ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เรารักกันไม่ได้

เรารักกันไม่ได้

ความสัมพันธ์ที่เคยจบลงไปแล้วกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งราวกับถ่านไฟเก่าที่ถูกจุดจนลุกโชน แม้ความโหยหาจะรุนแรงเพียงใด แต่ความจริงที่แสนเจ็บปวดกลับย้ำเตือนว่าเส้นทางของเราทั้งคู่ไม่มีวันบรรจบกันได้อีก สุดท้ายเปลวเพลิงแห่งความรักครั้งนี้ก็แผดเผาทุกความรู้สึกจนมอดไหม้เหลือเพียงเถ้าถ่านและความว่างเปล่า เป็นบทสรุปของรักที่เป็นไปไม่ได้ซึ่งทิ้งไว้เพียงร่องรอยของความสูญเสียและเศษซากความทรงจำที่ไม่อาจย้อนคืนมาได้อีกตลอดกาล
ตอน
แชร์

ตอน 2

ห้องประชุมหอพักชายอยู่ชั้นล่างสุด มีอาณาบริเวณกว้างพอสมควร ในช่วงเวลานี้ประมาณหนึ่งทุ่ม ได้มีบรรดาน้องใหม่และรุ่นพี่นั่งกับพื้น เรียงแถวตามหมายเลขห้อง ต้อมนักศึกษาหนุ่มน้อยวัยสิบแปด หน้าตาใสซื่อบริสุทธิไร้เดียงสา นั่งแถวสุดท้ายและอยู่คนหลังสุด สายตาอันเล็กหรี่มองเพื่อนๆ นักศึกษารุ่นเดียวกันออกไปแนะนำตัวทีละห้อง จนมาถึงห้องสุดท้าย ต้อมได้เดินออกไปพร้อมกับเพื่อนร่วมห้องอีกห้าคน เมื่อไปถึงยังหน้าบรรดาเพื่อนร่วมหอพักชาย ต่างยืนเรียงแถวแนะนำตัวกันทีละคน โดยมีต้อมยืนเป็นคนสุดท้าย ส่วนสนยืนอยู่คนที่ห้า

“ผมชื่อสนธิ มงคลดี ชื่อเล่น สน เรียนคณะเกษตรศาสตร์ เอก ประมงครับ” สนพูดเสียงดังฟังชัดเจน

สิ้นเสียงของสนต่อไปต้อมต้องแนะนำตัว ริมฝีปากอันแสนบางสีชมพูอ่อนๆ ค่อยๆ เปล่งเสียงออกมาอย่างอ่อนโยน

“ผมชื่อ อนันตชัย ถาวรสกุลดี ชื่อเล่น ต้อม เรียนคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เอก ไฟฟ้าครับ” สิ้นเสียงของต้อมแต่กับมีเสียงอื่นมาแทน นั่นคือเสียงหัวเราะเบาๆ ของนักศึกษารวมหอพัก

“พูดเสียงดังฟังชัดๆ หน่อย พูดค่อยแบบนี้ ระวังพรุ่งนี้จะโดนเพื่อนๆ ที่คณะแกล้งนะ” สมพงษ์ประธานหอพักเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเป็นกันเอง

“ครับ” ต้อมพูดเสียงอ่อยๆ

“ดังกว่านี้อีก”

“ครับ” ต้อมตะโกนสุดเสียงแต่ยังดังไม่พอ

“เอาล่ะไม่เป็นไร เดี๋ยวเจ็บคอได้ไปหาหมอเสียเวลา มาเริ่มเล่นเกมกันดีกว่า”

ประธานหอพักสมพงษ์หยิบลูกอมในกระเป๋าออกมา พร้อมกับชูให้ทุกคนได้เห็นชัดๆ ส่วนสายตาของประธานหอพักส่ายไปส่ายมา มือที่ถือลูกอมอาร์บิทก็เช่นเดียวกัน สักพักสมพงษ์ใช้มือฉีกซองลูกอมออก

“นี่คือลูกอม มีไว้อมแต่วันนี้ไม่ให้อม แต่พี่จะให้กัดไว้ครึ่งเม็ด งงใช่ไหม” สมพงษ์หันหน้าไปมองน้องๆ ทั้งหกคน

