ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย BAD KARMA รักเดิมพัน

BAD KARMA รักเดิมพัน

ชีวิตและอนาคตที่เคยวาดฝันของหญิงสาวคนหนึ่งต้องพังพินาศลงอย่างไม่มีชิ้นดี เพียงเพราะความคึกคะนองของกลุ่มวัยรุ่นชายที่มองว่าชีวิตของเธอเป็นเพียงของเล่นแก้เหงา เมื่อความลับเบื้องหลังแผนการร้ายถูกเปิดเผย เธอกลับได้รับเพียงรอยยิ้มเยาะเย้ยและความสะใจจากผู้กระทำที่ไร้ซึ่งความสำนึกผิด การเผชิญหน้าท่ามกลางคราบน้ำตาและแรงแค้นนำไปสู่การปะทะที่รุนแรง เมื่อศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำผลักดันให้เธอต้องลุกขึ้นสู้กับคนเลวที่ไร้หัวใจในเกมเดิมพันที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน
ตอน
แชร์

ตอน 1

บทเรียนราคาแพง โลกใบนี้มันจะสอนให้กับเราเอง...

ฉันชื่อโฟกัส ฉันเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ช่วงวัยกำลังก้าวเข้าสู่รั้วมหาลัย ที่ใครต่อใครก็บอกว่ามันเป็นช่วงชีวิตที่พลิกผันที่สุด

ฉันไม่รู้ว่าต่อไปนี้ฉันจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ฉันรู้เพียงแต่ว่าฉันต้องพยายามสู้กับมันด้วยตัวของฉันเอง

เพราะไม่มีใครที่จะปกป้องฉันได้นอกจากตัวของฉัน…

ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ยังไงฉันก็คงทำมันไม่ได้จริงๆ หรอก เพราะฉันเป็นคนที่อ่อนแอมากๆ อ่อนแอจนครอบครัวของฉันไม่อยากจะปล่อยให้ห่างไกลจากพวกท่านด้วยซ้ำ

ฉันกระชับหนังสือเล่มหนาที่หอบเอาไว้อยู่ในอ้อมกอด พร้อมกับถอดสายตามองออกไปบริเวณรอบๆ มหาลัยที่ฉันสอบติดเข้ามาได้

นักศึกษาทั้งรุ่นพี่และรุ่นเดียวกันต่างหันมองมาทางฉัน ก่อนที่พวกเขาจะหันไปพูดซุบซิบกันแล้วหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจ

ฉันก้มมองสำรวจตัวเองอีกครั้ง หลังจากที่ทุกสายตาหันมามองพร้อมกับรอยยิ้มขบขัน

วันนี้ฉันแต่งตัวถูกระเบียบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อนักศึกษาที่พอดีตัว และกระโปรงพลีทที่ยาวจนถึงตาตุ่ม ซึ่งคนที่นั่งหัวเราะฉันอยู่นั้น ต่างก็แต่งตัวไม่ค่อยจะเรียบร้อยกันเท่าไหร่ ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าพวกเขาหัวเราะเยาะอะไรฉันกันมากมาย

ฉันจับแว่นสายตาที่ตัวเองใส่ แล้วเงยหน้าขึ้นมองคนเหล่านั้น แต่ฉันก็ไม่กล้าที่จะถามอะไรพวกเขาออกไป

ฉันทำได้เพียงแค่เดินห่างออกมาจากตรงนั้นเงียบๆ

ปึก!

“อ๊ะ!” ฉันหลุดเสียงร้องออกมาเล็กน้อย เมื่อฉันเดินไปชนกับใครบางคนเข้าอย่างจัง

“มัวแต่เดินก้มหน้าไม่คิดจะมองทางบ้างหรือไงวะ!” เสียงทุ้มเข้มของผู้ชายตรงหน้าพูดขึ้นมาเสียงดังอย่างหงุดหงิด

“ขะ...ขอโทษค่ะ” ฉันก้มหัวให้เขา แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมอง ตอนนี้สายตาของฉันจึงเห็นเพียงแค่ปลายรองเท้าของเขาเท่านั้น

