ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เรารักกันไม่ได้

เรารักกันไม่ได้

ความสัมพันธ์ที่เคยจบลงไปแล้วกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งราวกับถ่านไฟเก่าที่ถูกจุดจนลุกโชน แม้ความโหยหาจะรุนแรงเพียงใด แต่ความจริงที่แสนเจ็บปวดกลับย้ำเตือนว่าเส้นทางของเราทั้งคู่ไม่มีวันบรรจบกันได้อีก สุดท้ายเปลวเพลิงแห่งความรักครั้งนี้ก็แผดเผาทุกความรู้สึกจนมอดไหม้เหลือเพียงเถ้าถ่านและความว่างเปล่า เป็นบทสรุปของรักที่เป็นไปไม่ได้ซึ่งทิ้งไว้เพียงร่องรอยของความสูญเสียและเศษซากความทรงจำที่ไม่อาจย้อนคืนมาได้อีกตลอดกาล
ตอน
แชร์

ตอน 3

วันแรกก่อนถึงคาบหนึ่งของต้อมต้องนั่งอยู่เพียงคนเดียว มองไปทางไหนไม่รู้จักใครสักคนด้วยเป็นคนอีกจังหวัด ต้อมเห็นเพื่อนใหม่นั่งเป็นกลุ่มๆ อยู่หลายคน บ้างนั่งสองคนเป็นที่ๆ ไป คนเดียวอยู่เดี่ยวๆ มีพอสมควร รวมทั้งตัวต้อมเองด้วยนั่งเหงาๆ เพียงลำพัง

“นั่งด้วยนะ”

“อือ”

“เราชื่ออาคมนายล่ะ”

“เราชื่อต้อม”

“นายมาจากไหน”

“พิจิตร”

“จังหวะดเดียวกันนิ”

ต้อมยิ้มได้ในทันทีด้วยเจอคนบ้านเดียวกัน ในมหาวิทยาลัยฟ้าครามที่อยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่ไกลจากพิจิตรมากนัก มีอยู่หลายคนเหมือนกันในหอพักชายที่มาจากจังหวัดเดียวกัน

“เขานั่งเป็นกลุ่มๆ กันน่าอิจฉา” อาคมพูดคุยพร้อมมองไปยังเพื่อนร่วมคณะ

“อีกสักพักคงสนิทกันใหม่ๆ ก็แบบนี้แหละ”

“อือ จริงอย่างนายเนาะ”

สายตาของต้อมมองเพื่อนๆ ทุกคน สะดุดตามีอยู่สี่คน นั่งไม่ไกลเขามากนักซึ่งมองอย่างไงก็เป็นแบบเขาออกชัดเจนยิ่งกว่า ไม่ว่าจะท่าทางรูปร่างและการแต่งหน้าจัด ส่วนอีกสองเป็นหญิงสาวหน้าตาถือว่าทั่วๆ ไป สามคนที่ว่าไม่มีอะไรน่าสนใจมากกว่านี้สำหรับต้อม มีเพียงคนเดียวในกลุ่มใหญ่ห้าหกคนมีความหล่อคมคาย ทะลึ่งตึงตังขึ้เล่นเห็นได้อย่างเด่นชัด

“มองอะไร” อาคมมองตามสายตาของต้อม

“ไม่มีอะไรหรอกมองไปเรื่อยๆ”

“หรือว่านายอยากอยู่ในกลุ่มนั้น”

“เปล่า”

แม้แต่จะถูกทักจากอาคม ต้อมไม่สามารถห้ามใจไม่มองได้ ด้วยแต่ก่อนไม่เคยออกไปไหนห่างไกลจากบ้าน เมื่อมาสู่ภายนอกจึงเกิดความกล้าบ้างขี้นเล็กน้อย แต่ยังสงวานท่าทีไม่ให้ใครรับรู้มากนัก

“ไอ้คงเดช มานี่ๆ มาหากูหน่อย” ชายหนุ่มอีกคนมาใหม่เดินตรงไปยังกลุ่มใหญ่ ตะโกนเรียกคนชื่อคงเดชซึ่งต้อมยังอยากรู้ว่าใครกัน

เสียงคำว่าคงเดชยังไม่ทันจางหายสลายไป หนุ่มหล่อแบดนิดๆ ที่ต้อมแอบเหล่ดู หันมามองยังชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้าไปยังกลุ่มนั้น