“ไม่ต้องงง พี่จะให้น้องคนแรกกัดไว้ครึ่งลูก ส่วนคนที่สองมากัดอีกครึ่งที่เหลือ หลังจากนั้นหันไปให้คนที่สามกัดอีก ทำต่อๆ ไปจนถึงคนสุดท้าย และคนสุดท้ายก็ต้องคืนต่อมาอีก”

ประธานหอพักนักศึกษาชายยื่นลูกอมใส่ปากของรุ่นน้องคนที่หนึ่ง ส่วนคนที่สองก็มารับช่วงต่อ จนมาถึงสนคนที่ห้ารับลูกอมนั้นมา พร้อมกับหันหน้าหาต้อมที่ยืนทำหน้านิ่งๆ

“ยืนทำไรอมสิ อ่อ ไม่ใช่ กัดสิ” สมพงษ์พูดพลางยิ้มด้วยความเอ็นดู

ต้อมค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ สน ในขณะเดียวกันเผยอปากเล็กน้อยกัดลูกอมอันเหลือพื้นที่นิดหน่อย ทำให้ริมฝีปากได้ชนกันอย่างตั้งใจ เพียงเสี้ยววินาทีสนก็ปล่อยให้ลูกอมสู่ริมฝีปากของต้อม แล้วดุนเข้าไปให้ฟันได้กัดไว้

“ได้แล้วส่งคืนด้วย” สมพงษ์ย้ำอีกครั้ง

ฟันของต้อมที่กัดลูกอมไว้ทำให้ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย ถูกสัมผัสจากสนอีกคราไม่นานลูกอมเม็ดนั้นสู่ริมฝีปากของสน ถัดไปเรื่อยๆ จนถึงคนแรก

“อมหรือคลายทิ้งก็ได้นะ” สมพงษ์เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

สายตาของต้อมมองไปยังเพื่อนร่วมห้องคนแรก ที่ไม่ได้คลายลูกอมทิ้งแต่อย่างใด ทางกลับกันลูกอมเม็ดนั้นถูกดุนเข้าไปในปากแทน

“แสดงว่าชอบอม” สมพงษ์พูดติดตลกแต่ยังไม่วายยิ้มให้น้องๆ ทุกคน

รอยยิ้มของต้อมปรากฏขึ้นมาหลังจากตรึงเครียดเหตุการณ์เมื่อครู่ เขาย้อนสายตากลับมาเรื่อยๆ แล้วได้ผ่านใบหน้าของสน ที่กำลังยิ้มเฉกเช่นเดียวกันจนทำให้สายตาปะทะกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“เอาล่ะกลับเข้าที่ของตัวเองได้”

คราวนี้ต้อมเป็นฝ่ายนำเพื่อนร่วมห้องพักเข้าไปยังแถวของตัวเอง ยังไม่ทันได้นั่งติดกับพื้นปูน ประธานหอพักได้พูดขึ้นมาอย่างทันท่วงที

“คืนนี้ก็ดึกพอสมควรแล้วนะ ฝากรุ่นพี่ทุกคนช่วยดูแลน้องๆ ด้วย ต่อไปนี้เราจะประชุมทุกวันจันทร์นะ สำหรับวันนี้เลิกประชุมได้”

บรรดารุ่นพี่รุ่นน้องต่างลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะได้เข้าไปยังห้องนอนของตัวเอง ไม่เว้นแม้แต่ต้อมและสนได้เดินคู่กันไปยังห้องนอน

“เป็นไงบ้างวันนี้ต้อม” สนพูดขึ้นก่อนหลังจากขึ้นมายังห้องนอน ก่อนที่จะนั่งลงบนเตียงส่วนตัว

“อือ ก็ดีรุ่นพี่ใจดีทุกคนเลย” สายตาของต้อมเปล่งประกายแวววับ บ่งบอกไร้ความวิตกก่อนเข้ามายังหอพักชาย

“ตอนแรกเราก็กลัวเหมือนกันนะว่ารุ่นพี่จะแกล้งหนักกว่านี้ แต่กับไม่มีอะไรเลยแค่เล่นเกมเด็กๆ แค่นั้น แต่เราว่าที่คณะนายน่าจะหนักกว่านี้นะ ยิ่งนายดูหงิมๆ แบบนี้ด้วยน่าแกล้งมากเลย”

“เหรอ แต่นายไม่แกล้งเรานิ”

“อ้าว อยากให้แกล้งเหรอ ทำไมไม่บอกตั้งแต่อยู่ในห้องประชุม”