“จะขอโทษก็เงยหน้าขึ้นมามองหน่อย!” เขายังคงหาเรื่องที่จะต่อว่าฉันไม่หยุด แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็เงยหน้าขึ้นมองเขาช้าๆ

เมื่อสายตาของฉันสบเข้ากับดวงตาคมของเขา มันก็ทำให้ฉันหายใจติดขัดไปชั่วขณะ แต่คนตรงหน้ากลับจ้องมองฉันเพียงนิ่งๆ พร้อมกับไล่สายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

“เธอเป็นคนชนฉัน เธอก็เก็บของๆ เธอเองละกันนะ...เสียเวลาชะมัด” ชายตรงหน้าพูดบอกอย่างหัวเสีย

“ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับ ก่อนจะก้มลงเก็บของตัวเองอย่างว่าง่าย ถึงแม้ว่าเขาจะหน้าตาดี และดูเพอร์เฟ็กต์ทุกอย่าง แต่นิสัยของเขามันก็แย่เอาการ

ถึงแม้ในหัวของฉันจะคิดตำหนิเขา แต่ฉันก็ไม่กล้าที่จะพูดโต้ตอบอะไรเขากลับไป

ฉันก้มหน้าก้มตาเก็บหนังสือของตัวเอง ที่หล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้นมาหอบเอาไว้อีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตัวยาวใต้ตึกคณะของตัวเอง

ตลอดเวลาที่ฉันนั่งอยู่ ไม่มีใครเข้ามาพูดคุยกับฉันเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งฉันเองก็ไม่ได้เดินเข้าไปคุยกับใคร เพราะฉันเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว

ฉันกวาดสายตามองเพื่อนรุ่นเดียวกัน ที่นั่งจับกลุ่มคุยอย่างสนุกสนาน พอก้มมองตัวเองที่ไม่มีใครแล้วในใจของฉันมันก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมา

“เฮ้อออ~” ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ บางทีฉันก็เหนื่อยกับตัวเองที่มีนิสัยแบบนี้ ฉันอยากจะเปลี่ยนให้ตัวเองเข้มแข็ง และกล้าขึ้นมากกว่านี้ แต่...มันก็ทำไม่ได้

“น้องปีหนึ่งรวมตัวกันได้แล้วค่ะ!” รุ่นพี่ที่อยู่อีกฟากหนึ่งเดินมาตะโกนบอกรุ่นน้องที่นั่งกันอยู่ ทุกคนต่างพากันลุกเดินไปเข้าแถวตามที่รุ่นพี่บอก รวมถึงฉันเองก็ด้วย

“เธอๆ ชื่อไรอ่ะ” ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉันเอื้อมมือมาสะกิดที่ไหล่ของฉันเบาๆ ฉันจึงหันไปมองเธอช้าๆ พร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเองเพื่อเป็นเชิงถาม

“เธอนั่นแหละ” ผู้หญิงคนนั้นพูดตอบกลับมาพร้อมมุมปากที่กำลังยกยิ้ม ท่าทางดูเป็นคนแรงๆ ของเธอมันทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจว่าทำไมเธอถึงอยากจะคุยกับฉัน

“ชื่อโฟกัสค่ะ” ฉันตอบกลับไป เธอเองก็พยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปกระซิบกับเพื่อนที่นั่งอยู่ด้านข้างของเธอ เพราะระยะที่นั่งห่างกันมันมีมากจนเกินไป ฉันถึงได้ยินไม่ชัดว่าพวกเธอคุยอะไรกัน

“ทำไมเธอใส่กระโปรงยาวจัง” เธอคนนั้นหันกลับมาถามฉันอีกครั้ง พร้อมกับแอบกลั้นขำ

“ฉันก็ใส่แบบนี้ปกติอยู่แล้วค่ะ” ฉันตอบกลับ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เข้าใจในท่าทีของเธอก็ตาม

“เธออยากจะมาเป็นเพื่อนกับพวกฉันมั้ย ฉันชื่ออิงค์ ส่วนนี่นับดาว” เธอถามออกมา พร้อมกับแนะนำเพื่อนอีกคนให้ฉันได้รู้จัก ลักษณะและท่าทางของพวกเธอมันทำให้ฉันรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก

“เอ่อ...ค่ะ” ฉันอยากจะปฏิเสธออกไป แต่ฉันก็ไม่กล้าที่จะพูด

“ถ้างั้นเสร็จจากตรงนี้แล้ว เราไปทานข้าวด้วยกันนะ” อิงค์พูดบอกออกมา ฉันเองก็พยักหน้ารับน้อยๆ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ร้อนรักราคีสวาท
8.8
เมื่อไฟปรารถนาที่เขาจงใจจุดขึ้นเพื่อแผดเผาเธอกลับกลายเป็นบ่วงราคีที่รัดตัวเขาเองจนดิ้นไม่หลุด ท่ามกลางกระแสแห่งความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน ชายหนุ่มผู้หวังจะมอบรอยมลทินให้แก่หญิงสาวกลับต้องเผชิญกับความลุ่มหลงที่ถอนตัวไม่ขึ้นเสียเอง เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยเพลิงพิศวาสจะจบลงอย่างไร เมื่อคนที่เป็นฝ่ายคุมเกมกลับติดกับดักเสน่หาที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในท้ายที่สุด
หน้าปกนวนิยาย เผลอรัก(ฅนเถื่อน)
9.2
นายหัวสิงห์ผู้เย่อหยิ่งไม่เคยยอมให้ใครล้ำเส้น แต่เมื่อเด็กสาวคนหนึ่งบังอาจเข้ามาเด็ดดอกไม้ในเขตหวงแหน เธอจึงต้องชดใช้ด้วยสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต บทลงโทษอันเร่าร้อนถูกกำหนดขึ้นเพื่อกักขังเธอไว้ในวังวนแห่งความปรารถนาที่เขาเป็นผู้ควบคุมเพียงฝ่ายเดียว เธอต้องอ้อนวอนขอรสสัมผัสจากเขาอย่างไม่อาจต้านทาน ทว่าท่ามกลางการลงทัณฑ์ที่แสนป่าเถื่อนนี้ นายหัวหนุ่มกลับพบว่านอกจากดอกไม้ที่สูญเสียไป เธอยังขโมยหัวใจของเขาไปครอบครองโดยไม่รู้ตัว
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงพยาบาท 25+
9.1
เกวลินหญิงสาวธรรมดาผู้เต็มไปด้วยเพลิงพยาบาทจนใครต่างก็ขวัญผวา ทว่ารัฐรวินทร์ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลกลับไม่เกรงกลัวและหวังจะใช้ความรักสยบความแค้นในใจเธอ แม้เกวลินจะหวาดกลัวอำนาจที่กุมชะตาชีวิตครอบครัวเธอไว้ แต่เธอก็กล้าเผชิญหน้าอย่างตาต่อตาฟันต่อฟัน แรงตบจากฝ่ามือเล็กกลายเป็นชนวนเหตุแห่งโทสะที่รัฐรวินทร์พร้อมจะตอบโต้อย่างไร้ปราณี ท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงและการจองเวรที่ไม่มีใครยอมใคร เธอพร้อมจะจดจำทุกความเจ็บปวดเพื่อรอวันเอาคืนเขาให้สาสมในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ถ้าแม่ร่าน แม่ขอโทษ
8.7
รินรดา อดีตนางสาวไทยวัยสี่สิบที่ยังคงความงดงามและเสน่ห์เย้ายวนใจ กลายเป็นจุดหมายปองของชายหนุ่มทุกคนที่ได้ใกล้ชิด แม้กระทั่งบรรดาแฟนหนุ่มของลูกสาวทั้งสองคนอย่างรตี แอร์โฮสเตสสาวมั่น และรตา นักศึกษาแพทย์ผู้อ่อนหวาน ความสัมพันธ์ต้องห้ามเริ่มต้นขึ้นเมื่อแม่ม่ายเนื้อหอมเผลอใจมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแฟนของลูกสาวตนเอง ความรัญจวนใจที่ได้รับทำให้เธอถลำลึกจนยากจะถอนตัว แม้จะรู้ดีว่าผิดต่อศีลธรรมแต่เธอก็ไม่อาจหยุดยั้งความต้องการที่มีต่อชายหนุ่มของลูกๆ ทั้งสองคนได้เลย
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