“มีอะไรว่ะ อยู่แค่นี้มึงเรียกซะดังเลย” หนุ่มคงเดชที่ต้อมเฝ้ามองยืนจังก้าอย่างท้าทาย

ต้อมยังอยากรู้ว่าสองคนนั้นคุยอะไรกัน ถ้าให้ต้อมคาดเดาน่าจะหมายถึงสองหญิงหนึ่งชายที่เป็นแบบเขา ด้วยสายตาสองหนุ่มจ้องมองเป็นระยะ

“ต้อม ต้อม เย็นนี้ไปดื่มเหล้าไหมเราเลี้ยงเอง”

“เราไม่เคยดื่มเหล้า”

“ไม่จ๊าบเลยนายน่ะ” เสียงของอาคมยียวนกวนพอสมควร

“เราลืมถามนายพักที่ไหนเหรอ”

“อยู่บ้านญาตินายล่ะ”

“อยู่หอใน” ต้อมตอบ

“ถึงว่าสิไม่ดื่มเหล้า ไม่ต้องกลัวปีสองเดี๋ยวเราพาดื่มเอง ปีนี้อยู่หอในไปก่อน ต้องทำตัวเป็นเด็กดี” อาคมหัวเราะนิดหน่อย

ต้อมยิ้มนิดๆ พอเป็นพิธี ในระหว่างนั้นสองหนุ่มได้เดินมายังโต๊ะของต้อม เพื่อมาเหล่สาวร่วมห้อง

“นั่งด้วยคนนะ”

“ได้เลย” อาคมเอ่ยขึ้น

ชายหนุ่มที่ร้องเรียกคงเดชนั่งใกล้ๆ อาคม ส่วนคงเดชนั้นนั่งตัวแท่บติดต้อม จนร่างเล็กๆ ขยับออกห่างหน่อยๆ

“เฮ้ย จะขยับไปไหนเดี๋ยวตกม้านั่งหรอก” คงเดชหันมามอง

สายตาทั้งสองปะทะกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ต้อมหวั่นไหวใจสั่นระรัวเพราะดวงตากลมโตเป็นประกายของคงเดชนั้นช่างมีเสน่หเกินต้าน

“เป็นกะเทยเหรอ” ชายหนุ่มนั่งใกล้อาคมพูดขึ้น

“เปล่า” ต้อมพูดขึ้นเสียงอ่อยๆ ออกกลัวนิดๆ

“เปล่าอะไร” น้ำเสียงไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไร

“ไอ้โบ้มึงก็พูดตรงไป” คงเดชกอดคอต้อมอย่างรวดเร็ว

เพียงวงแขนของคงเดชสัมผัสต้นคอบ่าไหล่ ใจต้อมหล่นหายไปในทันใด ดวงตาคู่กลมโตมองไม่วางก่อนจะเปลื่ยนไปทางอื่น

“ไอ้เดช กูให้มึงมาดูสาวมึงมาทำอะไร” โบ้รู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย แต่ไม่เกี่ยวกับต้อมแม้แต่น้อย

“ไม่ผ่าน” คงเดชส่ายหัว

“ไอ้ที่มึงกอดคอนี่ผ่านเหรอ”

“ไม่ผ่านเหมือนกัน” คงเดชส่ายหัวแต่อมยิ้มนิดๆ ก่อนยกแขนออกจากคอบ่าไหล่ของต้อม

“เฮ้ย มึงชื่อไรว่ะ” โบ้ถามทันทีเมื่อคงเดชพูดจบ

“มันชื่อต้อม” อาคมเป็นฝ่ายตอบแทน

“ต้อม ต้อม นายล่ะ” โบ้หันหน้ามาทางอาคมเพื่ออยากรู้คำตอบ

“อาคม”

“อาคม ท่าจะเล่นของ เราโบ้แต่ไม่โบ๋นะ ส่วนไอ้ลามกนั่น ชื่อคงเดช พ่อมันเรียกไอ้เดช” โบ้หัวเราะร่วนด้วยสะใจ

“ไอ้โบ้มึงนี่กวนตีนอีกแล้ว” คงเดชพูดไปอย่างนั้นแหละ ด้วยความสนิทตั้งแต่มัธยมจึงไม่ถือสากัน