“นายจะแกล้งอะไรเรา”

“จะได้ดูดปากนายซะเลย ยิ่งปากเล็กๆ บางๆ ริมฝีปากชมพูยังกับผู้หญิง มันก็น่าดูดอยู่หรอก” สนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ

“อย่าพูดดังไปเดี่ยวพี่ๆ ได้ยิน” สายตาของต้อมเหล่ซ้ายขวา แต่ก็ไม่มีอะไรเพราะรุ่นพี่ต่างนอนอ่านหนังสือ บ้างก็เล่นหมากฮอดกันอย่างสนุก

“อายเหรอ ถามตรงๆ ได้ไหม อือ ไม่เอาดีกว่าไม่ถามหรอก เพราะแค่ดูก็รู้แล้ว เรานอนดีกว่านายก็นอนได้แล้ว” สนล้มตัวลงนอนและห่มผ้าทันที

เป็นเรื่องปกติที่เคยชินอย่างมาก สำหรับคำถามที่ได้ยินจากสน เป็นเวลาหลายสิบปีกับคำถามเดียวตอบหลายครั้ง บางทีเงียบไปเลยแกล้งไม่ได้ยิน สักพักต้อมเลิกสนใจความคิดนี้ แล้วหันมานั่งนิ่งใช้ความคิดและกังวลในวันพรุ่งนี้ต้องเจออะไรบ้างยังไม่รู้ แต่สำหรับค่ำคืนนี้เป็นสิ่งที่รับได้และสนุก

“น้องต้อมคืนนี้พี่นอนด้วยได้ไหม” ก้องรุ่นพี่ชั้นสองขึ้นมาหาอ๊อฟ แต่ไม่ยอมคุยด้วยเดินผ่านหน้าตาเฉยจนถึงเตียงนอนของต้อม

“เฮ้ย ไอ้ก้องมึงอย่ามายุ่งกับน้องกู” เสียงแหบดังขึ้นแบบสากๆ

“แหม กูไม่ทำอะไรน้องมึงหรอก แค่มานั่งคุยเล่นๆ”

ต้อมคิดว่าดูเหมือนอ๊อฟพูดขึ้นเฉยๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ร่างสูงใหญ่ดำเข้มดันนั่งบนเตียงใกล้ๆ ต้อม

“หน้าตาน่ารักดีนะ” ก้องเท้าคางมองต้อมอย่างเอ็นดู

“ขอบคุณครับ”

“พูดเพราะด้วย”

“อือ” ต้อมไม่รู้จะพูดอะไรออกมาได้แต่ยิ้มอยู่อย่างนั้น แต่สายตาก็ยังมองไปที่เพี่อนข้างเตียงมากกว่าก้องที่เป็นรุ่นพี่

“ไม่ให้พี่นอนด้วยก็ไม่เป็นไร วันหลังเดี๋ยวพี่มาขอนอนใหม่ก็แล้วกัน” ก้องมองหน้าอันขาวใสพักหนึ่งก่อนลุกขึ้นไปหาอ๊อฟที่นั่งอ่านหนังสือขายหัวเราะอยู่บนเตียง

“เพื่อนเราเสน่หแรงเหลือกเกิน” สนไม่วายแซวทั้งที่ง่วงนอนเต็มแก่

มีเพียงรอยยิ้มเท่านั้นแต่เสียงใดๆ ไม่ได้ออกมาให้สนได้ยิน ต้อมไม่สามารถตอบโต้คำแซวนี้ได้ ร่างเล็กๆ เลยล้มตัวลงนอนข้างๆ สนได้ไม่นานก็สู่ภวังค์ในทันใด

ฟ้ายังไม่ส่องแสงสว่างสาดเข้ามายังหอพัก เสียงเพลงดังลั่นปลุกให้ตื่นมาทำความสะอาดห้อง ต้อมถึงกับตกใจดีดตัวลุกขึ้นนั่ง สายตามองไปรอบๆ เห็นรุ่นพี่ต่างช่วยกันคนละไม้ละมือทำความสะอาด ต้อมจึงเข้าร่วมวงในครั้งนี้ด้วยอย่างเต็มใจ

