันบอกให้คีย์ไปเราจะได้ลงมาทานข้าวด้วย”
“อย่ามัวแต่คุยกันเลยค่ะ ทานข้าวกันก่อนดีกว่า” แม่ของเขาพูดก่อนจะพยักหน้าให้แม่บ้านเริ่มตักข้าว
หลังทานกันเสร็จก็ย้ายกันไปที่ห้องนั่งเล่น
“หนูเนย์ เรื่องหมั้นโอเคมั้ยลูก ถ้าเราไม่โอเคยังไงบอกอาได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ” อาสินถาม
“ผมไม่มีปัญหาอะไรครับ”
“แกว่าไงคีย์ จริงจังมั้ย ถ้าหมั้นกันแล้วทำน้องเสียใจก็ไม่ต้อง” อาสินมองหน้าพี่คีย์ก่อนจะหันกลับมามองผม
“ครับ”
“ถ้างั้นก็ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรหรอกนะ ทางนี้ขอแค่แหวนหมั้นก็พอ” ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับพ่อ
“ช่วงนี้หนูเนย์ทำงานเลิกดึกใช่มั้ยจ๊ะถ้างั้นไปอยู่คอนโดกับพี่เขามั้ยลูก จะได้ไม่เหนื่อยมาก” น้าพลอย แม่ของพี่คีย์เสนอ เพราะรู้ว่าสถานที่ทำงานของเนย์ใกล้กับคอนโดของลูกชาย
“ก็ได้ครับ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมทำงานเสร็จแล้วจะเข้าไปที่คอนโดนะครับ พี่คีย์มีกุญแจห้องสำรองมั้ยผมรบกวนฝากไว้ที่เคาท์เตอร์ด้านล่างให้ผมหน่อย” อืมไปอยู่คอนโดก็ดี ใกล้กับฮอลล์คอนเสิร์ตเลย แถมยังใกล้มหาวิทยาลัยอีก ประหยัดเวลาเดินทางได้อีกเยอะ
สองครอบครัวนั่งคุยเรื่องสัพเพเหระกันต่อส่วนเนย์ก็ขอตัวกลับขึ้นไปบนห้องเพื่อเคลียร์งานที่ยังค้างอยู่ โดยมีร่างสูงของคีย์เดินตามมาเงียบ ๆ
“ผมนั่งทำงานนะครับ ถ้าพี่คีย์เบื่อก็หาอะไรทำได้เลย” พูดจบเนย์ก็หันไปนั่งอ่านเทคนิคอลไรเดอร์ของวงที่จะมาเล่นคอนเสิร์ตเพื่อรีเช็กว่ามีอะไรตกไปหรือไม่ โดยเทียบดูกับไรเดอร์และใบเสนอราคาของทางซัพพลายเออร์แต่ละเจ้า
จริง ๆ แล้วจะมีคนรีเช็คก่อนจะส่งใบเสนอราคากลับมาหาเขาอยู่แล้ว แต่บางครั้งก็มีการผิดพลาดได้ซึ่งหากทำเรื่องส่งฝ่ายการเงินไปแล้วจะมีปัญหาดังนั้นการตรวจซ้ำอีกรอบก็เป็นทางป้องกันความผิดพลาดที่ง่ายที่สุด
ตอนนี้เขาเป็นนักศึกษาชั้นปีที่สองของคณะบริหารธุรกิจแต่เขาดันเห็นพ่อทำงานเบื้องหลังทั้งคอนเสิร์ตและละครเวทีมาเยอะเลยทำให้ซึมซับและกลายเป็นความชอบ เขาจึงหาทางเป็นฟรีแลนซ์กับพี่ ๆ ที่รู้จักในบริษัทอีเวนท์ที่รับทำตั้งแต่คอนเสิร์ตภายในประเทศไปยันเป็นโปรโมเตอร์ให้กับศิลปินระดับนานาชาติที่แวะเวียนเข้ามาเปิดคอนเสิร์ตในประเทศ แถมคุณพ่อเองก็มีบริษัทที่ตั้งขึ้นร่วมกับเพื่อนจัดการอีเวนท์และคอนเสิร์ตครบวงจรเช่นกัน
“สวัสดีครับ พี่ออย ผมเนย์นะครับ พอดีผมดูใบเสนอราคาแล้วเห็นมันตกผ้าขนหนูสีดำไปยี่สิบผืนครับ ผมรบกวนพี่เช็คให้อีกทีได้มั้ยครับ”
‘อ๊ะ ได้ ๆ เดี๋ยวพี่รีบเช็คแล้วส่งไปให้ใหม่นะ ขอโทษที ๆ’ พี่ออยจากบริษัทที่เป็นซัพพลายเออร์ของจิปาถะและผ้าซับเหงื่อรีบตอบรับก่อนจะเอาใบเสนอราคากลับไปแก้
ถ้าใบเสนอราคาผิดยังไม่น่ากลัวเท่ากับบริษัทเอามาขาด ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเกิดขึ้นเพราะทุกคนจะรู้ว่าเหลือไว้ดีกว่าขาด บางไรเดอร์แจ้งมาว่าเอาผ้าขนหนู 60 ผืน ก็จะเอามาสัก 90 ผืน เผื่อทางทีมโปรดักชันด้วย
