
คุณครับ...ผิดคิว
ตอน 3
Cue 2
“น้องเนย์มาแต่เช้าเลยนะ” พี่ใหม่ที่กำลังยืนดูช่างกำลังติดตั้งแบคดรอปถ่ายรูปขนาดใหญ่ที่หน้าทางเข้าฮอลล์คอนเสิร์ตทักเมื่อเห็นผมเดินเข้ามา
“เมื่อวานได้นอนเต็มที่วันนี้เลยตื่นเร็วครับ พี่ใหม่มีอะไรให้ผมช่วยมั้ย”
“ของพี่ไม่มีอะไรแล้วล่ะ อีกเดี๋ยวทีมเมิชเขาจะมาจัดของแล้ว วันนี้พกวอหน่อยนะ”
“ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปดูข้างหลังเลยนะพี่”
“เอ้อ วันนี้ทีมซีเคียว (ทีมรักษาความปลอดภัย) เข้ามาแล้วนะ พี่ฝากรีเช็คเรื่องป้ายคนผ่านเข้าหลังเวทีหน่อยว่าตรงกันมั้ย” พี่ใหม่หันมาบอก ผมพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปยังประตูหลังเวที ก็เจอกับพี่ ๆ ในชุดเครื่องแบบหน่วยรักษาความปลอดภัยยืนอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้า ผมต้องหยิบบัตรผ่านที่มีอักษรเขียนไว้ว่า AAA โดยปกติแล้วแต่ละงานแต่ละบริษัทเขาก็จะมีสัญลักษณ์ อักษร หรือสีของป้าย เพื่อจำกัดและแบ่งโซนแบ่งพื้นที่ เช่น ถ้าป้ายห้อยคอ
ของคุณเป็น ทีม Light คุณก็จะสามารถเข้ามาในส่วนของหลังเวทีได้แต่เข้าส่วนห้องแต่งตัวศิลปินไม่ได้
ส่วนของผมแน่นอนว่า AAA คือ All Area เข้าได้ทุกที่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถเข้าได้ตลอดเวลา ในป้ายกำหนดก็จะมีอีกระดับเช่นทีมLight ทีมSound สามารถเข้าหลังเวทีได้เฉพาะช่วงเซตอัพ เมื่อมีศิลปินเข้ามาในพื้นที่แล้วจะไม่สามารถเข้ามาได้ ถ้ามีความจำเป็นก็จะต้องดูว่าได้รับป้ายระดับไหน ซึ่งปกติถ้าเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ที่ศิลปินระดับนานาชาติมาแสดง เขาก็จะมีป้ายพิเศษที่ต้องมีลายเซ็นโปรดักชันเมเนเจอร์ของเขาเซ็นกำกับ ใครที่ได้ก็จะต้องเอาบัตรผ่านพิเศษนี้ใส่ไว้ด้านหลังป้ายปกติ เวลาจะผ่านทางก็ค่อยพลิกป้ายให้ดู
ทุกคนว่าป้ายพิเศษนี้โซนไหนที่แฟนคลับอยากได้มากที่สุด หลังเวที? ฮ่าฮ่า ผิดครับ โซนที่เหล่าแฟนคลับอยากได้ต้องเป็นโซน Dressing Room หรือห้องพักนักแสดง ซึ่งปกติโซนนี้ทีมงานจะได้บัตรผ่านกันน้อยมาก ๆ เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของศิลปิน
“เนย์มาพอดีเลย แจ้งฝ่ายสถานที่ให้หน่อยได้มั้ย แอร์ห้องแต่งตัวสองมันไม่เย็นน่ะ” เนย์ที่เดินขึ้นมาบนโซนห้องแต่งตัวพอดีก็รีบรับคำพี่ที่ดูแลโซนนี้ก่อนจะตามช่างและฝ่ายสถานที่มาแก้ไขทันที
‘เนย์ ๆ ว.2’ หลังจากดูช่างแก้ไขแอร์ให้เรียบร้อยเนย์กำลังเดินกลับไปดูที่เวทีก็ได้ยินเสียงวอเรียก
“เนย์ครับ”
‘เนย์ออกมาหาพี่ที่บูธสปอนเซอร์หน่อย’
