ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เรารักกันไม่ได้

เรารักกันไม่ได้

ความสัมพันธ์ที่เคยจบลงไปแล้วกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งราวกับถ่านไฟเก่าที่ถูกจุดจนลุกโชน แม้ความโหยหาจะรุนแรงเพียงใด แต่ความจริงที่แสนเจ็บปวดกลับย้ำเตือนว่าเส้นทางของเราทั้งคู่ไม่มีวันบรรจบกันได้อีก สุดท้ายเปลวเพลิงแห่งความรักครั้งนี้ก็แผดเผาทุกความรู้สึกจนมอดไหม้เหลือเพียงเถ้าถ่านและความว่างเปล่า เป็นบทสรุปของรักที่เป็นไปไม่ได้ซึ่งทิ้งไว้เพียงร่องรอยของความสูญเสียและเศษซากความทรงจำที่ไม่อาจย้อนคืนมาได้อีกตลอดกาล
ตอน
แชร์

ตอน 2

ห้องประชุมหอพักชายอยู่ชั้นล่างสุด มีอาณาบริเวณกว้างพอสมควร ในช่วงเวลานี้ประมาณหนึ่งทุ่ม ได้มีบรรดาน้องใหม่และรุ่นพี่นั่งกับพื้น เรียงแถวตามหมายเลขห้อง ต้อมนักศึกษาหนุ่มน้อยวัยสิบแปด หน้าตาใสซื่อบริสุทธิไร้เดียงสา นั่งแถวสุดท้ายและอยู่คนหลังสุด สายตาอันเล็กหรี่มองเพื่อนๆ นักศึกษารุ่นเดียวกันออกไปแนะนำตัวทีละห้อง จนมาถึงห้องสุดท้าย ต้อมได้เดินออกไปพร้อมกับเพื่อนร่วมห้องอีกห้าคน เมื่อไปถึงยังหน้าบรรดาเพื่อนร่วมหอพักชาย ต่างยืนเรียงแถวแนะนำตัวกันทีละคน โดยมีต้อมยืนเป็นคนสุดท้าย ส่วนสนยืนอยู่คนที่ห้า

“ผมชื่อสนธิ มงคลดี ชื่อเล่น สน เรียนคณะเกษตรศาสตร์ เอก ประมงครับ” สนพูดเสียงดังฟังชัดเจน

สิ้นเสียงของสนต่อไปต้อมต้องแนะนำตัว ริมฝีปากอันแสนบางสีชมพูอ่อนๆ ค่อยๆ เปล่งเสียงออกมาอย่างอ่อนโยน

“ผมชื่อ อนันตชัย ถาวรสกุลดี ชื่อเล่น ต้อม เรียนคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เอก ไฟฟ้าครับ” สิ้นเสียงของต้อมแต่กับมีเสียงอื่นมาแทน นั่นคือเสียงหัวเราะเบาๆ ของนักศึกษารวมหอพัก

“พูดเสียงดังฟังชัดๆ หน่อย พูดค่อยแบบนี้ ระวังพรุ่งนี้จะโดนเพื่อนๆ ที่คณะแกล้งนะ” สมพงษ์ประธานหอพักเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเป็นกันเอง

“ครับ” ต้อมพูดเสียงอ่อยๆ

“ดังกว่านี้อีก”

“ครับ” ต้อมตะโกนสุดเสียงแต่ยังดังไม่พอ

“เอาล่ะไม่เป็นไร เดี๋ยวเจ็บคอได้ไปหาหมอเสียเวลา มาเริ่มเล่นเกมกันดีกว่า”

ประธานหอพักสมพงษ์หยิบลูกอมในกระเป๋าออกมา พร้อมกับชูให้ทุกคนได้เห็นชัดๆ ส่วนสายตาของประธานหอพักส่ายไปส่ายมา มือที่ถือลูกอมอาร์บิทก็เช่นเดียวกัน สักพักสมพงษ์ใช้มือฉีกซองลูกอมออก

“นี่คือลูกอม มีไว้อมแต่วันนี้ไม่ให้อม แต่พี่จะให้กัดไว้ครึ่งเม็ด งงใช่ไหม” สมพงษ์หันหน้าไปมองน้องๆ ทั้งหกคน