เนย์นั่งทำงานไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกตัวอีกทีก็เกือบห้าทุ่มแล้ว
“อ๊ะ พี่คีย์! ยังไม่กลับหรอครับ” เนย์ตกใจเมื่อหันเก้าอี้กลับมาก็ยังเจอพี่คีย์นอนเอนหลังพิงหัวเตียงแล้วเล่นแท็ปเล็ตในมืออยู่
“รอนายทำงานเสร็จ นี่คีย์การ์ดคอนโดนะ จะเข้าไปกี่โมงก็บอกแล้วกัน เอาเบอร์นายมาด้วย”
เนย์มองหน้าคีย์งง ๆ ก่อนจะรับโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดมากดเบอร์และโทรออก ก่อนจะคืนโทรศัพท์ไปให้
เมื่อคีย์เห็นว่าโทรศัพท์ของเนย์มีสายเรียกเข้าก็กดวาง
“กลับก่อนนะ”
“อ่า เดี๋ยวผมลงไปส่งครับ” บทจะมาก็มาบทจะไปก็ไป เอาแต่ใจเหมือนกันนะ เนย์รีบสาวเท้าเดินตามคีย์ไป
เนย์ยืนมองส่งคีย์จนรถขับออกจากบริเวณบ้านไป
“ผมเลยไม่ได้ลงมาลาอาสินกับน้าพลอยเลย” เนย์เดินกลับเข้ามาเจอพ่อกับแม่ที่ยังนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น
“พอรู้ว่าลูกทำงานก็เลยบอกว่าไม่อยากกวนน่ะ เห็นว่าส่งข้อความขึ้นไปตามเจ้าคีย์แล้วแต่เจ้าตัวบอกว่าจะอยู่คุยกับเราก่อน”
“อ๋อครับ พี่คีย์เอาคีย์การ์ดคอนโดให้ผมมาแล้ว”
“ถ้าไปอยู่คอนโดแล้วไม่สบายใจหรือมีอะไรก็กลับมาได้เลยนะลูกเดี๋ยวแม่คุยกับพลอยเอง ไม่ต้องฝืน” แม่บอกผมท่าทางเป็นกังวล
“ไม่มีอะไรหรอกครับแม่ พี่คีย์เองก็เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็ก อีกอย่างเขาคงไม่ทำอะไรให้พ่อกับแม่มองหน้ากันไม่ติดหรอก”
“คืนนี้ก็อย่าทำงานดึกมากล่ะ” ช่วงนี้พ่อทำแต่งานบริหารเลยทำให้ไม่ได้ทำงานร่วมกันหลายคอนเสิร์ตแล้ว
“ไม่ดึกครับ ผมเคลียร์ใบเสนอราคาเสร็จแล้ว พรุ่งนี้เข้าเซตอัพก็ชิวแล้วครับ” ส่วนงานของเขาคือดูแลในฝั่งเวทีและหลังเวทีซึ่งหน้าที่หลัก ๆ ก็คือดูซัพพลายเออร์อีกที ว่าทำถูกต้องตามไรเดอร์ที่ทางทีมโปรดักชั่นของศิลปินแจ้งไว้มั้ย ปลอดภัยหรือเปล่า
เรื่องความปลอดภัยของศิลปินจะมาเป็นอันดับหนึ่งที่เข้าต้องหมั่นตรวจสอบเสมอ พื้นเวทีเสมอกันมั้ย เดินแล้วสะดุดหรือเปล่า โครงสร้างเวทีถูกต้องมั้ย ไฟที่แขวนขึ้นไปกับบาร์หรือทรัสต์ไม่มีอะไรผิดพลาด ซึ่งงานเมื่อคืนที่เขาเข้าไปก็คือตีกรอบเวทีเพื่อมาร์กจุดให้ซัพฯเข้ามาตั้งโครงเวที แล้วก็อยู่คอยประสานงานระหว่างทีมซัพฯกับฝ่ายสถานที่
ซึ่งเอาจริง ๆ ก็ไม่ได้ทำอะไรมากเพราะซัพฯ แต่ละเจ้าก็คุ้นเคยกันอยู่แล้วยิ่งจัดในฮอลล์ที่เคยจัดยิ่งสบาย ตำแหน่งของเขาคือผู้ช่วยเสตจเมเนเจอร์ แต่ทุกคนก็แทบจะทรีตเขาว่าเป็นเสตจเมเนเจอร์เองแล้วเพราะรอบนี้พี่ใหม่ที่เป็นเสตจเมเนเจอร์ต้องควบตำแหน่งโปรดักชั่นเมเนเจอร์ด้วย งานของเสตจเมฯแทบทั้งหมดเลยไหลมากองรวมอยู่ที่เขา แล้วค่อยรายงานให้พี่ใหม่รับรู้อีกที
เช้าวันรุ่งขึ้นเนย์ตื่นแต่เช้าออกมาวิ่งออกกำลังกาย การทำงานในสายงานนี้ถ้าร่างกายไม่อึดโอกาสที่จะป่วยสูงมากเพราะบางทีก็ไม่ได้นอน หรือต้องทำงานยาวทำให้เวลานอนไม่พอ ไหนจะเรื่องนอนไม่เป็นเวลาอีก ถึงใครจะบอกว่าเป็นงานที่หนัก บอกเลย ผมไม่เถียง! งานหนักจริง ๆ แต่เวลาที่คอนเสิร์ตเริ่มขึ้น ศิลปินได้กระโดดบนเวทีพร้อมกับรอยยิ้มของคนดูในงาน แค่ได้เห็นก็มีความสุขแล้ว
คุณอาจจะชอบ