“ต้อมมีแฟนหรือยัง” โบ้ถามต่ออีกหน่อย

“ไม่มี”

“ไม่มีถ้างั้นสักวันจะพาไปขึ้นครูให้หายเป็นเลย”

“อย่าว่าแต่มีแฟนเลย เหล้าก็ไม่ดื่มเด็กดี อยู่หอในด้วยนะ” อาคมเสริมต่ออีกนิด

“แรกๆ ก็เด็กดีนิแหละ นานๆ ไปเดี๋ยวก็เหมือนกับพวกเรา” โบ้อมยิ้มจ้องมองต้อมแล้วหัวเราะออกมา

ต้อมรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง ถึงแม้จะอยู่ใกล้คงเดชที่นั่งตัวติดกันในเวลานี้ ด้วยนิสัยและความชอบไปด้วยกันยากกับเพื่อนใหม่ แต่มีใจให้ไปบ้าง เขาจึงต้องอดทนอยู่เพื่อได้ใกล้ชิด ในช่วงเวลาสั้นๆ เพราะได้เวลาเข้าไปในห้องเรียน

คาบแรกที่ได้เรียนเป็นวิชาในคณะ ช่วงเวลายังไม่ได้สอนอาจารย์ประจำวิชาให้แนะนำตัว ต่างคนจึงได้ทำความรู้จักกัน ในคาบนี้เป็นวิชาเชิงปฏิบัติจึงได้นั่งล้อมวง ต้อมนั่งอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มหลายคน ความรู้สึกของเขาตอนนี้มีความประหม่าและหวั่นๆ อยู่บ้าง ด้วยกิตติศัพท์การแกล้งกันของคณะที่ต้อมเรียน

ครูประจำวิชาได้สอนบ้างนิดหน่อยแล้วสั่งงานให้ทำภายในห้อง ต้อมจึงนั่งทำงานใกล้ๆ อาคมที่เริ่มสนิทคุ้นเคยกันบ้าง ระหว่างนั่งเขียนงานอยู่นั้น ต้อมมีความรู้สึกแปลกๆ อยู่ใต้โต๊ะ ศีรษะทุยของต้อมก้มลงไปมอง สายตามองเห็นแต่ยังไม่ทันพูดอะไร มีคนใต้โต๊ะจับเข้าตรงเป้ากางเกงของต้อม

“อุ๊ย” ต้อมอุทานออกมาแล้วรีบจับมือนั้นให้ออกจากเป้ากางเกงของตัวเอง

“ว้า นิดเดียว” โบ้ได้ปล่อยมือออกและคลานไปยังนอกโต๊ะ

เสียงหัวเราะดังลั่นห้อง โดยเฉพาะคงเดชหัวเราะหนักมาก พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ๆ จนแขนได้ชนกัน

“หัดใช้งานบ้างนะ” โบ้ย้ำอีกครั้ง

ใบหน้าของอันขาวใสเริ่มแดงก่ำด้วยความอาย สายตาหรี่ลงไม่อยากมองเพื่อนร่วมห้อง ต้อมจึงเดินไปยังอีกโต๊ะหนึ่ง ที่มีสองหญิงหนึ่งชายไม่แท้

“นั่งนี่ก็ได้” สาวหนึ่งในสองพูดขึ้น ซึ่งมีผิวที่คล้ำผมหยักศก

“อือ” ต้อมยิ้มพยักหน้าให้ด้วยความยินดี

“เราชื่อ ปื่น ส่วนอีกคนชื่อ จิตดี และหนุ่มสวยของเรา แหวน” สาวปิ่นแนะนำเพื่อนให้ครบทุกคน

ต้อมไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะต้องทำงานตามสั่งของอาจารย์ แต่ยังไม่วายโดนแกล้งอีกตามเคย เพื่อนใหม่คนเก่าเดินเข้ามาด้านหลัง ก้มลงเอียงคอหอมแก้มอันนวลใส ครั้งนี้ที่โดนหอมแก้มไม่ใช่ครั้งแรก ตอนเรียนมัธยมโดนอยู่หลายครั้งแต่เป็นคนเดิมๆ