《ฉันหนีไม่พ้นแล้ว》ถ่ายทอดเรื่องราวของมู่ซินยวี่ หญิงสาวที่ชีวิตถูกผูกไว้กับการหมั้นหมายและผลประโยชน์ของตระกูล ในคืนงานหมั้นที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เธอกลับถูกความผิดพลาดและฤทธิ์แอลกอฮอล์ผลักเข้าสู่เหตุการณ์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เธอเข้าใจผิดและเข้าไปใกล้ชายคนหนึ่งด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นคืนที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ความจริงที่น่าตกใจปรากฏขึ้น ชายที่อยู่ข้างเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่คือเสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องของเขา ผู้มีอำนาจและความเย็นชาในแบบที่ยากจะเข้าถึง เขาไม่เพียงเป็นพยานของเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ยังใช้ความลับนี้เป็นเงื่อนไขในการควบคุมชีวิตของเธอ พร้อมข้อเสนอที่บีบให้เธอไม่มีทางเลือก ในขณะที่คู่หมั้นของเธอ เสิ่นเจียหวิน ยังคงแสดงความดูถูกและหักหลังต่อหน้าเธออย่างไม่เกรงใจ ความสัมพันธ์ที่เธอเคยเชื่อมั่นกลับพังทลายลงทีละชั้น เขาเลือกคนอื่น เลือกผลประโยชน์ และผลักเธอให้กลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของสังคมชั้นสูง ในขณะเดียวกัน เสิ่นเจียสวี่กลับยื่นมือเข้ามาในชีวิตของเธอในฐานะทั้งผู้ควบคุมและผู้ปกป้องในเวลาเดียวกัน ภายใต้แรงกดดันจากครอบครัว บริษัทที่แม่ทิ้งไว้ และพ่อที่กำลังป่วยหนัก ทำให้มู่ซินยวี่ต้องจำยอมต่อข้อตกลงอันโหดร้าย เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกของเสิ่นเจียสวี่ ชายผู้มีอำนาจเหนือทุกอย่าง ทั้งในสนามธุรกิจและในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องบินที่ระดับหมื่นฟุต หรือในชีวิตประจำวัน เขาเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเส้นแบ่งระหว่างการบีบบังคับและความผูกพันที่เริ่มเลือนราง เมื่อเธอเห็นคู่หมั้นหักหลังอย่างชัดเจน และครอบครัวของเขาดูหมิ่นเธออย่างไม่ไยดี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหันหลังให้ทุกสิ่งที่เคยยึดถือ เธอเลือกเดินออกจากการหมั้น และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยข้อตกลงกับเสิ่นเจียสวี่ เพื่อแลกกับการฟื้นฟูบริษัทและการปกป้องครอบครัวของเธอ แต่สิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือธรรมดา หากเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกลงไปกว่านั้น เมื่อชายผู้ทรงอำนาจประกาศชัดว่าเธอจะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว ชีวิตของมู่ซินยวี่จึงเปลี่ยนจากการหนีปัญหา ไปสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด อำนาจ การควบคุม และความสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่เธอไม่อาจหนีได้อีกต่อไป。
หน้าปกนวนิยาย คุณหมอขอรักนะคะ
8.2
เมื่ออาจารย์หมอหนุ่มสุดหล่อที่นิวารินแอบรักมานานกำลังจะถูกจับคลุมถุงชน เธอจึงไม่อาจอยู่เฉยเป็นมดแดงแฝงพวงมะม่วงได้อีกต่อไป หญิงสาวพร้อมงัดทุกกลเม็ดเด็ดพรายมามัดใจเขาเพื่อครอบครองตำแหน่งสามีในอนาคตให้ได้ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความปรารถนาอันเร่าร้อนนำพาไปสู่บทรักที่ลึกซึ้งและหนักแน่น วชิรวิชญ์ไม่อาจต้านทานเสน่ห์เย้ายวนของเธอได้เลย ท่ามกลางกระแสความต้องการที่โหมกระหน่ำ ทั้งคู่ต่างจมดิ่งสู่ห้วงอารมณ์ที่แสนรัญจวนใจเกินกว่าจะถอนตัว