“ไม่ต้องงง พี่จะให้น้องคนแรกกัดไว้ครึ่งลูก ส่วนคนที่สองมากัดอีกครึ่งที่เหลือ หลังจากนั้นหันไปให้คนที่สามกัดอีก ทำต่อๆ ไปจนถึงคนสุดท้าย และคนสุดท้ายก็ต้องคืนต่อมาอีก”

ประธานหอพักนักศึกษาชายยื่นลูกอมใส่ปากของรุ่นน้องคนที่หนึ่ง ส่วนคนที่สองก็มารับช่วงต่อ จนมาถึงสนคนที่ห้ารับลูกอมนั้นมา พร้อมกับหันหน้าหาต้อมที่ยืนทำหน้านิ่งๆ

“ยืนทำไรอมสิ อ่อ ไม่ใช่ กัดสิ” สมพงษ์พูดพลางยิ้มด้วยความเอ็นดู

ต้อมค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ สน ในขณะเดียวกันเผยอปากเล็กน้อยกัดลูกอมอันเหลือพื้นที่นิดหน่อย ทำให้ริมฝีปากได้ชนกันอย่างตั้งใจ เพียงเสี้ยววินาทีสนก็ปล่อยให้ลูกอมสู่ริมฝีปากของต้อม แล้วดุนเข้าไปให้ฟันได้กัดไว้

“ได้แล้วส่งคืนด้วย” สมพงษ์ย้ำอีกครั้ง

ฟันของต้อมที่กัดลูกอมไว้ทำให้ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย ถูกสัมผัสจากสนอีกคราไม่นานลูกอมเม็ดนั้นสู่ริมฝีปากของสน ถัดไปเรื่อยๆ จนถึงคนแรก

“อมหรือคลายทิ้งก็ได้นะ” สมพงษ์เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

สายตาของต้อมมองไปยังเพื่อนร่วมห้องคนแรก ที่ไม่ได้คลายลูกอมทิ้งแต่อย่างใด ทางกลับกันลูกอมเม็ดนั้นถูกดุนเข้าไปในปากแทน

“แสดงว่าชอบอม” สมพงษ์พูดติดตลกแต่ยังไม่วายยิ้มให้น้องๆ ทุกคน

รอยยิ้มของต้อมปรากฏขึ้นมาหลังจากตรึงเครียดเหตุการณ์เมื่อครู่ เขาย้อนสายตากลับมาเรื่อยๆ แล้วได้ผ่านใบหน้าของสน ที่กำลังยิ้มเฉกเช่นเดียวกันจนทำให้สายตาปะทะกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“เอาล่ะกลับเข้าที่ของตัวเองได้”

คราวนี้ต้อมเป็นฝ่ายนำเพื่อนร่วมห้องพักเข้าไปยังแถวของตัวเอง ยังไม่ทันได้นั่งติดกับพื้นปูน ประธานหอพักได้พูดขึ้นมาอย่างทันท่วงที

“คืนนี้ก็ดึกพอสมควรแล้วนะ ฝากรุ่นพี่ทุกคนช่วยดูแลน้องๆ ด้วย ต่อไปนี้เราจะประชุมทุกวันจันทร์นะ สำหรับวันนี้เลิกประชุมได้”

บรรดารุ่นพี่รุ่นน้องต่างลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะได้เข้าไปยังห้องนอนของตัวเอง ไม่เว้นแม้แต่ต้อมและสนได้เดินคู่กันไปยังห้องนอน

“เป็นไงบ้างวันนี้ต้อม” สนพูดขึ้นก่อนหลังจากขึ้นมายังห้องนอน ก่อนที่จะนั่งลงบนเตียงส่วนตัว

“อือ ก็ดีรุ่นพี่ใจดีทุกคนเลย” สายตาของต้อมเปล่งประกายแวววับ บ่งบอกไร้ความวิตกก่อนเข้ามายังหอพักชาย

“ตอนแรกเราก็กลัวเหมือนกันนะว่ารุ่นพี่จะแกล้งหนักกว่านี้ แต่กับไม่มีอะไรเลยแค่เล่นเกมเด็กๆ แค่นั้น แต่เราว่าที่คณะนายน่าจะหนักกว่านี้นะ ยิ่งนายดูหงิมๆ แบบนี้ด้วยน่าแกล้งมากเลย”

“เหรอ แต่นายไม่แกล้งเรานิ”