โบ้ได้หอมแก้มของต้อมเสร็จเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก ได้เดินไปยังกลุ่มของตัวเอง มีเพียงคงเดชคนเดียวยังไม่วายมานั่งข้างๆ พร้อมชี้มือไปทางอื่น ต้อมเผลอตัวหันไปมองแต่ไม่พบสิ่งใด เขาจึงหันกลับมาแก้มใสๆ ของเขาโดนริมฝีปากของคงเดชอย่างจัง

ต้อมหันศีรษะหนีเล็กน้อย ถึงแม้จะรู้สึกชอบแต่ยังสงวนท่าที อีกอย่างในกลุ่มมีเพื่อนผู้หญิงนั่งยิ้ม เขาจึงรู้สึกเขินๆ และทำตัวไม่ถูก

“แก้มหอมจังเลย” คงเดชยิ้มนิดๆ

ด้วยความเป็นคนนิ่งๆ เฉยๆ หงิมๆ ต้อมยังเงียบตั้งหน้าตั้งตาเขียนหนังสืออยู่เช่นเคย เพียงแต่คงเดชยังไม่ไปไหนนั่งมองหน้าสลับกับคุยสองสาวเป็นระยะๆ จนหมดคาบ

วันนี้รุ่นพี่ยังไม่ได้นัดพบ ต้อมและเพื่อนจึงแยกย้ายกลับบ้าน มีเพียงต้อมคนเดียวเกำลังจะเดินไปยังหอพักชาย

“ต้อม เดี๋ยวเราไปส่งมาเร็ว” อาคมเพื่อนใหม่จังหวัดเดียวกัน จอดมอเตอร์ไซค์ข้างๆ ต้อมลังเลอยู่พักแต่ก็ไม่ปฏิเสธความหวังดีของเพื่อน เขาจึงตัดสินใจขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อจะได้ไม่ต้องเดินไปอีกไกลและรักษาน้ำใจของอาคม

มอเตอร์ไซค์ของอาคมจอดหน้าหอพักชาย ต้อมจึงรีบลงจากรถและยืนคุยกับอาคมพักหนึ่ง ก่อนที่จะขอตัวเขาไปในหอพัก

“ขอบใจมากนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก หอนี้มีแต่ผู้ชายไม่กลัวเหรอ”

“ไม่มีอะไรหรอกพี่ๆ ใจดี”

“อือ ถ้างั้นไปแล้วนะ”

“อือ” ต้อมพยักหน้า

ต้อมรีบเดินผ่านบรรดากลุ่มนักศึกษาในหอพักชาย ที่กำลังเตะฟุตบอลกันอย่างสนุก เขามองแค่แวบเดียวก่อนขึ้นไปยังหอพัก