“กำลังไปครับ” เนย์ตอบแล้วรีบเดินไปยังส่วนหน้าทันทีแต่ถึงจะรีบยังไงก็ต้องใช้เวลาพอสมควรเพราะจากห้องพักศิลปินชั้นสามลงไปยังด้านหน้าทางเข้านั้นไม่ใกล้กันเลย
“มาแล้วครับพี่ใหม่”
“เนย์นี่ทีมจากสปอนเซอร์ ทีมนี้เขาได้บัตรมีทแอนด์กรีทศิลปินก่อนเริ่มคอนเสิร์ตพี่ฝากเนย์หาคนมารับเขาไปที่ห้องด้วยได้มั้ย ทีมUsher (คนที่จะบอกว่าบัตรของคุณอยู่ที่ไหนโซนไหนหรือแถวไหน) ไม่มีใครว่างเลย”
“ได้ครับ สวัสดีครับผมเนย์นะครับ เป็นผู้ช่วยพี่ใหม่ถ้ายังไงเดี๋ยววันคอนเสิร์ตผมจะจัดคนมารับพี่ ๆ ที่บูธก่อนจะเริ่มมีทแอนด์กรีทสิบนาทีนะครับ เดี๋ยวผมขอเบอร์พี่ไว้ด้วย” ปกติแล้วถ้าคอนเสิร์ตไหนมีขายบัตรมีทแอนด์กรีทกับศิลปินจะมีการนัดแนะกับผู้ที่มีบัตรให้มารอที่หน้าทางเข้าที่ใกล้กับห้องหรือสถานที่มากที่สุดเพราะคนกลุ่มนี้จะได้เข้ามาในบริเวณการจัดก่อนเป็นกลุ่มแรกถ้าไม่เตรียมตัวล่วงหน้าหรือมาไม่ทันก็ไม่มีใครช่วยได้
ครืดด
ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสี่โมง เนย์กำลังนั่งทานข้าวเย็นอยู่ในห้องพักของโปรดักชันทีมที่อยู่หลังเวที
“สวัสดีครับ”
‘อยู่ไหน’ เสียงทุ้มจากปลายสายทำเอาเนย์งง
“พี่คีย์หรอครับ เนย์ยังอยู่ที่ฮอลล์อยู่เลย กำลังกินข้าว เดี๋ยวรอตรวจรอบสุดท้ายตอนห้าโมงพร้อมทีมซีเคียวก็กลับได้แล้วครับ”
‘อืม’ เนย์ได้ยินเท่านั้นสายก็ตัดไป
อะไรของเขากัน กินข้าวต่อดีกว่า
“เนย์ พวกพี่กลับก่อนนะ” เนย์ยกมือบอกลาพี่ ๆ แรงงานที่เข้ามาช่วยเซตอัพ ก่อนจะเก็บกล่องข้าวที่ว่างเปล่าไปทิ้ง
“วันนี้ขอบคุณมากนะครับ” เนย์โค้งให้พี่ทีมซีเคียวและแม่บ้านชุดสุดท้ายที่อยู่เวรวันนี้ก่อนจะแบกร่างของตนเองไปที่รถและขับไปยังคอนโดของคีย์
โชคดีที่คอนโดนี้อยู่ไม่ไกลแถมยังมีที่จอดรถส่วนตัวเฉพาะห้องทำให้เนย์สามารถจอดรถได้อย่างรวดเร็วและคว้ากระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ออกมาแล้วเดินขึ้นห้องได้ทันที
ออด ออด
เนย์กดกริ่งที่หน้าประตูห้อง เขาตั้งใจว่ากดไว้ก่อนถ้าไม่มีคนมาเปิดค่อยใช้คีย์การ์ดเปิดเข้าไป
“สวัสดีครับพี่คีย์” ไม่นานประตูก็เปิดออกโดยเจ้าของห้อง
“อืม เข้ามาสิ” ภายในห้องตกแต่งได้สวยสมกับเป็นคอนโดโครงการหรูใจกลางเมือง ดูเหมือนพี่คีย์จะไม่ได้ตกแต่งอะไรเพิ่มเติมมากนัก
“มีสองห้องอยู่ทางนั้น” เนย์มองตามมือก่อนจะขอเดินเข้าไปดู เนย์ตัดสินใจเลือกห้องใหญ่ด้านขวาที่มีระเบียงห้อง แม้จะไม่ได้มีห้องน้ำในตัวแต่ก็เรียกว่าเขาครองห้องน้ำนี้คนเดียวเพราะห้องของพี่คีย์มีห้องน้ำในตัว แถมตัวห้องยังออกแบบมาให้มีผนังกั้นแบ่งสัดส่วนตรงหน้าห้องน้ำเพิ่มความเป็นสัดส่วนและความเป็นส่วนตัวอีก