“อ้าว อยากให้แกล้งเหรอ ทำไมไม่บอกตั้งแต่อยู่ในห้องประชุม”

“นายจะแกล้งอะไรเรา”

“จะได้ดูดปากนายซะเลย ยิ่งปากเล็กๆ บางๆ ริมฝีปากชมพูยังกับผู้หญิง มันก็น่าดูดอยู่หรอก” สนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ

“อย่าพูดดังไปเดี่ยวพี่ๆ ได้ยิน” สายตาของต้อมเหล่ซ้ายขวา แต่ก็ไม่มีอะไรเพราะรุ่นพี่ต่างนอนอ่านหนังสือ บ้างก็เล่นหมากฮอดกันอย่างสนุก

“อายเหรอ ถามตรงๆ ได้ไหม อือ ไม่เอาดีกว่าไม่ถามหรอก เพราะแค่ดูก็รู้แล้ว เรานอนดีกว่านายก็นอนได้แล้ว” สนล้มตัวลงนอนและห่มผ้าทันที

เป็นเรื่องปกติที่เคยชินอย่างมาก สำหรับคำถามที่ได้ยินจากสน เป็นเวลาหลายสิบปีกับคำถามเดียวตอบหลายครั้ง บางทีเงียบไปเลยแกล้งไม่ได้ยิน สักพักต้อมเลิกสนใจความคิดนี้ แล้วหันมานั่งนิ่งใช้ความคิดและกังวลในวันพรุ่งนี้ต้องเจออะไรบ้างยังไม่รู้ แต่สำหรับค่ำคืนนี้เป็นสิ่งที่รับได้และสนุก

“น้องต้อมคืนนี้พี่นอนด้วยได้ไหม” ก้องรุ่นพี่ชั้นสองขึ้นมาหาอ๊อฟ แต่ไม่ยอมคุยด้วยเดินผ่านหน้าตาเฉยจนถึงเตียงนอนของต้อม

“เฮ้ย ไอ้ก้องมึงอย่ามายุ่งกับน้องกู” เสียงแหบดังขึ้นแบบสากๆ

“แหม กูไม่ทำอะไรน้องมึงหรอก แค่มานั่งคุยเล่นๆ”

ต้อมคิดว่าดูเหมือนอ๊อฟพูดขึ้นเฉยๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ร่างสูงใหญ่ดำเข้มดันนั่งบนเตียงใกล้ๆ ต้อม

“หน้าตาน่ารักดีนะ” ก้องเท้าคางมองต้อมอย่างเอ็นดู

“ขอบคุณครับ”

“พูดเพราะด้วย”

“อือ” ต้อมไม่รู้จะพูดอะไรออกมาได้แต่ยิ้มอยู่อย่างนั้น แต่สายตาก็ยังมองไปที่เพี่อนข้างเตียงมากกว่าก้องที่เป็นรุ่นพี่

“ไม่ให้พี่นอนด้วยก็ไม่เป็นไร วันหลังเดี๋ยวพี่มาขอนอนใหม่ก็แล้วกัน” ก้องมองหน้าอันขาวใสพักหนึ่งก่อนลุกขึ้นไปหาอ๊อฟที่นั่งอ่านหนังสือขายหัวเราะอยู่บนเตียง

“เพื่อนเราเสน่หแรงเหลือกเกิน” สนไม่วายแซวทั้งที่ง่วงนอนเต็มแก่

มีเพียงรอยยิ้มเท่านั้นแต่เสียงใดๆ ไม่ได้ออกมาให้สนได้ยิน ต้อมไม่สามารถตอบโต้คำแซวนี้ได้ ร่างเล็กๆ เลยล้มตัวลงนอนข้างๆ สนได้ไม่นานก็สู่ภวังค์ในทันใด

ฟ้ายังไม่ส่องแสงสว่างสาดเข้ามายังหอพัก เสียงเพลงดังลั่นปลุกให้ตื่นมาทำความสะอาดห้อง ต้อมถึงกับตกใจดีดตัวลุกขึ้นนั่ง สายตามองไปรอบๆ เห็นรุ่นพี่ต่างช่วยกันคนละไม้ละมือทำความสะอาด ต้อมจึงเข้าร่วมวงในครั้งนี้ด้วยอย่างเต็มใจ