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ราคี(ร้าย)รักอชิระ
8.2
When Pakwan reveals her pregnancy to Achira, the billionaire is skeptical of her four-month disappearance. Desperate and poor, Pakwan proves his paternity, leading to a heartbreaking contract: she must surrender her child and vanish after giving birth. Despite her deep love for him and baby Sun, she accepts the financial compensation and leaves, knowing their lives are parallel lines that can never truly meet. It is a sacrifice made by a woman who has nothing left but her love.
หน้าปกนวนิยาย คู่แค้นแสนรัก
9.2
เมื่อพี่ชายเธอมาแย่งเอาคนรักของเขาไป เขาจะทำยังไงให้ความแค้นที่ฝั่งแน่นในคลายลง แต่การกระทำที่อยากจะกลั่นแกล้งเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง กลับกลายมาเป็นพันธนาการที่ผูกมัดตัวเขา และหัวใจของเขาเอาไว้กับเธอตลอดไป คำโปรย ------- "ไอ้สิ่งที่พี่ของเธอทำ มันโคตรจะทุเรศเลย เธอรู้ไหม มันมาปล้นเอาความรักของนิ้งไปจากฉันแท้ๆ มันปล้นเอาไป หัวใจของนิ้งต้องเป็นของฉันสิ" “ไม่จริง คุณมันดื้อด้าน อยู่แต่ในความมืดมนแบบนี้ไง ไม่มองเห็นความรู้สึกของใครบ้างเหรอ ถ้าพี่นิ้งเขารักคุณ เขาจะปฏิเสธคุณทำไม” คำตอบช่างย้ำชัด วิษรุจโกรธมากๆ ที่เด็กสาวพูดแทงใจดำ "คุณก็หารักใหม่ได้นี่คะ คุณทั้งหล่อทั้งดูดี" เธอเถียงเขาข้างๆ คูๆ และอยากจะพูดให้เขามีสติมากขึ้น บางทีวิษรุจอาจจะคิดได้ "กับใครฮึ แม่สาวน้อย" เขาจ้องสบตากับเด็กสาว ก้มลงมาหายใจรดใบหน้าที่เงยขึ้นมองหน้าเขา "กับเธอหรือ หึ..." เสียงหัวเราะเย็นๆ สายตาที่มุ่งร้าย มองเธอแบบโลมเลีย เธอสะดุ้ง เขาเดินมาใกล้จนชิด สองมือของวิษรุจถูกยกขึ้นมากั้นร่างกายเล็กๆ ของเด็กสาวเอาไว้ สายตาที่มองเธอเหมือนกระหายใคร่รัก อยากแกล้งเด็กที่ไม่รู้เด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่ เธอบังอาจมาสอนเขาได้ยังไง ให้เขาทำแบบนั้นแบบนี้ เขาชิดใบหน้าก้มต่ำลงมาเรื่อยๆ และหายใจพ่นแรงๆ ลมที่ออกมาเต็มไปด้วยกลิ่นของแอลกอฮอล์ ดูเหมือนเขาจงใจเป่าลมหายใจนั้นไปทั่วใบหน้าและลำคอขาวๆ "คุณจะทำอะไร” เธอนึกขยาด ตอนนี้ภายใต้หน้าอกข้างในนี้มันสั่นไหวเต้นแรงโครมครามไปหมดแล้ว "ทำอะไรเหรอ แม่หนูน้อย อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่า มาเสนอตัวซะขนาดนี้" เขาพูดชัดเจน ++++++++++++++++++++++++++
หน้าปกนวนิยาย น้ำเหนือที่รัก
9.1
...ผมรักเธอด้วยหัวใจ รักโดยไม่มีข้อแม้และรักที่สุดครับ... *** “แต่งงานกันไหมคะ” ในที่สุดน้ำเหนือก็โพล่งถามออกไป เธอคิดว่าโรเบอร์โตคงอยากขอเธอแต่งงานนานแล้ว แต่ไม่กล้าเพราะคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับหญิงสาวที่มีผู้ชายมากหน้าหลายตามาแอบหลงรักเช่นเธอ เฮ้อ... ดังนั้นเพื่อไม่ให้พี่ร็อบแสนดีของเธอขึ้นคาน เธอจึงจำต้องเป็นฝ่ายยอมเอ่ยปากขอเขาแต่งงานก่อน สินสอดทองหมั้นไม่ต้อง เงินทองเป็นของนอกกาย เธอไม่อยากได้ เธอมีเยอะแล้ว... “ครับ” โรเบอร์โตรับคำตาโต ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู “นี่ครบเวลาที่คุณพ่อกำหนดหนึ่งปีแล้วค่ะ ไม่อย่างนั้น น้ำต้องแต่งงานกับผู้ชายที่พ่อหาให้ แต่จริงๆ แล้วน้ำมั่นใจในตัวพี่ร็อบนะคะ เลยตัดสินใจพูดออกไป น้ำรู้ดีว่าพี่ร็อบไม่กล้า ไม่ต้องอายหรอกนะคะ น้ำเลยเป็นฝ่ายพูดเสียเอง พี่ร็อบจะได้ไม่ต้องคิดหาคำพูดที่จะขอน้ำแต่งงาน