ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย BAD KARMA รักเดิมพัน

BAD KARMA รักเดิมพัน

ชีวิตและอนาคตที่เคยวาดฝันของหญิงสาวคนหนึ่งต้องพังพินาศลงอย่างไม่มีชิ้นดี เพียงเพราะความคึกคะนองของกลุ่มวัยรุ่นชายที่มองว่าชีวิตของเธอเป็นเพียงของเล่นแก้เหงา เมื่อความลับเบื้องหลังแผนการร้ายถูกเปิดเผย เธอกลับได้รับเพียงรอยยิ้มเยาะเย้ยและความสะใจจากผู้กระทำที่ไร้ซึ่งความสำนึกผิด การเผชิญหน้าท่ามกลางคราบน้ำตาและแรงแค้นนำไปสู่การปะทะที่รุนแรง เมื่อศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำผลักดันให้เธอต้องลุกขึ้นสู้กับคนเลวที่ไร้หัวใจในเกมเดิมพันที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน
ตอน
แชร์

ตอน 2

เวลาผ่านไป

หลังจากที่รุ่นพี่ปล่อย ฉันก็เดินออกมาพร้อมกับอิงค์และนับดาว

“พวกเธอจะไปไหนกันเหรอ” ฉันเอ่ยถามออกมา เมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังเดินออกจากตึกคณะ แล้วไปทางที่จะออกไปหน้ามหาลัย

“พวกฉันจะไปกินข้าวกันที่ห้างน่ะ” นับดาวเป็นคนที่หันมาตอบคำถามของฉัน

“กินในโรงอาหารของคณะก็ได้หนิ” ฉันพูดบอกออกไปด้วยน้ำเสียงที่ปกติ

“โอ้ย! ไม่เอาหรอก ฉันไม่อยากจะไปเบียดกับใคร” นับดาวโวยออกมาเสียงดังจนฉันสะดุ้ง

“โทษที” เมื่อเธอเห็นว่าฉันตกใจเธอก็พูดเสียงอ่อนลงเล็กน้อย แต่สีหน้าและแววตาของเธอมันก็เต็มไปด้วยความหงุดหงิด ที่ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าเธอจะหงุดหงิดฉันด้วยเรื่องอะไร

“อย่าเรื่องมากเลยโฟกัส เธอตกลงแล้วว่าเธอจะไปเธอก็ต้องไป” อิงค์พูดออกมาบ้าง ฉันไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่าที่น้ำเสียงของเธอมันเหมือนกับเป็นการบังคับฉัน

ด้วยความที่ฉันเป็นคนที่ไม่กล้าเถียง และไม่กล้าแย้งอะไรใคร ฉันจึงเดินตามพวกเธอไปอย่างเงียบๆ จนกระทั่งนั่งรถของอิงค์มาถึงที่ห้างที่พวกเธอเลือกที่จะทานข้าวที่นี่

ทั้งสองเดินนำหน้าฉันไป ก่อนที่จะเลี้ยวเข้าร้านอาหารที่ดูหรูหรามากในสายตาของฉัน

หลังจากหาที่นั่งกันได้เรียบร้อย ทั้งสองคนก็เริ่มสั่งอาหารทันที ส่วนฉันเมื่อกางเมนูออกแล้วเห็นว่าอาหารแต่ละอย่างนั้นราคาค่อนข้างที่จะแพง ฉันก็ชะงักมือค้างเอาไว้ทันที ก่อนที่จะปิดเมนูเอาไว้ตามเดิม

“เธอไม่กินข้าวเหรอโฟกัส” อิงค์เงยหน้าขึ้นถาม ฉันจึงส่ายหน้าไปมาพร้อมรอยยิ้มแหยๆ

พวกเธอเองก็ไม่ได้ถามอะไรฉันอีก จนกระทั่งพนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟ พวกเธอก็หยิบมือถือราคาแพงขึ้นมาถ่ายรูป ก่อนที่จะลงมือทาน

ส่วนฉันก็ได้แต่นั่งมองพวกเธออยู่อย่างนั้น แม้แต่น้ำแก้วเดียวฉันก็ยังไม่ได้ดื่มเลยด้วยซ้ำ

“เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” นับดาวพูดขึ้นมา หลังจากที่เธอทานในส่วนของเธอเสร็จเรียบร้อยแล้ว

“เธอรีบกลับหรือเปล่า” อิงค์เอ่ยถามออกมาขณะที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