ความร่วมมือร่วมแรงของรุ่นพี่รุ่นน้อง ช่วยกันทำความสะอาดจึงผลสำเร็จไวไม่เกินคาด ต่อจากนั้นเป็นช่วงเวลาอาบน้ำ สิ่งนี้แหละต้อมกลัวและกังวลพอสมควร ด้วยเป็นห้องน้ำรวมแต่ยังดีมีห้องให้อาบน้ำบ้าง ต้อมจึงรีบหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันกายท่อนล่าง ก่อนที่จะถอดกางเกงอดอายไม่ได้แต่ยังไงต้องทำอยู่ดี

“อ้าวจะถอดก็ถอดเดี๋ยวไปเรียนไม่ทันหรอก” อ๊อฟรุ่นพี่มองอยู่นานจึงพูดขึ้นมา

มือสองข้างของต้อมดึงกางเกงลงมา ยกขาทีละข้างจนหลุดแล้วใส่ตะกร้า เหลือเพียงเสื้อไม่นานก็ถอดออกจนหมด

“ขาวมากเลยนมชมพูด้วย” สนแซวทันทีเมื่อเห็นเรือนร่างอันขาวนวล

ต้อมไม่อยากจะพูดด้วยเพราะอายเขาจึงรีบออกจากห้องนอนไปยังห้องอาบน้ำ เพียงย่างเท้าเข้าไปถึงกับตกใจ เพราะมีบางคนนุ่งกางเกงในตัวเดียวอาบน้ำ สายตามองไปมองมาอยู่พักหนึ่งระหว่างห้องอาบน้ำ กับคนอาบน้ำนอกห้องที่มีหลายคน

พอประตูห้องน้ำเปิดออกต้อมรีบเข้าไปทันที ถ้าจะให้อาบน้ำนอกห้องต้อมไม่สามารถทำเช่นนั้นอย่างคนอื่นได้ ถือเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับต้อมได้มาอยู่ร่วมกับชายหนุ่มหลายสิบคนในรุ่นไล่ๆ กัน

ต้อมใช้เวลาอาบน้ำไม่นานนัก โดยปกติอยู่บ้านใช้เวลาประมาณเดียวกัน เมื่ออาบน้ำเสร็จเขารีบออกมาทันที ไม่มองทางไหนทั้งนั้นรีบเข้าไปในห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว เพียงเข้าประตูไปแค่หน้าห้อง ต้อมถึงกับตาลายเพราะได้เห็นกางเกงในหลากสี อยู่บนรุ่นพี่และร่วมรุ่นต่างไม่อายกัน มีบ้างแก้ผ้าเช็ดร่างกายจนเห็นทุกสัดส่วน