พี่ร็อบเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในชีวิตของน้ำ นอกจากคุณพ่อ เราแต่งงานกันนะคะ” โรเบอร์โตพิงพยักเก้าอี้ที่นั่งอยู่ด้วยรอยยิ้ม เขาแทบหลุดขำกับน้ำเสียงซื่อๆ ของคนตรงหน้า แต่แววตาจริงใจนั้นทำให้เขาหัวใจเบ่งบานพองโตแทบคับอก “จะขอแต่งงานทั้งที ก็ต้องโรแมนติกหน่อยสิครับ” โรเบอร์โตพูดเสียงทุ้มชวนฝัน “คะ” น้ำเหนือมองอย่างไม่เข้าใจ ร่างสูงลุกจากเก้าอี้ คุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนที่ประโยคลึกซึ้งกินใจจะเปล่งออกมา “แต่งงานกับพี่นะครับน้ำ พี่ก็รักน้ำ เราคบกันเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว พี่เองไม่อยากรออีกแล้วเหมือนกัน เราใจตรงกัน วันนี้พี่เองอยากขอน้ำแต่งงาน เลยนัดน้ำออกมาเจอกันที่นี่” โรเบอร์โตสารภาพ อ้อนขออย่างน่ารัก น้ำเหนือตาโต ลูกค้าที่รับประทานอาหารอยู่โต๊ะข้างๆ ถึงกับอมยิ้ม บางคนก็เชียร์ให้เธอตอบตกลง น้ำเหนือหัวใจพองโตคับอก รู้สึกมีคุณค่าเหลือเกินที่มีชายหนุ่มมาขอแต่งงาน รู้สึกอบอุ่นใจและดีใจที่เขาใจตรงกับเธอ รู้สึกมีความสุขอิ่มเอมในหัวใจ อุปสรรคข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เธอไม่สน ขอแค่เขาเคียงข้างอยู่ใกล้ๆ เธอแบบนี้ก็เพียงพอแล้ว “ค่ะพี่ร็อบ น้ำจะแต่งงานกับพี่ร็อบค่ะ”
หน้าปกนวนิยาย ลวงรักสัญญาจ้าง
9.0
เมื่อกันจิราได้รับข้อเสนอว่าจ้างสุดแปลกพร้อมค่าตอบแทนมหาศาล เธอจึงไม่อาจปฏิเสธได้ แต่เป้าหมายกลับเป็นชายหนุ่มในฝันที่ทำให้ใจสั่นหวั่นไหวอย่างปัทม์ ทว่าปัทม์กลับคัดค้านการดูตัวที่ครอบครัวจัดฉากขึ้นอย่างรุนแรง เพราะเขาต้องการคู่ชีวิตที่พร้อมลุยงานไม่ใช่คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่เมื่อได้ใกล้ชิดเขากลับเริ่มมีใจให้หญิงสาวตรงหน้าโดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเธอคือตัวปลอมที่สวมรอยมาในชื่อสิตา ความสัมพันธ์ภายใต้สัญญาจ้างครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายและหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
หน้าปกนวนิยาย เกมส์บังคับรัก [ A love game ]
8.7
ชีวิตของขวัญชนกเปลี่ยนไปทันทีที่อายุครบสิบแปดปี เมื่อเธอต้องเปลี่ยนนามสกุลมาเป็นของดีแลน ฟง นักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบผู้เคร่งขรึมในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงในนามเท่านั้น ท่ามกลางเกมการประมูลที่ร้อนแรง ขวัญชนกตัดสินใจใช้ตัวเองเป็นเดิมพันเพื่อดึงดูดให้เขาก้าวออกมาจากเงามืด แม้ราคาจะพุ่งสูงถึงห้าล้านบาทจนสร้างความตกตะลึงไปทั่วงาน แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบในเกมรักที่เขาและเธอต่างเดิมพันด้วยหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย เทพบุตรพรากพรหมจรรย์
8.3
อเล็คซานเดอร์ เชอร์ราวิน ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซีย รู้สึกเสียหน้าอย่างหนักเมื่อถูก พิชญ์สินี พยาบาลสาวผู้แสนเย็นชาเมินเฉยต่อเสน่ห์ของเขา เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีที่เสียไป เขาจึงวางแผนล่อลวงเธอเข้าสู่หลุมพรางเพื่อพรากพรหมจรรย์เป็นการแก้แค้น หญิงสาวผู้ไร้เดียงสาตกเป็นเหยื่อในเกมล่าโดยไม่รู้ตัว แต่ความเจ็บปวดที่แท้จริงกลับเกิดขึ้นหลังจากเธอได้มอบทั้งตัวและหัวใจให้เขาด้วยความรัก ทว่าสิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับเป็นเพียงเช็คเงินสดค่าตัวที่ทำลายหัวใจของเธอจนแหลกสลาย