“ก็รีบอยู่” ฉันตอบกลับไป เธอเองก็พยักหน้ารับ ก่อนจะกวักมือเรียกพนักงานมาเช็คบิล

“ฉันปวดท้องอ่ะ เดี๋ยวฉันกลับมานะ” เธอพูดพร้อมกับคว้ากระเป๋าของตัวเองลุกเดินออกไปจากร้าน โดยที่ฉันไม่ทันได้ทักท้วงอะไร

“ค่าอาหารทั้งหมดครับ” พนักงานเดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับบิลค่าอาหาร

“ค่ะ ขอรอเพื่อนแป๊บนึงนะคะ” ฉันหันไปบอกกับพนักงาน ซึ่งเขาก็พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินกลับไป

ฉันนั่งรออิงค์และนับดาวอยู่อย่างนั้นหลายสิบนาที แต่พวกเธอก็ไม่กลับเข้ามา

“ขอโทษนะคะคุณลูกค้า ทานเสร็จหรือยังคะ” ผู้หญิงที่ดูจากการแต่งกายแล้วน่าจะเป็นผู้จัดการร้านเดินเข้ามาหาฉันที่โต๊ะพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ แต่ฉันก็รู้ว่าเธอถามเพราะต้องการอะไร

“อ๋อเสร็จแล้วค่ะ นี่ค่ะค่าอาหาร” แล้วในที่สุดฉันก็เป็นคนที่จะต้องจ่ายค่าอาหารทั้งหมด

“ทั้งหมดสองพันบาทนะคะ” เธอคนนั้นพูดบอก เมื่อเห็นว่าฉันยื่นเงินให้กับเธอเพียงแค่หนึ่งพันบาท ฉันจึงจำต้องหยิบแบงค์พันออกมาให้เธออีกใบ ก่อนจะลุกเดินออกจากร้านมา

ความจริงฉันก็ไม่ได้รวยหรือมีเงินมากมายอะไรขนาดนั้น เงินที่ฉันจ่ายไปในวันนี้ก็ล้วนแล้วเป็นเงินที่ฉันจำเป็นต้องใช้จ่ายในค่ากินค่าอยู่ของเดือนนี้ทั้งนั้น

ฉันเดินออกจากร้านอาหารมาเงียบๆ ก่อนจะเดินลงบันไดเลื่อนแล้วไปรอรถที่ป้ายรถเมล์ ความรู้สึกของฉันคิดว่าทั้งอิงค์และนับดาวคงไม่ย้อนกลับมาหาฉันหรอก

แค่วันแรกที่เริ่มเข้าสู่มหาลัย ชีวิตของฉันมันก็เจอเรื่องแย่ๆ แล้ว ไม่รู้ว่าต่อไปนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นกับฉันอีก

ฉันนั่งรอรถเมล์เป็นเวลานานหลายนาทีกว่าจะได้ขึ้นรถกลับบ้าน เพราะฉันเป็นเด็กต่างจังหวัดด้วยแหละฉันถึงไม่รู้เส้นทางมากนัก บางทีรถเมล์ที่ผ่านบ้านฉัน มันอาจจะขับผ่านไปแล้วหลายคันเพียงแต่ฉันไม่รู้

ฉันเดินไปนั่งเบาะคู่ติดริมหน้าต่างที่ว่างอยู่ ก่อนจะถอดสายตามองออกไปที่ข้างทางขณะที่รถก็เริ่มขับเคลื่อนออกตัวอย่างรวดเร็ว

สักพักรถก็หยุดจอดอีกครั้ง ก่อนที่จะมีผู้คนเดินขึ้นมามากมายอย่างเบียดเสียด เพราะเป็นช่วงเวลาเลิกงานแล้ว

สายตาของฉันหันไปเห็นคุณป้าคนหนึ่งที่ถือของเอาไว้ในมือมากมาย ขณะที่มืออีกข้างก็กำลังจับข้อมือเล็กของหลานสาวเอาไว้

“คุณป้าคะนั่งนี่ได้เลยค่ะ” ฉันลุกขึ้นยืนแล้วบอกกับป้าคนนั้นด้วยรอยยิ้ม เธอเองก็พยักหน้ารับนิ่งๆ โดยที่ไม่พูดขอบคุณหรืออะไรฉันสักนิด แต่ไม่เป็นไร แค่ฉันได้ช่วยเหลือคนอื่นฉันก็พอใจแล้ว