“ตามสบายนะ” พี่คีย์บอกก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องของตัวเองที่อยู่อีกฝั่ง
ผมเข้ามาจัดของเก็บในวอร์คอินคลอเซทขนาดกลางด้านในห้องแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบาย ๆ จริงสิ เดี๋ยวสัปดาห์นี้ต้องส่งรายงานวิชาการจัดการนี่นา
พอคิดได้ว่าต้องทำงานส่งอาจารย์เนย์ก็หยิบแล็ปท็อปของตนแล้วเดินออกไปหาโต๊ะนั่งทำงาน เพราะในห้องไม่มีโต๊ะสำหรับทำงาน
เขามองหาที่นั่งเหมาะ ๆ ก่อนจะมาจบที่ไอร์แลนด์หินอ่อนตรงกลางห้อง โชคดีที่เหมือนว่าพี่คีย์เปลี่ยนเก้าอี้เป็นแบบมีพนักพิงและหมอนอิงนุ่ม ๆ ไว้แล้ว มีแค่นี้ก็สบายละ
คีย์ได้ยินเสียงเนย์อยู่ที่ห้องรับแขกจึงเดินออกมาดู
“นั่งได้หรือเปล่าจะเข้าไปนั่งทำงานในห้องมั้ย พี่มีโต๊ะทำงานอยู่”
“นั่งได้ครับ ๆ ตรงนี้แหละสบาย เผื่อเนย์หิวก็จะได้นั่งกินตรงนี้เลย” ผมยืนมองน้องนั่งทำงานก่อนจะเดินไปเปิดตู้แล้วชงโกโก้เย็นให้ ไม่รู้ว่าโตมาแล้วยังชอบอยู่มั้ย
“อ๊ะ ขอบคุณครับบ พี่คีย์ยังชงโกโก้อร่อยเหมือนเดิมเลย เนี่ยเนย์หารสนี้กินยากมาก ไม่มีร้านไหนชงได้ถูกใจเนย์เลย”
“ถ้าชอบจะทำให้บ่อย ๆ” น้องยิ้มให้ผมก่อนจะนั่งทำงานต่อ
“งานมหา’ ลัยหรอ”
“ครับ วิชาการจัดการ เนย์ต้องทำรายงานส่งวันศุกร์นี้ แต่เดี๋ยวเนย์ต้องไปทำงานอีกสองวันกลัวจะไม่มีเวลาเลยรีบทำให้เสร็จก่อน”
“เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยไม่เหนื่อยหรือไง”
“ก็เหนื่อยครับแต่ก็สนุกดี พี่คีย์ล่ะครับเห็นคุณพ่อเล่าให้ฟังว่าพี่คีย์ชอบร้องเพลงทำไมถึงมาเรียนบริหารล่ะ”
“ไม่รู้สิ คงรู้สึกว่าต้องช่วยงานพ่อกับแม่ล่ะมั้ง แต่ก็ไม่ได้ฝืนขนาดนั้นหรอก ส่วนเรื่องนักร้องก็มีรับงานบ้างกะว่าคงยื่นสมัครเข้าไปเป็นเด็กฝึกค่ายเพลงหลังเรียนจบดู ถ้าได้ก็ดี ถ้าไม่ได้ก็คงกลับไปช่วยพ่อกับแม่ทำงาน” ถึงจะพูดเหมือนว่าอะไรก็ได้ แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าเขาตั้งใจซ้อมร้องซ้อมเต้นขนาดไหน การได้ไปยืนบนเวทีแล้วกระโดดไปพร้อมกับคนดูน่ะ ความรู้สึกมันคงสุดยอดไปเลย
“สู้ ๆ นะครับ ถ้าพี่คีย์มีอะไรให้เนย์ช่วยก็บอกได้เลยนะครับ”
“เอาเถอะ อย่าทำงานดึกล่ะ พรุ่งนี้ต้องไปแต่เช้าด้วยนี่”
“ครับ เดี๋ยวถึงสามทุ่มผมก็เข้าห้องแล้ว” ผมเดินกลับเข้ามาในห้องก่อนจะยกยิ้ม ดูท่าทางการให้น้องมาอยู่ที่คอนโดจะช่วยผมได้เยอะจริง ๆ ก่อนหน้านี้ผมไม่อยากทำอะไรเลย ได้แต่นอนมองเพดานไปวัน ๆ จนพ่อกับแม่ทนไม่ไหวแล้วเรียกมานั่งคุยอย่างจริงจัง