ต้อมพยายามตีเนียนไม่สนใจ รีบใส่กางเกงในและชุดนักศึกษาอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็พร้อมออกไปนอกหอพักชายเพื่อไปเรียนในวันแรก โดยมีสนเพื่อนพึ่งสนิทเดินทางไปด้วยกันในครั้งนี้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ราคี(ร้าย)รักอชิระ
8.2
When Pakwan reveals her pregnancy to Achira, the billionaire is skeptical of her four-month disappearance. Desperate and poor, Pakwan proves his paternity, leading to a heartbreaking contract: she must surrender her child and vanish after giving birth. Despite her deep love for him and baby Sun, she accepts the financial compensation and leaves, knowing their lives are parallel lines that can never truly meet. It is a sacrifice made by a woman who has nothing left but her love.
หน้าปกนวนิยาย คู่แค้นแสนรัก
9.2
เมื่อพี่ชายเธอมาแย่งเอาคนรักของเขาไป เขาจะทำยังไงให้ความแค้นที่ฝั่งแน่นในคลายลง แต่การกระทำที่อยากจะกลั่นแกล้งเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง กลับกลายมาเป็นพันธนาการที่ผูกมัดตัวเขา และหัวใจของเขาเอาไว้กับเธอตลอดไป คำโปรย ------- "ไอ้สิ่งที่พี่ของเธอทำ มันโคตรจะทุเรศเลย เธอรู้ไหม มันมาปล้นเอาความรักของนิ้งไปจากฉันแท้ๆ มันปล้นเอาไป หัวใจของนิ้งต้องเป็นของฉันสิ" “ไม่จริง คุณมันดื้อด้าน อยู่แต่ในความมืดมนแบบนี้ไง ไม่มองเห็นความรู้สึกของใครบ้างเหรอ ถ้าพี่นิ้งเขารักคุณ เขาจะปฏิเสธคุณทำไม” คำตอบช่างย้ำชัด วิษรุจโกรธมากๆ ที่เด็กสาวพูดแทงใจดำ "คุณก็หารักใหม่ได้นี่คะ คุณทั้งหล่อทั้งดูดี" เธอเถียงเขาข้างๆ คูๆ และอยากจะพูดให้เขามีสติมากขึ้น บางทีวิษรุจอาจจะคิดได้ "กับใครฮึ แม่สาวน้อย" เขาจ้องสบตากับเด็กสาว ก้มลงมาหายใจรดใบหน้าที่เงยขึ้นมองหน้าเขา "กับเธอหรือ หึ..." เสียงหัวเราะเย็นๆ สายตาที่มุ่งร้าย มองเธอแบบโลมเลีย เธอสะดุ้ง เขาเดินมาใกล้จนชิด สองมือของวิษรุจถูกยกขึ้นมากั้นร่างกายเล็กๆ ของเด็กสาวเอาไว้ สายตาที่มองเธอเหมือนกระหายใคร่รัก อยากแกล้งเด็กที่ไม่รู้เด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่ เธอบังอาจมาสอนเขาได้ยังไง ให้เขาทำแบบนั้นแบบนี้ เขาชิดใบหน้าก้มต่ำลงมาเรื่อยๆ และหายใจพ่นแรงๆ ลมที่ออกมาเต็มไปด้วยกลิ่นของแอลกอฮอล์ ดูเหมือนเขาจงใจเป่าลมหายใจนั้นไปทั่วใบหน้าและลำคอขาวๆ "คุณจะทำอะไร” เธอนึกขยาด ตอนนี้ภายใต้หน้าอกข้างในนี้มันสั่นไหวเต้นแรงโครมครามไปหมดแล้ว "ทำอะไรเหรอ แม่หนูน้อย อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่า มาเสนอตัวซะขนาดนี้" เขาพูดชัดเจน ++++++++++++++++++++++++++
หน้าปกนวนิยาย น้ำเหนือที่รัก
9.1
...ผมรักเธอด้วยหัวใจ รักโดยไม่มีข้อแม้และรักที่สุดครับ... *** “แต่งงานกันไหมคะ” ในที่สุดน้ำเหนือก็โพล่งถามออกไป เธอคิดว่าโรเบอร์โตคงอยากขอเธอแต่งงานนานแล้ว แต่ไม่กล้าเพราะคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับหญิงสาวที่มีผู้ชายมากหน้าหลายตามาแอบหลงรักเช่นเธอ เฮ้อ... ดังนั้นเพื่อไม่ให้พี่ร็อบแสนดีของเธอขึ้นคาน เธอจึงจำต้องเป็นฝ่ายยอมเอ่ยปากขอเขาแต่งงานก่อน สินสอดทองหมั้นไม่ต้อง เงินทองเป็นของนอกกาย เธอไม่อยากได้ เธอมีเยอะแล้ว... “ครับ” โรเบอร์โตรับคำตาโต ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู “นี่ครบเวลาที่คุณพ่อกำหนดหนึ่งปีแล้วค่ะ ไม่อย่างนั้น น้ำต้องแต่งงานกับผู้ชายที่พ่อหาให้ แต่จริงๆ แล้วน้ำมั่นใจในตัวพี่ร็อบนะคะ เลยตัดสินใจพูดออกไป น้ำรู้ดีว่าพี่ร็อบไม่กล้า