ฉันจับราวด้านบนเพื่อทรงตัว ขณะที่ผู้คนก็เริ่มเบียดเสียดกันขึ้นมาเรื่อยๆ

จนกระทั่งเวลาผ่านไปสักพัก ฉันก็รู้สึกเหมือนกับมีอะไรบางอย่างกำลังจับอยู่ที่บั้นท้ายของฉัน ก่อนที่จะลูบวนเบาๆ ซึ่งนั่นมันก็ทำให้ฉันรู้แล้วว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับฉัน

ฉันหันกลับไปที่ป้าคนนั้นเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เธอก็ทำแค่มองแล้วเบือนหน้าหนีเหมือนไม่อยากจะยุ่งในเรื่องนี้

ฉันกัดฟันแน่นเพื่อข่มความกลัวด้วยท่าทางที่สั่นเทา เมื่อมือหนาของบุคคลนั้นเริ่มลูบไล้ลงไปที่ต้นขาของฉันผ่านเนื้อผ้า

พรึบ!

“ทำเหี้ยอะไรวะ!!” เสียงผู้หญิงข้างๆ ตะโกนดังขึ้น พร้อมกับที่มือบางของเธอตะครุบมือหนาของคนที่กำลังลูบไล้ที่ต้นขาของฉันเอาไว้แน่น

ทุกคนภายในรถจึงหันมามองตรงจุดที่ฉันยืนอยู่เป็นตาเดียว ฉันเองก็หันกลับไปดูคนที่ทำแบบนั้นกับฉันเหมือนกัน

“ทำอะไร ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” ผู้ชายที่อยู่ในวัยกลางคน พูดออกมาเสียงละล่ำละลักเมื่อถูกจับได้คาหนังคาเขา ลุงคนนั้นพยายามที่จะชักมือของตัวเองกลับ แต่ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างฉันก็จับบีบเอาไว้แน่น จนใบหน้าของลุงเหยเกเล็กน้อย

“ตอแหล! แก่จนจะเข้าโลงอยู่แล้วนะลุง ยังจะมาทำตัวมักมากในกามอีกเหรอ ก็เห็นอยู่เนี่ยว่าลุงกำลังจับก้นผู้หญิงคนนี้ มือก็ค้างอยู่เนี่ย ยังจะแถอีกเนอะ!” เธอพูดออกมาเป็นชุด พร้อมกับสายตาที่จ้องชายตรงหน้าเขม็ง ส่วนฉันเองก็ได้แต่มองอย่างสั่นๆ โดยไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมาเพราะยังตกใจไม่หาย

“อะไรของแกเนี่ยนังหนู ก็บอกว่าไม่ได้ทำก็ไม่ได้ทำไง!” ลุงคนนั้นทำท่าหงุดหงิดออกมา ก่อนจะสะบัดข้อมือของตัวเองออก แล้วเดินเบียดตัวฉันและเธอออกไป ก่อนที่ลุงเขาจะกดออดแล้วเดินลงจากรถอย่างหนีความผิดที่ตัวเองก่อ

“ป้าก็อีกคน! อยู่ใกล้กันขนาดนี้ควรที่จะช่วย! คนสมัยนี้มันเป็นอะไรกันหมดวะ” เธอหันไปพูดกับป้าที่ฉันสละที่นั่งให้เสียงดัง ก่อนที่เธอจะตวัดสายตามามองที่ฉันเป็นคนสุดท้าย

“แล้วเธอล่ะ ปากไม่มีพูดหรือไง ด่ามันไปสิใครทำอะไรก็ด่ามันไปเลยอย่าไปกลัว” เธอพูดบอกฉันด้วยน้ำเสียงที่เบาลงนิดหน่อย แต่มันก็ทำให้ฉันสะดุ้ง

“ขะ...ขอบคุณค่ะ” ฉันพูดออกไปอย่างตะกุกตะกักอย่างไม่กล้าโต้แย้งอะไรกับเธอ เมื่อเธอได้ยินแบบเธอก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ

“อืม ทีหลังอ่ะหัดสู้คนอื่นซะบ้าง โลกนี้มันไม่เหมาะกับคนใสๆ อย่างเธอหรอก” เธอพูดบอกออกมาอีกครั้ง ฉันจึงพยักหน้ารับหงึกหงัก ขณะที่สายตาก็มองสำรวจเธอไปด้วย ดูจากการแต่งตัวเธอคงจะเรียนวิทยาลัยเทพช่างแน่ๆ บางทีอาจจะรุ่นเดียวกับฉันเลยด้วยซ้ำ