ความร่วมมือร่วมแรงของรุ่นพี่รุ่นน้อง ช่วยกันทำความสะอาดจึงผลสำเร็จไวไม่เกินคาด ต่อจากนั้นเป็นช่วงเวลาอาบน้ำ สิ่งนี้แหละต้อมกลัวและกังวลพอสมควร ด้วยเป็นห้องน้ำรวมแต่ยังดีมีห้องให้อาบน้ำบ้าง ต้อมจึงรีบหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันกายท่อนล่าง ก่อนที่จะถอดกางเกงอดอายไม่ได้แต่ยังไงต้องทำอยู่ดี

“อ้าวจะถอดก็ถอดเดี๋ยวไปเรียนไม่ทันหรอก” อ๊อฟรุ่นพี่มองอยู่นานจึงพูดขึ้นมา

มือสองข้างของต้อมดึงกางเกงลงมา ยกขาทีละข้างจนหลุดแล้วใส่ตะกร้า เหลือเพียงเสื้อไม่นานก็ถอดออกจนหมด

“ขาวมากเลยนมชมพูด้วย” สนแซวทันทีเมื่อเห็นเรือนร่างอันขาวนวล

ต้อมไม่อยากจะพูดด้วยเพราะอายเขาจึงรีบออกจากห้องนอนไปยังห้องอาบน้ำ เพียงย่างเท้าเข้าไปถึงกับตกใจ เพราะมีบางคนนุ่งกางเกงในตัวเดียวอาบน้ำ สายตามองไปมองมาอยู่พักหนึ่งระหว่างห้องอาบน้ำ กับคนอาบน้ำนอกห้องที่มีหลายคน

พอประตูห้องน้ำเปิดออกต้อมรีบเข้าไปทันที ถ้าจะให้อาบน้ำนอกห้องต้อมไม่สามารถทำเช่นนั้นอย่างคนอื่นได้ ถือเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับต้อมได้มาอยู่ร่วมกับชายหนุ่มหลายสิบคนในรุ่นไล่ๆ กัน

ต้อมใช้เวลาอาบน้ำไม่นานนัก โดยปกติอยู่บ้านใช้เวลาประมาณเดียวกัน เมื่ออาบน้ำเสร็จเขารีบออกมาทันที ไม่มองทางไหนทั้งนั้นรีบเข้าไปในห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว เพียงเข้าประตูไปแค่หน้าห้อง ต้อมถึงกับตาลายเพราะได้เห็นกางเกงในหลากสี อยู่บนรุ่นพี่และร่วมรุ่นต่างไม่อายกัน มีบ้างแก้ผ้าเช็ดร่างกายจนเห็นทุกสัดส่วน