ผมไม่ได้รู้สึกท้อแท้กับชีวิตอะไรขนาดนั้นหรอกเพียงแต่พอโดนคนที่เคยทุ่มเทและรักหมดใจหลอกมันเลยทำให้ผมเสียศูนย์พอสมควร แต่พอได้กลับมาเจอน้องที่ตอนเด็ก ๆ เคยได้อยู่ด้วยกัน มันก็ดีนะ ผมลืมเรื่องของดาแฟนเก่าของผมไปเลย
น้องเป็นคนทำอะไรจริงจัง เวลาได้นั่งมองก็เพลินดี น้องเป็นคนตาดุ ถ้าไม่ใช่ว่าผมรู้จักน้องดีก็คงจะคิดว่าคงไปทำอะไรให้น้องโกรธหรือโมโหตลอดเวลา
พอกลับเข้ามาในห้อง ผมก็เปิดแล็ปท็อปเพื่อซ้อมร้องเพลง ผมได้งานอัดเสียงร้องประกอบโฆษณาตัวหนึ่งกำลังจะต้องส่งเดโมให้เขาเร็ว ๆ นี้
เพราะห้องไม่ได้กุแผ่นซับเสียงทำให้เสียงของคีย์ดังลอดออกมาด้านนอก เนย์ที่ได้ยินและกำลังเก็บของถึงกับต้องเดินมาหน้าห้องแล้วเงี่ยหูฟัง
“ยังเสียงดีเหมือนเดิมเลยนี่นา” เนย์ฟังต่ออีกหน่อยก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไป
ผมเข้าห้องมาเก็บของก่อนจะเตรียมเสื้อผ้าและของเพื่อไปอาบน้ำ ตอนนี้สามทุ่มกว่าแล้ว ช่วงนี้ได้นอนเร็วก็ต้องเก็บเกี่ยวไว้ พรุ่งนี้คอนเสิร์ตรอบแรกคงกลับดึกพอสมควรเลย
คืนนั้นเนย์หลับสนิทตลอดคืน เป็นเจ้าของห้องเสียอีกที่ลุกขึ้นมาเดินกลางดึกอยู่หลายครั้งเพราะอยากรู้ว่าน้องจะนอนหลับมั้ย แต่ความเงียบที่ได้ยินก็ทำให้คีย์ยอมเดินกลับเข้าห้องของตัวเองไป
คีย์ไม่รู้หรอกว่าการกระทำของเขาทั้งหมดนั้นเป็นไปอย่างธรรมชาติและไม่มีการฝืนใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าเพื่อน ๆ มาเห็นก็คงจะพูดเป็นเสียงเดียวกันแน่ว่า คีย์ดูแลเนย์มากกว่าดาที่เป็นแฟนเก่าอีกแถมยังยอมให้เนย์มานอนค้างที่คอนโด พื้นที่ส่วนตัวที่คีย์หวงมาก แม้แต่เพื่อนสนิทเวลามาทำงานคีย์ก็จะรีบทำและเร่งให้เพื่อนกลับออกไปอย่างรวดเร็ว
ครืดด
คีย์มองหน้าจอโทรศัพท์ที่ขึ้นชื่อว่าดา
“หึ” เขากดตัดสายก่อนจะบล็อกเบอร์ไป นานหลายวันที่เขามัวแต่จมอยู่กับความเสียใจที่โดนเธอทิ้งแต่เมื่อได้เจอกับเนย์ มันเหมือนมีคนเอาค้อนมาทุบที่หัวแล้วบอกกับเขาว่า จะมัวเสียใจแล้วหลงลืมสิ่งสำคัญในชีวิตไปอีกเท่าไหร่
นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เจอหน้าเนย์ จนน้องโตขึ้นขนาดนี้ ตอนได้มองน้องตั้งใจทำงาน มันยิ่งตอกย้ำว่าเขาเหลวไหลแค่ไหน นี่หรอคนที่อยากไปยืนบนเวที คนที่อยากส่งเสียงร้องออกไปให้ทุกคนได้ฟัง มัวแต่ทำอะไรอยู่กัน ระหว่างที่น้องสามารถร่วมงานกับคอนเสิร์ตระดับนานาชาติในฐานะหัวหน้างานได้ทั้งที่อายุน้อยกว่าเขาถึงสองปี
ไม่ได้แล้ว เขาจะไม่ยอมให้ความฝันของเขายังเป็นเพียงฝันลม ๆ แล้ง ๆ อีกต่อไป
คีย์คิดได้ดังนั้นก็นั่งลงตรงหน้าแล็ปท็อปของตนก่อนจะเปิดเว็บค่ายเพลงหนึ่งขึ้นมาเพื่อดูรายละเอียดการรับสมัครเด็กฝึกทันที
คุณอาจจะชอบ