“เธอชื่ออะไรเหรอ” ฉันเงยหน้าขึ้นถามเธอ เพราะตัวของเธอค่อนข้างที่จะสูงกว่าฉันหลายเท่า

“เธอไม่ต้องอยากรู้จักคนอย่างฉันหรอก ฉันไปล่ะ หวังว่าถ้าเจอกันอีกเธอคงไม่ปล่อยให้ใครทำอะไรกับเธอแบบนี้อีกนะ” เธอพูดทิ้งท้ายเอาไว้ ก่อนจะเดินลงจากรถไป

อย่างน้อยวันที่ฉันได้เจอกับเรื่องแย่ๆ แต่มันก็ยังมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับฉันอยู่บ้าง…ถึงจะน้อยนิดและเกือบจะไม่รอดแล้วก็ตาม

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ร้อนรักราคีสวาท
8.8
เมื่อไฟปรารถนาที่เขาจงใจจุดขึ้นเพื่อแผดเผาเธอกลับกลายเป็นบ่วงราคีที่รัดตัวเขาเองจนดิ้นไม่หลุด ท่ามกลางกระแสแห่งความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน ชายหนุ่มผู้หวังจะมอบรอยมลทินให้แก่หญิงสาวกลับต้องเผชิญกับความลุ่มหลงที่ถอนตัวไม่ขึ้นเสียเอง เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยเพลิงพิศวาสจะจบลงอย่างไร เมื่อคนที่เป็นฝ่ายคุมเกมกลับติดกับดักเสน่หาที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในท้ายที่สุด
หน้าปกนวนิยาย เผลอรัก(ฅนเถื่อน)
9.2
นายหัวสิงห์ผู้เย่อหยิ่งไม่เคยยอมให้ใครล้ำเส้น แต่เมื่อเด็กสาวคนหนึ่งบังอาจเข้ามาเด็ดดอกไม้ในเขตหวงแหน เธอจึงต้องชดใช้ด้วยสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต บทลงโทษอันเร่าร้อนถูกกำหนดขึ้นเพื่อกักขังเธอไว้ในวังวนแห่งความปรารถนาที่เขาเป็นผู้ควบคุมเพียงฝ่ายเดียว เธอต้องอ้อนวอนขอรสสัมผัสจากเขาอย่างไม่อาจต้านทาน ทว่าท่ามกลางการลงทัณฑ์ที่แสนป่าเถื่อนนี้ นายหัวหนุ่มกลับพบว่านอกจากดอกไม้ที่สูญเสียไป เธอยังขโมยหัวใจของเขาไปครอบครองโดยไม่รู้ตัว
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงพยาบาท 25+
9.1
เกวลินหญิงสาวธรรมดาผู้เต็มไปด้วยเพลิงพยาบาทจนใครต่างก็ขวัญผวา ทว่ารัฐรวินทร์ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลกลับไม่เกรงกลัวและหวังจะใช้ความรักสยบความแค้นในใจเธอ แม้เกวลินจะหวาดกลัวอำนาจที่กุมชะตาชีวิตครอบครัวเธอไว้ แต่เธอก็กล้าเผชิญหน้าอย่างตาต่อตาฟันต่อฟัน แรงตบจากฝ่ามือเล็กกลายเป็นชนวนเหตุแห่งโทสะที่รัฐรวินทร์พร้อมจะตอบโต้อย่างไร้ปราณี ท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงและการจองเวรที่ไม่มีใครยอมใคร เธอพร้อมจะจดจำทุกความเจ็บปวดเพื่อรอวันเอาคืนเขาให้สาสมในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ถ้าแม่ร่าน แม่ขอโทษ
8.7
รินรดา อดีตนางสาวไทยวัยสี่สิบที่ยังคงความงดงามและเสน่ห์เย้ายวนใจ กลายเป็นจุดหมายปองของชายหนุ่มทุกคนที่ได้ใกล้ชิด แม้กระทั่งบรรดาแฟนหนุ่มของลูกสาวทั้งสองคนอย่างรตี แอร์โฮสเตสสาวมั่น และรตา นักศึกษาแพทย์ผู้อ่อนหวาน ความสัมพันธ์ต้องห้ามเริ่มต้นขึ้นเมื่อแม่ม่ายเนื้อหอมเผลอใจมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแฟนของลูกสาวตนเอง ความรัญจวนใจที่ได้รับทำให้เธอถลำลึกจนยากจะถอนตัว แม้จะรู้ดีว่าผิดต่อศีลธรรมแต่เธอก็ไม่อาจหยุดยั้งความต้องการที่มีต่อชายหนุ่มของลูกๆ ทั้งสองคนได้เลย
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