ไม่ต้องอายหรอกนะคะ น้ำเลยเป็นฝ่ายพูดเสียเอง พี่ร็อบจะได้ไม่ต้องคิดหาคำพูดที่จะขอน้ำแต่งงาน พี่ร็อบเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในชีวิตของน้ำ นอกจากคุณพ่อ เราแต่งงานกันนะคะ” โรเบอร์โตพิงพยักเก้าอี้ที่นั่งอยู่ด้วยรอยยิ้ม เขาแทบหลุดขำกับน้ำเสียงซื่อๆ ของคนตรงหน้า แต่แววตาจริงใจนั้นทำให้เขาหัวใจเบ่งบานพองโตแทบคับอก “จะขอแต่งงานทั้งที ก็ต้องโรแมนติกหน่อยสิครับ” โรเบอร์โตพูดเสียงทุ้มชวนฝัน “คะ” น้ำเหนือมองอย่างไม่เข้าใจ ร่างสูงลุกจากเก้าอี้ คุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนที่ประโยคลึกซึ้งกินใจจะเปล่งออกมา “แต่งงานกับพี่นะครับน้ำ พี่ก็รักน้ำ เราคบกันเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว พี่เองไม่อยากรออีกแล้วเหมือนกัน เราใจตรงกัน วันนี้พี่เองอยากขอน้ำแต่งงาน เลยนัดน้ำออกมาเจอกันที่นี่” โรเบอร์โตสารภาพ อ้อนขออย่างน่ารัก น้ำเหนือตาโต ลูกค้าที่รับประทานอาหารอยู่โต๊ะข้างๆ ถึงกับอมยิ้ม บางคนก็เชียร์ให้เธอตอบตกลง น้ำเหนือหัวใจพองโตคับอก รู้สึกมีคุณค่าเหลือเกินที่มีชายหนุ่มมาขอแต่งงาน รู้สึกอบอุ่นใจและดีใจที่เขาใจตรงกับเธอ รู้สึกมีความสุขอิ่มเอมในหัวใจ อุปสรรคข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เธอไม่สน ขอแค่เขาเคียงข้างอยู่ใกล้ๆ เธอแบบนี้ก็เพียงพอแล้ว “ค่ะพี่ร็อบ น้ำจะแต่งงานกับพี่ร็อบค่ะ”
หน้าปกนวนิยาย ลวงรักสัญญาจ้าง
9.0
เมื่อกันจิราได้รับข้อเสนอว่าจ้างสุดแปลกพร้อมค่าตอบแทนมหาศาล เธอจึงไม่อาจปฏิเสธได้ แต่เป้าหมายกลับเป็นชายหนุ่มในฝันที่ทำให้ใจสั่นหวั่นไหวอย่างปัทม์ ทว่าปัทม์กลับคัดค้านการดูตัวที่ครอบครัวจัดฉากขึ้นอย่างรุนแรง เพราะเขาต้องการคู่ชีวิตที่พร้อมลุยงานไม่ใช่คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่เมื่อได้ใกล้ชิดเขากลับเริ่มมีใจให้หญิงสาวตรงหน้าโดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเธอคือตัวปลอมที่สวมรอยมาในชื่อสิตา ความสัมพันธ์ภายใต้สัญญาจ้างครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายและหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
หน้าปกนวนิยาย เกมส์บังคับรัก [ A love game ]
8.7
ชีวิตของขวัญชนกเปลี่ยนไปทันทีที่อายุครบสิบแปดปี เมื่อเธอต้องเปลี่ยนนามสกุลมาเป็นของดีแลน ฟง นักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบผู้เคร่งขรึมในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงในนามเท่านั้น ท่ามกลางเกมการประมูลที่ร้อนแรง ขวัญชนกตัดสินใจใช้ตัวเองเป็นเดิมพันเพื่อดึงดูดให้เขาก้าวออกมาจากเงามืด แม้ราคาจะพุ่งสูงถึงห้าล้านบาทจนสร้างความตกตะลึงไปทั่วงาน แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบในเกมรักที่เขาและเธอต่างเดิมพันด้วยหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย เทพบุตรพรากพรหมจรรย์
8.3
อเล็คซานเดอร์ เชอร์ราวิน ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซีย รู้สึกเสียหน้าอย่างหนักเมื่อถูก พิชญ์สินี พยาบาลสาวผู้แสนเย็นชาเมินเฉยต่อเสน่ห์ของเขา เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีที่เสียไป เขาจึงวางแผนล่อลวงเธอเข้าสู่หลุมพรางเพื่อพรากพรหมจรรย์เป็นการแก้แค้น หญิงสาวผู้ไร้เดียงสาตกเป็นเหยื่อในเกมล่าโดยไม่รู้ตัว แต่ความเจ็บปวดที่แท้จริงกลับเกิดขึ้นหลังจากเธอได้มอบทั้งตัวและหัวใจให้เขาด้วยความรัก ทว่าสิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับเป็นเพียงเช็คเงินสดค่าตัวที่ทำลายหัวใจของเธอจนแหลกสลาย