ต้อมพยายามตีเนียนไม่สนใจ รีบใส่กางเกงในและชุดนักศึกษาอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็พร้อมออกไปนอกหอพักชายเพื่อไปเรียนในวันแรก โดยมีสนเพื่อนพึ่งสนิทเดินทางไปด้วยกันในครั้งนี้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ❥마법 l MAKE ME XXX l รักไสยไสย
9.4
ชีวิตของฉันต้องพลิกผันจากความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว เมื่อตั้งใจจะใช้เสน่ห์น้ำมันพรายแต่กลับสาดใส่ผิดคน จากหนุ่มเนิร์ดผู้แสนสุภาพกลับกลายเป็นชายหนุ่มคลั่งรักสายโหดที่พร้อมจะนองเลือดได้ทุกเมื่อ แม้ฉันจะพยายามหาทางหนีหรือยกข้ออ้างสารพัดเพื่อไล่เขาไป แต่เขากลับใช้ปลายมีดคมกริบจ่อหน้าฉันพร้อมยื่นคำขาดสุดระทึกว่า หากไม่ยอมตกลงเป็นแฟนกับเขา ก็เตรียมตัวลาโลกนี้ไปได้เลย งานนี้ฉันไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมจำนนด้วยความกลัวตาย
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ฟ้าแลบ
9.7
หลู่ชิงชิงตัดสินใจแต่งงานทันทีกับคนแปลกหน้าหลังถูกแฟนที่คบมานานหักหลังไปหาเพื่อนสนิท ทว่าชีวิตหลังวิวาห์ฟ้าแลบกลับผิดคาด เมื่อสามีใหม่คอยดูแลเธออย่างดี ทั้งสนับสนุนงานและช่วยงานบ้านจนเธอมีความสุข แม้เขาจะชอบเลี่ยงตอบคำถามเวลาช่วยแก้ปัญหาใหญ่ๆ ให้เธอเสมอ จนกระทั่งชิงชิงประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เธอจึงได้เห็นชายหน้าเหมือนสามีตัวเองปรากฏตัวบนนิตยสารการเงินระดับโลก ในฐานะมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่ซ่อนตัวตนอยู่ข้างกายเธอมาตลอด
หน้าปกนวนิยาย ลุงเสือ
9.3
ท่ามกลางความวุ่นวายของสังคมเมืองในยุคปัจจุบัน เรื่องราวความรักที่ถูกเก็บซ่อนไว้ลึกสุดหัวใจของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเริ่มต้นขึ้น เมื่อเธอตกหลุมรักชายหนุ่มรุ่นใหญ่ผู้มีบุคลิกน่าเกรงขามอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แม้ว่าความรู้สึกนี้จะเป็นความลับที่เธอพยายามปกปิดไว้เพียงลำพัง แต่มวลความรู้สึกที่เปี่ยมล้นกลับทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน เธอพร้อมจะทุ่มเทความรักทั้งหมดที่มีให้เขาเพียงผู้เดียวในฐานะคนแอบรักที่เฝ้ามองเขาอยู่ห่างๆ ด้วยความหวังอันเงียบเชียบในใจ
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักเธอมาใช้หนี้
9.0
แม้ชีวิตจะเต็มไปด้วยมรสุมแห่งโชคชะตาที่คอยบดขยี้ แต่หญิงสาวผู้หนึ่งกลับไม่เคยปล่อยให้ความสิ้นหวังมากัดกินหัวใจ เธอหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณด้วยแรงผลักดันที่ไม่เคยดับมอด ปรารถนาเพียงการฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างภาคภูมิ เปรียบดั่งนกน้อยที่รอคอยเวลาผลัดขน เพื่อสยายปีกในฐานะพญาหงส์ผู้เลอโฉมและเปี่ยมด้วยคุณค่า ไม่ว่าบททดสอบเบื้องหน้าจะหนักหนาเพียงใด เธอยังคงหยัดยืนอย่างมั่นคงพร้อมเผชิญหน้ากับความยากลำบากโดยไม่คิดถอยหนี เพื่อพิสูจน์ให้โลกได้ประจักษ์ถึงการเปลี่ยนแปลงที่งดงามที่สุดในบั้นปลาย
หน้าปกนวนิยาย กุหลาบร้ายพ่ายรัก
9.5
เมื่อสาวสวยวัย 30 สุดมั่นต้องมาปะทะกับ CEO หนุ่มรุ่นน้องวัย 27 ที่เธอสุดแสนจะเกลียดขี้หน้า เพราะเขามักจะคอยจับผิดและสั่งงานนอกเหนือหน้าที่อยู่เสมอ ความขัดแย้งพุ่งพล่านถึงขีดสุดเมื่อยัสซันถูกเธอถีบหน้าจนแทบล้มคว่ำ ความโกรธแค้นทำให้เขาตัดสินใจรวบตัวเธอที่กำลังดิ้นรนขัดขืนกลับไปยังเตียงกว้างเพื่อชำระความผิดที่เธอได้ก่อไว้ด้วยบทลงโทษอันเร่าร้อนตามแบบฉบับของเขาเอง งานนี้สาวปากร้ายที่เคยถือดีจะรอดพ้นเงื้อมมือของท่านประธานหนุ่มขี้แกล้งไปได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย โซ่รักราชสีห์
8.8
สายธาร หมอสูติฯ ฝีมือดีต้องเผชิญกับจุดพลิกผันเมื่อการวินิจฉัยพลาดเป็นเหตุให้คนไข้ที่กำลังตั้งท้องตัดสินใจจบชีวิตลง ความผิดครั้งนี้ทำให้เธอถูก ราชสีห์ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลและคนรักของผู้ตายตามล่าเพื่อแก้แค้นแบบศาลเตี้ย เขาต้องการให้เธอชดใช้ชีวิตด้วยชีวิตอย่างทรมานที่สุด หมอสาวจึงต้องหนีหัวซุกหัวซุนเพื่อเอาตัวรอดไปดูแลลูกน้อยวัยสองขวบ ท่ามกลางเพลิงโทสะของสิงห์หนุ่มที่สูญเสียครอบครัวและพร้อมจะกักขังเธอไว้ในกรงขังแห่งความแค้นที่ไร้ความปราณี