《ฉันหนีไม่พ้นแล้ว》ถ่ายทอดเรื่องราวของมู่ซินยวี่ หญิงสาวที่ชีวิตถูกผูกไว้กับการหมั้นหมายและผลประโยชน์ของตระกูล ในคืนงานหมั้นที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เธอกลับถูกความผิดพลาดและฤทธิ์แอลกอฮอล์ผลักเข้าสู่เหตุการณ์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เธอเข้าใจผิดและเข้าไปใกล้ชายคนหนึ่งด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นคืนที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ความจริงที่น่าตกใจปรากฏขึ้น ชายที่อยู่ข้างเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่คือเสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องของเขา ผู้มีอำนาจและความเย็นชาในแบบที่ยากจะเข้าถึง เขาไม่เพียงเป็นพยานของเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ยังใช้ความลับนี้เป็นเงื่อนไขในการควบคุมชีวิตของเธอ พร้อมข้อเสนอที่บีบให้เธอไม่มีทางเลือก ในขณะที่คู่หมั้นของเธอ เสิ่นเจียหวิน ยังคงแสดงความดูถูกและหักหลังต่อหน้าเธออย่างไม่เกรงใจ ความสัมพันธ์ที่เธอเคยเชื่อมั่นกลับพังทลายลงทีละชั้น เขาเลือกคนอื่น เลือกผลประโยชน์ และผลักเธอให้กลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของสังคมชั้นสูง ในขณะเดียวกัน เสิ่นเจียสวี่กลับยื่นมือเข้ามาในชีวิตของเธอในฐานะทั้งผู้ควบคุมและผู้ปกป้องในเวลาเดียวกัน ภายใต้แรงกดดันจากครอบครัว บริษัทที่แม่ทิ้งไว้ และพ่อที่กำลังป่วยหนัก ทำให้มู่ซินยวี่ต้องจำยอมต่อข้อตกลงอันโหดร้าย เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกของเสิ่นเจียสวี่ ชายผู้มีอำนาจเหนือทุกอย่าง ทั้งในสนามธุรกิจและในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องบินที่ระดับหมื่นฟุต หรือในชีวิตประจำวัน เขาเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเส้นแบ่งระหว่างการบีบบังคับและความผูกพันที่เริ่มเลือนราง เมื่อเธอเห็นคู่หมั้นหักหลังอย่างชัดเจน และครอบครัวของเขาดูหมิ่นเธออย่างไม่ไยดี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหันหลังให้ทุกสิ่งที่เคยยึดถือ เธอเลือกเดินออกจากการหมั้น และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยข้อตกลงกับเสิ่นเจียสวี่ เพื่อแลกกับการฟื้นฟูบริษัทและการปกป้องครอบครัวของเธอ แต่สิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือธรรมดา หากเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกลงไปกว่านั้น เมื่อชายผู้ทรงอำนาจประกาศชัดว่าเธอจะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว ชีวิตของมู่ซินยวี่จึงเปลี่ยนจากการหนีปัญหา ไปสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด อำนาจ การควบคุม และความสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่เธอไม่อาจหนีได้อีกต่อไป。
หน้าปกนวนิยาย คุณหมอขอรักนะคะ
8.2
เมื่ออาจารย์หมอหนุ่มสุดหล่อที่นิวารินแอบรักมานานกำลังจะถูกจับคลุมถุงชน เธอจึงไม่อาจอยู่เฉยเป็นมดแดงแฝงพวงมะม่วงได้อีกต่อไป หญิงสาวพร้อมงัดทุกกลเม็ดเด็ดพรายมามัดใจเขาเพื่อครอบครองตำแหน่งสามีในอนาคตให้ได้ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความปรารถนาอันเร่าร้อนนำพาไปสู่บทรักที่ลึกซึ้งและหนักแน่น วชิรวิชญ์ไม่อาจต้านทานเสน่ห์เย้ายวนของเธอได้เลย ท่ามกลางกระแสความต้องการที่โหมกระหน่ำ ทั้งคู่ต่างจมดิ่งสู่ห้วงอารมณ์ที่แสนรัญจวนใจเกินกว่าจะถอนตัว